Review : ซูมเทพ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM Art เลนส์บ้องใหญ่สำหรับคนชอบซูม

น้าป๋วย | 17 ต.ค. 2560 11:49:05 (อัพเดต 18 ต.ค. 2560 11:09:49)

21078

VIEWS น้าป๋วย

Review : ซูมเทพ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART เลนส์บ้องใหญ่สำหรับคนชอบซูม

เมื่อไม่นานมานี้ น้าป๋วย ได้เอาเลนส์มาลองเล่นตัวนึง นั่นก็คือ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART โดยเลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์จากทาง Sigma ตระกูล ART ซึ่งขึ้นชื่อในเรื่องของความคม และคุณภาพไม่แพ้เลนส์ค่าย (เลนส์ตระกูล ART ของ Sigma เน้นเรื่องคุณภาพเป็นหลัก เหมาะกับช่างภาพที่จริงจังกับภาพที่ได้) และแน่นอนว่าหลังจากที่ได้ทดลองใช้งานมาแล้วก็ต้องเอามาบอกเล่ารีวิวกัน เพราะนี่น่าจะเป็นเลนส์อีกตัวที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว

เริ่มจากสเปคกันก่อนเลยดีกว่า เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ซูมสำหรับกล้องที่ใช้เซ็นเซอร์ขนาด APS-C นั่นหมายความว่าจะได้ระยะเทียบเท่า 75-150mm โดยเลนส์ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART ออกแบบมาให้ใช้งานได้กับเมาท์ Canon , Nikon และเมาท์ของกล้อง Sigma เอง ดังนั้นใครที่ใช้ยี่ห้ออื่นอยู่จะต้องหาอแดปเตอร์แปลงเอาเองหรือถ้าใครใช้ Sony ก็มีอแดปเตอร์ Sigma MC-11 ให้ใช้งานออโต้โฟกัส ส่วนที่เด่นมากๆก็คือรูรับแสง F1.8 ตลอดช่วงซูม ซึ่งทำให้เลนส์ตัวนี้มีค่ารูรับแสงกว้างมากเหมือนกับพวกเลนส์ Fix เหมาะกับการถ่ายภาพ Portrait หรือการถ่ายภาพ Event ในที่แสงน้อย

ต่อมาในเรื่องของชิ้นเลนส์ ประกอบไปด้วยชิ้นเลนส์มากถึง 21 ชิ้น 15 กลุ่ม มีชิ้นเลนส์พิเศษเป็น FLD 3 ชิ้น และ SLD 1 ชิ้น ซึ่งชิ้นเลนส์ที่ว่านี้ช่วยในเรื่องของควาคมชัดของภาพ คอนทราสต์ที่ดี และลดความคลาดสี แน่นอนว่าด้วยความเป็นเลนส์ในตระกูล ART การใส่ชิ้นเลนส์พิเศษมาให้นี้ก็เพราะต้องการให้เลนส์สามารถถ่ายทอดภาพออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม และด้วยความไม่ประนีประนอมกับคุณภาพเลนส์บวกกับเป็นเลนส์ซูมรูรับแสงกว้าง ทำให้เลนส์ตัวนี้มีน้ำหนักมากถึง 1.49 กิโลกรัม แถมขนาดตัวเลนส์ 3.7x6.7 นิ้ว หน้าเลนส์มโหฬารด้วยขนาดฟิลเตอร์ 82 มม. เรียกว่าทั้ใหญ่ทั้งหนักจนต้องมีการออกแบบ Collar สำหรับติดขาตั้งกล้องไว้กับตัวเลนส์เลย

ส่วนระยะโฟกัสใกล้สุดนั้นทำได้ดีมาก เพราะออกแบบมาให้สามารถโฟกัสได้ที่ 0.95 เมตร ไม่ต้องถอยไกลมาก็สามารถถ่ายภาพได้ แต่บางสถานการณ์ด้วยระยะโฟกัสดังกล่าวหากถ่ายในห้องแคบๆก็มีปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะการถ่ายคน ส่วนกลีบรูรับแสงมี 9 ใบ พร้อมกับมอเตอร์โฟกัสที่มีชื่อว่า HSM ช่วยในเรื่องของการโฟกัสภาพที่รวดเร็วแม่นยำและยังทำงานได้ค่นข้างเงียบอีกด้วย มาพร้อมกับฮูดรูปทรงกลีบดอกไม้ที่มีขนาดใหญ่ประมาณครึ่งหนึ่งของตัวเลนส์ เวลาประกบเข้าด้วยกันกับเลนส์แล้วจะดูโหดสมกับการเป็นเลนส์โปรมากๆ ใครที่ชอบบ้องใหญ่ๆส่องสาว แนะนำว่าเหมาะเลยถ้าคุณเลือกตัวนี้

สำหรับรีวิวนี้พอดีว่าได้เจ้า Canon EOS 200D มาใช้ก่อนหน้านี้เลยลองเอามาประกบกันดู ปรากฏว่าเลนส์นั้นมีขนาดใหญ่มหึมาเมื่อประกบเข้ากับกล้องตัวเล็ก ทำให้น้ำหนักการจับถือมากไม่บาลานซ์ ฉะนั้นเลนส์ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART จึงเหมาะกับพวกบอดี้กล้องที่มีขนาดใหญ่ขึ้นมาหน่อย เมื่อประกบแล้วรับรองว่าจะดูโปร ดูดุดันไม่แพ้พวกเลนส์ 70-200 F2.8 อะไรประมาณนั้นเลย

ที่นี้มาดูเรื่องของการใช้งานจริงกันบ้าง จากการนำไปถ่ายภาพทั่วไปพบว่าเรื่องของการโฟกัสนั้นทำได้อย่างยอดเยี่ยม และด้วยระยะเลนส์ที่อยุ่ในช่วงประมาณระยะเทเล จึงเหมาะกับการถ่ายภาพแนว Event ต่างๆมาก และได้มุมองศารับภาพที่เหมาะกับการใช้งานกับกล้อง APS-C อย่างยิ่ง เพราะระยะเริ่มต้น 50mm นั้น เทียบเท่ากับระยะ 75mm เมื่อคูณ 1.5X จึงเป็นระยะที่พอจะเก็บภาพโดยไม่ต้องถอยห่างมาก แต่ข้อเสียอย่างหนึ่งเลยก็คือเรื่องของน้ำหนักเลนส์ที่มากพอสมควร

แต่ทั้ังนี้ทั้งนั้นเรื่องของคุณภาพก็แลกมาด้วยน้ำหนักเหมือนกัน เพราะต้องยอมรับว่าเลนส์ตัวนี้ให้ความคมชัดชนิดที่เรียกได้ว่าคมตั้ง F1.8 เลย และที่สำคัญคือเรื่องของการถ่ายทอดสีสัน คอนทราสต์ต่างๆที่ทำได้อย่างดี จากการทดสอบใช้งานจริงต้องยอมรับเลยว่าภาพที่ได้สวยสมใจ ยิ่งได้รูรับแสงกว้าง F1.8 ตลอดช่วงซูมนั้น ทำให้สามารถถ่ายภาพได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องเปลี่ยนสลับเลนส์ไปมา ได้เรื่องของความคล่องตัวในกาารถ่ายภาพมากขึ้นจริงๆ

ความคมของเลนส์ตัวนี้ ตามที่ได้บอกไปก็คือมันคมมากๆ กลางภาพคมตั้งแต่ F1.8 เลย แต่ในส่วนขอบภาพมีฟุ้งนิดๆ พอรับได้ เลยลองทดสอบถ่ายภาพหนังสืิอพิมพ์ออกมาดูว่าจะเห็นรายละเอียดของตัวอักษรมากน้อยแค่ไหน โดยมีรูปตัวอย่างให้ชมด้วยว่าแต่ละค่า F นั้น ให้ความคมชัดมากน้อยเป็นอย่าง โดยซูมภาพแบบ 100% เต็ม ครอปออกมาให้เห็นกันเลย

ภาพด้านบนเป็นการครอปเอาภาพที่ใช้รูรับแสงที่ F1.8 จะเห็นได้ว่ามีจุดที่เกิดอาการเบลอฟุ้งบริเวณขอบภาพอยู่นิดหน่อย แต่เมื่อถัดลองมาเรื่อยๆก็จะคมชัดมาขึ้น ส่วนตัวอักษร ตัวหนังสือต่างๆอ่านได้ชัดเจน แถมไม่มีอาการขอบม่วงหรือความคลาดสีให้เห็น เพราะปกติแล้ว เวลาถ่ายพวกตัวพิมพ์แบบนี้ บางทีจะเกิดอาการขอบม่วงมาให้เห็นถ้าหากเลนส์ตัวนั้นคุณภาพไม่ดีนัก แต่สำหรับ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART หมดปัญหาเรื่องนี้ไปเลย ของเขาดีจริง

มาดูที่ F 5.6 กันบ้าง จะสังเกตเห็นได้ชัดเลยว่าตัวหนังสือนั้นคมขึ้นมากกว่าเดิม สามารถเห็นรายละเอียดของผิวกระดาษได้ชัดเจนมากกว่าเดิม โดยเลนส์ตัวนี้จริงๆแล้วหากหรี่รูรับแสงมาสัก F2.8 ก็ได้ภาพที่คมยันขอบแล้ว จากที่เห็นภาพด้านบนที่ครอปออกมา ลองดูเอาว่าคุณเองก็สามารถอ่านหนังสือตัวเล็กจากภาพใหญ่ได้ชัดเจน

สุดท้ายกับการลองครอปภาพที่ F11 ก็หมดห่วงเรื่องของความคมชัดไปได้ เพราะด้วยค่า F ที่แคบลงนอกจากภาพจะคมชัดแล้ว ระยะการหลุดโฟกัสก็น้อยลงตามไปด้วย ภาพที่ได้จึงออกมาคมทั้งภาพ ดูแล้วหมดห่วงเรื่องของความคมชัดไปได้แล้วหนึ่งข้อสำหรับใครที่มองหาเลนส์ตัวนี้มาใช้งาน

มาดูตัวอย่างภาพจากการใช้งานจริงนอกสถานที่กันบ้าง เมื่อใช้งานที่ F1.8 เปิดกว้างสุดให้เห็นประสิทธิภาพกันไปเลยว่ามันจะได้ภาพที่คมชัดระดับใด กับตัวอย่างภาพด้านล่างที่ครอปออกมา 100% ซึ่งตรงนี้ถือว่าคมชัดมาก แต่หากไปเทียบกับเลนส์ที่เป็นเลนส์ Fix แล้ว อาจจะคมไม่เท่า เพราะอย่าลืมว่าเลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ซูม ซึ่งความคมชัดของเลนส์ซูมนั้นจะด้อยกว่าเลนส์ Fix ทางยาวโฟกัสเดียวอยู่แล้วโดยธรรมชาติ

แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าหากโฟกัสเข้าเป้าแล้ว ความคมชัดของเลนส์ก็ยอดเยี่ยมมากแม้ใช้งานที่ F1.8 และพวกความคลาดสีต่างๆก็ไม่มีให้เห็นอีกด้วย สังเกตบริเวณขอบชฎาของนางรำที่เป็นส่วนสีขาวนั้นไม่มีขอบม่วงให้เห็นเลย นับว่า Sigma ทำเลนส์ตัวนี้ออกมาได้อย่างดีสมกับเป็นเลนส์ตระกูล ART ที่ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพเลนส์จริงๆ

หรือการถ่ายภาพย้อนแสงแบบจังๆ ก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม จากการทดสอบถ่ายภาพย้อนแสงแบบจังๆ พยายามหามุมที่ให้เกิดแฟลร์ ปรากฏว่าไม่มี เอาไฟตั้งส่องเข้าหน้าเลนส์เต็มๆยังไงก็หาแฟลร์ไม่เจอ สรุปเลยว่าเลนส์ตัวนี้มีการโค้ทผิวเลนส์ได้ดีจริงๆ ดังนั้นไม่ใส่ฮูดก็ได้อยู่นะ หรือใครอยากให้มีแฟลร์คงต้องหาฟิลเตอร์ห่วยๆมาใส่หน้าเลนส์แทนแล้วกัน

ส่วนเรื่องการถ่ายทอดสีสันต่างๆนั้น ทำได้อย่างสมจริงสวยงาม การใช้งานถ่ายภาพทดสอบนั้นไม่ได้ปรับตั้งค่ากล้องอะไรเป็นพิเศษ ใช้เพียงแค่โหมด Av กับ Picture Profile แบบ Standard ส่วน White Balance ก็ตั้งค่าแบบ Auto ไว้ เมื่อถ่ายภาพออกมาก็อย่างที่เห็น ได้สีทองอร่ามจริง ไม่ต้องปรับแต่ง จบหลังกล้องได้กับเลนส์ตัวนี้

สำหรับอีกเรื่องก็คือ ความเร็วในการโฟกัส จากการที่ผมเอาไปใช้ถ่ายงานพระราชพิธีพิธีบวงสรวงการอัญเชิญราชรถ และพระยานมาศ มีการปรับตั้งค่าโฟกัสแบบ Continue ซึ่งตัวเลนส์ก็ตอบโจทย์การทำงานได้อย่างดีไม่ผิดหวัง เพราะสามารถโฟกัสได้อย่างรวดเร็วแม่นยำไม่แพ้เลนส์ค่าย แม้ว่าจะใส่เข้ากับกล้องรุ่นเล็กอย่าง Canon EOS 200D ซึ่งแน่นอนว่าประสิทธิภาพการโฟกัสน่าจะเป็นรองพวกรุ่นใหญ่ ทั้งเรื่องจุดโฟกัสหรือการติดตามโฟกัส แต่ตอนถ่ายจริงก็ไม่ได้รู้สึกช้าหรือติดขัดแถมยังทำงานร่วมกับพวกโหมด Live View ในการ Tracking วัตถุหรือใบหน้าได้อย่างดีอีกด้วย รวมถึงการทำงานร่วมกับระบบโฟกัสภาพ Dual Pixel CMOS ได้อย่างราบรื่นจริงๆ

และด้วยความที่เลนส์ตัวนี้เป็นเลนส์ที่มีระยะทำการแบบเทเล ดังนั้นมันจึงเหมาะกับการถ่ายภาพแนว Portrait ด้วย เพราะทั้งเรื่องของรูรับแสง F1.8 ที่ให้มาในเลนส์ตัวนี้ มันเหมาะที่จะละลายฉากหลังได้ง่าย และเช่นเคยคือ ความคล่องตัวในการใช้งานที่ไม่ต้องเดินซูมเท้าหามุมภาพเหมือนพวกเลนส์ Fix นั่นเอง ทำให้การใช้านจริงมีความสะดวก แต่ที่ไม่สบายก็คือเรื่องขนาดและน้ำหนักยังคงเป็นปัญหาอยู่

ที่เป็นปัญหาไม่ใช่เพราะต้องแบกน้ำหนักอย่างเดียว เรื่องการพกพาก็ถือว่าเกะกะไปสักนิด ยิ่งติดฮูดแล้วยิ่งใหญ่โต จนบางครั้งไม่อยากติดฮูดใส่กระเป๋ากล้องมาด้วย จะได้ลดภาระการพกพา และสิ่งที่น่าขัดใจอย่างหนึ่งก็คือเป็นเลนส์เทเลที่ไม่มีกันสั่นมาให้ ซึ่งเวลาแบกเลนส์หนักๆแบบนี้ก็ต้องใช้ความเร็วชัตเตอร์ที่สูงหน่อย รวมถึงการประคองเลนส์ให้นิ่งเพื่อลดการสั่นไหวในช่วยการถ่ายภาพด้วยเลนส์เทเลแบบนี้ มีหลายภาพเหมือนกันที่เบลอเนื่องจากแบกเลนส์มาทั้งวันแล้วเมื่อยล้า แนะนำว่าคุณควรฝึกเล่นเวทออกกำลังแขนเยอะๆ หรือไม่ก็แบกเลนส์นี้ให้กล้ามขึ้นแล้วชินกับการจับถือไปเอง และแม้ว่าจะมีรูรับแสง F1.8 ก็ตาม แต่หากเจอแสงน้อยๆแล้วไม่ดัน ISO ช่วยก็ถ่ายออกมาเบลอได้ง่ายๆเหมือนกันหากความเร็วชัตเตอร์ต่ำเกินไป

แต่ถ้าหากจะบอกว่าเลนส์ Fix ส่วนใหญ่ก็ไม่มีกันสั่นมาให้ ก็ถือว่าลบล้างกันไปได้ละกัน เพราะเรื่องของน้ำหนักตัวยังไงแล้วก็ถือเป็นจุดเดียวของเลนส์ตัวนี้ที่ยังไงแล้วก็คงต้องยอมแบก เพี่อให้ได้ความคล่องตัวในการใช้งานด้วยเลนส์ตัวเดียว รวมถึงรูรับแสง F1.8 พร้อมกับความคมชัดที่แลกมา และต้องยอมรับว่าภาพที่ได้นั้น อาจจะทำให้ลืมเรื่องน้ำหนักเลนส์ไปได้เลย เพราะคุณภาพสุดติ่งจริงๆ

มาดูโบเก้จากเลนส์ตัวนี้กันบ้าง ด้วยกลีบรูรับแสงแบบ 9 ใบ โบเก้ของเลนส์ตัวนี้จึงออกมาสวยทีเดียว บวกกับ F1.8 สามารถสร้างโบเก้วงโตๆได้อย่างง่ายดาย รวมไปถึงความที่เป็นเลนส์เทเลด้วย ดังนั้นการถ่ายภาพ Portrait แบบให้ได้โบเก้ติดมางามๆก็ไม่ยาก แถมสกินโทนที่ถ่ายทอดออกมาจากเลนส์ตัวนี้ก็สวยงาม จบหลังกล้องได้อีกเช่นกัน

ด้วยความที่ระยะโฟกัสใกล้สุดแค่ 0.95 เมตร เวลาเอามาใช้ถ่ายพวกสิ่งของที่มีขนาดเล็กหน่อยก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะยังเข้าใกล้ได้ด้วยการซูมและยังได้โบเก้สวยๆเพิ่มมาอีกด้วย จะสังเกตได้ว่าโบเก้ของเลนส์ตัวนี้ออกมาเป็นทรงเหมือนผลมะนาวซะมากกว่า ส่วนโบเก้ทรงกลมก็ต้องกลางภาพสักหน่อย แม้จะมีกลีบรูรับแสง 9 ใบก็ตาม แต่ยังไงแล้วเลนส์ตัวนี้เป็นอีกหนึ่งเลนส์ที่ระเบิดโบเก้ได้ดีจริงๆ ออกมาเยอะมากง่ายๆ ใหญ่ๆเลยถ้าใครชอบ

เห็นไหมว่ามันสามารถใช้ถ่ายของเล็กๆหน่อยได้สบายเลย เพราะเลนส์เทเลส่วนใหญ่จะมีปัญหาเรื่องของการเข้าใกล้วัตถุ ซึ่งก็คือระยะโฟกัสนั้นไกล ทำให้บางสถานการณ์จะถ่ายยาก เช่น อยากถ่ายอาหาร แต่เข้าใกล้ได้ไม่มากพออะไรประมาณนี้ เลนส์ตัวนี้จึงน่าจะตอบโจทย์การถ่ายภาพได้หลากหลายมากขึ้นนั่นเอง แถมยังสามารถซูมเข้าออกได้ สะดวกไปอีก 

แม้ว่าเลนส์ Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART จะเป็นเลนส์เทเลแต่การนำมาใช้งานถ่ายภาพได้อย่างหลากหลายจริงๆ ช่วงซูมที่ให้มานั้นเหมาะกับการใช้งานได้อย่างดีไม่ว่าจะเป็นงาน Event ถ่าย Portrait รับปริญา Wedding หรือใช้ถ่ายทั่วไปก็ได้หมด เอามาถ่ายวิวทิวทัศน์ก็ยังไหวถ้าต้องการหาเลนส์เทเลสำหรับกล้อง APS-C สักตัว นับว่า Sigma 50-100mm f1.8 DC HSM ART เป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย แต่ที่เลนส์ตัวนี้ไม่ค่อยมีใครพูดถึงก็เพราะว่ามันเป็นเลนส์สำหรับกล้องเซ็นเซอร์ขนาด APS-C ใช้กับ Full Frame ไม่ได้นี่แหละ รวมไปถึงขนาดและน้ำหนักตัวที่ใหญ่และหนัก ไม่สะดวกในการพกพาจริงๆ แต่ที่แน่ๆคือคุณภาพของเลนส์และการเป็นเลนส์ซูมที่มีรูรับแสง F1.8 เป็นอะไรที่ไม่ธรรมดาจริงๆ

จุดเด่น

  • รูรับแสง F1.8 ตลอดช่วงซูม
  • คุณภาพของเลนส์ดีมาก ทั้งเรื่องความคมชัด การถ่ายทอดสีสัน การควบคุมแฟลร์และขอบม่วง
  • ระบบโฟกัสทำงานได้อย่างรวดเร็ว แม่นยำ
  • ใช้งานได้หลากหลาย คล่องตัวไม่ต้องเปลี่ยนเลนส์บ่อย
  • โบเก้สวย ละลายฉากหลังได้ดี

จุดสังเกต

  • ใช้งานได้เฉพาะกับกล้องเซ็นเซอร์ APS-C
  • ไม่มีกันสั่น
  • หนักและใหญ่