Review : HTC One M9+ ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมตัวล่าสุด พร้อม DUO Camera และปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือ !!

เฮียแม็พ | 4 พ.ค. 2558 16:13:10 (อัพเดต 11 พ.ค. 2558 11:55:56)

9208

VIEWS เฮียแม็พ

Review : HTC One M9+ ที่สุดแห่งสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมตัวล่าสุด
พร้อม DUO Camera และปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย ก่อนหน้านี้ทางทีมงานได้ทำการพรีวิวสมาร์ทโฟนเรือธงตัวล่าสุดของ HTC อย่าง HTC One M9+ คร่าวๆไปแล้ว วันนี้เราเลยมีรีวิวฉบับเต็มของเจ้าสมาร์ทโฟนตัวนี้มาฝากกัน เรามาลองดูกันดีกว่าว่าหลังจากได้ลองใช้งานจริงสักสัปดาห์กว่าๆแล้วจะเป็นอย่างไร :D

ปล. เชิญชมรายการ "ป๋าเอกเรือธง" ตอน HTC One M9+ กันได้ด้านล่างนี้เลยจ้า :3

 

ก่อนอื่นต้องขอบอกก่อนเลยว่า HTC One M9+ นั้นถือว่าเป็นเรือธงตัวจริงของทาง HTC ในปีนี้เลย (หรืออย่างน้อยก็ในช่วงต้นปีนี้ล่ะ) ซึ่งจะมีสเปคและฮาร์ดแวร์หลายๆอย่างที่มีการอัพเกรดขึ้นมาจาก HTC One M9 ที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้อีก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องกล้อง, หน้าจอ หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ ซึ่งทาง HTC ประเทศไทยก็ได้ประกาศอย่างเป็นทางการแล้วว่าจะวางขายเจ้า HTC One M9+ นี้เพียงตัวเดียวเลย (ไม่เอาตัว M9 เข้ามาขายนะจ๊ะ ><) 

การดีไซน์โดยรวมของ HTC One M9+

มาดูในเรื่องของการดีไซน์กันเลย อย่างที่ได้บอกไว้ในพรีวิวก่อนหน้านี้แล้วว่าเจ้า HTC One M9+ นั้นจะโดดเด่นในด้านของเรื่องวัสดุและดีไซน์อีกเช่นเคย โดยหน้าตารวมๆก็ยังคงคล้ายกับรุ่นเดิม (M8 หรือ M9) มีสัดส่วนของตัวเครื่องอยู่ที่ 72 × 151 × 9.6 มม. และมีน้ำหนักที่ 168 กรัม อาจจะดูตัวเครื่องยาวไปนิดเพราะว่าด้านหน้านั้นมีลำโพงคู่ Boomsound อยู่ด้านหน้าทำให้กินพื้นที่ไปสักเล็กน้อย

โดย HTC One M9+ นั้นก็มาพร้อมกับ 3 สีเช่นเดียวกับ M9 นั่นก็คือ Silver Gold , Gunmetal Gray , Amber Gold ซึ่งตัวเครื่องสี Silver Gold หรือเงิน-ทองนี้ก็จะเป็นสีใหม่ ที่เพิ่งมาบนซีรี่ส์ M9 นี้ โดยตัวเครื่องจะเป็นสีแบบ Twotone คือตัวเครื่องจะเป็นสีเงินเงางาม ส่วนขอบตัวเครื่องจะเป็นสีทองแทน ต่างจากรุ่น M8 ที่เป็นสีๆไปเลยชัดเจน ซึ่งเครื่องที่เราได้มาทดสอบก็คือสีเงินทองนั่นเองฮะ

หน้าจอของรุ่นนี้ก็มีการอัพเกรดขึ้นมาให้มีความคมชัดมากขึ้นกว่ารุ่น M8 หรือ M9 ปกติ เป็น Super-LCD3 ขนาดหน้าจอ 5.2 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD (2560x1440 พิกเซล) หรือ 2K นั่นแหละ โดยในเรื่องของการแสดงผลก็ถือว่าคมชัดมากๆ พร้อมกับสีสันที่สด เข้มใช้ได้เลยล่ะ

