เอไอเอสตอกย้ำ mPAY ชูแนวคิด “Digital Money for Everyone” รับทุกคน รับทุกค่าย ง่ายจริง

จารย์บอย | 16 ก.ย 2558 14:46:08

2035

VIEWS จารย์บอย

เอไอเอสตอกย้ำ mPAY ผู้นำดิจิทัลมันนี่ ที่ใครๆ ก็ใช้ได้ 

ชูแนวคิด “Digital Money for Everyone” รับทุกคน รับทุกค่าย ง่ายจริง แค่ตั้ง PIN ก็ใช้งานได้ทันที!

 

(16 กันยายน 2558) เอไอเอสปักหมุดผู้นำเครือข่ายและบริการดิจิทัลของไทย เดินหน้ายกระดับ “AIS mPAY” เป็น “Digital Money for Everyone” ที่ใครๆ ก็ใช้ได้ ง่าย ครบ จบในแอปฯ เดียว พร้อมเปิดให้บริการกับทุกคน ผู้ใช้มือถือทุกค่าย ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ เพียงดาวน์โหลดแอปฯmPAYและตั้ง PIN ก็ใช้งานได้ทันที!

โดยพัฒนาภาษาต่างประเทศเพิ่มเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับชาวต่างชาติในไทยพร้อมอัดแคมเปญเฟรนด์เก็ทเฟรนด์ ให้รับเงินสูงสุด 1,000 บาท เพียงแนะนำเพื่อนมาสมัครและทำรายการใช้จ่ายผ่าน mPAY ตั้งแต่วันนี้ – 31 ธ.ค. 58 ตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่หัวใจออนไลน์รองรับเทรนด์การเติบโตของตลาดอีคอมเมิร์ช

บริการ AIS mPAY มอบความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือแบบครบวงจร ขึ้นแท่นเป็น Digital Money ที่ได้รับความนิยมสูงสุด มียอดดาวน์โหลดแอปฯ เป็นอันดับ 1 มากกว่า2.5 ล้านราย ล่าสุดพัฒนาระบบใหม่ให้สามารถสมัครและใช้งานง่ายขึ้น มั่นใจได้มาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด เพื่อขยายโอกาสให้ทุกคนเข้าถึงและใช้บริการDigital Moneyได้อย่างสะดวกสบายแค่ปลายนิ้ว สร้างประสบการณ์ใหม่ในการใช้จ่ายให้กับผู้บริโภคยุคดิจิทัลโดยมีจุดเด่น ดังนี้

  • เปิดให้บริการกับทุกคน ไม่จำกัดอายุรองรับผู้ใช้มือถือทุกค่าย ลูกค้าทุกบัญชีธนาคาร หรือแม้แต่ไม่มีบัญชีธนาคารก็สามารถใช้งานได้ง่ายๆ เพียงดาวน์โหลดแอปฯ mPAY แล้วสมัครและตั้งรหัส4 หลัก ก็ใช้งานได้ทันที
  • มีช่องทางเติมเงินเข้ากระเป๋าmPAYมากที่สุดกว่า 50,000 จุดทั่วประเทศ และฟรี! ค่าธรรมเนียมการเติมเงินให้ลูกค้าทุกคน 10 รายการต่อเดือนโดยลูกค้าธนาคารเติมเงินผ่านตู้ ATM ได้มากถึง 8 ธนาคาร ส่วนลูกค้าที่ไม่มีบัญชีธนาคารเติมเงินได้ที่ตู้อัตโนมัติที่ AIS shop, ร้าน Telewiz,ตู้บุญเติมหรือจุดชำระเงิน mPAY STATION
  • ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์การจ่ายบิลผ่านแอปฯ ทั้งค่ามือถือค่าสาธารณูปโภค ค่าบัตรเครดิต สินเชื่อ ประกันภัย เติมเงินเกม เติมเงิน AIS mPAY Rabbitรวมมากกว่า 200 ร้านค้า รวมถึงโอนเงิน ถอนเงิน และซื้อสินค้าบริการจากทุกร้านค้าออนไลน์ที่รับบัตร Mastercardได้ตลอด 24 ชั่วโมง
  • พัฒนาแอปฯ ให้รองรับหลากหลายภาษา ทั้งภาษาไทย อังกฤษ จีน พม่า เพื่ออำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมทางการเงินบนมือถือให้กับชาวต่างชาติในประเทศไทย
  • เป็นดิจิทัลมันนี่ รายเดียวที่ให้ผลประโยชน์เป็นดอกเบี้ย เพียงลูกค้าเปิดบัญชี Beat Savings ของธนาคาร CIMB ที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าบัญชีออมทรัพย์ทั่วไป และรับดอกเบี้ยได้ทุกเดือน หรือจะเลือกผูกบัญชีออมทรัพย์ของ 6 ธนาคาร

นายปรัธนา ลีลพนัง รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานการตลาด เอไอเอส เปิดเผยว่า “ด้วยวิสัยทัศน์ของเอไอเอส ที่ตั้งเป้าสู่การเป็นผู้ให้บริการดิจิทัลของเมืองไทย เพื่อส่งมอบเครือข่ายและบริการดิจิทัลที่เป็นประโยชน์ให้คนไทยใช้ชีวิตได้มากกว่า โดยหนึ่งในบทบาทสำคัญ คือการเป็นผู้ให้บริการ Digital Money อย่างเต็มรูปแบบ สร้างโอกาสในการเข้าถึงนวัตกรรมทางการเงิน (Fin Tech) ให้กับคนไทยทุกคน นับตั้งแต่ปี 2548 เอไอเอสจึงเป็นโอเปอร์เรเตอร์รายแรกของประเทศที่ริ่เริ่มเปิดให้บริการธุรกรรมทางการเงินบนมือถือกับบริการ AIS mPAY และมุ่งมั่นพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง



โดยร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ใน Ecosystem ต่อยอดบริการรูปแบบใหม่ๆ ออกมาให้ลูกค้าเป็นรายแรกเสมอ ไม่ว่าจะเป็น AISmPAY Mastercard บัตรช้อปปิ้งบนโลกออนไลน์แบบเติมเงิน, AIS mPayRabbit ซิมเดียวที่เปลี่ยนมือถือให้เป็นกระเป๋าสตางค์, Beat Bankingบริการที่เปลี่ยนอีวอลเลตเป็นบัญชีออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง ฯลฯ

โดยมุ่งหวังให้ AIS mPAY เป็นเสมือน Infrastructure พื้นฐานด้านดิจิทัลเพย์เมนท์แพลตฟอร์มให้กับทุกธุรกิจทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รองรับไลฟ์สไตล์ในการใช้จ่ายของผู้บริโภคยุคใหม่ ที่ต้องการความสะดวกสบายในการจ่ายบิล โอนเงิน ถอนเงิน ซื้อสินค้าและบริการต่างๆ

นอกเหนือจากการพัฒนา mPAY ในแกนของนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อให้เกิดการใช้งานที่หลากหลายแล้ว วันนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของบริการ mPAY ที่จะเปิดตลาดเข้าสู่กลุ่มคนทุกระดับ ทุกวัย ใช้ได้ทุกเครือข่าย โดยพัฒนาการสมัครและใช้บริการง่ายยิ่งขึ้น เพียงตั้งรหัสPIN 4 หลักก็เริ่มใช้งานได้ทันที นอกจากนี้ ยังรองรับภาษาต่างประเทศเพิ่มขึ้นเพื่อชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งเป็นการปลดล็อกข้อจำกัดเดิม ที่คนอาจรู้สึกว่าการใช้บริการชำระเงินบนมือถือ เป็นเรื่องยุ่งยากและไกลตัว

แคมเปญนี้ จึงเป็นการเปิดกว้างให้ทุกคนสามารถมี Digital Money เป็นของตัวเอง มอบประสบการณ์ชีวิตดิจิทัลให้กับทุกคน พร้อมรองรับบริการใหม่ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต รวมถึงสนับสนุนการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ชและช้อปปิ้งออนไลน์ในตลาดไทยและตลาดโลก สอดคล้องกับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ” ปรัธนากล่าวสรุป