iPhone 5: สัมผัสแรก iPhone 5 ในเวลา 2 ชั่วโมงกับป๋าเอก TechXcite!

ป๋าเอก | 24 ก.ย 2555 14:45:55 (อัพเดต 24 ก.ย 2555 17:01:19)

23270

VIEWS ป๋าเอก
 


iPhone 5 ซูเปอร์สมาร์ตโฟนความหวังใหม่จากค่าย Apple ประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อช่วงต้นเดือนที่ผ่านมาและออกวางจำหน่าย iPhone 5 กันอย่างเป็นทางการไปแล้ว ซึ่งแม้ว่าในบ้านเราจะยังไม่มี iPhone 5 เครื่องศูนย์ออกขายจริงแล้วก็ตาม ทว่าเหล่าสาวก Apple ระดับเดนตายทั้งหลายก็ยังอุตส่าห์เดินทางข้ามาน้ำข้ามทะเลไปหิ้วเครื่อง iPhone 5 เข้ามาจนได้จากในหลายประเทศ ซึ่งแน่นอนว่างานนี้ TechXcite เองก็ไม่พลาดที่จะไปสอยเครื่องหิ้ว iPhone 5 (ราคาแพงเวอร์) มาทำการ Review แบบ Hands-on สัมผัสแรก iPhone 5 ให้แฟนๆของเราได้ชมกันก่อนใครเหมือนเช่นเคย...เรียกว่าทำออกมาเพื่อยั่วกิเลสสาวก Apple โดยแท้!

แต่ก่อนที่จะไปติดตามชม iPhone 5 Hands-on ของเรากันนั้น ป๋าเอก TechXcite ก็คงขอออกตัวก่อนเลยว่าคราวนี้เรามีโจทย์เวลาจำกัดเพียง 2 ชั่วโมงเท่านั้น (เพราะทีมงานอื่นในบริษัทของเราต้องนำ iPhone 5 ไปทำอย่างอื่นกันต่อ...ความลับๆ) เลยอาจทำได้แค่ Preview แบบคร่าวๆแรกสัมผัส iPhone 5 ประมาณนั้น ส่วน iPhone 5 Review เต็มๆจัดหนักๆผมคงสามารถขึ้นให้ทุกท่านได้อ่านกันช่วงวันพฤหัสนี้ครับ ซึ่งแน่นอนว่าถ้าแฟนๆ TechXcite ยังจำกันได้ว่าผมนั้นเคยบ่นเสียอกเสียใจตอน iPhone 5 เปิดตัวว่า Apple ทำได้แค่นี้เองเหรอ (จากใจสาวก Apple คนหนึ่ง) จนถึงขนาดเปลี่ยนใจไปสั่ง iPod Touch 5th Gen มาแทนกันแล้วด้วย!

อย่างไรก็ตามงานนี้ก็ต้องมาดูกันว่า 2 ชั่วโมงกับการขลุกอยู่กับ iPhone 5 แบบสองต่อสอง (ทำอะไรกัน?) ของผมนั้นจะทำให้อาการเปลี่ยนใจกลับคืนสู่อ้อมอก Tim Cook กลับคืนมาหรือไม่หนออออออ...


สำหรับ iPhone 5 เครื่องที่ป๋ามาลองจับกันในวันนี้เป็นรุ่นสีดำความจุ 16GB เรื่องราคาที่เราซื้อมาคงไม่บอกละกัน (เอาเป็นว่าโหดสัส!) แน่นอนครับว่าความแตกต่างที่เห็นไดชัดเจนในแวบแรกจากการมองด้วยสายตาก็คือ iPhone 5 ตัวเครื่องยาวขึ้นกว่าเดิมประมาณหนึ่งแถวไอคอน...ก็ไอ้ที่แรกกันว่า iPhone 5 แถวนั่นแหละ 555+ 

ซึ่งแน่นอนว่าเป็นผลมาจากการที่ตัวเครื่องขยายขนาดหน้าจอเป็น 4 นิ้วนั่นเอง โดยหน้าจอ iPhone 5 ก็ยังคงรัศมีความเป็น Retina Display จอเทพด้วยอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 1136*640 พิกเซล (326ppi เท่า iPhone 4S เหมือนเดิม) เรื่องความคมชัดเลยยังอาจไม่เห็นความแตกต่างจากเดิมซักเท่าไหร่



สิ่งที่พอจะบอกความแตกต่างของ iPhone 5 จาก iPhone 4S ได้หากวัดกันด้วยสายตาเพียงอย่างเดียวก็เห็นจะเป็นฝาหลังนี่แหละ ที่ในคราวนี้ Apple บอกลากระจกแบบ Gorill Glass อันเป็นเอกลักษณ์ของค่ายนี้มาพักใหญ่ๆแล้วหันไปใช้วัสดุที่เป็นโลหะแบบ Anodized Aluminum สองสีซึ่งเป็นวัสดุแบบเดียวกับฝาเครื่อง MacBook นั่นแหละ ซึ่งจากที่ผมสัมผัสมาคิดว่ามันสุ่มเสี่ยงต่อการเป็นรอยได้ง่ายอย่างที่เขาว่าไว้จริงๆนะ งานนี้ไม่เหมาะกับคนที่อยากถือ iPhone 5 เพียวๆตัวเปล่าเล่าเปลือย (แต่ถ้าซื้อมาแล้วใส่เคสเลยคงไม่มีปัญหาหรอกครับ)



ด้านบน iPhone 5 เป็นปุ่ม Power/Lock-Unlock หน้าจอไม่มีอะไรพิเศษ



ส่วนด้านล่างนี่แหละที่มีความเปลี่ยนแปลงขึ้นเยอะใน iPhone 5 ไม่ว่าจะเป็นตะแกรงลำโพงดีไซน์ใหม่, พอร์ตเชื่อมต่อขนาดเล็กลงแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Lightning รวมไปจนถึงช่องหูฟังที่ในท้ายที่สุดก็ย้ายลงมาทางด้านล่างเสียที



ทางด้านขวานี่ชาวไทยอาจต้องสนใจกันเยอะหน่อยเพราะช่องใส่ซิมของ iPhone 5 หนนี้รองรับซิมการ์ดแบบใหม่ที่มีชื่อว่า Nano-SIM แล้วนะจ๊ะ ซึ่ง Nano-SIM ที่ว่ามีขนาดเล็กลงไปจาก Micro-SIM ของเดิมใน iPhone 4S เข้าไปอีก โดยในเวลานี้เท่าที่เราทราบข้อมูลมาทางฝั่ง AIS และ DTAC เริ่มให้บริการเปลี่ยนซิมการ์ดเป็น Nano-SIM ได้ตามศูนย์ให้บริการทั่วไปแล้วนะครับ (ส่วน TrueMove H ยังเงียบอยู่เบย)



ในขณะที่ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่อง iPhone 5 ก็มีปุ่มปรับเพิ่ม-ลดระดับเสียงและปุ่ม Mute เหมือนเช่นเคย แต่อาจมีการปรับเลื่อนตำแหน่งเล็กน้อยไม่สลักสำคัญเท่าไหร่



อีที่สำคัญมันอยู่ตรงตอนที่ป๋าได้ลองหยิบจับ iPhone 5 ขึ้นมาใช้งานจริงๆนี่แหละ คือจะบอกทุกท่านว่านี่คือ iPhone ที่มีน้ำหนักเบาอย่างไม่น่าเชื่อ เบาจริงๆจนตกใจเลยว่านี่ถือเครื่อง Mock-up อยู่หรือเปล่า 555+ ส่วนหนึ่งที่ตัวเครื่องมีน้ำหนักเบาลงก็น่าจะเป็นเพราะการตัดกระจกด้านหลังออกไปนี่แหละ

นอกจากนี้ตัวเครื่อง iPhone 5 ยังมีขนาดความบางมากกว่า iPhone รุ่นก่อนๆหน้านี้อยู่เยอะทีเดียวเลยแหละ อันเป็นผลบุญมาจากเทคโนโลยี in-cell display ซึ่งผนวกรวมหน้าจอสัมผัสเข้ากับหน้าจอ LCD เป็นชิ้นเดียวบางๆไปเลย ไม่อยากจะคิดถึงตอน iPod Touch 5th Gen เลยว่าจะยิ่งเบาลงไปโคตรๆกว่านี้เลยมั้งเนี่ย!

และอีกหนึ่งข้อครหา (ผมเองก็เป็นตัวการผลักดันเลย 555+) ก็คือในเรื่องของไซส์หน้าจอที่ยาวขึ้นมาแบบผิดหูผิดตาจนเกิดเป็นภาพล้อเลียน iPhone 5 ฟุตลองออกมาตามสื่อต่างๆมากมาย อันนี้ผมก็ต้องบอกเลยว่า iPhone 5 ของจริงไม่ได้ยาวกว่าที่ทุกท่านคิดเลยครับ ยังเล็กกว่ามือถือของหลายๆเจ้าเอาเสียด้วยซ้ำ 

แต่ที่แอบอึ้งเกี่ยวกับ iPhone 5 ก็คือหน้าจอที่เห็นยาวๆอย่างนี้ได้รับการออกแบบมาโดย Apple ให้คุณสามารถใช้งานได้สะดวกสบายสุดๆด้วยการใช้มือเพียงข้างเดียว (ในขณะที่มือถือเจ้าอื่นยาวขึ้นในแนวกว้างซึ่งการใช้งานในบางอย่างก็อาจต้องใช้ทั้งสองมือเลย) นิ้วโป้งเดียวของขนาดมือมนุษย์ผู้ชายมาตรฐานอย่างผมสามารถกวาดใช้งานบนหน้าจอได้ตั้งแต่ด้านบนลงมาด้านล่างได้จนสุดจริงๆ จากที่ลองเล่นมา 2 ชั่วโมงบอกตามตรงผมโคตรโดนเลยกับการออกแบบในลักษณะนี้ของ iPhone 5...ข้าขอชาบูๆๆ



กำลังมองหา Samsung Galaxy S III อยู่เหรอ? (ประโยคนี้คุ้นๆนะ 555+) ว่าแล้วก็ต้องจับสองผู้ยิ่งใหญ่ในเวลานี้ทั้ง iPhone 5 และ Samsung Galaxy S III มาเปรียบเทียบไซส์กันหน่อย เมื่อ 4 นิ้วปะทะ 4.8 นิ้ว ผมไม่เล็กนะครับ :)



ด้านความบาง iPhone 5 เชือด Samsung Galaxy S III ไปแบบปลายจมูกด้วยขนาด 7.6 มม. vs. 8.6 มม.



หันไปชนคู่แข่งต่างค่ายแล้วก็ต้องมาเปรียบเทียบกับเพื่อนร่วมค่ายกันบ้างกับ iPhone 4 ของน้าป๋วย (พอดีหา iPhone 4S แถวนั้นไม่ได้พอดี) จะเห็นได้ว่าหน้าจอของ iPhone 5 มีสีสันที่สดใสจัดจ้านกว่าของ iPhone 4 อยู่เยอะทีเดียวเพราะ Apple ไปอัพเกรดค่า saturation บนหน้าจอ Retina Display ให้เพิ่มขึ้นไปอีก 44% นั่นเอง ส่วนเรื่องบอดี้นั้น iPhone 5 ยาวกว่า iPhone 4 อยู่พอสมควรแต่มีดีตรงเชปบ๊ะเอวคอดได้ใจกว่ากันเยอะ :P



เรื่องความบางตัวเครื่อง iPhone 5 นอนมาอยู่แล้วค่ะ



เกือบลืมให้ดูกล่อง iPhone 5 คราวนี้ต้องบอกว่า Apple ผลิตบรรจุภัณฑ์ออกมาได้ใหญ่กว่าปกติจริงๆ ซึ่งก็ต้องบอกว่าน่าจะเป็นเพราะของแถมที่มาในกล่องนั่นแหละ (มีอะไรบ้างไปดูกันด้านล่างเบย)



สำหรับอุปกรณ์เสริมภายในกล่อง iPhone 5 นั้นจะประกอบด้วยตัวเครื่อง iPhone 5 (ก็แหงสิ!), หูฟัง in-ear ดีไซน์ใหม่ชื่อว่า Earpod, สายเคเบิล Lightning to USB Adapter, หัวปลั๊กไฟ Wall Charge และหนังสือคู่มือ iPhone 5 แผ่นกระจิ๋วหริว



ในส่วนของหูฟังดีไซน์ใหม่ Earpod ที่ Apple ออกมาโปรโมตเต็มที่ว่าพวกเขาได้นำไปทดสอบกับใบหูของคนทั่วไปมาแล้วหลายร้อบใบรับรองว่าฟังเพลงแล้วอินกันได้ทุกคนแถมยังมีดีไซน์โอเวอร์อลังการเหมือนหลุดออกมาจากหนังไซ-ไฟนั้น ซึ่งจากที่ให้น้าป๋วยคนเล่นหูฟังของเราไปฟังมาคร่าวๆแล้วก็ต้องบอกว่า Earpod ดีกว่าหูฟังของ Apple ก่อนๆหน้านี้ทุกรุ่นแน่นอน โดยน้าแกบอกมาว่าหูฟัง Earpod นี้ เสียงกลางแหลมทำได้ดีเป็นพิเศษ ในขณะที่ sound stage เองก็กว้างขวางไม่เบา ติดอยู่นิดว่าเสียงเบสเก็บตัวช้าไปหน่อยแต่ก็เข้าขั้นใช้ได้เลยแหละ :P