ด้านบนก็จะมีลำโพงหลักตัวที่ 1 กินพื้นที่ไปเลย มีไฟ LED แจ้งเตือนซ้อนอยู่ภายในตัวลำโพง พร้อมกับตัวเซ็นเซอร์วัดแสง , เซ็นเซอร์วัดระยะอยู่ข้างๆ และกล้องหน้า Ultrapixel ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล

ส่วนด้านล่างของหน้าจอก็จะมีลำโพงด้านล่าง(ฝั่งซ้าย) ส่วนตัวไมโครโฟนจะอยู่ทางฝั่งขวา และมีปุ่มโฮมที่สามารถใช้งานเป็นที่สแกนลายนิ้วมือคั่นกลางอยู่

รอบๆเครื่องก็จะเห็นเป็นสีทองงามๆ ด้านซ้ายมือมีช่องใส่ซิมแบบ Nano-SIM อยู่

ส่วนด้านขวามีก็จะมีช่องใส่ Micro-SD การ์ดอยู่ ซึ่งทาง HTC เคลมว่ารองรับการ์ดความจุสูงถึง 2TB เลยนะ *0* และถัดลงมาก็จะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ที่มีการทำลวดลายเล็กๆคล้ายคลื่นน้ำให้ความรู้สึกเวลาสัมผัสได้เนียนมือใช้ได้เลยล่ะ

ส่วนด้านล่างก็จะมีพอร์ท Micro-USB และพอร์ทหูฟัง 3.5 มม.

ด้านบนมีพอร์ท Infrared เอาไว้ใช้งานรีโมทเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้ผ่านแอป

มาด้านหลัง จะเห็นได้ว่าบนตัวเครื่องสีเงินทองนี้จะเห็นว่ามีลวดลายแบบ Brush Finish ด้วย เพิ่มเพิ่มความพรีเมี่ยมขึ้นจากสีเงินของรุ่นก่อนๆที่เป็นแบบด้านๆทั่วไปอีก

ส่วนหน้าตาของด้านหลังนอกจากตัวลาย Brush Finish แล้ว กล้องคู่ DUO Camera แฟลชคู่แบบ Twotone ด้านหลังที่เป็นเอกลักษณ์ของ M8 ก็ยังคงมีคล้ายกันอยู่ แต่ว่าในตัวเลนส์หลักนั้นจะมีกรอบสีดำครอบมาอีกที (ทำให้รู้สึกต่างจาก M8 นิดหน่อย) มีตัวรับสัญญาณเส้นสีขาวคาดระหว่างกลางเช่นเคยมีไมโครโฟนตัวที่ 2 อยู่ตรงเส้นนี้ด้วย

สเปคของ HTC One M9+

ในเรื่องของสเปคภายในนั้นเจ้า M9+ กับ M9 ก็จะแตกต่างกันอยู่ในบางจุด อย่างหน้าจอที่บอกว่ามีการอัพเกรดเพิ่มขนาดหน้าจอและความละเอียดขึ้นมา และในส่วนของชิปเซ็ตก็มีการเปลี่ยนมาใช้ชิปของทาง MediaTek ด้วย (M9 ใช้ Snapdragon 810 ของทาง Qualcomm) ส่วนสเปคเต็มๆก็ตามนี้เลยฮะ :D

  • รัน Android 5.0 Lollipop ครอบด้วย Sense UI 7.0
  • หน้าจอ Super-LCD3 ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD (2560x1440 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio X10 (MediaTek MT6795T) 64-Bit Octa-core 2.2GHz
  • ชิปกราฟฟิก PowerVR G6200
  • แรม 3GB LPDDR3
  • รอม 32GB
  • เพิ่ม Micro-SD ได้สูงสุด 2TB
  • แบตเตอรี่ความจุ 2,840 mAh
  • กล้องหน้า Ultra-Pixel ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง DUO Camera ความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซล+2.1 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 3G 850/900/1900/2100 (ใช้ได้ทุกเครือข่ายในไทย)
  • รองรับ 4G LTE 800/850/900/1800/2100/2600 (ใช้ของ True , Dtac ได้)

