Article : 11 ขั้นตอนการทดสอบสมาร์ทโฟนของ Huawei Testing Lab เขาทดสอบอะไรกันบ้าง เรามีคำตอบ !

เฮียแม๊พ | 18 ธ.ค 2560 15:24:34

2115

VIEWS เฮียแม๊พ

Article : 11 ขั้นตอนการทดสอบสมาร์ทโฟนของ HuaweiTesting Lab
เขาทดสอบอะไรกันบ้าง เรามีคำตอบ !

เชื่อว่าถ้าพูดถึงแบรนด์ Huawei ตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักอย่างแน่นอน เพราะเป็นอีกแบรนด์สมาร์ทโฟนที่มีการเติบโตที่รวดเร็วมากๆในบ้านเรา จนตอนนี้ก็ขึ้นมาถึงอันดับ 2 ในบ้านเราเรียบร้อย ด้วยความที่ตัวโปรดักต์นั้นมีคุณภาพที่ดีเยี่ยมรวมไปถึงการวิจัยและพัฒนาร่วมกับพาร์ทเนอร์มากมายอีกด้วย ซึ่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทาง Huawei ประเทศไทยก็ได้เชิญสื้อมวลชนไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยและห้องทดสอบผลิตภัณฑ์กันถึงประเทศจีนเลยทีเดียว วันนี้เราก็เก็บข้อมูลมาฝากว่ากว่าจะได้สมาร์ทโฟนออกมาสักรุ่นนั้นเขามีการทดสอบอะไรมากน้อยแค่ไหน :D

ก่อนจะเข้าสู่กระบวนการผลิตจริงของสมาร์ทโฟน ในแต่ละรุ่นก็จำเป็นต้องมีการทดสอบความคงทนของในรูปแบบต่างๆก่อน โดยของ Huawei นั้นจะทดสอบกันมากถึง 11 ขั้นตอนด้วยกันดังนี้ครับ

1.ทดสอบความคงทนในเครื่องหมุนที่มีความสูงระยะ 50 ซม.

ตรงนี้เราคงเคยเห็นกันมาบ้างในวิดีโอการสาธิตต่างๆ ซึ่ง Huawei ก็จะใช้รูปแบบเดียวกันคือนำสมาร์ทโฟนเข้าเครื่องหมุนที่มีความสูงระดับ 50 ซม.แล้วหมุนไปเรื่อยๆเพื่อ Drop Test ทดสอบความทนของสมาร์ทโฟนนั้นๆ

2.ทดสอบการ Drop Test ในแนวดิ่งทั้ง 4 มุม 

ตรงนี้น่าจะเห็นกันบ่อยที่สุดเลย อย่างการ Drop Test ในแนวดิ่งที่ทิ้งสมาร์ทโฟนลงมาในมุมต่างๆถึง 4 มุมด้วยกัน กับระยะความสูง 1 เมตร เฉลี่ย 1,000 ครั้ง

3.ทดสอบการนั่งทับเครื่องบนวัตถุที่นิ่ม 

ต่อมาจะเป็นการทดสอบรูปแบบการกดทับยกตัวอย่างเช่นการที่เราเอาสมาร์ทโฟนใส่ไว้ที่กระเป๋ากางเกงหลังแล้วมีการนั่งทับลงไป ตรงนี้จะใช้การทดสอบโดยการทิ้งน้ำหนักลงมาสู่ตัวสมาร์ทโฟนโดยตรงผ่านตัวผ้ายีนส์ที่มีการรองรับน้ำหนักอยู่อีกชั้น ซึ่งตรงนี้จะทำการทดสอบราวๆ 2,000 ครั้งครับ

4.ทดสอบการบิดตัวเครื่อง

เพื่อความทนทานของตัวเครื่อง จึงมีการทดสอบในเรื่องของการบิดงอตัวเครื่องด้วยเครื่องบิดไปมา ซ้าย-ขวาอย่างต่อเนื่องให้เห็นถึงประสิทธิภาพความคงทนของตัวบอดี้และกระจกหน้าจอ

5.ทดสอบ Adapter โดยทำการถอดสายเข้าออก 

อีกหนึ่งอย่างที่ทาง Huawei ให้ความสำคัญมากๆก็คือพวกอุปกรณ์เสริมอย่างสายชาร์จและอแดปเตอร์เพราะจาก Testing Lab นี้เราจะเห็นว่ามีการทดสอบความคงทนของตัวอแดปเตอร์ด้วย ซึ่งตรงนี้จะใช้การเสียบเข้า-ออกตัวอแดปเตอร์อย่างต่อเนื่องเป็นจำนวนกว่า 10,000 ครั้งกันเลยทีเดียวครับ

6.ทดสอบโดยการนำสายชาร์จด้วยการกระแทกด้วยน้ำหนักซ้ายขวา

นอกจากการเสียบเข้า-ออกแล้วยังมีการทดสอบในเรื่องของความแน่นหนาของตัวสาย USB กับอแดปเตอร์ด้วยการกระแทกน้ำหนักซ้าย-ขวาข้างละ 1 กิโลกรัม จำนวน2,000 ครั้งอีกด้วยครับ

7.ทดสอบสายชาร์จด้วยแรงดึงสูง

สายชาร์จที่ดีก็ควรทนทานต่อการดึงด้วย ซึ่งตรงนี้จะทดสอบด้วยแรงดึงที่สูงว่าสายมีการขาดหรือชำรุดแค่ไหนครับ

8.ทดสอบสายชาร์จด้วยตุ้มถ่วงน้ำหนัก

นอกจากการดึงแล้ว แรงเหวี่ยงหรือการบิดงอก็สำคัญเพราะสายบางยี่ห้ออาจจะมีการบิดและขาดได้ง่าย Huawei จึงใช้การถ่วงด้วยตุ้มน้ำหนักขนาด 1 กิโลกรัมและบิดไปมาเพื่อทดสอบความเหนี่ยวของสาย USB ครับ

9.ทำสอบปุ่มกด

ปุ่มกดก็เป็นส่วนที่ให้ความสำคัญมากๆเช่นกัน เพราะเราจำเป็นต้องกดใช้งานอยู่ตลอดๆ ซึ่งตรงนี้จะใช้เครื่องทดสอบกดเข้าไปที่ปุ่มเพิ่มเสียงลดเสียงและปุ่ม Power เป็นจำนวน 50,000 ครั้ง

10.ทดสอบความทนต่ออุณหภูมิ

ต่อมาในเรื่องของความทนทานในอุณหภูมิต่างๆ โดยใช้เครื่องทดสอบที่อุณหภูมิสูงสุดกว่า 80 องศาเซลเซียสและต่ำสุดที่ -40 องศาเซลเซียสทดสอบความร้อนชื้น และแรงกดอากาศระดับสูง

11.ทดสอบความคงทนของ Changer ต่อความร้อนสูง

เช่นเดียวกัน ตัวอแดปเตอร์ก็ถูกทดสอบในเรื่องอุณหภูมิที่ไม่แน่นอนด้วยเช่นกันว่าใช้งานได้นานขนาดไหนด้วยอุณหภูมิที่40-70 องศาเซลเซียส

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับ Testing Lab ของ Huawei จะเห็นว่ามีขั้นตอนการทดสอบที่มากมายเลยทีเดียว กว่าจะผ่านมาถึงขั้นตอนการผลิตจริงๆ ซึี่งหลังจากนี้ก็จะไปสู่ขั้นตอนการผลิตตัวเครื่องที่ก็มีวิธีอีกมากมายทีเดียว ทั้งในเรื่องของการผลิตชิปเซ็ต หรือการลงระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ต่างๆครับ :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite