iPhone: อึ้งกิมกี่ Siri บน iPhone 4S โดนเจ๊ Siri ของพี่จีนฟ้องศาลแล้วจ้า!

ป๋าเอก | 5 ก.ค. 2555 10:55:42

5879

VIEWS ป๋าเอก

iPhone: อึ้งกิมกี่ Siri บน iPhone 4S โดนเจ๊ Siri ของพี่จีนฟ้องศาลแล้วจ้า!

:: iPhone: อึ้งกิมกี่ Siri บน iPhone 4S โดนเจ๊ Siri ของพี่จีนฟ้องศาลแล้วจ้า! ::

iPhone อัพเดทข่าวล่าสุดกับ ป๋าเอก TechXcite กลายเป็นเทรนด์ใหม่ไปแล้วหรือเปล่าก็ไม่ทราบได้สำหรับบริษัทในประเทศจีนที่เริ่มเดินหน้าออกมาฟ้องบริษัท Apple เพื่อขอชดเชยค่าเสียหายจากการละเมิดสิทธิบัตรเครื่องหมายการค้าต่างๆ โดยหลังจากที่ป๋าได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับคดีของชื่อ iPad และ Snow Leopard กันไปแล้ว มาวันนี้ดูเหมือนว่า Apple จะต้องปวดหัวกับคดีใหม่เมื่อล่าสุดกลายเป็น Siri ระบบสั่งการเสียงยอดอัจฉริยะของ iPhone 4S ที่ได้ถูกบริษัทแห่งหนึ่งในจีนฟ้องดำเนินคดีไปแล้วเหมือนกันวุ้ย!

โดยบริษัท Zhizhen Network Technology ซึ่งเป็นผู้พัฒนาโปรแกรมสั่งการเสียงแห่งหนึ่งในประเทศจีนได้ยื่นเรื่องฟ้องต่อศาลภายในประเทศจีนด้วยข้อหาที่ว่า Siri บน iPhone 4S ของ Apple ได้ทำการละเมิดสิทธิบัตรหมายเลข ZL200410053749.9 ซึ่งเกี่ยวข้องกับโปรแกรมแชตบอตของทางบริษัท ZNT ชื่อว่า Xiaoi Bot ที่ได้รับการอนุมัติสิทธิบัตรกันไปตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2006 โน่นเลย ทั้งนี้โปรแกรมแชตบอต Xiaoi Bot ได้เริ่มให้บริการกับเว็บใหญ่ๆในจีนไม่ว่าจะเป็น Microsoft MSN หรือ Yahoo Messenger มาแล้ว

อย่างไรก็ตามข้อหาที่ ZNT ต้องการฟ้องร้องต่อ Siri นั้นไม่ได้เป็นเรื่องของรูปแบบการทำงานเป็นผู้ช่วยอัจฉริยะสั่งการด้วยเสียง (Voice Assistant) เหมือนๆกันแต่อย่างใด ทว่ากลับเป็นเรื่องของคำโฆษณาที่เว็บไซต์ Apple โปรโมตเอาไว้ว่า Siri เข้าใจทุกสิ่งที่คุณพูดและต้องการแถมยังสามารถค้นหาผ่านหน้าเว็บไซต์ให้คุณด้วย (it (siri) can understand what you say and what you’re asking for, and it can find the answer that you are looking for on the web) ซึ่งตรงกับคุณสมบัติของ Xiaoi Bot ที่จดสิทธิบัตรเอาไว้ก่อนหน้านั้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตามเวลานี้ Apple ได้ถอดคำโปรยดังกล่าวออกไปจากหน้าเว็บ Apple จีนแล้วทั้งนี้ในเบื้องต้นมีการประเมินมูลค่าความเสียหายว่าหาก Apple ต้องพ่ายคดีให้กับ ZNT ในจีนก็อาจต้องเสียเงินไม่น้อยหน้าเคส iPad ของ Proview ด้วยเม็ดเงินสูงถึง  $60,000,000 เหรียญสหรัฐเลยทีเดยวเชียวแหละ *0*

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ที่มา: micgadget