Review : ลองเลนส์มือหมุนสำหรับ Portrait กับ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 และ MC Helios 40-2 85mm f1.5

น้าป๋วย | 27 พ.ค. 2561 15:24:40

24097

VIEWS น้าป๋วย

Review : ลองเลนส์มือหมุนสำหรับ Portrait กับ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 และ MC Helios 40-2 85mm f1.5

สาย Portrait อย่างน้าป๋วย ถอยของใหม่มาทั้งทีก็ต้องเอามาอวดกันหน่อย คราวนี้นำเอาเลนส์มือหมุนมาเล่นบ้างสองตัว นั่นคือ  Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 และ MC Helios 40-2 85mm f1.5 สองเลนส์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพ Portrait สายพันธุ์รัสเซีย ที่นำเอาต้นแบบเลนส์ในยุคฟิล์มที่เคยโด่งดังตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา นำกลับมาผิตใหม่เอาใจตนรักเลนส์มือหมุน ซึ่งต้องบอกว่ากระแสเลนส์มือหมุนนั้นกลับมาได้รับความนิยมมากในยุคดิจิตอล เพราะด้วยเอกลักษณ์ของเลนส์เก่าๆที่ต่างออกไป เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่ากับเลนส์ทั้งสองตัวว่ามีความน่าใช้อย่างไรกับการถ่ายภาพ Portrait

สำหรับเลนส์ตัวแรกที่ขอนำมารีวิวนั่นคือ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 เลนส์ตัวนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้งานได้กับกล้อง DSLR ซึ่งมีให้เลือกทั้งเมาท์ Canon และ Nikon หรือใครจะเอามาต่ออแดปเตอร์เพื่อใช้งานกับกล้อง Mirrorless ก็ได้ สัมผัสแรกหลังที่ได้ลองจับเลนส์รุ่นนี้ก็คือ ให้ความรู้สึกหนักและแน่น วงแหวนโฟกัสมีความหนืดตามสไตล์เลนส์มือหมุนยุคฟิล์ม ที่ตัวเลนส์มี Depth of field scale ใช้สำหรับคำนวณค่าระยะชัดลึก รวมถึงตัวเลขบอกระยะโฟกัสและวงแหวนควบคุมรูรับแสง

สเปคตัวเลนส์มีหน้ำหนัก 520 กรัม ทางยาวโฟกัส 85mm รูรับแสงกว้างสุด F/1.4 และแคบสุด F/22 ชิ้นเลนส์ทั้งหมด 7 ชิ้น 6 กลุ่ม ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 0.85 เมตร หน้าเลนส์ขนาด 72mm ส่วนสนนราคาเมืองไทยอยู่ที่ 13,590 บาท ถือว่าเป็นเลนส์มือหมุนที่มีราคาไม่แพงนัก แต่ได้รูรับแสงกว้างถึง F/1.4 แน่นอนว่าเป็นเลนส์ยุคผิล์มก็ต้องใช้งานได้กับกล้อง Full Frame

ตัวบอดี้เลนส์นั้นเป็นโลหะ จับถือดูแล้วแน่นๆเลย คือถ้าคุณเคยจับพวกเลนส์มือหมุนจากรัสเซียมาก่อน ตัวนี้ก็ให้ฟีลลิ่งการจับถือแบบเดียวกัน และด้วยทางยาวโฟกัส 85mm จึงเหมาะกับการใช้งานถ่ายภาพประเภท Portrait วงแหวนโฟกัสที่หนืดกำลังดี ทำให้ใช้หมุนโฟกัสได้ง่าย แต่ต้องบอกก่อนว่าตัวเลนส์นั้นเป็นระบบกลไกล้วนๆ ไม่มีขั้วสัมผัสไฟฟ้า จึงทำให้เลนส์ไม่สามารถสื่อสารข้อมูลกับตัวกล้องได้ พอต่อเข้ากับกล้องดิจิตอลในปัจจุบันแล้วจะไม่สามารถอ่านค่าระยะเลนส์หรือค่ารูรับแสงได้ นี่มันให้อารมณ์ย้อนยุคเหมือนกลับไปใช้กล้องฟิล์มเก่าๆที่ไม่มีระบบไฟฟ้ายังไงยังงั้น