UI และการใช้งานพื้นฐาน

HTC One M9+ นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 5.0 Lollipop พร้อมครอบด้วย UI ของตัวเองอย่าง Sense UI 7.0 เวอร์ชั่นล่าสุดแล้วด้วย โดยตัว Sense 7.0 นี้ก็จะมาพร้อมกับความสามารถใหม่ๆ อาทิ Sense Home , Sense Theme เป็นต้น

โดย Sense Home นี้ก็จะเป็น Widget รูปแบบใหม่ ที่สามารถเปลี่ยนแปลงไอคอนไปตามสถานการณ์ ตามการใช้งานต่างๆได้ หรือตามที่ใช้บ่อยๆ อาทิ เวลาเราอยู่บ้าน (Home) เรามักจะใช้แอปจำพวกความบันเทิง ดู YouTube , เล่นเกม , นาฬิกา , เล่น Social Network เป็นต้น หรือเวลาออกไปนอกบ้าน (Out) เราก็จะใช้สำหรับการเดินทางอย่าง Maps , ปฏิทิน , โปรแกรมแต่งภาพ เป็นต้น หรือจะเป็นตอนอยู่ที่ทำงาน (Work) เราอาจจะใช้งานแอปจำพวก Email , ปฏิทิน , Scribble , เครื่องคิดเลข เป็นต้น

ซึ่งตัว Widget Sense Home นี้เราสามารถตั้งค่าสถานที่ได้ ซึ่งหากเราอยู่ใกล้สถานที่ที่เราตั้งไว้ ตัว Widget นี้ก็จะเปลี่ยนไอคอนไปตามทันที ก็ถือว่าสะดวกดี แต่สำหรับบางท่านที่ชอบจำตัวแอปจากตำแหน่งบนหน้าจอก็อาจจะงงๆได้ อ่าว...พอเข้าบ้านแล้วเปลี่ยนเป็น Home แอปนั่น แอปนี้หายไปไหนหว่า 55

ซึ่งหากไม่อยากให้งง อยากให้แอปที่เราใช้งานบ่อยๆก็สามารถปักหมุดได้โดยการกดค้างไว้ล่ะฮะ

Sense Themes ถ้าจะให้อธิบายก็คงคล้ายๆกับพวก Theme Center ของค่ายอื่นๆ ที่มีให้เราได้เปลี่ยน Theme ได้ , เปลี่ยน Wallpaper , Icon , โทนเสียง , ตัวฟอนด์ของตัวเครื่อง ก็เรียกว่าปรับเปลี่ยนได้ทั้งหมดเครื่องเลยทีเดียว

แต่ที่ HTC มีพิเศษกว่าก็คือ การสร้าง Theme เป็นของเราเองโดยจะเลือกจากภาพถ่ายในอัลบั้ม หรือจะถ่ายใหม่เดี๋ยวนั้นเลยก็ได้ ซึ่งพอเราได้ภาพมาแล้ว ตัวแอปก็จะคำนวนพวกโทนสีของภาพนั้นๆ ออกมาพร้อมเปลี่ยนเป็นโทนสีของเรา และคัดเลือกตัว Icon ต่างๆมาให้เราเลือกได้อีกด้วย

หรือถ้าที่คัดมายังไม่พอใจ เราก็สามารถปรับเองได้อีกนิดผ่านปุ่ม Edit ครับ

เรียกว่าทีนี้ถ้าเรามีภาพสวยๆอย่างจะได้ Theme ที่เข้ากับภาพ Wallpaper ก็ให้ตัว Sense Themes จัดการได้เลยครับผม :D

