IT : คลาวด์ โซลูชั่นส์ สามารถทำงานได้ แม้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศ

จารย์บอย | 6 มี.ค. 2557 08:09:13

2337

VIEWS จารย์บอย

ไมโครซอฟท์ แนะนำใช้“คลาวด์ โซลูชั่นส์”เพื่อการวางแผนต่อเนื่องทางธุรกิจ

กรุงเทพฯ มีนาคม 2557–ภาวะการหยุดชะงักของภาคธุรกิจที่เกิดขึ้นอย่างไม่คาดฝันในปัจจุบัน เป็นสิ่งที่กระตุ้นเตือนให้องค์กรต่างๆ เห็นความสำคัญของการวางแผนต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Planning - BCP) ซึ่งจะช่วยกำหนดทิศทางการดำเนินธุรกิจเมื่อต้องเผชิญกับเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการสะดุด

และนำพาองค์กรกลับสู่การดำเนินธุรกิจในภาวะปกติโดยเร็วที่สุด คลาวด์ โซลูชั่น จากไมโครซอฟท์สามารถเป็นส่วนหนึ่งของแผนความต่อเนื่องนี้ ที่จะช่วยทำให้ธุรกิจเกิดความคล่องตัว รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานให้กับองค์กรในทุกสถานการณ์

ภายใต้สภาพแวดล้อมแห่งการแข่งขันทางธุรกิจในปัจจุบัน องค์กรธุรกิจไม่ว่าขนาดใหญ่หรือเล็ก ไม่อาจเผชิญกับภาวะการหยุดชะงักในการดำเนินธุรกิจได้ ดังนั้นความสามารถในการทำให้ธุรกิจดำเนินไปอย่างต่อเนื่องจึงจำเป็นอย่างยิ่งในการวางแผนกลยุทธ์ขององค์กร

เมื่อไอทีได้เข้ามามีบทบาทต่อการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันมากขึ้น ถึงเวลาที่องค์กรต่างๆ ในประเทศไทยต้องเริ่มวางแผนเพื่อสร้างความต่อเนื่องให้กับระบบไอทีในช่วงที่เกิดเหตุวิกฤตเพื่อให้การดำเนินงานไม่สะดุด หากไม่มีการเตรียมการที่ดี อาจก่อให้เกิดความเสียหายอย่างสูงทั้งในแง่ต้นทุนและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อภาพลักษณ์องค์กรได้ แม้ว่า

ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรของคุณคือการวางแผนล่วงหน้า แต่ก็ยังไม่สายเกินไปหากได้เริ่มต้นวางแผนทันทีในตอนนี้”

3 คำถาม สำหรับผู้บริหารและผู้มีอำนาจตัดสินใจทางด้านไอทีในองค์กร

1. เมื่อมีความจำเป็นต้องทำงานจากที่บ้าน องค์กรของคุณมีเครื่องมือที่เหมาะสมสำหรับพนักงานในการเข้าถึงข้อมูลของบริษัทหรือไม่ ?

ผลการสำรวจล่าสุดจากไมโครซอฟท์พบว่า ผู้มีอำนาจในการตัดสินใจทางด้านไอทีขององค์กรต่างๆ ในประเทศไทย ยังคงมีความกังวลใจเกี่ยวกับการติดขัดในการสื่อสาร และการที่พนักงานไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลหรือมาทำงานที่ออฟฟิศได้เมื่อเกิดเหตุวิกฤต แม้ในสถานการณ์ทั่วไปพนักงานจะสามารถเข้ามาทำงานได้เป็นปกติ แต่การลงทุนกับไอทีโซลูชั่นส์ซึ่งช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้ทุกที่ ทุกเวลา แม้ในยามที่เกิดเหตุจำเป็น นับเป็นความคุ้มค่าที่องค์กรควรพิจารณา

คลาวด์ โซลูชั่นส์ ต่างๆ จากไมโครซอฟท์ อาทิ ออฟฟิศ 365 (Office 365) ช่วยให้พนักงานสามารถทำงานได้อย่างต่อเนื่อง แม้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ออฟฟิศได้ และด้วยการทำงานที่สอดประสานกับออนไลน์ สตอเรจ อย่าง วันไดร์ฟ (OneDrive) รวมถึงเครื่องมือติดต่อสื่อสารภายในองค์กรทั้ง แยมเมอร์ (Yammer)และ ลิงค์ (Lync)

ทำให้การเข้าถึงข้อมูลและเชื่อมโยงกับเพื่อนร่วมงานสามารถทำได้จากทุกอุปกรณ์ และเมื่อใดก็ตามที่ผู้ใช้งานระบบปฏิบัติการวินโดวส์ 7 หรือ วินโดวส์ 8.1 ทำการเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต ไดเร็คท์ แอคเซส (Direct Access)จะทำการเชื่อมโยงคุณเข้ากับเครือข่ายขององค์กรอย่างปลอดภัย แทนที่การเชื่อมต่อผ่าน VPN ที่มีต้นทุนสูง

ในขณะที่ วินโดวส์ อินทูน (Windows Intune)มีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์พกพาผ่านระบบคลาวด์ ผู้ใช้งานสามารถเข้าถึงแอพพลิเคชั่นและข้อมูลต่างๆ ผ่านอุปกรณ์ทุกประเภทที่เลือกใช้ ตามนโยบายของบริษัท

2. องค์กรของคุณมีการเก็บสำรองข้อมูลสำคัญทางธุรกิจ และสามารถเรียกคืนได้อย่างรวดเร็วใช่หรือไม่ ?

วิกฤตการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้น ก่อให้เกิดผลกระทบต่อธุรกิจของคุณและอาจรวมไปถึงความเสียหายกับเซิร์ฟเวอร์ภายในองค์กร หากคุณต้องการความมั่นใจว่าข้อมูลที่มีค่าจะได้รับการปกป้องด้วยการเก็บสำรองไว้อย่างดีและสามารถกู้คืนได้อย่างรวดเร็วเพื่อความต่อเนื่องในการใช้งาน วินโดวส์ อาชัวร์ แบคอัพ (Windows AzureBackup) ไม่เพียงแต่ช่วยเก็บรักษาข้อมูลของคุณไว้ภายนอกกองค์กรอย่างปลอดภัยห่างไกลจากดาต้าเซ็นเตอร์ภายในองค์กรแล้ว

ยังเพิ่มความปลอดภัยอีกขั้น ด้วยการเข้ารหัสข้อมูลก่อนนำไปเก็บรักษา วินโดวส์ อาชัวร์ ช่วยให้การเรียกคืนข้อมูลสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ธุรกิจดำเนินได้อย่างต่อเนื่อง ช่วยให้คุณประหยัดเงินจำนวนมาก และลดปัญหาจุกจิกกวนใจจากเซิร์ฟเวอร์แบบเดิมๆ

แม้ว่าการเปลี่ยนมาใช้งานคลาวด์สาธารณะ(Public Cloud) อย่างสมบูรณ์แบบอาจยังเป็นเรื่องที่ห่างไกลความเป็นจริงอยู่มาก แต่คุณสามารถเลือกใช้งานแบบไฮบริด (Hybrid) ที่เป็นการผสมผสานระหว่างการใช้ดาต้าเซ็นเตอร์ในองค์กร ร่วมกับการใช้งานคลาวด์ สตอเรจ อย่างน้อยที่สุดคุณก็มั่นใจได้ว่าข้อมูลสำคัญได้ถูกเก็บสำรองไว้อย่างปลอดภัย

3. คุณสามารถควบคุมข้อมูลรวมถึงการตั้งค่าความปลอดภัยของข้อมูลได้มากแค่ไหน ?

คลาวด์ โซลูชั่นส์ บนระบบปฏิบัติการคลาวด์ของไมโครซอฟท์เปิดโอกาสให้คุณปรับตั้งค่าความปลอดภัย ความเป็นส่วนตัว และมาตรฐานความปลอดภัย ในระดับที่สอดคล้องกับความต้องการขององค์กร วินโดวส์ อินทูน และวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ ซิสเต็ม เซ็นเตอร์ (Windows Server System Center) ทำงานอย่างใกล้ชิดกับผู้ใช้งาน

และมีเครื่องมือที่ช่วยให้ผู้ดูแลระบบสามารถบริหารจัดการคอมพิวเตอร์และเซิร์ฟเวอร์ ทำการอัพเดทซอฟท์แวร์ให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทำการตั้งค่าการใช้งานและระบบด้านความปลอดภัย รวมไปถึงติดตามสถานะของระบบ ในขณะที่อนุญาตให้ผู้ใช้งานเข้าถึงแอพพลิเคชั่นจากอุปกรณ์ต่างๆ ที่ผู้ใช้งานเลือกใช้ ในกรณีที่เครื่องอุปกรณ์ของคุณสูญหายหรือถูกโจรกรรม

คุณสามารถวางใจในความสามารถของ บิทล็อคเกอร์ ไดร์ฟ เอนคริปต์ชั่น (BitLocker Drive Encryption) ที่ติดตั้งอยู่ในวินโดวส์ 8.1 โปร และวินโดวส์ 8.1 เอนเตอร์ไพร์ส ฟีเจอร์ความปลอดภัยขั้นสูงนี้จะช่วยปกป้องอุปกรณ์และข้อมูลที่มีค่าของคุณและองค์กร

ท้ายที่สุด เมื่อเปลี่ยนมาใช้งานคลาวด์ คุณยังต้องการความมั่นใจว่า ข้อมูลของคุณจะได้รับการปกป้องและไม่ถูกนำไปใช้เพื่อวัตถุประสงค์อื่นๆ คุณสามารถตรวจสอบนโยบายของไมโครซอฟท์ด้านการจัดการดาต้าเซ็นเตอร์และความเป็นส่วนตัวของข้อมูลได้จากเว็บไซต์ ทรัสเซ็นเตอร์ (Trust Center) อย่างไรก็ตาม คุณต้องการร่วมงานกับพันธมิตรที่ทำงานด้วยมาตรฐานสากล และไม่แสวงหาผลประโยชน์จากข้อมูลของคุณ เพราะข้อมูลของคุณก็ต้องเป็น “ของคุณ”

ที่มา : ไมโครซอฟท์