น้าป๋วยเองจับเอาเลนส์ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 มาลองต่อผ่านอแดปเตอร์เข้ากับตัวกล้อง Sony A7RIII ที่มีความละเอียดของภาพถึง 42 ล้านพิกเซล เพื่อดูว่าเลนส์ตัวนี้จะทำงานได้ดีแค่ไหนกับกล้องรุ่นใหม่ๆที่มีความละเอียดสูง ซึ่งเดี๋ยวเราไปดูภาพตัวอย่างกัน แต่ขอบอกเล่าการใช้งานนิดนึงก่อนละกันว่า เนื่องจากมันเป็นเลนส์มือหมุน การโฟกัสต้องใช้ความชำนาญนิดนึงเพื่อโฟกัสภาพ หรือไม่ก็ต้องเปิดโหมดช่วยโฟกัสภาพ ใน Sony A7RIII จะมีระบบซูมภาพช่วยโฟกัส ส่วนระบบวัดแสงจากตัวกล้องทำได้แม่นยำ ไม่มีปัญหา

สไตล์ภาพของเลนส์ตัวนี้ หากเปิดรูรับแสงกว้างสุดที่ F/1.4 จะมีความฟุ้งของภาพเกิดขึ้น (แต่ไม่ถือว่าฟุ้งมากนัก) เป็นเอกลักณ์เฉพาะของเลนส์ที่ใช้ออพติคแบบเดียวกันกับในยุคกล้องฟิล์มยังไงยังงั้น เพราะเลนส์สมัยใหม่จะเน้นประสิทธิภาพว่าจะต้องคม คุมฟุ้ง คุมแฟลร์ได้ แต่ไม่ใช่กับเลนส์ที่ใช้ออพติคแบบเก่าในเลนส์ตัวนี้ ดังนั้นใครที่ชอบโทนภาพที่นุ่มนวลเวลาถ่ายภาพ Portrait ก็น่าจะชอบสไตล์ภาพทีได้จากเลนส์ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 ตัวนี้

และด้วยความฟุ้งที่ F กว้างนั้น มีข้อดีคือทำให้ได้ผิวของนางแบบที่ดูนุ่มนวลขึ้น เหมาะกับเป็นเลนส์ถ่ายสาวจริงๆ จะยากอยู่หน่อยตอนที่ต้องเพ่งโฟกัสเนื่องจากเป็นเลนส์มือหมุน แต่ผลลัพธ์ที่ได้มาถือว่าน่าพอใจเพราะเลนส์ตัวนี้ให้โทนสวย ละลายฉากหลังง่าย

หากหรี่รูรับแสงลงมาหน่อยสักประมาณ F/4 แล้ว ภาพที่ได้จะคมชัดขึ้น ความฟุ้งของภาพจะดีขึ้น และไม่น่าเชื่อว่าเลนส์ตัวนี้จะให้ภาพที่คมชัดมาก คือขุดรายละเอียดออกมาเหมือนกันแม้ใช้งานที่ความละเอียด 42 ล้านพิกเซล คือถ้ากล้องความละเอียดสูงจะฟ้องเรื่องคุณภาพของเลนส์ออกมาได้ง่ายๆ แต่เลนส์ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 ตัวนี้ทำได้ดีมากเมื่อหรี่รูรับแสงลงมา

ส่วนเรื่องย้อนแสงนั้น ลองทดสอบดูปรากฏว่ามีแฟลร์บ้างเล็กน้อยตามสไตล์เลนส์เก่า แถมแฟลร์ออกฟุ้งๆตามไปด้วยเมื่อใช้รูรับแสงกว้าง ถามว่าคุมแฟลร์ดีไหมต้องบอกว่าใช้ได้พอสมควรเลย นับว่าเป็นเลนส์ที่ให้คุณภาพออพติคอยู่ในเกณฑ์ดี แถมต้องบอกว่าดูๆแล้วคุมขอบม่วงได้พอประมาณแม้ใช้งานในช่วงรูรับแสงกว้าง ในขณะที่โบเก้ที่ได้ก็ตามที่เห็นในภาพเลย เป็นวงๆออกแนวแปดเหลี่ยม