ฟีเจอร์สแกนลายนิ้วมือ

มาดูในเรื่องของการสแกนลายนิ้วมือกันบ้าง อย่างที่ทราบว่าบนรุ่น M9+ นั้นมีการเพิ่มบางอย่างเข้ามาจากรุ่น M9 ปกติ หนึ่งในนั้นก็คือปุ่มโฮมที่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย โดยตัวปุ่มโฮมนั้นดูจากพวกภาพ Press หรือภาพหลุดก่อนหน้านี้อาจจะคิดว่าเป็นปุ่มโฮมแบบกดเหมือนพวกมือถือ Samsung แบบนั้น แต่เอาเข้าจริงเจ้าปุ่มโฮมนี้ก็จะเป็นแบบยุบลงไป คล้ายกับไอโฟนแทน แต่ว่าไม่สามารถที่จะกดลงไปได้ เป็นแบบปุ่มสัมผัสเท่านั้น

โดยรูปแบบการสแกนลายนิ้วมือนั้นก็จะให้เราแตะได้หลากหลายมุม โดยตอนจำค่าครั้งแรกตัวแอปจะให้เราได้ลองแตะหลายๆมุม หลายๆองศาในการสแกนฮะ และจากการทดสอบก็ถือว่าทำงานได้รวดเร็วดีใช้ได้ เราไม่จำเป็นต้องกดปุ่ม Power เพื่อปลุกจอให้ติดก่อนแล้วค่อยเอานิ้วทาบ แต่เราสามารถวางนิ้วตอนเครื่องล็อคได้เลย ตัวเครื่องก็จะติดทันทีทันใด

ความบันเทิงบน HTC One M9+

มาดูในเรื่องของความบันเทิงกันบ้าง อย่างที่บอกไปตอนต้นว่ารุ่นนี้มีการอัพเกรดในเรื่องของหน้าจอขึ้นมาจากรุ่นก่อนๆของ HTC ที่ความละเอียดเป็น Quad-HD หรือ 2K แล้ว ก็แน่นอนว่าการแสดงผลและความคมชัดก็เยี่ยมยอดสุดๆไปเลย เพราะฉะนั้นหากเอามาดูไฟล์ภาพ ไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆ ก็จะให้ความคมชัดที่ยอดมากๆ แถมหน้าจอยังมีความสดที่เรียกว่าสดสุดๆไปเลยอีกด้วย 

แถมนอกจากหน้าจอที่คมชัดสุดๆแล้ว ก็ยังมีลำโพงสุดทรงพลังอย่าง Boomsound อยู่ด้วยเช่นกัน โดยรอบนี้ก็จะมาพร้อมกับ Boomsound with Dolby ที่ให้พลังเสียงที่มีมิติมากกว่ารุ่นก่อนๆ กระหึ่มมากๆ

ประสิทธิภาพของ HTC One M9+

มาดูในเรื่องของประสิทธิภาพกันบ้าง บน M9+ นั้นมาพร้อมกับชิปเซ็ต MediaTek MT6795T แบบ 64-Bit พร้อมรันบนระบบ Lollipop ที่เป็น 64-Bit ด้วย ซึ่งก็ถือว่าเต็มรูปแบบแล้ว และจากที่ทดสอบผ่านแอปยอดนิยม AnTuTu Benchmark ก็ได้ผลคะแนนออกมาที่ 49436 คะแนนเลยทีเดียว ถือว่าสูงตามระดับเรือธงสมัยนี้เลยล่ะ *0*

การเล่นเกมบน HTC One M9+

คะแนนการทดสอบก็ออกมาสูงปรี๊ดซะขนาดนั้น ถึงคราวมาลองเล่นเกมกันจริงๆจังสักที โดยทางทีมงานลองจับเอาเกมกราฟิกหนักๆอย่าง Asphalt 8 , Modern Combat 5 ,Marvel Contest of Champions , Implosion และ WWE 2K ดูหน่อยว่าจะลื่นสมคะแนนไหม

Asphalt 8

Modern Combat 5

Marvel Contest of Champions

Implosion

WWE 2K

ผลก็ปรากฏว่าตัวเกมกราฟิกหนักๆที่นำมาทดสอบทั้งหลายนั้น รันได้ลื่นไหลมากๆตามสไตล์สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์เรือธงเลยล่ะครับ ถึงแม้ว่าชิปเซ็ตจะเป็นของค่าย MediaTek แต่กราฟิกต่างๆก็แสดงผลได้สวยครบดีเยี่ยม เรียกว่าการเล่นเกมนั้นหายห่วงเลยล่ะ

