Article : เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Huawei P20 Pro กับ Galaxy S9+ ที่สุดของเรือธง ณ เวลานี้ สูสีแค่ไหนมาดูกัน !!

เฮียแม็พ | 8 เม.ย. 2561 11:54:31

38674

VIEWS เฮียแม็พ

Article : เปรียบเทียบภาพถ่ายจากกล้อง Huawei P20 Pro กับ Galaxy S9+
ที่สุดของเรือธง ณ เวลานี้ สูสีแค่ไหนมาดูกัน !!

เป็นกระแสสร้างความฮือฮาได้อย่างมากสำหรับ Huawei P20 Pro สมาร์ทโฟเรือธงรุ่นล่าสุดของ Huawei ที่มีดีในเรื่องกล้องแบบจริงจังสุดๆ ทั้งในเรื่องฮาร์ดแวร์ที่จัดใหญ่จัดเต็มมาด้วยกล้องหลัง 3 ตัว เรื่องซอฟต์แวร์ก็เด่นในเรื่อง AI คอยคำนวณผลภาพให้อีก เห็นแบบนี้แล้ว หลายคนคงอยากทราบว่าแล้วถ้ามาเจอกับคู่แข่งตัวฉกาจที่สุดบนท้องตลาดตอนนี้อย่าง Galaxy S9+ ล่ะ จะสูสีกันสักแค่ไหน ด้วยความที่ผมพก S9+ เป็นเครื่องหลักอยู่แล้ว เลยขอหยิบมาเทียบเรื่องกล้องให้ชมกันสักหน่อย เรามาดูกันดีกว่าว่า 2 เรือธงสุดร้อนแรงของต้นปีนี้ รุ่นไหนจะถ่ายภาพได้โดนใจเรากว่ากัน :D

เช็คสเปคกล้องกันก่อน !

ก่อนอื่นเรามาดูสเปคกล้องของทั้ง 2 รุ่นนี้กันก่อนเลย

Huawei P20 Pro

  • กล้องหลัง 3 ตัว 40 + 20 + 8 ล้านพิกเซล, f/1.8 + f/1.6 + f/2.4, PDAF, Laser Auto Focus, OIS, เลนส์มุมกว้าง 27 - 80 มม.
  • กล้องหน้า 24 ล้านพิกเซล f/2.0

Galaxy S9+

  • กล้องหลังคู่ 12 + 12 ล้านพิกเซล, f/1.5, f/2.4 + f/2.4, Dual-Pixel, Dual OIS, เลนส์มุมกว้าง 26 มม. + 52 มม.
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล f/1.7

จะเห็นว่าในเรื่องของตัวเลขทาง Huawei นั้นมากกว่าพอสมควรเลยทั้งในเรื่องของความละเอียดจากกล้องหลักที่สูงถึง 40 ล้านพิกเซล ในขณะที่ S9+ สูงสุดจะอยู่ที่ 12 ล้านพิกเซลเท่านั้น แต่ในส่วนของค่ารูรับแสงทาง S9+ จะได้เปรียบกว่าเพราะสามารถปรับได้กว้างสุดถึง f/1.5 กันเลยทีเดียว ในเรื่องของสเปคเอาไว้คร่าวๆแค่นี้ก่อน เรามาดูในเรื่องการทดสอบของเรากันเลยดีกว่าครับ

ในการทดสอบนี้ก็ยังคงเหมือนที่เราเคยทำมาคือเน้นการถ่ายแบบ Point and Shoot หรือหยิบขึ้นมากดถ่ายเลยแค่เล็งมุมกล้องให้ใกล้เคียงกันมากที่สุดเท่านั้น ไม่มีการปรับแต่งเพิ่มเติมแต่อยากใด และหัวข้อที่จะมาเปรียบเทียบก็จะมีหลักๆ  5 อย่างดังนี้

  • โทนสี
  • รายละเอียดความคมชัด
  • ภาพกลางคืน
  • ภาพ Portrait
  • เซลฟี่

เรามาดูกันดีกว่าว่าเมื่อเทียบกันช็อตต่อช็อตแบบนี้ผลจะออกมาเป็นอย่างไร

เปรียบเทียบโทนสี

เริ่มด้วยเรื่องโทนสีกันก่อนเลย ต้องบอกว่าทั้ง 2 รุ่นนั้นมีสไตล์ของตัวเองค่อนข้างชัดทีเดียว คือถ้าถ่ายเทียบแบบ Blindtest ก็คงเดาได้ไม่ยากเท่าไหร่ เลยเอาผลลัพธ์มาบอกกันเลยดีกว่าครับ