จุดที่เลนส์ตัวนี้น่าใช้งานก็เพราะสไตล์ของเลนส์ที่ถูกออกแบบมาให้เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait ทั่วไป โดยเฉพาะเรื่องของความฟุ้งแบบนิดๆพอให้ผิวนางแบบดูสวย ไม่ต้องมานั่งตกแต่งภายหลัง และคุณภาพออพติคที่อยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน เพราะให้ความคมชัดที่ดีเมื่อใช้งานกับกล้องทีทมีความละเอียดสูงอย่าง Sony A7RIII แนะนำว่าเลนส์ตัวนี้ถ้าซื้อมาถ่ายสาวแล้วไม่ผิดหวัง

จบไปตัวนึงแล้ว และเลนส์อีกตัวที่น้าป๋วยขอเอามารีวิวพร้อมกัน เป็นเลนส์ค่ายเดียวกัน เหมือนกันตรงทางยาวโฟกัส แตกต่างในส่วนของรูรับแสงที่เป็น F/1.5 อีกทั้งรูปร่างหน้าตาที่ไม่เหมือนกันอย่างมาก โดยเลนส์ Zenit MC Helios 40-2 85mm f1.5 ตัวนี้ ก็เป็นเลนส์ที่นำเอามาผลิตใหม่โดยใช้ออพติคเดิมที่เคยผลิตมาก่อนหน้านี้ในตระกูล Helios ที่มีมาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง

ตัวเลนส์ Zenit MC Helios 40-2 85mm f1.5 ตัวนี้เมื่อเทียบกับ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 ต่างกันมากโดยเฉพาะรูปร่างและน้ำหนัก เพราะมันหนักถึง 950 กรัม แม้ว่าทางยาวโฟกัสจะ 85mm เท่ากัน รูรับแสงเริ่มต้นที่ F/1.5 แคบสุดที่ F22 ระยะโฟกัสใกล้สุดที่ 0.8 เมตร มีเลนส์ 6 ชิ้น 4 กลุ่ม ขนาดฟิลเตอร์ 67mm ใช้งานได้กับกล้อง Full Frame มีเมาท์ให้เลือกคือ Canon และ Nikon สนนราคา 16,990 บาท ซึ่งด้วยน้ำหนักของเลนส์ที่หนักเกือบๆหนึ่งกิโลกรัม ทำให้ได้ฉายาว่าเป็นเลนส์ยักษ์ดำ

ส่วนอื่นๆบนตัวเลนส์ก็มี Depth of field scale ใช้สำหรับคำนวณค่าระยะชัดลึก รวมถึงตัวเลขบอกระยะโฟกัสและวงแหวนควบคุมรูรับแสงเช่นกัน แต่วงแหวนควบคุมรูรับแสงจะอยู่ด้านหน้าเลนส์ เวลาปรับรูรับแสงต้องบิดวงแหวนค่ารูรับแสงไปที่ค่าที่ต้องการ แล้วหมุนวงแหวนอีกวงเพื่อหรี่รูรับแสง หรือไม่ก็ปรับไปที่ F/22 แล้วหมุนกะเอาเอง

จับเอามาใส่อแดปเตอร์เข้ากับกล้อง Sony A7RIII เหมือนเดิม พบว่าใหญ่และหนักกว่าตัวก่อนหน้านี้มาก ถ้าถามเรื่องความถนัดในการใช้งานแล้วต้องบอกว่าตัวนี้ใช้งานไม่ค่อยถนัดเท่าไรนัก เพราะวงแหวนปรับรูรับแสงไปอยู่ด้านหน้าสุด แถมปรับค่าได้ไม่สะดวก แต่สิ่งที่แลกมาก็คือสไตล์ของภาพที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับตัวก่อนหน้านี้นั่นเอง

ที่บอกว่าแตกต่างอย่างสิ้นเชิงนั่นก็คือเลนส์ Zenit MC Helios 40-2 85mm f1.5 ให้โบเก้แบบหมุนวน ซึ่งลักษณะของโบเก้แบบนี้คือแปลกตาต่างจากเลนส์ในยุคปัจจุบัน ใครที่ชอบภาพที่แปลกตาแบบนี้ก็ต้องหามาใช้แล้วล่ะ นี่แหละเอกลักษณ์ที่เลนส์ตัวนี้ทำได้ เห็นภาพแล้วกลายเป็นว่าชอบมากจริงๆ

ส่วนเรื่องความฟุ้งต้องบอกว่าเลนส์ตัวนี้ฟุ้งได้โหดมาก ฟุ้งชนิดที่ว่าบางครั้งหาโฟกัสได้ยากมาก ถ้าจะให้หายฟุ้งต้องหรี่รูรบแสงลงไปตั้งแต่ F/4 คือถ้าเทียบกันกับเลนส์ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 ที่ว่ามีความฟุ้งแล้ว ตัวนี้ฟุ้งกระจายกว่ากันเยอะเลย แต่อย่างที่บอกไปแล้วคือเรื่องของโบเก้หมุนวนนี่แหละที่คือความแตกต่างที่เห็นได้ชัด

ยิ่งจับมาถ่ายย้อนแสงแล้ว ทีนี้ต้องบอกเลยว่าแฟลร์มาเต็ม มาชนิดที่ว่าไม่ต้องใส่ฟิลเตอร์อะไรเพิ่มเลย ซึ่งไม่ใช่ว่าแฟลร์จะเป็นข้อเสียนะ เพราะถ้าหากเล่นกับแสงแฟลร์ได้ดีๆก็มีโอกาสได้ภาพสวยๆเหมือนกัน หรือใครจะเอาไปใช้ถ่ายวีดีโอแล้วเล่นแสงแฟลร์งามๆนี่ต้องบอกเลยล่ะว่าเลนส์ตัวนี้ทำได้ดีทีเดียว ส่วนโบเก้ก็จะออกมาเป็นลูกรักบี้หรือตาแมว วงจะออกรีๆหน่อย

การใช้งานจริงกับเลนส์ตัวนี้ ต้องบอกว่ามันเป็นเลนส์ที่ให้ภาพแตกต่างจากเลนส์ในยุคนี้อย่างมาก ยิ่งถ้านำมาใช้ถ่าย Portrait แล้ว ถือว่าเป็นเลนส์ที่ให้คาแรคเตอร์ได้โดดเด่นแตกต่างมากๆเลยทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องของโบเก้หมุนวนที่แปลกตา เหมาะกับผู้ที่มองหาเลนส์ที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน ไม่ได้เน้นเรื่องประสิทธิภาพความคมชัดแบบชัดยันขอบอะไรแบบนั้น เพราะด้วยดีไซน์ออพติคแบบเลนส์ยุคเก่าทำให้ได้ภาพที่มีสไตล์ความเป็นฟิล์มได้มากๆ

ส่วนจุดที่ชอบอีกอย่างก็คือบอดี้ที่ถึกทน เป็นโลหะทั้งชิ้น แต่แน่นอนว่าก็ต้องแลกมาด้วยน้ำหนักตัวอยู่เหมือนกัน ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะชอบภาพสไตล์ไหน เพราะเลนส์ทั้งสองตัวที่น้าป๋วยถอยมาลองในครั้งนี้ ต่างก็มีความแตกต่างของมันเอง ถ้าเอาแบบคมหน่อย มีฟุ้งบ้าง คุมแฟลร์ได้แนะนำตัวแรก แต่ถ้าจะเลือกแบบโบเก้หมุนวน แฟลร์และความฟุ้งมาเต็มชนิดที่ว่าได้ภาพแปลกตาไปเลยแนะนำตัวที่สองดีกว่า

ก่อนจากกัน เลยขอเอาภาพจากเลนส์ทั้งสองตัวมาเปรียบเทียบกันสักหน่อย โดยภาพแรกเป็นภาพจากเลนส์ Zenit MC Zenitar 85mm f1.4 จะเห็นว่ามีความคมชัดที่ดีกว่า ส่วนภาพล่างเป็นภาพจาก Zenit MC Helios 40-2 85mm f1.5 ซึ่งมีความหมุนวนของโบเก้ที่เห็นได้ชัด เอาเป็นว่าใครที่มองหาเลนส์มือหมุนสำหรับถ่าย Portrait สักตัว ลองดูรีวิวนี้แล้วน่าจะตัดสินใจได้ง่ายขึ้นแน่ๆ หรือจะดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับเลนส์ทั้สองตัวนี้ ก็ลองเข้าไปที่ Zenit Camera Lens หรือ Mark Marcross ได้เลย