กล้องถ่ายภาพบน HTC One M9+

มาต่อกันที่จุดเด่นของ M9+ นั่นก็คือเรื่องของกล้องที่รุ่นนี้ให้กล้องคู่ DUO Camera แบบเดียวกับ M8 แล้ว (บน M9 มีกล้องตัวเดียว) ซึ่งความสามารถของกล้องคู่แบบนี้ก็ยังคงคล้ายกับ M8 ที่มีเลนส์อีกตัวมาช่วยวัดระดับความชัดลึก ชัดตื้น ได้ดียิ่งขึ้น แต่ก็ยังมีความละเอียดสูงถึง 20.7 ล้านพิกเซลให้เลือกปรับอยู่ (เลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งจะใช้ 2 กล้องหรือ กล้องเดี่ยว 20 ล้านพิกเซล)

อย่างที่บอกว่าตัวแอปกล้องนั้นถึงจะมี 2 ตัว แต่การใช้งานจริงเราสามารถเลือกได้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น จะใช้งานแบบกล้องคู่ช่วยเพิ่มระยะตื้นของภาพ ก็เลือกที่ DUO (บันทึกภาพได้ที่ความละเอียด 4 ล้านพิกเซล) ส่วนถ้าอยากได้ไฟล์ความละเอียดสูงๆ ภาพคมจัดๆก็ปรับที่ High-Res (บันทึกภาพได้สูงสุด 20.7 ล้านพิกเซล)

ซึ่งจุดที่แตกต่างของกล้องแบบ High-Res กับ DUO ก็คือการปรับแต่งภาพที่ถ้าเราถ่ายด้วย DUO Camera ตอนดูภาพก็อาจจะเหมือนๆกันไฟล์เล็กกว่าด้วยซ้ำ แต่ถ้าเรามาดูตรงการปรับแต่งจะเห็นว่าภาพที่ถ่ายจาก DUO Camera นั้นมีเอฟเฟคให้เลือกมากกว่า 3 แบบนั่นก็คือ Ufocus (การทำหน้าชัดหลังเบลอเพิ่มเติมด้วยแอป) , Foregrounder (เปลี่ยนฉากหลังเป็นเอฟเฟคต่างๆ) และ 3D dimention (ให้เราได้ดูภาพในมุมมองแบบ 3 มิติ) นั่นเอง ซึ่งตรงนี้ก็จะเป็นฟีเจอร์ที่เหมือนกับตอน M8 เลยล่ะ

ส่วนโหมดการถ่ายภาพในแบบ High-Res นั้นก็จะมีให้ใช้พอประมาณอาทิ Auto , Night , HDR , Manual , Portrait , Landscape , Text และ Macro

และแน่นอนว่าทีเด็ดก็คงจะเป็นโหมด Manual ที่ให้เราได้ปรับค่า การโฟกัส , Shutter Speed (1/8000 - 2 วินาที), ISO , EV , White Balance ได้คล้ายกับกล้องโปรฯ

เอาเป็นว่าเราลองมาดูภาพถ่ายตัวอย่างกันเลยดีกว่าฮะ ^^

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด HDR

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมดกลางคืน (Night)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Manual (ใช้ขาตั้ง)

โดยรวมก็ถือว่าคุณภาพของกล้องนั้นทำออกมาได้ดีเลยทีเดียว ทั้งในเรื่องของการโฟกัสที่จะมีการวัดแสงให้เลยด้วยขณะโฟกัส หรือในโหมดต่างๆก็ใช้งานได้ง่ายดี Auto ก็ถ่ายงานเก็บภาพได้ทุกสถานการณ์ , โหมด HDR ก็ได้ภาพย้อนแสงที่ดีขึ้นมากว่าปกติเยอะเลย หรือจะเป็นโหมดกลางคืนที่ถ่ายออกมาได้ยอดเยี่ยมเก็บรายละเอียดต่างๆได้อย่างดี แต่อาจจะมีการหน่วงชัตเตอร์ไว้สักพักหนึ่งไม่ใช่ถ่ายปุ๊บได้ภาพปั๊บแบบโหมด Auto ปกติ และที่สำคัญบนรุ่นนี้ก็ยังคงมีโหมด Manual ให้ได้เลิอกปรับค่าได้เองอีกด้วย แต่ข้อเสียหลักๆของกล้องรุ่นนี้ก็คงเป็นเรื่องของการกันสั่นที่ไม่มีตัวกันสั่น OIS มาให้ด้วยเลยอาจจะมีภาพสั่นบ้างเวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยครับ ><

และในกล้องหน้านั้นก็จะมาพร้อมกับกล้องความละเอียด 4 ล้านพิกเซลแบบ Ultra-Pixel ที่ให้ความสว่างสูง มีความนิ่งที่ดีหากเทียบกับมือถือรุ่นอื่นๆผมว่าเจ้ากล้องหน้านี้กันสั่นได้ดีเลยล่ะ ส่วนในเรื่องของความเนียนก็ถือว่า เนียนไม่แพ้คู่แข่งเลย แถมยังมี Beauty Mode ให้ปรับความเนียนใสของใบหน้าได้หลากหลายระดับอีกเช่นเคย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้า

การบันทึกวิดีโอบน HTC One M9+

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงแบบนี้นอกจากภาพนิ่งที่ดีแล้ว ภาพเคลื่อนไหวก็ต้องจัดเต็มไม่แพ้กัน ซึ่งบน M9+ นี้ก็สามารถถ่ายวิดีโอได้ตั้งแต่ความละเอียด HD 720P , Full-HD (60fps) จนถึง 4K (UHD) เลยทีเดียว ส่วนภาพจะคมชัดแค่ไหน เอาเป็นว่าลองไปชมจากตัวอย่างคลิปด้านล่างนี้เลยกว่าฮะ

ตัวอย่างวิดีโอความละเอียด Full-HD

การใช้งานแบตเตอรี่ของ HTC One M9+

มาถึงเรื่องแบตเตอรี่ปิดท้ายกันอีกเช่นเคย เจ้า M9+ นี้ให้แบตเตอรี่มาที่ 2,840 mAh ก็ถือว่าไม่เยอะไม่น้อยตามขนาดหน้าจอ และจากการทดสอบใช้งานจริงมาหนึ่งสัปดาห์ เปิดแสงหน้าจอ 50% , เล่นอินเทอร์เน็ตทั่วไป Facebook Twitter Instagram , ฟังเพลง, ถ่ายรูปวันละประมาณ 20-30 รูป , เล่นเกมบ้าง ก็ถือว่าพอใช้งานได้"เกือบ"ทั้งวัน ทั้งนี้คงเพราะหน้าจอความละเอียด 2K นั้นกินพลังงานพอสมควรเลยล่ะ ถึงแม้ว่าจะเปิดตัว Power Saving Mode ไว้ก็ตาม แต่เอาเข้าจริงสมัยนี้ก็คงจะมีพกพาวเวอร์แบงค์ไว้ติดตัวบ้างอยู่แล้ว

ส่วนในเรื่องความร้อนแน่นอนว่าถ้าบอกไม่ร้อนนี่ก็คงจะโกหก และยิ่งรุ่นนี้มีความพรีเมี่ยมในเรื่องของวัสดุที่เป็นโลหะอย่างดีด้วยแล้ว ก็ย่อมมาพร้อมกับความร้อนที่มากอยู่พอสมควรเลย หากเล่นหนักๆจริงๆ แต่การใช้งานทั่วๆไปก็ถือว่าโอเคฮะ ยังอยู่แค่อุ่นๆ แต่หากถ่ายรูปเยอะๆ เล่นเกมหนักๆนี่ร้อนขึ้นใช้ได้เลยล่ะ

สรุปผลการทดสอบ

ก็ถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงอีกหนึ่งตัวที่น่าสนใจไม่น้อย ในเรื่องของฮาร์ดแวร์สเปคก็มีการอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนๆของทาง HTC มากๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของชิปเซ็ตที่จัดเต็มมาให้ด้วยชิปเซ็ต MediaTek Helio X10 Octa-Core แบบ 64-Bit แรม 3 GB ความจุภายใน 32GB เพิ่ม Micro-SD ได้อีก 2TB หรือว่าจะเป็นเรื่องของกล้องก็มีการอัพเกรดขึ้นมาเป็นความละเอียด 20.7 ล้านพิกเซลที่ถือว่าสูงมากในตลาดตอนนี้ อีกทั้งยังมีลูกเล่นเล็กๆอย่างกล้องคู่ที่ถ่ายพร้อมตกแต่งเอฟเฟคเพิ่มเติม ส่วนในเรื่องของวัสดุก็แน่นอนว่ายังคงทำได้ดีตามสไตล์ตระกูล One ของ HTC ที่ใช้วัสดุหรูหรา พรีเมี่ยมสุดๆ แต่ในเรื่องหน้าตาก็อาจจะทำได้ผิดหวังไปนิดสำหรับผู้ที่เคยใช้เรือธงรุ่นก่อนไม่ว่าจะเป็น M7 หรือ M8 มาก่อน เพราะว่ามันช่างเหมือนเดิมซะเหลือเกิน (จริงๆมันก็ต่างกันนิดหนึ่งล่ะนะ) แต่โดยรวมถ้าคิดว่าหน้าตาแบบเดิมๆก็สวยอยู่แล้ว และอยากจะอัพเกรดสเปคขึ้นมาให้เทพกว่าเดิมก็ถือว่าน่าสนใจไม่น้อยเลยล่ะครับ และปิดท้ายกันที่เรื่องของราคากันเลย

ราคาเปิดตัวของ HTC One M9+ นั้นจะอยู่ที่ 24,990 บาทครับโผมม !! ^0^

คู่แข่งในตลาด

แน่นอนว่าสมาร์ทโฟนระดับเรือธงแบบนี้คู่แข่งในตลาดก็มีพร้อมชนกันอยู่แล้ว และตัวแรกที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่นก็คือ Samsung Galaxy S6 สมาร์ทโฟนเรือธงคู่แข่งที่คงเรียกว่าสมน้ำสมเนื้อที่สุด ด้วยราคาที่ใกล้เคียงกัน (ห่างกัน 1,000 บาท) พร้อมสเปคระดับไฮเอนด์สุดๆ และคู่แข่งก็เริ่มเน้นไปที่วัสดุพรีเมี่ยมเหมือนกันแล้วด้วย แต่ตัว M9+ นั้นจะโดดเด่นกว่าในเรื่องของลำโพงคู่ Boomsound หน่วยความจำที่ให้มา 32GB แถมยังเพิ่ม Micro-SD ได้อีก 2TB และหน้าจอที่ใหญ่กว่าอีกนิด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่จะชอบล่ะครับว่าอยากได้ตัวเครื่องวัสดุกระจกหน้าหลังสวยๆ หรืออยากได้โลหะทั้งตัวสุดแกร่ง :D

จุดเด่น

  • วัสดุพรีเมี่ยม แข็งแกร่ง เหมาะกับความเป็นเรือธง
  • หน้าจอ Quad-HD ความคมชัดสูง
  • Sense UI 7.0 ทำงานได้ลื่นไหลประทับใจเช่นเคย
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือ ทำงานได้รวดเร็วแตะปุ๊บ ติดปั๊บ
  • ลำโพงคู่ Boomsound with Dolby สุดทรงพลัง
  • กล้องหลังความละเอียดสูง
  • ความจุภายใน 32GB เพิ่ม Micro-SD ได้สูงสุดถึง 2TB

จุดสังเกต

  • ดีไซน์อาจจะเดิมๆไปนิดหากเทียบกับรุ่นก่อนๆ
  • วัสดุโลหะทำให้เครื่องร้อนพอสมควร
  • แบตเตอรี่อาจจะไม่อึดเท่าที่ควร 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite