รวมข้อมูลเกี่ยวกับ: Website

  • IT : อย่ากรู้ไหมว่าหน้าเราไปโผล่ในโลกออนไลน์ที่ไหนบ้างกับเว็บไซต์ค้นหาใบหน้าอัจฉริยะ PimEyes

    น้าป๋วย |13 มิ.ย. 2563 14:49

    newsIT 2057
    IT : อย่ากรู้ไหมว่าหน้าเราไปโผล่ในโลกออนไลน์ที่ไหนบ้างกับเว็บไซต์ค้นหาใบหน้าอัจฉริยะ PimEyes

    ปกติทั่วไปเรามักค้นหารูปภาพที่คล้ายกันด้วย Google Image Search ซึ่งรูปที่เอามาใช้ค้นหาต้องเป็นรูปที่เหมือนต้นฉบับจึงจะหาเจอ และมักได้ผลลัพธ์แค่ใกล้เคียงเท่านั้น ไม่สามารถระบุตัวตนหรือค้นหาใบหน้าที่เหมือนกันได้ แต่สำหรับเว็บไซต์ PimEyes เป็นเว็บไซต์ค้นหาใบหน้าอัจฉริยะที่สามารถค้นหาใบหน้าที่มีลักษณะเหมือนหรือคล้ายกันได้อย่างแม่นยำ จนสามารถรู้ได้ว่าใบหน้าที่เราค้นหานั้นไปโผล่อยู่ในเว็บไซต์ไหนบ้าง

  • IT : กรมประชาสัมพันธ์และ Google จัดทำ Map of Memory ให้ ลงชื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    น้าป๋วย |22 ต.ค. 2559 21:57

    newsIT 5070
    IT : กรมประชาสัมพันธ์และ Google จัดทำ Map of Memory ให้ ลงชื่อแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

    กรมประชาสัมพันธ์และ Google ขอเชิญชวนปวงชนชาวไทยร่วมลงนามแสดงความอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนในโลก โดยเปิดให้ผู้ใช้งานอินเตอร์เน็ตทุกท่านสามารถเข้าไปได้ที่ ...

  • IT : แค่คุณลบรูปอาหารใน Instagram บริษัทนี้ก็พร้อมบริจาคอาหารให้ผู้ยากไร้!

    น้าป๋วย |4 ต.ค. 2559 12:39

    newsIT 4062
    IT : แค่คุณลบรูปอาหารใน Instagram บริษัทนี้ก็พร้อมบริจาคอาหารให้ผู้ยากไร้!

    ถ้าคุณเป็นคนชอบถ่ายรูปอาหารอวดลงใน Instagram บ่อยๆ นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์อย่างง่ายๆแค่ลบรูปอาหารเหล่านั้นซะ เว็บไซต์โครงการที่ชื่อว่า Delete to Feed ได้จัดกิจกรรมให้คุณสามารถบริจาคอาหารแก่ผู้ยากไร้ได้ง่ายๆแค่ลบรูปภาพอาหารใน Instagram จากนั้นทางบริษัท Land O’Lakes ซึ่งเป็นบริษัทที่ดำเนินงานเกี่ยวกับผลิตภัฑ์อาหารจะมอบอาหารจำนวน 11 มื้อแก่องค์กร Feeding America ที่ดำเนินงานด้านการช่วยเหลือผู้อดอยากในสหรัฐอเมริกา โดยโครงการนี้เป็นแคมเปญแนวช่วยเหลือสังคมที่นำเอาวิธีการง่ายๆในการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์มาเป็นจุดเด่น เพราะคุณสามารถเปลี่ยนจากรูปอาหารไปเป็นอาหารจริงๆ และโครงการนี้จะมีถึงประมาณกลางเดือนตุลาคมนี้ ก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางดีๆที่บ้านเราน่าจะมีบ้างนะ

  • IT : สุดเจ๋ง! เว็บไซต์มหัศจรรย์ที่ช่วยเปลี่ยนภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีได้

    น้าป๋วย |19 ก.ค. 2559 16:07

    newsIT 30460
    IT : สุดเจ๋ง! เว็บไซต์มหัศจรรย์ที่ช่วยเปลี่ยนภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีได้

    ต้องขอบคุณทีมงานภายใต้การนำทีมของนักศึกษาปริญญาเอก Richard Zhang จาก University of California, Berkeley ที่พัฒนาระบบการทำงานที่สามารถเปลี่ยนภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีได้ โดยระบบการทำงานอัจฉริยะนี้ได้ทำออกมาในรูปแบบเว็บไซต์ แค่คุณหารูปภาพขาวดำจากในอินเตอร์เน็ตหรืออัพโหลดภาพเข้าสู่อินเตอร์เน็ตแล้วนำ URL มากรอกลงไป ระบบจะทำการเปลี่ยนภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีโดยอัตโนมัติ ระบบการทำงานนี้ใช้การประมวลผลที่มาจากภาพอ้างอิงเป็นล้านภาพเพื่อคำนวณหาค่าสีที่ถูกต้องตามโทนขาวดำ แม้ว่าระบบการทำงานอาจจะยังไม่สมบูรณ์แบบมากนักแต่ก็ทำออกมาได้ใกล้เคียงมากๆ ใครที่อยากลองเล่นเปลี่ยนภาพขาวดำให้กลายเป็นภาพสีก็เข้าไปได้ที่เว็บไซต์ Algorithmia ได้เลย

  • IT : ตามหาอุปกรณ์ไอทีอยู่หรือเปล่า ลองเว็บไซต์นี้สิ เค้าทำดีจริงๆ

    น้าป๋วย |15 ม.ค. 2559 15:17

    newsIT 10601
    IT : ตามหาอุปกรณ์ไอทีอยู่หรือเปล่า ลองเว็บไซต์นี้สิ เค้าทำดีจริงๆ

    สำหรับใครที่ชอบค้นหาหรือกำลังมองหาอุปกรณ์ไอทีต่างๆ เช่น สมาร์ทโฟน กล้องดิจิตอลหรือแท็บเล็ต ลองเข้าไปเว็บไซต์ productchart.com ดูก่อน เพราะเว็บไซต์นี้เป็นเว็บไซต์แนวแคตตาล็อกรวบรวมรายการสินค้า แต่ที่เด็ดกว่าเว็บไซต์ทั่วๆไปก็คือ มีการจัดวางตำแหน่งของสินค้าแต่ละชิ้นแต่ละรุ่นว่าอยู่ตรงช่วงไหน เป็นเหมือนกับชาร์ตเปรียบเทียบให้เราเลือกดูได้ง่ายๆ แถมเราสามารถกำหนดค่าต่างๆของสินค้าว่าต้องการแบบไหน ขนาดใดเพื่อจำกดัการค้นหาได้ดด้วย เรียกได้ว่ามีประโยชน์มากในการเช็คสเป็คต่างๆ แต่บางรุ่นบางยี่ห้ออาจจะไม่มีในรายการนะ แต่ถ้าอยากเช็คสเป็คมือถือพร้อมอัพเดตราคาง่ายๆแบบภาษาไทยจะลองแคตตาล็อกของ TechXcite ก็ได้นะไม่ว่ากัน!

  • IT : จำได้ไหม พวกเรายังจำได้ไหม OS ทางการของเกาหลีเหนือปิดทุกอย่างที่อยากปิด

    น้าป๋วย |28 ธ.ค 2558 18:12

    newsIT 9931
    IT : จำได้ไหม พวกเรายังจำได้ไหม OS ทางการของเกาหลีเหนือปิดทุกอย่างที่อยากปิด

    ถ้าใครจำข่าวเกี่ยวกับเรื่องระบปฏิบัติการที่มีชื่อว่า Red Star ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการที่พัฒนาขึ้นโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือและถูกนำไปใช้กับคอมพิวเตอร์ในประเทศเกาหลีเหนือแทนที่การใช้งานระบบปฏิบัติการอื่นๆ เช่น Windows ล่าสุดทางทีมวิจัยด้านเทคโนโลยีจากเยอรมัน นาย Florian Grunow และ Niklaus Schiess ได้ทำการศึกษาระบบและล้วงลึกถึงการทำงานของระบบปฏิบัติการ Red Star พบว่า ระบบปฏิบัติการนี้ใช้พื้นฐานการเขียนโปรแกรมจาก Linux โดยตัวระบบปฏิบัติการมีหน้าตาคล้าย Mac OS พร้อมๆกับมีบราวเซอร์ของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าบราวเซอร์ดังกล่าวถูกจำกัดการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต และตัวระบบยังถูกออกแบบมาให้ป้องกันระบบจากการเข้าถึงหรือเปลี่ยนแปลงใดๆในระบบ ทั้งยังสามารถรีบูทเครื่องหรือขึ้นข้อความแจ้งเตือนหยุดการทำงานหากไปรบกวนระบบการทำงาน เช่น ติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสหรือติดตั้งระบบป้องกัน Firewall และสามารถติดตั้ง Watermark ลงใน USB Drive หรืออุปกรณ์เก็บ้อมูลใดๆก็ตามที่เปิดกับระบบปฏิบัติการนี้เพื่อติดตามไฟล์ของผู้ใช้งานต่อไปได้อีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่ผู้ใช้งานจะถูกตรวจสอบและไม่สามารถแก้ไขระบบความปลอดภัยได้เอง เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีเหนือนั้นมีนโยบายที่ควบคุมการเข้าถึงข่าวสารและเนื้อหาข้อมูลต่างๆจากภายนอกประเทศอย่างเคร่งรัด ดังนั้นระบบปฏิบัติการนี้จึงมีความสามารถในการทำงานที่ค่อนข้างจะจำกัดการเข้าถึงข้อมูลต่างๆรวมถึงมีระบบติดตามเนื้อหาข้อมูลอย่างที่ได้ระบุมา

  • IT : นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นทดลองเอาการ์ตูนตัวเองไปปล่อยเถื่อนเก็บค่าโฆษณา ปรากฏว่ารวยกว่าขายสำนักพิมพ์อีก!

    น้าป๋วย |25 ธ.ค 2558 18:11

    newsIT 15376
    IT : นักเขียนการ์ตูนญี่ปุ่นทดลองเอาการ์ตูนตัวเองไปปล่อยเถื่อนเก็บค่าโฆษณา ปรากฏว่ารวยกว่าขายสำนักพิมพ์อีก!

    ยุคดิจิตอลทำให้ไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตเปลี่ยนไป เช่น คนเรานิยมอ่านหนังสือออนไลน์กันมากขึ้น รวมถึงมีธุรกิจใหม่ๆเกิดขึ้นจากการใช้งานอินเตอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีต่างๆ ไม่เว้นแต่วงการการ์ตูน เพราะนักเขียนการ์ตูญี่ปุ่นรายหนึ่งได้ทดลองอัพโหลดไฟล์การ์ตูนของเขาเองลงในเว็บแจกการ์ตูนเถื่อนแล้วติดตั้งระบบโฆษณาต่างๆลงในไฟล์ที่เขาเอามาปล่อย ปรากฏว่ามีคนสนใจดาวน์โหลดไฟล์การ์ตูนของเขามากมาย แต่ที่น่าสนใจก็คือเขาได้รายได้จากค่าโฆษณาหลังจากเอาไปปล่อยให่โหลดอ่านฟรีภายใน 1 เดือนมากกว่าการนำเอาต้นฉบับไปขายให้สำนักพิมพ์เสียอีก ซึ่งกลายเป็นว่าเหล่าพวกเอาของมีลิขสิทธิ์มาปล่อยให้ดาวน์โหลดมีรายได้จากการกระทำผิดแบบนี้ แต่มันก็เป็นช่องทางใหม่ของนักเขียนการ์ตูนที่สามารถเผยแพร่ผลงานและสร้างรายได้ง่ายๆด้วยเช่นกัน สรุปคือมีทั้งข้อดีและข้อเสียขึ้นอยู่กับว่าคุณใช้เทคโนโลยีไปในรูปแบบใด

  • Social Talk : Youtube เผย คลิปวีดีโอโฆษณาที่มียอดผู้ชมสูงสุด มีอะไรบ้างไปดูกัน

    น้าป๋วย |11 ธ.ค 2558 11:36

    newsITsocialtalk 4682
    Social Talk : Youtube เผย คลิปวีดีโอโฆษณาที่มียอดผู้ชมสูงสุด มีอะไรบ้างไปดูกัน

    หลายๆคนคงเบื่อเวลามีโฆษณาปรากฏใน Youtube แต่สำหรับใครที่โฆษณาเจ๋งๆแล้ว เราอาจจะอยากดูมากกว่าอยากปิดมันก็ได้ ล่าสุด Youtube ได้ประกาศจัดอันดับโฆษณาที่มียอดวิวสูงสุดจำนวน 10 อันดับ โดยทาง Youtube ระบุว่า โฆษณาเหล่านี้สามารถเข้าถึงคนกว่า 470 ล้านคนทั่วโลก และราวๆสองในสามนั้นรับชมผ่านทางอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