Review: Honor 7C มือถือกล้องคู่สุดคุ้มค่า สแกนหน้าได้ ในราคาไม่ถึง 5,000 บาท!

ป๋าเอก | 25 เม.ย. 2561 14:50:59 (อัพเดต 30 เม.ย. 2561 11:34:08)

37819

VIEWS ป๋าเอก

:: Review: Honor 7C มือถือกล้องคู่สุดคุ้มค่า สแกนหน้าได้ ในราคาไม่ถึง 5,000 บาท! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับ “ป๋าเอก” กันอีกครั้งกับบทความรีวิวสมาร์ตโฟนรุ่นน่าสนใจจากทางเว็บกันอีกเช่นเคย โดยในวันนี้เป็นคิวของแบรนด์หน้าใหม่ที่หลายคนคงจะคุ้นชื่อกันเป็นอย่างดีกับ Honor ซึ่งเป็นซับแบรนด์ของทาง Huawei Group นั่นเอง โดยล่าสุดทางด้านของ Honor ได้เปิดตัวสมาร์ตโฟนรุ่นใหม่อย่าง Honor 7C ที่จะชูจุดขายด้วยความเป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับกล้องหลังคู่และระบบสแกนใบหน้าในราคาที่ทุกคนเอื้อมถึงได้ คือไม่ถึง 5,000 บาทเท่านั้น!

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นแล้วสำหรับคนที่ยังไม่คุ้นกับแบรนด์ของ Honor ผมก็จะขอเล่าคร่าวๆก็แล้วกันครับว่าพวกเขานั้นเป็นแบรนด์ย่อยของทาง Huawei นั่นเอง เพียงแต่ทิศทางการทำตลาดนั้นก็จะแยกจากกันอย่างชัดเจน โดย Honor จะเน้นหนักไปที่ความเป็น e-brand ที่จะเน้นการลุยตลาดออนไลน์เป็นหลัก (แต่ในอนาคตก็จะมีขายตามหน้าร้านด้วยนะ) และจะเจาะกลุ่มลูกค้าหลักไปที่เหล่าวัยรุ่นรวมไปจนถึงผู้ใหญ่ที่ยังมีหัวใจเป็นเด็กสไตล์ young at heart ทั้งหลาย ให้สมกับคอนเซปต์ของทาง Honor ที่ว่า "For the Brave" นั่นเอง

ว่าแล้วก็ไปติดตามชมรีวิวของ Honor 7C กันเลยดีกว่าครับว่าจะน่าสนใจสมกับความต้องการของทาง Honor ที่อยากนำเสนอสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมคุณภาพคุ้มค่า, นวัตกรรมที่น่าสนใจ รวมไปจนถึงบริการหลังการขายที่ต้องครบถ้วนทุกความต้องการของลูกค้ากันมากน้อยขนาดไหน!

็็Honor 7C: Design

ในส่วนการดีไซน์ของ Honor 7C นั้นต้องบอกว่าหยิบจับค่อนข้างกระชับมือทีเดียวด้วยการออกแบบเครื่องให้โค้งมนทุกๆมุม แถมยังใช้งานกระจกโค้งแบบ 2.5D ด้วย มองเผินๆก็จะดูคลีนๆอยู่เหมือนกันด้วยหน้าจอขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงกลางคั่นด้วยแถบด้านบน-ด้านล่างพร้อมตาโลโก้ Honor อันเป็นเอกลักษณ์

สำหรับหน้าจอของ Honor 7C นั้นถือว่าเป็นจุดขาทยเลยด้วยความที่เป็นสมาร์ตโฟนที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.99 นิ้ว ที่จะออกด้านยาวด้วยอัตราส่วน 18:9 ตามสมัยนิยม พร้อมความละเอียด 1440 x 720 พิกเซล เรียกได้ว่าถ้าคุณอยากได้สมาร์ตโฟนจอใหญ่ๆแบบนี้ในราคาไม่ถึง 5,000 บาท Honor 7C ก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกสำหรับคนชอบเสพย์ความบันเทิงแบบเต็มตาเต็มอารมณ์ครับ

ด้านบนหน้าจอของ Honor 7C นั้นจะมีไฟ LED แจ้งเตือน, กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล, ช่องลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์วัดระยะและปรับความสว่างหน้าจออัตโนมัติครับ

ส่วนด้านข้างของ Honor 7C ก็ค่อนข้างเรียบๆครับ มีเพียงแค่ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power เท่านั้นเอง

ในส่วนของด้านซ้ายก็จะมีช่องสำหรับใส่ซิมการ์ดและ microSD ซึ่งของ Honor 7C นั้นจะดีอยู่อย่างตรงที่ว่าทางด้านของ Honor ให้มาอย่างจุใจกับช่องใส่ซิมการ์ดแบบนาโน 2 สลอต + ช่องใส่ microSD อีกหนึ่งสลอต (เพิ่มได้สูงสุด 256GB) แยกออกจากกันอย่างชัดเจน ทำให้เราสามารถใส่ทั้งสามสิ่งที่เราต้องการลงไปพร้อมกันๆได้โดยไม่ต้องเลือกช่องแบบในมือถือที่รองรับระบบไฮบริดซิมนั่นเอง

สำหรับคนที่ยังรักการฟังเพลงด้วยหูฟังแบบมาตรฐานก็ขอแสดงความยินดีด้วยเพราะ Honor 7C ยังมาพร้อมกับช่องหูฟังขนาด 3.5 มม. เหมือนเดิม ส่วนพอร์ตสำหรับการเชื่อมต่อและชาร์จแบตเตอรี่นั้นจะยังคงเป็น micro USB อยู่เลยนะ ในขณะที่ตะแกรงลำโพงและช่องไมโครโฟนสำหรับการสนทนาก็จะอยู่ใกล้ๆกันนั่นละครับ

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังของ Honor 7C ก็จะเห็นกันชัดๆไปเลยกับตัวเครื่องสีดำที่เราได้มารีวิวกันในวันนี้ โดยทาง Honor เขาจะชูจุดขายในเรื่องของวัสดุในการผลิตที่จะเป็นโลหะที่ให้ความรู้สึกดูดีมีชาติสกุลได้ในมือถือราคาไม่แพงมาก แถมยังมีเซนเซอร์สแกนนิ้วมืออยู่ตรงกลางเพื่อความสะดวกในการใช้งานอีกด้วย ส่วนรูจิ๋วๆนั่นคือช่องไมโครโฟนสำหรับตัดเสียงรบกวนนั่นละครับ

ในส่วนของกล้องหลัง Honor 7C จะวางตำแหน่งแบบแนวนอนเรียงกันไปกับกล้องหลังคู่ความละเอียด 13+2 ล้านพิกเซล และแฟลช LED 

ก็เรียกได้ว่าดีไซน์รวมๆของ Honor 7C อาจจะดูไม่หวือหวามากนัก ออกไปในทางเรียบๆเสียมากกว่า แต่ยังได้ในเรื่องของวัสดุที่ดูมีราคาและความหยิบจับใช้งานได้สะดวก แม้หน้าจอจะใหญ่ถึง 5.99 นิ้วแต่ตัวเครื่องจริงๆผมว่าไซส์ก็พอๆกับมือถือขนาด 5.5 นิ้วซึ่งเป็นมาตรฐานทั่วไปของยุคนี้นั่นแหละ

ทั้งนี้สำหรับ Honor 7C เวอร์ชั่นที่จะออกวางจำหน่ายจริงนั้นก็จะมีด้วยกันทั้งหมด 3 สีคือสีน้ำเงิน, สีดำ และสีทองครับ มีภาพจากงานเปิดตัวมาให้ชมกันนิดหน่อยฮะ

Honor 7C: Spec

ว่าแล้วก็ขอหยิบสเปกคร่าวๆของ Honor 7C ก่อนจะไปเทสต์มาให้ติดตามชมกันสักหน่อยครับ...

