เอไอเอส ย้ำวิสัยทัศน์พร้อมเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัล ยกระดับสู่ไทยแลนด์ 4.0 สร้าง IoT Ecosystem หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัล!

ป๋าเอก | 22 ก.พ. 2561 10:21:04 (อัพเดต 15 พ.ค. 2561 09:20:31)

7263

VIEWS ป๋าเอก

:: AIS ตอกย้ำความเป็นผู้นำ IoT และ Cloud Platform ในประเทศไทย 
สร้าง IoT Ecosystem หนุนอุตสาหกรรมดิจิทัล ::

หากพูดถึงนวัตกรรมด้านเทคโนโลยีที่มาแรงที่สุดในยุคนี้ก็เห็นจะหนีไม่พ้นเรื่องของ IoT หรือ Internet of Things ที่อุปกรณ์ต่างๆจะสามารถเชื่อมโยงการทำงานระหว่างกัน (เสมือนหนึ่งสื่อสารระหว่างกันได้) ผ่านการเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ตจนทำให้ในตลาดไอทีเวลานี้เราได้เห็นอุปกรณ์ใหม่ๆที่เรียกตัวเองว่าอัจฉริยะหรือ Smart… เพิ่มมากขึ้นจนเต็มไปหมดไม่ว่าจะเป็น Smart device, Smart home, Smart vehicle และอื่นๆอีกมากมายที่จะช่วยให้ชีวิตของเราสามารถควบคุมอุปกรณ์เหล่านี้ได้จากที่ไหนในโลกง่ายขึ้นอีกเยอะขอแค่มีอินเทอร์เน็ตเชื่อมต่อก็เป็นอันใช้งานได้

แน่นอนว่า IoT เองก็ไม่ได้มีประโยชน์อยู่แต่เพียงกับผู้บริโภคทั่วไปแต่เพียงเท่านั้นเพราะในฝั่งของผู้ประกอบการธุรกิจต่างๆไม่ว่าจะเป็น startup ที่เกิดขึ้นมากมายในช่วงนี้, SME หรือแม้กระทั่งองค์กรขนาดใหญ่เองก็สามารถพัฒนาศักยภาพการผลิตของตัวเองจากการใช้งานโซลูชั่น IoT และ Cloud ที่มีประสิทธิภาพและครบวงจรโดยจะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการผลิตที่ไม่จำเป็นลงแถมยังสามารถเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ๆที่หลายคนอาจจะไม่เคยนึกฝันมาก่อนว่าจะสามารถทำได้ด้วย

ทั้งนี้หากพูดถึงผู้ให้บริการ Digital Service Provider ในบ้านเราที่สามารถให้บริการผู้ประกอบการธุรกิจได้ครบถ้วนทุกโซลูชั่น IoT ecosystem ยังไงเสียก็ต้องมีชื่อของ AIS ติดอยู่ในลิสต์ระดับต้นๆของวงการอย่างแน่นอนด้วยความที่ยักษ์ใหญ่แห่งวงการโทรคมนาคมของประเทศไทยรายนี้ถือได้ว่าคลุกคลีอยู่ในแวดวงของดิจิทัลแพลตฟอร์มมาอย่างยาวนานแถมยังมีความพร้อมในทุกด้านไม่ว่าจะเป็นด้านอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์, เครือข่ายที่รองรับหรือแม้กระทั่งแพลตฟอร์มคลาวด์สำหรับองค์กรที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยในระดับสากลด้วย

โดยทางด้านของเอไอเอสยังได้ออกมาประกาศวิสัยทัศน์ชัดเจน พร้อมก้าวสู่การเป็น Digital Platform for Thais เพื่อร่วมสร้างความแข็งแกร่งแก่ประเทศ เพราะ IoT จะเป็นเทคโนโลยีสำคัญที่พลิกโฉมการใช้ชีวิต ตลอดจนรูปแบบการให้บริการ การบริหารจัดการองค์กรจากทั้งภาครัฐและเอกชนไปอีกขั้น เอไอเอสจึงเตรียม 2 เครือข่ายเพื่อ IoT โดยเฉพาะคือ Narrow Band IoT ซึ่งวันนี้ได้ขยายไปครอบคลุม 77 จังหวัดทั่วไทย และ eMTC - Enhance Machine Type Communication  เริ่มต้นทั่วกรุงเทพฯ และหัวเมืองใหญ่ 9 จังหวัด และจะครอบคลุมทั่วประเทศในไตรมาสที่ 3 รวมไปถึงยกระดับเครือข่าย Data ทั่วประเทศสู่ Next G Network ที่รองรับการใช้งานระดับ 1 GB

ขณะเดียวกันในฝั่งของเทคโนโลยี IoT AIS ได้นำ Iot Solution ต่างๆ ที่ให้บริการบนเครือข่าย AIS NB-IoT มาให้บริการในเชิงพาณิชย์แล้ว มีแบรนด์ใหญ่ทั้งจากภาครัฐและเอกชนให้ความสนใจใช้งาน IoT Solutions ของ AIS กันอย่างเนืองแน่นไม่ว่าจะเป็น...

ภาคเอกชน

  • บริษัท ปตท. นำเทคโนโลยี IoT มาช่วยลดขั้นตอนและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบระบบ Cathodic Protection เพื่อให้งานบำรุงรักษาท่อส่งก๊าซธรรมชาติเกิดประสิทธิภาพอย่างสูงสุด จากเซนเซอร์ที่สามารถตรวจสอบสภาพความสมบูรณ์ของท่อส่งก๊าซได้ตลอดเวลา และพร้อมส่งข้อมูลตรงจากท่อส่งก๊าซผ่านแอปพลิเคชั่นถึงมือวิศวกรที่ดูแลได้ทันที

  • บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค นำเครือข่าย NB-IoT จากเอไอเอส เป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักในการสร้าง IoT Smart City ที่มีการใช้งานจริงแล้ว ในโครงการ “Perfect Smart City เมืองอัจฉริยะที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตให้ผู้อยู่อาศัยในโครงการ เช่น Mobike, Smart Lighting, Smart Tracking รวมถึงการนำ Smart Home และ Security Platform มาต่อยอดพัฒนา Home Application อีกด้วย โดยนำร่องให้บริการแล้วใน 15 โครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล
  • โครตรอนกรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องชั่งน้ำหนักหยอดเหรียญ และเครื่องหยอดเหรียญประเภทต่างๆ พัฒนาโซลูชั่น Smart Coin Kiosk Machine เซ็นเซอร์วัดปริมาณเหรียญภายในเครื่อง ที่เชื่อมต่อเครือข่าย NB-IoT สามารถส่งข้อมูลจะแจ้งเตือนทันทีเมื่อเหรียญเต็มจากจุดต่างๆ ทั่วประเทศ แสดงผลผ่านแอปพลิเคชั่น เพื่อผู้ดูแลสามารถวางแผนการจัดเก็บเหรียญได้อย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยเพิ่มโอกาสในการให้บริการและสร้างมูลค่าให้กับการลงทุน โดยมีการใช้งานจริงแล้วใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ

ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา

  • มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ นำโซลูชั่นส์ Smart Environment Monitoring and Water Management  สร้างระบบตรวจสภาพแวดล้อม และบริหารจัดการน้ำ โดยนำอุปกรณ์ NB-IoT Board และ NB IoT Sim ติดเข้ากับเซ็นเซอร์ตรวจวัดสภาพอากาศ เพื่อสามารถเรียกดูข้อมูลได้แบบเรียลไทม์ผ่านแอปพลิเคชัน ซึ่งปัจจุบันมีการติดตั้งกล่องดังกล่าวเพื่อใช้งานจริงแล้ว บริเวณหน้าสำนักงานเทศบาลนครหาดใหญ่ และ จ. ภูเก็ต โดยส่งข้อมูลไปยังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณะภัย เพื่อคอยติดตามสภาพแวดล้อม และระดับน้ำในพื้นที่ต่างๆ เพื่อวางแผนป้องกันน้ำท่วมด้วย
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี พัฒนาโซลูชั่นส์ การดูแลคุณภาพยาและเวชภัณฑ์ภายในคลังยาด้วยเทคโนโลยี NB-IoT เพื่อสามารถตรวจสอบ และควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันมีการใช้งานจริงแล้วภายในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสุรนารี โดยมีการพัฒนาซอฟท์แวร์เพิ่มเติมให้สามารถส่งข้อมูลผ่านเซิร์ฟเวอร์ของโรงพยาบาล และเภสัชกรสามารถเรียกดูได้ผ่าน Chat Application ได้ตลอดเวลา
  • มหาวิทยาลัยขอนแก่น  นำโซลูชั่นส์ Smart Trash Bin มาแก้ไขปัญหาขยะล้นถังก่อนถึงรอบเวลาจัดเก็บ เนื่องจากจุดต่างๆ ของมหาวิทยาลัยจะมีปริมาณขยะที่แตกต่างกันตามสถานที่ และช่วงเวลา โซลูชั่นส์นี้สามารถทำให้ตรวจสอบปริมาณขยะแต่ละถัง และกลิ่นขยะภายในถังได้ตลอดเวลา ทำให้สามารถเจ้าหน้าที่เข้าไปจัดเก็บได้ทันทีก่อนที่ขยะเต็มถัง และสามารถใช้งานต่อเนื่องทันที ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการการจัดเก็บ รวมถึงเป็นการดูแลทัศนียภาพของมหาวิทยาลัยให้สะอาดสวยงามอีกด้วย
  • มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นำโซลูชั่น Smart City มาใช้บริเวณภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต เช่น Smart Locker ล็อคเกอร์อัจฉริยะที่รวมเทคโนโลยี IoT ล่าสุดเข้าด้วยกันเพื่ออำนวยความสะดวกในการให้บริการแก่อาคารหรือที่อยู่อาศัย, ระบบอ่านป้ายทะเบียน  เพื่อควบคุมบุคคลเข้าออกสถานที่, Application พบหมอ และระบบควบคุมแสงสว่าง

และความน่าเชื่อถือของเทคโนโลยี IoT และ Cloud จาก AIS ยังไม่จบเพียงเท่านี้เพราะพวกเขายังไปโชว์ศักยภาพความเป็นผู้นำด้านดิจิทัลถึงเวทีระดับประเทศโดย AIS สามารถคว้าสองรางวัลใหญ่จากเวที 2018 Frost & Sullivan Thailand Excellence Awards ซึ่งจัดขึ้นโดยบริษัทฟรอสต์แอนด์ซัลลิแวนที่เป็นผู้ให้คำปรึกษาและวิจัยระดับโลกที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลมากว่า 50 ปี 

ไม่ว่าจะเป็นรางวัล 2018 Thailand IoT Solutions Provider of the Year ซึ่งเป็นรางวัลอันทรงเกียรติที่มอบให้แก่องค์กรในประเทศไทยที่มีความเป็นเลิศในการดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ IoT แบบครบวงจรรวมไปจนถึงรางวัล 2018 Thailand Cloud Services Innovative Company of the Year ที่มอบให้แก่บริษัทผู้ให้บริการ Cloud Platform แบบครบวงจรที่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาโซลูชั่นใหม่ๆเพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าอย่างไม่เคยหยุดยั้งอีกด้วย

เรียกได้ว่าปี 2018 นี้อาจจะเป็นปีทองของ AIS ในฝั่งผู้ให้บริการ IoT และ Cloud Platform อย่างแท้จริงเพราะถ้าพวกเขายังคงรักษามาตรฐานได้อย่างต่อเนื่องแบบนี้ก็น่าสนใจว่าในขวบปีต่อๆไปที่จะมาถึงนี้ AIS จะสามารถสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆที่น่าสนใจมาให้กับภาคธุรกิจในประเทศไทยเพื่อยกระดับองค์กรให้สามารถเติบโตได้แบบยั่งยืนกันอีกยาวนานขนาดไหนละครับ