Huawei P20 Pro - ภาพที่ได้จาก P20 Pro จะออกโทนเย็นกว่าอย่างเห็นได้ชัด ในเรื่องของความสดต่างๆทำได้ดีครับเพราะมีระบบ AI ที่ช่วยในเรื่องของการคำนวณซีนต่างๆของภาพถ่ายนั้นๆ อย่างภาพอาหารเห็นได้ชัดว่าสีสันนั้นสดและดูน่ากินมากๆ, ภาพท้องฟ้าก็ออกฟ้าสดจริงๆ หรืออย่างภาพดอกไม้ต้นไม้ก็ได้ความเขียวขจีแบบสะใจ (จนบางทีก็สดเกินไปนะ) หรืออย่างเรื่องของ White Balance ค่อนข้างแม่นเพราะมีเซ็นเซอร์ Color Temperature เพิ่มเข้ามาด้วยบนรุ่นนี้ครับ

Galaxy S9+ - ทางฝั่งนี้จะเห็นว่าโทนสีออกอมเหลืองและสว่างกว่าพอควรเลยทีเดียว ตรงนี้ก็เป็นเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟน Samsung ที่เน้นมในเรื่องความสว่างมาแต่ไหนแต่ไร ในเรื่องของ White Balance ก็ทำได้ดีระดับหนึ่ง แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าแอบอมเหลืองอย่างเห็นได้ชัดกว่าเมื่อเทียบๆกับของ P20 Pro น่ะนะ

เทียบกับบนตรงนี้ก็แล้วแต่ความชอบล่ะนะครับว่าชอบสไตล์ไหนเนอะ

รายละเอียดความคมชัด

ในเรื่องของรายละเอียดพวกคมชัด พวกคอนทราสท์หรือ Dynamic Range ต้องบอกว่าก็ต่างกันไปอีกเช่นกันครับ

Huawei P20 Pro - ในเรื่องความคมชัดทำได้ดีมากๆครับ เพราะด้วยการประมวลผลของ AI ที่ช่วยดันในส่วนของรายละเอียดและ Shapen ให้ภาพที่ได้ออกมาคมชัด ส่วนคอนทราสท์ก็จัดชัดได้เลยตรงตามเอกลักษณ์ของ Leica อยู่แล้ว ระบบ HDR ก็ทำได้ดี (ได้ AI ช่วยอีกนั่นแหละ) จะเห็นว่าแสงที่แบบและฉากคมชัดและไม่มีส่วนไหนมืดสนิทจนเกินไป แต่ในบางภาพก็จะเห็นว่าการเร่งรายละเอียดของภาพนั้นดูมากเกินไปจนภาพดูหลอกตาไปหน่อย

Galaxy S9+ - ความคมชัดของ S9+ ก็ทำได้ดีเช่นกันครับ แต่รายละเอียดจะออกสว่างๆกว่าแบบที่ในหัวข้อที่แล้วบอกไว้ เลยทำให้ภาพที่ได้ดูฟุ้งไปเลยเมื่อเทียบกับภาพคอนทราสท์จัดๆแบบบน P20 Pro แต่ในบางภาพที่ควรจะซอฟต์จริงๆ S9+ ก็ทำได้ดีทีเดียวล่ะ ส่วนในเรื่อง Dynamic Range รุ่นนี้ยังคงทำได้น่าประทับใจเวลาถ่ายภาพย้อนแสง HDR แบบ Auto ก็ช่วยดึงประสิทธิภาพของกล้องให้ขึ้นมาได้อย่างน่าประทับใจ

ภาพกลางคืน

ตรงนี้ผมเน้นในการถ่ายในโหมด Auto เป็นหลักนะครับ เลยไม่ได้เอาการถ่าย Night Shot ของ P20 Pro มาเทียบกันตรงๆ ใช้ความง่ายของ Auto ที่หยิบขึ้นมาแล้วกดถ่ายได้เลย ผลที่ได้ก็คือ

Huawei P20 Pro - จัดการทุกอย่างได้อยู่หมัดด้วยโหมด Auto (With Master AI) ในภาพแสงน้อยก็เร่งภาพขึ้นมาได้สว่างสมใจ (เร่งแบบ HDR) สวยและสว่างในแบบกำลังดีและรายละเอียดในที่แสงสว่างไม่เท่ากันก็ยังดึงมาให้ใกล้เคียงกันได้ ส่วนในเรื่องแสงน้อยแบบที่สายตาเราแทบจะมองไม่เห็นการเร่ง ISO ขึ้นไปสูงถึง 51,200 (เครื่องที่ทดสอบยังไม่สามารถดันไปถึง 102400 ได้) ก็ช่วยให้ภาพออกมาชัดเจนและลบ Noise ได้อย่างงามเลย

Galaxy S9+ - ในโหมด Auto ของ S9+ ก็ยังประมวลผลภาพได้สว่างมากๆตามสไตล์ค่ายนี้ สำหรับคนทีชอบความสว่างในแบบที่เรียกว่าถ่ายกลางคืนเป็นกลางวันคงจะชอบกันเพราะสว่างได้ใจจริงๆ ด้วยตัว f/1.5 นั้นช่วยไว้อย่างเห็นได้ชัด แต่ผมกลับคิดว่าบางครั้งมันก็สว่างเกินเห็นไปหน่อย (แค่บางภาพนะ) ส่วนในเรื่องที่มืดสนิทก็อย่างที่เห็นในภาพครับสลัวไปหมด ในโหมด Auto ของ S9+ เท่าที่ถ่ายมา 3 ภาพนั้นดัน ISO ไปสุดแค่ 1250 เท่านั้นเอง แต่ในเรื่องแสงมืดขนาดนั้นการถ่ายและไม่เห็นรายละเอียดก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่เท่าไหร่หรอกมั้งครับเพราะในที่มืดที่ขนาดตาเรายังมองไม่เห็นก็ไม่รู้ว่าเราหวังจะถ่ายให้เห็นอะไรกันแน่เนอะ

ภาพ Portrait

ในส่วนของโหมด Portrait นั้นทั้ง 2 รุ่นทำได้เหมือนกัน แต่การใช้งานค่อนข้างต่างกันพอควรเลย เนื่องด้วย P20 Pro นั้นสามารถถ่ายได้หลายช่วงตั้งแต่ 1X ไปถึง 3X ซึ่งหมายความว่าเราสามารถใช้งานเลนส์ได้ทั้ง 2 ตัว (ตัวหลัก f/1.8 กับตัวซูม f/2.4) ในขณะที่ S9+ นั้นบังคับให้ใช้เลนส์ตัวรอง (f/2.4) เท่านั้นและระยะก็เป็น 2X ไปโดยปริยาย ในการทดสอบนี้เราจึงเลือกใช้การซูม 2X เข้าไปบน P20 Pro เพื่อให้ได้ผลลัพธ์และมุมมองที่ใกล้เคียงกับของ S9+ ที่สุดครับ ผลก็คือ

Huawei P20 Pro - ทำได้ดีงามมากๆเพราะในการซูม 2X ของ P20 Pro นั้นยังคงใช้เลนส์ตัวหลักที่มี f/1.8 อยู่ เพราะฉะนั้นการถ่ายในที่แสงน้อยทำได้ดีมาก แทบไม่ต่างจากการถ่าย Auto ปกติแล้วเพิ่มความเนียนของใบหน้าบวกกับการละลายฉากหลังเลย ผลลัพธ์น่าประทับใจจริงๆครับ แถมในเรื่องของการตัดขอบหรือ Bokeh ก็ยังสวยเนียนตาเหมือนใช้เลนส์รูรับแสงกว้างจริงๆอีกด้วย

Galaxy S9+ - โหมดหน้าชัด-หลังเบลอหรือ Live Focus ของ S9+ นั้นบังคับตัวเลนส์ให้เป็นตัวที่ f/2.4 อย่างที่บอกครับ ในสภาพแสงที่มากหน่อยผลลัพธ์ออกมายอดเยี่ยมเลยทีเดียว ความเนียนใสสไตล์ค่ายเกาหลีที่ดูสว่างและผิวเนียนเลยล่ะ แถมยังสามารถปรับระดับความเบลอของฉากหลังหรือรูปแบบ Bokeh เพิ่มเติมได้ด้วย แต่ ! ถ้าไปเจอสภาพแสงน้อยหน่อยนี่เรียกว่าเป็นปัญหาใหญ่เลยล่ะ เพราะด้วยค่ารูรับแสงที่แคบกว่า (ตัวหลัก) Noise ก็จะเริ่มเห็นได้ชัด ความคมชัดต่างๆเริ่มมีปัญหาขึ้นมาเลย

เซลฟี่

ปิดท้ายด้วยเรื่องกล้องหน้าที่อาจจะไม่ได้เน้นเด่นเท่าไหร่ แต่หลายคนคงอยากทราบเลยถ่ายมาเทียบกันดูนิดหน่อยครับ ทั้ง 2 รุ่นให้ความสามารถมาใกล้เคียงกันครับทั้งโหมด Beauty หรือโหมดหน้าชัดหลังเบลอ เท่าที่ทดสอบมาผลก็คือ

Huawei P20 Pro - ใบหน้ามีความชัดดีทีเดียวด้วยกล้องหน้าความละเอียด 24 ล้านพิกเซลของรุ่นนี้คมมากๆ ความสวยเนียนของ Beauty ก็ถูกใจคนที่ชอบหน้าเนียนๆอมชมพูไร้ริ้วรอยเลยล่ะ แต่จะเห็นว่าบางภาพก็เนียนเกินจนลบเอาไฝของผมออกไปเลยซะงั้น >< ส่วนการละลายฉากหลังถึงแม้กล้องหน้าจะไม่ได้มีหลายตัวมาวัดระดับก็ยังทำได้สวยอยู่แอบมี Bokeh ด้วยนะ

Galaxy S9+ - ของ S9+ ยังคงมาตรฐานของ Samsung ได้อย่างดี รุ่นหลักๆไม่ค่อยเน้นความเว่อวังของ Beauty เท่าไหร่แล้ว ให้ความเนียนใสแบบพอดีๆ ไม่ฟุ้งจนเกินไป ในส่วนของความละเอียด 8 ล้านพิกเซลก็ไม่ได้น้อยจนเกินไปเลย แอบคิดว่ากำลังดีแล้วด้วยซ้ำ มี Autofocus ช่วยให้ภาพที่ได้ชัดแม้ถ่ายใกล้ๆ ส่วนการละลายฉลากหลังด้วยโหมด Live Selfie ทำได้สวยเลยแต่ Bokeh ไม่เด่นเท่าของ P20 Pro นะครับ :P

สรุป !

รวมๆแล้วทั้ง 2 รุ่นก็ทำออกมาได้ดีในทุกๆสถานการณ์การถ่าย ก็เป็นถึงระดับแถวหน้าของวงการสมาร์ทโฟนตอนนี้แล้วนี่เนอะ แต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นในเรื่องของกล้องที่แตกต่างกันไปทั้งในเรื่องความละเอียด ความชัด โทนสี หรือโหมดการใช้งาน อย่าง P20 Pro ก็ได้ความฉลาดของโหมด Auto ที่มี AI เข้ามาช่วยจัดการ, โหมด Portrait ที่สามารถใช้เลนส์หลักรูรับแสงกว้างมาถ่ายได้ในที่แสงน้อย หรือ Galaxy S9+ ที่เด่นในเรื่องแสงน้อยที่สว่างได้เพียงแค่กดชัตเตอร์ไม่ยุ่งยาก รายละเอียดที่ดูนวลตา ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้เห็นภาพอะไรขึ้นมาบ้างสำหรับใครที่สงสัยเรื่องประสิทธิภาพกล้องของทั้ง 2 รุ่นนี้ ซึ่งในเวลา(การยืมเครื่อง)ที่จำกัดเราก็นำมาเปรียบเทียบให้อ่านกันได้ประมาณนี้ ยังไงวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite ก็ขอฝากไว้เท่านีั้ ไว้พบกันใหม่บทความหน้าครับ :D

 

อ่านรีวิว Huawei P20 Pro ได้ที่นี่

เช็คสเปค Huawei P20 Pro ได้ที่นี่

อ่านรีวิว Galaxy S9 | S9+ ได้ที่นี่

เช็คสเปค Galaxy S9+ ได้ที่นี่

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite