Article : ศึกสายเลือด...เทียบจุดต่อจุด Note 8 ปะทะ Note FE เลือกอะไรดี รุ่นไหนคุ้มกว่า เรามีคำตอบ !!

เฮียแม๊พ | 23 ต.ค. 2560 15:18:50

21628

VIEWS เฮียแม๊พ

Article : ศึกสายเลือด...เทียบจุดต่อจุด Note 8 ปะทะ Note FE เลือกอะไรดี
รุ่นไหนคุ้มกว่า เรามีคำตอบ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราจะมาพูดถึงสมาร์ทโฟน 2 รุ่นใหม่ของตระกูล Note อย่าง Galaxy Note 8 และ Galaxy Note FE (Fan Edition) กันสักหน่อย ทั้ง 2 รุ่นถือเป็นรุ่นใหม่ที่เปิดตัวในปีนี้เพื่อมาแทนที่ Galaxy Note 5 เดิมที่เป็นอดีตเรือธงตระกูล Note ไปเรียบร้อย ซึ่งความน่าสนใจของการมาประชันของศึกสายเลือดนี้ก็คือราคา ที่ห่างกันอยู่เป็นหมื่นบาท แต่เทคโนโลยีบางอย่างก็ใกล้เคียงกันจนทำเอาสาวกโน้ตที่ต้องการเปลี่ยนมาใช้รุ่นใหม่นั้นตัดสินใจกันลำบากเลย วันนี้เราก็จะมาเปรียบเทียบความต่างแบบจุดต่อจุดเลยว่าระหว่าง New Edition กับ Fan Edition เนี่ยรุ่นไหนจะเหมาะกันคุณกันแน่ !

1.รูปลักษณ์และดีไซน์

Galaxy Note 8 - 162.5 x 74.8x 8.6 มม., น้ำหนัก 195 กรัม

Galaxy Note FE - 153.5 x 73.9 x 7.9 มม., น้ำหนัก 167 กรัม

เริ่มต้นด้วยเรื่องดีไซน์และรูปลักษณ์ภายนอกกันก่อน ภายนอกจะเห็นว่ารูปลักษณ์ของทั้ง 2 รุ่นนั้นแตกต่างกันพอสมควร เนื่องด้วย Note 8 นั้นเปลี่ยนดีไซน์ใหม่มาเป็นแบบไร้กรอบไร้ปุ่มโฮมแล้ว อัตราส่วนหน้าจอจึงยาวกว่าอย่างเห็นได้ชัด แต่ภาพลักษณ์ในเรื่องความเหลี่ยมของตัวเครื่องนั้นยังพอกันได้เอกลักษณ์ของซีรีส์โน้ตมาทั้งคู่ ขนาดของตัวเครื่องค่อนข้างต่างกันชัดเจน Galaxy Note 8 ใหญ่กว่าและหนักกว่าพอสมควรทีเดียว ลักษณ์ในการจับถือส่วนตัวผมว่า Note FE จับได้ถนัดมือและพกพาได้ง่ายกว่าเนื่องจากอัตราส่วนหน้าจอเป็นแบบมาตรฐานปกติ ตัวเครื่องจึงไม่ได้ยาวมากและน้ำหนักก็เบากว่าเยอะทีเดียว ส่วนเรื่องความสวยงามอันนี้ต้องยอมรับว่า Note 8 นั้นทำได้ดีกว่าดูเป็นมือถือยุคใหม่ของปี 2017 จริงๆ ส่วน Note FE อย่างที่ทราบๆกันมันคือ Note 7 เดิมนี่เองเลยอาจจะดูเป็นทรงเก่าไปหน่อย แต่รวมๆแล้วก็ยังคงสวยในสไตล์ Samsung ทั้งคู่ครับ

ปุ่มโฮมของ Note 8 ถูกตัดออกไปด้วยคอนเซ็ปต์แบบไร้กรอบไร้ปุ่มโฮม เมื่อเทียบกับ Note FE ที่ยังคงมีปุ่มโฮมที่คุ้นเคยอยู่ความคล่องตัวจะต่างกันนิดหน่อย เพราะบน Note FE นั้นเราสามารถใช้ปุ่มโฮมเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือได้ด้วย ในขณะที่ Note 8 ใช้งานได้เพียงเข้าสู่หน้าหลักหรือปลุกหน้าจอได้เท่านั้นครับ

2.หน้าจอและการแสดงผล

Galaxy Note 8 - Super Amoled 6.3" QHD+ (2960x1440 พิกเซล), อัตราส่วน 18.5:9, 521ppi, รองรับ HDR

Galaxy Note FE - Super Amoled 5.7" QHD (2560x1440 พิกเซล), อัตราส่วน 16:9, 515ppi, รองรับ HDR

ในเรื่องของหน้าจอ 2 รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอโค้งทั้งคู่แต่ก็มีจุดแตกต่างกันอยู่นิดหน่อย Note 8 นั้นได้หน้าจอแบบ Infinity Display อัตราส่วนใหม่ 18.5:9 และมีขนาดใหญ่ที่สุดตอนนี้ที่ 6.3 นิ้ว ส่วน Note FE นั้นเป็นอัตราส่วนเดิม 16:9 ขนาด 5.7 นิ้ว ชนิดหน้าจอเหมือนกันคือ Super Amoled ความละเอียดนั้นอยู่ระดับ 2K เหมือนกัน รองระบบ HDR เหมือนกัน การแสดงผลทั้งคู่ต้องบอกว่าสมกันเป็นระดับเรือธงของ Samsung จริงๆสีสันสวยสด ความคมชัดด้วยเช่นกัน แต่อัตราส่วนนี้คงเป็นจุดสำคัญที่ทำให้ต่างกันมากๆอยู่ด้วย เพราะคงเป็นมาตรฐานใหม่ในปี 2 ปีนี้อย่างแน่นอน หน้าจอ Infinity Display จะช่วยในเรื่องการแสดงผลที่เต็มตากว่าเดิม ไม่ว่าจะใช้งานแนวตั้ง (แบ่ง 2 จอเต็มกว่าเคย , เห็นรายละเอียดมากขึ้น) แนวนอน (ดูไฟล์วิดีความละเอียด 21:9 ได้เต็มตาขึ้น , เล่นเกมได้กว้างขึ้น) เป็นต้น แต่ขณะเดียวกันอัตราส่วนเดิม 16:9 ยังคงเป็นที่ชื่นชอบของหลายคนอยู่ เพราะแอปที่รองรับมากกว่าและมาตรฐานที่ปัจจุบันยังเป็นแบบ 16:9 นี้ด้วย

3.สเปค

Galaxy Note 8 - CPU Exynos 8895 Octa-core 10 นาโนเมตร , GPU Mali-G71MP20 , แรม 6GB , รอม 64GB , รองรับ Micro-SD , แบตเตอรี่ 3,300 mAh , กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68

Galaxy Note FE - CPU Exynos 8890 Octa-core 14 นาโนเมตร , GPU Mali-T880MP12 , แรม 4GB , รอม 64GB , รองรับ Micro-SD , แบตเตอรี่ 3,200 mAh , กันน้ำกันฝุ่นมาตรฐาน IP68

สเปคภายในต้องบอกว่าเป็นจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน เพราะหน่วยประมวลผลเป็นคนละรุ่น Note 8 อัปเกรดมาด้วย Exynos 8895 (Note FE เป็น Exynos 8990) สถาปัตยกรรมแบบ 10 นาโนเมตรเทียบกับ 14 นาโนเมตรซึ่งหากเทียบประสิทธิภาพจริงๆ ตัวใหม่ CPU จะประมวลผลได้ดีขึ้น 10% ในขณะที่ GPU แรงขึ้นกว่า 21% ทีเดียว , นอกจากนี้ในส่วนของแรมยังมากกว่ากันถึง 2GB ทำให้การใช้งานโดยรวม Note 8 นั้นดีกว่าหมดแน่นอน แต่ ! ถ้าใช้งานจริงประสิทธิภาพของ Note FE นั้นก็ไม่แย่เลย เพราะยังไงก็ยังคงเป็นสเปคเรือธงปีที่แล้วที่แรงมากๆ ใช้งานทั่วๆไปได้เต็มประสิทธิภาพอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นเกมกราฟิกหนักๆหรือประมวลผลต่างๆ

หน่วยความจำของทั้ง 2 รุ่นให้มาที่ 64GB เท่ากัน รองรับ Micro-SD เพิ่มเติมได้ 256GB ก็เท่ากัน แถมยังได้ความสามารถกันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68 เหมือนกันด้วย ในส่วนของเรื่องอื่นๆที่ไม่ใช่หน่วยประมวลผลเรียกว่าเทียบเท่ากันเลยล่ะครับ

4.กล้อง

Galaxy Note 8 - กล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล f/1.7 + 12 ล้านพิกเซล f/2.4, Dual OIS , กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล AF f/1.7

Galaxy Note FE - กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล f/1.7, OIS, กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/1.7

จะเห็นว่าเรื่องกล้องนี้ก็แตกต่างกันเยอะอยู่ ตัว Note 8 นั้นจัดเทคโนโลยีกล้องขั้นสุดของ Samsung มาให้เลย ทั้งกล้องหลังคู่ 12 ล้านพิกเซล ที่แบ่งเป็นเลนส์มุมปกติและเลนส์ซูม 2X พร้อมโหมดหน้าชัด-หลังเบลอ Live Focus มาให้ด้วย ทำให้เรื่องการถ่ายภาพนั้นสนุกและมีคุณภาพมากขึ้น มีระบบกันสั่นมาให้ทั้ง 2 เลนส์ ในขณะที่ Note FE นั้นมีกล้องเพียงตัวเดียว แต่ตัวเดียวนี้้ต้องบอกว่าเป็นเลนส์ตัวเดียวกับที่ใช้บนเลนส์หลักของ Note 8 นั่นแหละ คือถ้าเทียบกันเฉพาะกล้องหลักแล้วคุณภาพไม่ทิ้งกันเท่าไหร่ แต่จะมาเสียเปรียบกว่าก็ตรงช่วงซูมและโหมดหน้าชัดหลังเบลอนี่แหละ

ส่วนกล้องหน้า Note 8 คุณภาพเยี่ยมกว่าด้วยความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมมีระบบ Autofocus ทำให้คุณภาพดีกว่าพอสมควร ในขณะที่ Note FE นั้นให้กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลแบบ Fixedfocus มา เรื่องระยะและความคมอาจจะสูงไม่ได้นัก แต่ ! มุมมองของกล้องหน้าบน Note FE แอบกว้างกว่าบน Note 8 นิดหน่อยนี่สิ

5.ระบบรักษาความปลอดภัย

Galaxy Note 8 - Fingerprint Scanner , Iris Scanner , Face Recognition

Galaxy Note FE - Fingerprint Scanner , Iris Scanner

ในเรื่องระบบรักษาความปลอดภัยนั้นต้องเรียกว่าให้ฮาร์ดแวร์มาเหมือนกันเลย ทั้งระบบสแกนม่านตา ที่ใส่มาให้เหมือนกัน (จริงมีบน Note FE ก่อนด้วยซ้ำ) ใช้สแกนม่านตาได้อย่างแม่นยำ , ระบบสแกนลายนิ้วมือมีเหมือนกันแต่ตำแหน่งการสแกนต้องยอมรับว่า Note FE ทำได้ง่ายกว่าพอสมควรเพราะวางไว้ตำแหน่งที่เหมาะสมตรงด้านหน้า ส่วนฟีเจอร์ที่ Note FE ขาดไปก็คือระบบสแกนใบหน้าหรือ Face Recognition นั่นเองซึ่งระบบนี้ดูจะใช้งานง่ายบน Note 8 ที่ไม่มีปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือ แต่ถ้าบน Note FE ที่มีปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมืออันคุ้นเคยอยู่แล้วก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไรหากไม่มีระบบนั้นเพิ่มเข้ามา

6.ระบบปฏิบัติการ

Galaxy Note 8 - Android 7.1.1 Nougat , Bixby

Galaxy Note FE - Android 7.0 Nougat , Bixby

ในเรื่องซอฟต์แวร์นั้นทั้ง 2 รุ่นให้ Android 7 Nougat มาทั้งคู่ มีหน้าตา UI คล้ายกัน แต่ของ Note 8 แอบใหม่กว่าที่ 7.1.1 มาพร้อมลูกเล่นบางอย่างของ Samsung ที่ใหม่กว่าอาทิ App Pair , Live Messege , Screen off memo แบบใหม่ เป็นต้น ในขณะที่ Note FE นั้นยังคงเป็น 7.0 อยู่ (ตัวเดียวกับ S8) แต่การใช้งานจริงแทบไม่ต่างกันเท่าไร่ ได้ประสบการณ์การทำงานที่ลื่นไหลไม่แพ้กันครับ