  • หน้าจอ 5.99 นิ้ว อัตราส่วน 18:9 ความละเอียด 1440 x 720 พิกเซล (268 ppi)
  • ขนาด 158.3 x 76.7 x 7.8 มม. น้ำหนัก 164 กรัม
  • ระบบปฏิบัติการ EMUI 8.0
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 450 Octa Core CPU
  • 3GB RAM
  • ความจุ 32GB (เพิ่ม microSD ได้สูงสุด 256GB)
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล
  • กล้่องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิมแบบนาโน (ถาดซิมแบบ 3 Slot) รองรับ Dual Standby
  • มีให้เลือก 3 สีคือสีน้ำเงิน, สีดำ และสีทอง

Honor 7C: Hardware

ในส่วนของการทดสอบเบนช์มาร์คมาตรฐานโดย AnTuTu นั้น ทางภด้านของ Honor 7C สามารถทำไปได้ทั้งสิ้น 69,080 คะแนน ซึ่งก็ถือว่าทำออกมาได้กลางๆสำหรับสมาร์ตโฟนรุ่นราคาประหยัดแบบนี้ครับ การใช้งานในชีวิตประจำวันทั่วไปอาจจะไม่มีปัญหามากนักแต่กับการเล่นเกมส์ที่ต้องการกราฟฟิคสูงๆอย่างเช่น RoV หรือ PUBG Mobile นั้นยังสามารถเล่นได้อยู่ครับแต่อาจจะมีช่วงที่เฟรมเรตตกอยู่บ้างหากในฉากมีตัวละครหรือวัตถุเยอะๆตามสไตล์ละนะ

ส่วนเรื่องของหน้าจออัตราส่วน 18:9 ของ Honor 7C นั้น ถ้าเป็นสมาร์ตโฟนรุ่นท็อปๆราคาแพงๆก็อาจจะไม่แปลกแล้วละครับ เพราะต้องยอมรับว่าด้วยพื้นที่หน้าจอที่มากกว่าก็เปิดโอกาสให้เราทำอะไรได้มากกว่าเดิม การรับชมวิดีโอบน YouTube หรือแม้กระทั่งการเล่นเกมส์มันก็จะรู้สึก "อิน" ยิ่งขึ้นกว่าเดิมเพราะพื้นที่หน้าจอที่เพิ่มขึ้นมานี่แหละ แล้วยิ่งเป็น Honor 7C ที่มีราคาไม่ถึง 5,000 บาทแบบนี้แล้วก็ยิ่งน่าสนใจมากขึ้นกว่าเดิมเลยแหละ เพราะตอนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงมือถือจอใหญ่อัตราใหม่นี้กันได้แล้วละ!

็็Honor 7C: Software

ที่น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีหน่อยสำหรับ Honor 7C ก็คึือตัวเครื่องนั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการเวอร์ชั่นค่อนข้างใหม่ทีเดียวคือ Android 8.0 Oreo ซึ่งจะถูกครอบทับตามสไตล์ด้วย EMUI 8.0 ซึ่งถ้าใครใช้สมาร์ตโฟนรุ่นใหม่ๆของแบรนด์เพื่อนบ้านอย่าง Huawei มาแล้วก็ไม่ต้องปรับตัวอะไรมาเลยครับ หยิบจับใช้งานได้ไม่งงกันแน่นอน

โดยเจ้า EMUI 8.0 นั้นก็จะมาพร้อมกับอินเตอร์เฟซพิมพ์นิยมของมือถือจากแดนมังกร นั่นก็คือจะไม่มี App Drawer ไว้ใช้งานเป็นค่าตั้งต้น แต่จะเรียงไอคอนแอพต่างๆต่อกันเป็นหน้าไปเรื่อยๆคล้ายๆกับฝั่งไอโฟนนั่นแหละ แต่ตรงนี้เราสามารถเข้าไปปรับแต่งหน้า Home Screen ของเราให้มี App Drawer กันได้จากใน Settings เลยครับ

แต่สำหรับคนที่ชอบตบแต่งไปเสียทุกอย่าง แน่นอนครับว่า Honor 7C เองก็มาพร้อมกับแอพ Themes สำหรับการเปลี่ยนธีมภายในเครื่องด้วย โดยจะมีธีมฟรีให้ดาวน์โหลดมาใช้งานกันอยู่พอสมควรเลยทีเดียว นอกจากนี้เราสามารถทำการ mix-and-match ได้ด้วยการแต่งธีมแบบแยกส่วนกันได้อย่างอิสระ จะเอาไอคอนของธีมนั้นมาผสมกับหน้าจอล็อคของอีกธีมปิดท้ายด้วยวอลล์เปเปอร์จากอีกธีมก็ทำได้ไม่ยากเลยแหละ