เช่นเดียวกับพอร์ตใหม่ Lightning ของ iPhone 5 ก็มีข้อดีตรงที่มันมีขนาดเล็กลงจนทำให้ตัวเครื่องสามารถทำได้บางลงตามไปด้วย แถมที่ชอบมากๆเลยก็คือคุณสามารถเสียบสาย Lightning นี้ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องมามะงุมมะงาหราดูว่าด้านไหนด้านบนหรือล่างด้วย...อันนี้ถือว่าเจ๋งกว่า Micro USB ที่ใช้อยู่เลยแหละ



เอาละพูดถึงเรื่องดีไซน์ภายนอกกันไปก็เยอะแล้วมาว่ากันถึงความประทับใจแรกของผมกับ iPhone 5 ในเวลา 2 ชั่วโมงกันเลยดีกว่า จริงๆก็ไม่เคยนึกหรอกนะว่าตามสเปคบนหน้ากระดาษแล้ว iPhone 5 เพิ่มหน้าจอมาเป็น 4 นิ้วแล้วมันจะมีอะไรดีขึ้นมาจากเดิม แต่ปรากฏว่าพอมาใช้จริงดูเหมือนว่า iPhone 5 จะขยายโลกทัศน์ของผมขึ้นอีกเยอะ ไม่ว่าจะเป็นการท่องหน้าเว็บเบราเซอร์หรือเช็คอีเมล์ก็มีพื้นที่ใช้งานที่กว้างขวางไม่แออัดเหมือนสมัย iPhone 4 (iPhone 4S) แม้แต่น้อย



เช่นเดียวกับการชมภาพยนตร์หรือดู YouTube ด้วยอัตราส่วนหน้าจอแบบเต็มๆที่ 16:9 ของ iPhone 5 ที่เหมาะแก่การดูหนังยิ่งนัก (อีตากังนัม สไตล์นี่ก็ด้วย 555+) อย่างไรก็ตามในส่วนของการใช้งานแอปฯหรือเกมส์บางอย่างนั้นก็ยังไม่รองรับหน้าจอ iPhone 5 ที่ยาวขึ้น ซึ่ง Apple ได้แก้ปัญหาด้วยการเพิ่มขอบสีดำออกมาทดแทนหน้าจอส่วนที่หายไปนั่นเอง ซึ่งถ้าเป็นรุ่นสีดำก็ถือได้ว่าแนบเนียนทีเดียว (แต่จะกลับไปดูเหมือน iPhone 4S อีกครั้ง 555+)



ที่ต้องบอกว่าเป็นไปตามคาดเห็นจะเป็นชิปเซ็ต A6 ใน iPhone 5 ที่เขาบอกว่ามันลื่นเร็วแรงและไวเวอร์เสียกว่า Quad Core CPU ของฝั่ง Android หลายๆเจ้าเสียอีก ซึ่งจากที่ผมเล่น iPhone 5 เปิดแอปฯต่างๆดูต้องบอกว่าตอบสนองได้ไวจริงดังคาด (แถมเปิดพร้อมๆกันหลายสิบแอปฯก็ยังไวอยู่เหมือนเดิม) 

การเล่นเกมส์เองก็มีกราฟฟิคลื่นไหลสุดๆจากที่ลองกด Asphalt 7 ไปประมาณสองสามด่าน เช่นเดียวกับตอนที่เปิดแผนที่ 3D Maps แบบนี้ก็ไม่ต้องใช้เวลาโหลดมากอย่างที่คิดจริง แผนที่สามมิติของเมืองที่รองรับนั้นสวยงามมากแต่ข้อมูลยังมีอาการป้ำๆเป๋อๆอยู่ประมาณหนึ่ง ส่วนประเทศไทยของเราเป็นแผนที่แบบไก่กาเลยไม่มีอะไรให้พูดถึงเท่าไหร่ 555+



แน่นอนว่าหากพูดถึงสเปคของ iPhone 5 ตามหน้ากระดาษแล้วก็คงไปสู้ฝั่ง Android ที่เขาตัวเลขเยอะกว่าคงจะไม่ไหว ทว่าสาเหตุสำคัญที่สาวกยังคงผูกพันอยู่กับอุปกรณ์ของ Apple ก็น่าจะเป็นเพราะระบบปฏิบัติการภายในเครื่องมากกว่า ซึ่งในคราวนี้ iPhone 5 มาพร้อมกับ iOS 6 เวอร์ชันใหม่ที่มีความสามารถใหม่มากมายไม่ว่าจะเป็น Apple 3D Maps (อันนี้ยังไม่เวิร์คเท่าไหร่), ระบบ Passbook (อันนี้คนไทยคงยังได้ใช้น้อย), Facebook Integration (อันนี้ได้ใช้แน่ตามประสาลูกอีช่างแชร์), FaceTime ผ่าน 3G (อันนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง) รวมไปจนถึง Siri เวอร์ชันอัพเกรดที่สามารถถามคำถามหรือออกคำสั่งได้มากขึ้นกว่าเก่า (ถามผลบอลแมนยูชนะหงส์เมื่อคืนก็ยังได้...ฮี่ๆๆ)



อีกหนึ่งคุณสมบัติใน iOS 6 ที่ทุกคนอยากเห็นภาพกันเหลือเกินก็คือคีย์บอร์ดภาษาไทยแบบ 4 แถวที่สร้างความปวดหัวให้กับหลายๆคนอยู่ในเวลานี้นั่นเอง ซึ่งอาจจะเป็นเพราะ iPhone 5 หน้าจอมันมีพื้นที่มากกว่ามั้งเลยทำให้ขนาดปุ่มจะใหญ่กว่า iPhone 4S อยู่เล็กน้อย ช่วยให้กดพิมพ์กันง่ายขึ้น...มั้ง :P



ขณะที่ในฝั่งกล้องของ iPhone 5 ยังอาจไม่ได้เทสต์กันเต็มที่นะครับ แต่ที่ผมได้ลองเล่นมาก็ต้องบอกว่าคุณภาพการถ่ายรูปด้วยกล้อง iPhone 5 ยังคงความยอดเยี่ยมไว้ได้เหมือนตอน iPhone 4S นั่นแหละ แอปฯกล้องเองก็ดูเหมือนว่าเปิดใช้งานได้เร็วขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อย ซึ่งถ้าหากใช้กล้องหน้าจะเห็นได้ว่าภาพมันชัดขึ้นกว่าเดิมสมกับที่เป็น FaceTime HD จริงๆ ส่วนอีโหมด Panorama นั้นก็ถ่ายรูปพาโนราม่าได้ง่ายแต่ก็ไม่ตื่นเต้นเท่าไหร่นะเพราะ iPhone 4S ก็ใช้ได้ (ถ้าอัพเป็น iOS 6)



เอาเป็นว่าขอสรุปส่วนตัวจากที่ได้ใช้งาน iPhone 5 แบบจำกัดเวลาเพียง 2 ชั่วโมง ป๋าประทับใจ iPhone 5 กว่าที่คาดไว้ชนิดที่ออกอาการกระเหี้ยนกระหือรืออยากได้ iPhone 5 เครื่องศูนย์โดยพลัน (แว่วๆว่าจะมากลางเดือนตุลาคมด้วย...เชดดด) หน้าจอยาวขึ้นแต่ไม่ใหญ่อย่างที่คิดพกพาสะดวกโคตรแถมใช้ง่ายด้วยมือเพียงข้างเดียว ประสิทธิภาพการทำงานในเครื่องหลายๆส่วนก็ดูเหมือนว่าจะดีขึ้นกว่าเดิมอีกต่างหาก

เพียงแต่ในคราวนี้ป๋าอาจไม่ได้ถึงกับต้องวิ่งไปหรอยเครื่องหิ้ว iPhone 5 ตามนิสัยแต่อย่างใดเพราะคราวนี้ iPhone 5 ไม่ได้มี wow factor เหมือนอย่างเมื่อครั้งที่ Steve Jobs พาตัว iPhone รุ่นแรกขึ้นมาเปิดตัวเมื่อ 4-5 ปีก่อนแต่อย่างใด ทว่าในคราวนี้คุณพี่ Tim Cook แกหากินง่ายด้วยการอัพเกรดสมาร์ตโฟนที่ดีอยู่แล้วให้กลายเป็นสมาร์ตโฟนที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้เท่านั้นแหละ...ง่ายๆแบบนี้ก็สามารถขาย iPhone 5 ผมได้แล้วหวะคนนึง :)

อย่างไรก็ตาม Review iPhone 5 เวอร์ชันเต็มกำลังจะตามมาภายในสัปดาห์นี้นะครับทุกท่าน...สาวก Apple ชาว TechXcite ทั้งหลายอย่าลืมมารอติดตามกันด้วย อย่างน้อยๆก็เอาไว้อ่านฆ่าเวลารอ iPhone 5 เครื่องศูนย์แล้วกัน เชื่อผมเถอะฮะว่าสมาร์ตโฟนเครื่องนี้จะเปลี่ยนชีวิตคุณอย่างแน่นอน!!!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ภาพโดย: น้าป๋วย TechXcite