เรื่องผู้ช่วยคนใหม่อย่าง Bixby นั้น ก็มีมาให้ใช้งานทั้ง 2 รุ่นด้วย ทั้งความสามารถ Bixby Home หรือ Bixby Voice ใช้งานได้หมด เพียงแต่ว่า Note 8 จะได้เปรียบกว่าตรงที่มีปุ่ม Bixby ให้เราเรียกใช้งานได้โดยตรง ในขณะที่ Note FE ต้องเรียกหรือเลื่อนจากหน้าแรกแทน (แคร์กันไหม ?) หรือถ้าคิดว่า Bixby ยังไม่ฉลาดพอก็ใช้งาน Google Assistant หลักที่ติดมากับทุก Android เอาได้เช่นกัน

7.S Pen

Galaxy Note 8 - S Pen หัวปากกาขนาด 0.7 มม. , รองรับแรงกด 4096 ระดับ , กันน้ำตามมาตรฐาน IP68

Galaxy Note FE - S Pen หัวปากกาขนาด 0.7 มม. , รองรับแรงกด 4096 ระดับ , กันน้ำตามมาตรฐาน IP68

ไฮไลท์จริงๆของ Galaxy Note Series คงหนีไม่พ้นเรื่องของปากกา S Pen ที่สาวกชื่นชอบกันอยู่แล้ว 2 รุ่นนี้ให้ปากกา S Pen มาเหมือนกันเป๊ะ ทั้งขนาด รูปทรง และความสามารถ หรือจะเรียกว่ามันคือตัวเดียวกันเลยก็ไม่ผิดหนัก รองรับแรงกดสูงถึง 4096 ระดับ หัวปากกาเล็กเท่ากัน 0.7 มม. และกันน้ำได้เหมือนกัน เท่าที่ลองสลับใช้งานกันก็ไม่เห็นความต่างเลย เรียกว่าถ้าเทียบเฉพาะปากกาก็เสมอกันเลยล่ะ แต่การใช้งานจริงยังไม่หมดแค่นั้นไง เพราะซอฟต์แวร์ที่ติดมาแตกต่างกันนิดหน่อยอย่างที่บอกไปหัวข้อก่อน Note 8 ได้ความสดกว่าด้วยซอฟต์แวร์ใหม่กว่าจึงมี Live Messege และ Screen off memo แบบใหม่มาให้ด้วย แต่ถ้าไม่ได้สนใจฟีเจอร์เหล่านั้นล่ะก็...Note FE ทำทุกอย่างได้เหมือน Note 8 เลยล่ะ

8.ราคา

Galaxy Note 8 - 33,900 บาท

Galaxy Note FE - 20,900 บาท

ปิดท้ายกันที่ราคา ! ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเป็นรุ่นใหม่กันทั้งคู่ แต่หลายๆคนคงทราบอยู่แล้วว่า Galaxy Note FE นั้นแท้จริงก็คือ Galaxy Note 7 ที่มีแก้ไขข้อผิดพลาดทั้งหมดไปเรียบร้อยนั่นเอง เพราะฉะนั้นหลายๆอย่างยังคงเป็นเรือธงในปีที่แล้วอยู่ แต่หลายๆอย่างก็ยังเข้ากับปีนี้ได้ดีเช่นกัน ซึ่งถ้าเทียบกับ Galaxy Note 8 ที่เป็นรุ่นใหม่จริงๆนี่คงจะไม่ได้สูสีกันมาก แต่ประเด็นหลักคงอยู่ที่เรื่องราคาของ 2 รุ่นนี้ที่ห่างกันเป็นหมื่นบาท อย่างที่เห็นคือ Galaxy Note 8 ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 33,900 บาท ส่วน Galaxy Note FE นั้นเปิดมาเพียง 20,900 บาทเท่านั้น ตรงนี้ก็ลองบวกลบกันดูครับว่าจุดแตกต่างทั้งหลายที่ว่ามานั้นคุ้มค่าแก่การเสียเงินกว่า 13,000 บาทหรือไม่เนาะ :D

สรุปแล้วเลือกอะไรดี !?

อ่านมาถึงตรงนี้ก็น่าจะได้เห็นจุดเด่น จุดด้อยของทั้ง 2 รุ่นไปแล้ว แต่เอาจริงๆใจความสำคัญของซีรีส์โน้ตอย่างเรื่องปากกาก็ทำให้เราประทับใจได้ทั้ง 2 รุ่นเลย ความสามารถใกล้เคียงกันมาก แต่จะมีจุดที่แตกต่างกันอย่างชัดเจนอยู่หลายจุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอก , สเปคภายใน รวมถึงเรื่องราคาก็ด้วยเช่นกัน ถ้าลองวิเคราะห์ดูแล้วยังเลือกไม่ถูกว่าจะจัดตัวไหนดี งั้นสรุปเป็นรุ่นๆแบบนี้เอาละกันครับ

เลือก Galaxy Note 8

หากคุณต้องการสมาร์ทโฟนเรือธงของจริงที่สดใหม่กว่า เพียบพร้อมในทุกจุด ณ เวลานี้แล้ว ทั้งหน้าตาดีไซน์สุดงามสมกับเป็นเรือธงปี 2017 พร้อมจะไปต่อกับมาตรฐานใหม่ๆในอนาคต , สเปคเร็วแรงได้ยาวๆหน่วยประมวลตัวแรงที่สุดของ Samsung ในปีนี้ แรม 6GB เผื่อแอปหนักๆในภายภาคหน้า , กล้องคู่ถ่ายหน้าชัดหลังเบลอสวยๆจะซูม 2 เท่าก็ได้ไม่เสียรายละเอียดกล้องหน้ายังเนียนเซลฟี่ชัดไม่ต้องกลัวหลุด , ปากกา S Pen ความสามารถเพียบครบทุกฟังค์ชั่น สำหรับคนที่มีงบสูงอยู่แล้วจัด Note 8 ไปเลย ไม่ผิดหวังครับ !

เลือก Note FE

หากคุณไม่ได้แคร์เรื่องของรูปลักษณ์ใหม่มากนัก ชอบมาตรฐานแบบเดิมที่ลงตัวอยู่แล้ว สเปคภายในไม่จำเป็นต้องหวือหวามาก ใช้งานทั่วไปลื่นไหลไม่แพ้กัน , ความสามารถด้านการรักษาความปลอดภัยก็พร้อมทั้งสแกนม่านตา สแกนนิ้วมือ (มีปุ่มโฮมที่คุ้นเคยและใช้งานง่ายกว่า) , เรื่องกล้องไม่ได้สนใจกล้องคู่ไม่ต้องการหน้าชัดหลังเบลอของแค่ถ่ายออกมาแล้วสวยทุกสภาพแสงตัวนี้ก็เริ่ดอยู่ , ปากกา S Pen สำหรับสาวกโน้ตก็ทำได้ไม่แย่ไปกว่าเรือธงสูงสุดเลย และแน่นอนสำหรับคนที่งบไม่เยอะถึง 3 หมื่นบาท Galaxy Note FE ที่เปิดราคามาเพียง 20,900 บาทก็เป็นตัวเลือกหนึ่งเดียวที่น่าสนใจมากๆครับ

ทั้งนี้นี่ก็เป็นเพียงบทความเปรียบเทียบที่พูดถึงสมาร์ทโฟน 2 รุ่นทั้งรุ่นใหม่กับรุ่นใหม่กว่าเพือประกอบการตัดสินใจของเพื่อนๆเท่านั้น เราไม่ได้แนะนำเจาะจงว่าควรเลือกรุ่นไหนไปเลยเพราะแน่นอนว่าความต้องการและการใช้งานของเพื่อนๆนั้นต่างกันอย่างที่บอก รุ่นใหม่สุดก็อาจจะไม่ได้ดีที่สุดสำหรับเราเสมอไป แต่รุ่นก่อนก็ใช่ว่าจะแย่เกินไปซะทีเดียว ก็หวังว่าบทความนี้จะช่วยเพื่อนๆได้ไม่มากก็น้อยเนอะสำหรับคนที่กำลังลังเลอยู่ว่าควรจะมองไปที่ตัวไหนดีระหว่าง Galaxy Note 8 หรือ Galaxy Note FE ยังไงวันนี้ เฮียแม็พ. TechXcite คงต้องลาไปก่อน ไว้พบกันใหม่ในบทความหน้าครับ :D

 

บทความโดย : เฮียแม็พ. TechXcite