และด้วยความที่ตัวเครื่อง Honor 7C เองก็มาพร้อมกับหน้าจอขนาดใหญ่ถึง 5.99 นิ้ว ก็ไม่แปลกเลยที่ทางด้านของ Honor จะออกแบบโปรแกรมที่มากับเครื่องหลายๆตัวให้สามารถใช้งานพื้นที่บนหน้าจอได้อย่างเต็มประสิทธิภาพที่สุด โดยบางแอพอย่างเช่น Notepad เมื่อใช้งานในแนวนอนก็จะแบ่งเป็นสองส่วนทั้งไฟล์ที่เปิดอยู่และพรีวิวข้อความภายใน หรืออย่าง Calendar เองการแสดงผลปฏิทินในแนวตั้งและแนวนอนก็จะแตกต่างกันออกไปเป็นต้น

ปิดท้ายกันที่ Phone Manager ซึ่งจะเป็นแอพจัดการสารพัดอย่างบนตัวเครื่องที่ติดมากับ Honor 7C ด้วย โดยเราสามารถเข้าไปจัดการลบไฟล์ที่เราไม่ต้องการ, จัดการควบคุมการใช้งานดาต้า, บล็อคข้อความหรือเบอร์ที่ไม่พึงประสงค์, จัดการแบตเตอรี่ภายในเครื่อง, บล็อคการแจ้งเตือนแบบป็อปอัพต่างๆ รวมไปจนถึงตรวจสอบไฟล์ที่อาจเป็นไวรัสหรือมัลแวร์ได้อีกด้วย เรียกว่าจบในแอพเดียวเลยจริงๆ

็Honor 7C: Special Features

 

เห๋็นว่าเป็นสมาร์ตโฟนราคาเบาๆอย่างนี้ก็ไม่ใช่ว่า Honor 7C จะไม่มีลูกเล่นสนุกๆให้ได้ลิ้มลองกันเลยเสียทีเดียว เรามาเริ่มต้นกันที่ระบบ Face Unlock หรือการปลดล็อคเครื่องด้วยใบหน้ากันเลยดีกว่า เพราะอย่างที่เห็นกันว่านอกเหนือจากการใช้ระบบสแกนลายนิ้วมือผ่านเซนเซอร์ด้านหลังตัวเครื่องแล้ว ผู้ใช้งาน Honor 7C ยังสามารถใช้ใบหน้าของตัวเองปลดล็อคเครื่องเพื่อความสะดวกมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมได้อีกด้วย (เข้าไปที่ Settings > Security & Privacy > Face Unlock)

เมื่อจัดการให้ระบบจดจำใบหน้าของเราแล้วก็สามารถตั้งค่าต่อได้เลยครับว่าอยากได้แบบแค่เปิดหน้าจอแล้วระบบจะสแกนใบหน้าเพื่อปลดล็อคทันที (Direct unlock) หรืออยากให้เราต้องลากที่หน้าจออีกทีเพื่อปลดล็อค (Slide to unlock) ซึ่งผมชอบอย่างแรกมากกว่าเพราะสะดวกดีครับ ส่วนความเร็วจากที่ลองเทสต์ๆมาก็ถือว่ายังสวิงๆอยู่นะครับ บางทีก็เร็วบางทีก็แอบช้าไปนิด

ต่อกันที่หน้าจอของ Honor 7C นี่แหละ ไหนๆก็จะใหญ่ได้ใจขนาดนี้แล้วมันก็ต้องมีอะไรให้เล่นกันสักหน่อย โดยในปัจจุบันนั้นก็มีแอพหลายๆตัวที่ได้รับการอัปเดตให้สามารถแสดงผลได้เต็มหน้าจออัตราส่วน 18:9 กันค่อนข้างเยอะแล้ว แต่สำหรับแอพที่ยังไม่รองรับอัตราส่วนนี้ก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะ Honor 7C มีระบบ Full Screen Display ที่จะบังคับให้แอพสามารถแสดงผลได้เต็มหน้าจอได้เหมือนกันนะ เพราะเวลาใช้งานแอพที่มันใช้พื้นที่หน้าจอครบทุกอณูพิกเซลนี่มันเต็มตาจริงๆครับ (เข้าไปที่ Settings > Display > Full Screen Display)

ส่วนคุณสมบัติน่าสนใจอื่นๆที่เป็นผลจากการที่ Honor 7C มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 8.0 Oreo นั้นก็ยังมีอีกพอสมควรเลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการแบ่งพื้นที่หน้าจอออกเป็นสองส่วนเพื่อเปิดใช้งานสองแอพพร้อมๆกัน ซึ่งก็ค่อนข้างลงตัวทีเดียวด้วยการที่ตัวเครื่องนั้นให้พื้นที่หน้าจอมาค่อนข้างเยอะ โดยเราสามารถกดค้างได้ที่ปุ่ม Overview (หรือปุ่มสี่เหลี่ยมด้านล่างหน้าจอ) จากนั้นก็เลือกแอพที่ต้องการใช้งานได้เลย นอกจากนี้เรายังสามารถปรับขนาดพื้นที่ระหว่างสองแอพที่เปิดพร้อมกันได้อีกด้วย

เรื่องของโหมดถนอมสายตาก็น่าสนใจครับเพราะยุคนี้คนใช้มือถือกันเยอะก็อาจจะต้องพักผ่อนสายตากันบ้างในยามค่ำคืน โดยเราสามารถเข้าไปที่ Settings > Display > Eye Comfort เพื่อเปิดโหมดหน้าจอถนอมสายตาที่จะช่วยกรองแสงสีฟ้าเวลาใช้งานให้กับเราได้ นอกจากนี้ยังสามารถตั้งค่าได้ด้วยว่าอยากจะให้โหมดนี้เปิดใช้งานแบบอัตโนมัติตั้งแต่เวลากี่โมงเป็นต้นไปได้อีกด้วย

ขณะเดียวกันการใช้งานแบบควบคุมด้วยท่าทางเองก็พอจะมีอยู่บ้างครับใน Honor 7C โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Smart Assistance > Motion Control ไม่ว่าจะเป็นการลากสามนิ้วบนหน้าจอเพื่อบันทึกหน้าจอให้ทันที หรือจะเป็นเรื่องยอดนิยมอย่างการเคาะที่หน้าจอสองทีเพื่อปลดล็อคก็ทำได้ครับ

็Honor 7C: Camera

กล้องหลังของ Honor 7C นั้นเป็นกล้องคู่ที่มาพร้อมเซนเซอร์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล และเซนเซอร์รองสำหรับวัดระยะวัตถุที่ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล โดยตัวกล้องหลังนั้นรองรับระบบโฟกัสอัตโนมัติแบบ PDAF ที่สามารถจับโฟกัสได้ภายใน 0.3 วินาทีด้วย

และแน่นอนครับว่าเมื่อ Honor 7C มาพร้อมกล้องคู่แบบนี้ก็จะต้องมาพร้อมกับโหมดถ่ายภาพแบบหน้าชัดหลังเบลอหรือ Wide Aperture ให้ได้เลือกใช้งานกันด้วย โดยเมื่อเลือกที่ไอคอนรูปรูรับแสงขณะที่ใช้งานกล้องหลังแล้วเราก็สามารถที่จะเลือกปรับระดับความเบลอได้ตั้งแต่มากที่สุดไปจนถึงน้อยที่สุดคือ 1-8 ได้อีกด้วย ที่สำคัญก็คือรูปที่ถ่ายด้วยโหมดนี้สามารถมาปรับแก้จุดโฟกัสทีหลังได้อีกต่างหาก!

ส่วนโหมดการถ่ายภาพอื่นๆนั้นก็ยังพอมีลูกเล่นให้ใช้งานกันอยู่บ้างเช่นโหมดการถ่ายภาพแบบ HDR, Panorama หรือการถ่ายภาพใส่ลายน้ำเป็นต้น

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Honor 7C

ส่วนกล้องหน้าของ Honor 7C เองก็เอาใจคุณสาวๆที่ชอบการเซลฟี่ด้วยความละเอียดที่มากถึง 8 ล้านพิกเซล เท่านั้นยังไม่พอยังมีโหมด Beauty ที่คุณสามารถเลือกปรับระดับความสวยได้ตามใจตั้งแต่ระดับ 0-10 อีกต่างหาก

และถ้าแค่นั้นยังไม่ถูกใจสำหรับแฟนเซลฟี่แล้ว Honor 7C ยังมาพร้อมไฟแฟลชสำหรับกล้องหน้าหรือที่เรียกกันว่า Soft Flash ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายภาพด้วยกล้องหน้านั้น ใบหน้าของเรายังคงดูสวยงามสมจริงได้และไม่ดูมืดจนเกินไป ทั้งนี้สำหรับไฟแฟลชกล้องหน้าที่ว่านี้ก็สามารถปรับระดับความเข้มของแสงไฟได้อีกด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า Honor 7C

 

็Honor 7C: Battery

Honor 7C ให้แบตเตอรี่อยู่ที่ 3,000 mAh ก็ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งานทั่วไปในระดับวันต่อวัน ถึงแม้จะมีหน้าจอขนาดใหญ่แต่ความละเอียดไม่มากนักก็จะช่วยผ่อนตรงนี้ไปได้เยอะ แต่ถ้าเป็นลักษณะของการเล่นเกมส์อย่างต่อเนื่องก็อาจจะทำให้แบตเตอรี่หมดไวกว่าที่คิดได้ แต่ถ้าใครอยากให้แบตเตอรี่อยู่ได้นานกว่าเดิมแนะนำให้ใช้โหมด Power Saving Mode ก็จะช่วยให้สามารถใช้งานตัวเครื่องได้ยาวนานขึ้นกว่าเดิมต่อการชาร์จแบตเตอรี่หนึ่งรอบครับ

Honor 7C: Value

น่าจะเป็นหัวข้อสำคัญที่ทำให้ใครหลายคนสนใจ Honor 7C กันไม่มากก็น้อย เพราะความคุ้มค่านี่แหละคือหัวใจของมือถือรุ่นนี้ที่จะมาพร้อมกับคุณสมบัติยอดนิยมของสมาร์ตโฟนยุคนี้ไม่ว่าจะเป็นหน้าจอขนาดใหญ่ในอัตราส่วน 18:9 หรือฟีเจอร์สแกนใบหน้าที่ใครๆก็บอกว่าสะดวกดี

ทั้งหมดนี้แพ็ครวมกันมาในมือถือที่จะวางจำหน่ายกับ Lazada ในราคาพิเศษเพียง 4,690 บาท (จากราคาปกติตามช็อป 5,290 บาท) ซึ่งก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง เหมาะกับการซื้อให้กับญาติสนิทมิตรสหายได้ใช้งานแบบกระเป๋าตังค์ยังสบายดีอยู่ หรือจะซื้อใช้เองเป็นมือถือเครื่องสองก็ถือว่า Honor 7C เป็นชอยส์ที่น่าสนใจมากครับ

เอาเป็นว่าใครที่สนใจตก็เตรียมรอสั่งซื้อ Honor 7C ในราคาสุดเร้าใจแบบแฟลชเซลส์กันได้ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ของ Lazada ในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ถึง 16.00 น. เท่านั้นนะครับ!

Honor 7C: Conclusion

สำหรับ Honor 7C ก็เป็นอีกหนึ่งสมาร์ตโฟนรุ่นที่น่าสนใจทีเดียวสำหรับคนที่อยากจะใช้งานมือถือแอนดรอยด์ในราคาไม่แพงมาก แต่ก็ได้หน้าตาที่ดูดีไม่ขี้เหร่แถมสเปคที่ให้มาก็ยังถือว่าค่อนข้างคุ้มค่าดีทีเดียว แม้ว่าอาจจะมีความหน่วงหรือกระตุกอยู่บ้างสำหรับการเล่นเกมส์ที่ต้องการกราฟฟิคสูงๆแต่สำหรับการใช้งานทั่วไปก็ถือว่าค่อนข้างตอบโจทย์ได้ดีเลยทีเดียว

เรื่องของศูนย์บริการเองก็ไม่ต้องห่วงครับเพราะ Honor ก็ใช้ร่วมกับ Huawei เองนี่แหละ ก็น่าจะช่วยให้หลายคนสบายใจขึ้นอีกเยอะแล้ว ยิ่งมาพิจารณาร่วมกับราคาวางจำหน่ายที่ต่ำกว่า 5000 บาทแบบนี้ก็น่าจะทำให้ Honor 7C เป็นอีกหนึ่งชอยส์ห้ามพลาดสำหรับสมาร์ตโฟนในระดับ entry-level กันได้ไม่ยากเลยละครับ!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite