Review : Huawei nova 2i สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัวพร้อมหน้าจอ FullView สุดคุ้มในราคาเพียง 10,900 บาท !!

เฮียแม๊พ | 1 ต.ค. 2560 16:06:11

26679

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Huawei nova 2i สมาร์ทโฟนกล้อง 4 ตัวพร้อมหน้าจอ FullView สุดคุ้มในราคาเพียง 10,900 บาท !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่านๆ กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่สุดร้อนแรงที่กำลังเป็นที่น่าสนใจอย่าง Huawei Nova 2i มารีวิวให้ชมกันครับ หลายๆท่านคงรู้คุณสมบัติเด่นของรุ่นนี้มาบ้างแล้ว แน่นอนว่ารุ่นนี้มาพร้อมจุดขายที่น่าสนใจอย่างเรื่องหน้าจอ FullView อัตราส่วนแบบใหม่ 18:9 และกล้อง 4 ตัวนั่นเอง แต่ในเรื่องการใช้งานจริงและฟีเจอร์อื่นๆเพิ่มเติมจะมีอะไรเด็ดๆบ้างเรามาชมไปพร้อมกันในบทความนี้เลยดีกว่าฮะ :D

แกะกล่อง Huawei Nova 2i

ก่อนอื่นมาเริ่มที่ตัวกล่องกันก่อนเลย เราจะเห็นความเปลี่ยนแปลงและดีไซน์แปลกใหม่บนสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ของ Huawei อยู่เสมอๆ ซึ่งบน Nova 2i นี้ก็เช่นกันมาพร้อมกล่องพื้นขาวเรียบๆ มีคำว่า Huawei Design อยู่ด้านข้างและแอบมีไฮไลท์สีชมพูเด่นๆพร้อมคาดชื่อรุ่นไว้ด้านหน้าด้วย

ตัวกล่องเมื่อดึงชั้นบนออกก็จะเจอการจัดวางสไตล์ Huawei ที่จะเสียบเครื่องไว้แนวหน่อย ตรงนี้แอบมีความแนวเหมือนตอน Huawei P8 ถ้ายังจำกันได้ก็วางเครื่องมาแบบนี้แหละ ข้างในแบ่งช่องและอุปกรณ์ไว้ชัดเจนดี ซึ่งอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใหม่มาก็จะมีดังนี้ครับ

  • ตัวเครื่อง Huawei Nova 2i
  • เคสใส
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • สาย micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟังแบบ

ก็ถือว่าให้มาครบแบบพร้อมใช้งานเหมือนเคยครับ

จับตัวเครื่องจริง Huawei nova 2i

เก็บอุปกรณ์ต่างๆให้เรียบร้อย ได้เวลามายลโฉมตัวเครื่องกันแล้ว ตัวเครื่อง Nova 2i นั้นก็มาในทรงแบบใหม่คือจะออกยาวๆหน่อย ด้วยการออกแบบหน้าจอแบบใหม่ที่เรียกว่า FullView Display นี่แหละ แต่ตัวเครื่องจริงๆก็ไม่ได้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้นจากเดิมมากนัก ถึงแม้รุ่นนี้จะให้สเปคหน้าจอมากกว้างถึง 5.9 นิ้วก็เถอะ

หน้าจอขนาด 5.9 นิ้วของ Nova 2i นั้นจะให้ความละเอียดมาที่ FHD+ (2960 x 1080 พิกเซล) ชนิดหน้าจอก็เป็น IPS ครับ ซึ่งในเรื่องการแสดงผลบอกได้เลยว่าคมชัดใช้ได้ ด้วยความยาวแบบใหม่นี้การแสดงผลก็ดูเต็มตาดีทีเดียวล่ะครับ

กระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D เหมือนกับหลายๆรุ่นในตลาดตอนนี้ ช่วยเพิ่มความมนของตัวเครื่องและการสัมผัสได้เป็นอย่างดีทีเดียว แต่ด้วยกระจกแบบนี้พวกฟิล์มกันรอยเลยไม่สามารถติดแบบเต็มจอได้ รวมถึงที่ติดมาให้ตั้งแต่ในกล่องก็ไม่เต็มด้วย ซึ่งถ้าใช้งานไปสักพักอาจมีอาการดันหลุดออกมาเหมือนกัน ซึ่งตรงนี้ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เพราะฝุ่นมันชอบเข้าไปในฟิล์มอะนะ

เหนือหน้าจอรุ่นนี้มีไฟแฟลช Soft light , เซนเซอร์วัดแสง , ไฟ LED แจ้งเตือน , ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าคู่ครับ

บอดี้ของตัวนี้ก็เป็นแบบ metal unibody มีเสาอากาศคาดบนล่างตามสไตล์มือถือยุคนี้ แต่ด้วยความที่วัสดุเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดบวกกับความมนและบางของตัวเครื่องเลยทำให้การจับถือในแว่บแรกแอบรู้สึกไม่คุ้นความเป็น Huawei เท่าไหร่ (แต่ก็ไม่ใช่เรื่องแย่นะ)

ตัวสีดำที่เราได้มารีวิวนี้แอบติดรอยนิ้วมือง่ายเหมือนกันนะ ถ้าเกิดมือมันๆมาจับนี่ติดเห็นชัดเลยล่ะ แถมวัสดุแบบนี้ก็ดูจะทำความสะอาดหรือเช็คให้หายไปยากกว่ากระจกด้วย (คิดถ้ามันติดก็ติดทนเลยล่ะ)

ด้านหลังนี้มีเลนส์กล้องคู่ที่วางแบบแนวตั้งแต่อยู่ตรงกลางได้อย่างสมมาตรดีทีเดียว แต่ตัวเลนส์แอบนูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย ถัดลงมาเป็นเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือทรงกลมๆวางนิ้วมือได้พอดีเป๊ะ

สุดท้ายแล้วที่บ่นๆมาทั้งเรื่องรอยนิ้วมือติดง่ายกับเลนส์นูนก็แก้ได้ด้วยเคสนั่นล่ะครับ ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร ถ้าจะใช้ของที่แถมมาในเครื่องก็จะพอดีเป๊ะเลยแบบในภาพครับ

มาดูรอบๆเครื่องกันอีกสักนิดปุ่มกดต่างๆวางอยู่ที่ด้านขวาของตัวเครื่องทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ตัวปุ่มเป็นแบบเรียบๆไม่ได้มีการทำลวดลายใดๆทั้ง 2 ปุ่มครับ

ด้านซ้ายมือเป็นช่องใส่ซิม ซึ่งถาดซิมก็จะเป็นแบบไฮบริดนะครับรุ่นนี้

พอร์ตการเชื่อมต่อหลักๆก็มาอยู่ที่ด้านล่างนี้ทั้งหมด เริ่มจากแจ็คหูฟัง 3.5มม. , ไมโครโฟน , พอร์ตการเชื่อมต่อ micro-USB และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ส่วนด้านบนก็มีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

รวมๆแล้วดีไซน์ก็อย่างที่เคยบอกครับมีความเป็นมือถือ 2017 เอามากๆทั้งในเรื่องของตัวหน้าจอด้วย ตัววัสดุต่างๆการวางตำแหน่งก็เช่นกัน โดยในประเทศไทย Huawei nova 2i จะนำเข้ามาจำหน่าย 2 สีด้วยกันคือ สีดำ (ตัวที่เรารีวิว) และสีทองซึ่งสีทองด้านหน้าจะเป็นสีขาวนะครับ ต่างกันนิดหน่อย

สเปค Huawei nova 2i

  • รัน Android 7.0 Nougat ครอบด้วย EMUI 5.1
  • หน้าจอ IPS 5.9ความละเอียด FHD+ (2160 x 1080 พิกเซล) อัตราส่วน 18:9
  • หน่วยประมวล Kirin 659 Octa-core
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ micro-SD 256GB
  • แบตเตอรี่ 3340mAh
  • กล้องหน้า 13 + 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 16 + 2 ล้านพิกเซล
  • รองรับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม (ถาดซิมไฮบริด)
  • วางจำหน่าย 2 สี ดำ , ทอง

ถ้าดูจากสเปคแล้วก็ถือว่าให้มาได้ครบทีเดียวทั้งในเรื่องของหน้าจอที่ให้ความละเอียดมาสูงระดับ FHD+ หน่วยประมวลผลตัวน้องใหม่ของ Huawei อย่าง Kirin 659 , แรม 4GB , รอม 64GB , แบตเตอรี่ 3340 mAh เป็นต้น ในส่วนของกล้องหน้าหลังก็ให้มาแบบเยอะสุดๆกล้องหน้า 2 ตัว กล้องหลังอีก 2 ตัวอีกต่างหาก

ทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark

เห็นสเปคใหม่แบบนี้กก็คงเดาไม่ออกแน่ว่าเจ้ารุ่นนี้จะแรงระดับไหน ซึ่งเราก็คงทำให้เห็นภาพคร่าวๆด้วยการเอามาทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark นี่เหมือนเดิม ซึ่งคะแนนการทดสอบก็ออกมาที่ 56,997 คะแนนครับ เทียบกับรุ่นราคาและสเปคราวๆนี้ก็คงชนกับ vivo v7+ ที่ใช้ snapdragon 450 หรือ Galaxy J7+ ที่ใช้ Helio P25 ได้พอดิบพอดีครับ

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Huawei nova 2i มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 nougat ที่มีการครอบทับด้วย EMUI 5.1 ตัวเดียวกับเหล่ารุ่นพี่ที่เปิดตัวมาก่อนหน้านี้เลยครับ ซึ่งแน่นอนว่ามาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของความลื่นไหลและความเสถียรที่ทาง Huawei เคลมว่าต้อให้ใช้งานไปอีก 18 เดือนก็จะยังเร็วเหมือนซื้อใหม่ๆเลยด้วย

หน้าตา UI ก็เหมือนกับรุ่นก่อนๆครับ เพียงแต่ด้วยความยาวของหน้าจอแบบใหม่ เลยดูแปลกตาไปนิดหน่อย ในค่าเริ่มต้นจะไม่มีหน้า App Drawer มาให้นะครับ คือุกอย่างที่ถูกติดตั้งจะมาโผล่ที่หน้าจอหลักนี้ทั้งหมดเลย แต่ถ้าไม่ชินแบบนี้ก็สามารถเข้าไปเปลี่ยนเป็นแบบ App Drawer ได้ที่ settings > home screen style ครับ

ในส่วนของ Theme ทาง Huawei ก็มีแอป Themeใส่เข้ามาให้เลือกปรับหน้าตาตามสไตล์ที่ชอบได้เลย

Phone Manager แอปการจัดการตัวเครื่องยังคงมีมาให้อยู่ เราสามารถเพิ่มความเร็วของเครื่องได้ง่ายๆเพียงจิ้มเดียว จัดการในเรื่องของ data อินเทอร์เน็ต , จัดการเรื่องการแจ้งเตือน , แบตเตอรี่ เป็นต้น

Gesture และ Motion Control

ระบบ Knuckle Geatures ฟีเจอร์อย่างการใช้ข้อนิ้วมาใช้ในการจับภาพหน้าจอก็ยังติดมาบนรุ่นนี้ด้วยมีทั้งรูปแบบการเคาะ 2 ครั้งเพื่อจับภาพหน้าจอ , วาดเป็นตัวอักษณเพื่อเข้าแอปต่าง และยังมีการแบ่งจอทำ 2 แอปในหน้าจอเดียวได้อีกด้วย โดยเข้่าไปเปิดการตั้งค่าได้ที่ Settings > Smart Assistance > Motion Control> Knuckle Geatures

ย่อหน้าจอง่ายๆด้วยโหมด One Hand Operation ถึงแม้ว่าด้วยหน้าจอแบบ FullView ทำให้ตัวหน้าจอมีขนาดมากขึ้นในขนาดตัวเครื่องที่เท่าๆกับรุ่นก่อน แต่ขนาดที่เพิ่มเข้ามานี่คือความยาวล้วนๆ การใช้งานมือเดียวก็อาจจะไม่สามารถเอื้อมไปแตะได้หมดทั่วจอซะทีเดียว ทาง Huawei ก็เลยมีระบบย่อหน้าจอง่ายๆเพียงแค่เราใช้การเพียงแค่ปาดแถบ Navigator Bar (ตรง 3 ปุ่มด้านล่าง) ไปทางซ้ายหรือขาว ตัวหน้าจอก็จะย่อเล็กลงมาเหลือราวๆ 4 นิ้ว เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมือเดียวยิ่งขึ้นไปอีกครับ แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปตั้งค่าก่อนที่ Settings > Smart Assistance > One Hand UI ครับ

App Twin

ฟีเจอร์นี้น่าจะถูกใจคนแชทหลายบัญชี เพราะทาง Huawei มีฟีเจอร์ที่เรียกว่า App Twin มาให้ด้วย เราสามารถแบ่งแอปแชทหลักๆออกมาได้อีกแอป อาทิ Facebook , Messenger , LINE หรือ Whatsapp โดยตัวแอปที่แยกออกมาจะมีไอคอนเลข 2 สีฟ้าๆอยู่บนไอคอนด้วย

ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็วฉับไว

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของรุ่นนี้ยังคงอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องอย่างที่ได้เห็นไป การใช้งานสะดวกและรวดเร็วเช่นเคย หลังจากตั้งค่าจดจำลายนิ้วมือของเราไปแล้ว เราสามารถใช้การแตะเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อปลดล็อคหน้าจอได้เลยโดยไม่ต้องกดปลุกจอเสียก่อน

บันเทิงด้วยหน้าจอ FullView ดีจริงๆหรือ !?

มาเข้าเรื่องที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้อย่างเรื่องของหน้าจอ FullView ที่ใช้งานด้านการดูคอนเทนต์ต่างๆเลยละกัน หลายคนอาจจะสงสัยว่าไอหน้าจอแบบใหม่ที่กำลังเป็นเทรนด์จนหลายๆแบรนด์ต้องทำตามกันเนี่ยมันมีประโยชน์ยังไง ?

หลักๆเลยก็คงหนีไม่พ้นเรื่องการแสดงผลที่มากกว่าอย่างการดูคอนเทนต์ในแนวตั้งอาทิเข้าเว็บไซต์หรือ Facebook ด้วยความยาวที่มากกว่า ก็ทำให้เห็นได้มากกว่า เราไม่จำเป็นต้องเลื่อนหน้ามากเท่าเดิมในขณะที่เนื้อหายังเท่าเดิม

ส่วนอีกเรื่องก็คือการดูไฟล์ภาพหรือวิดีโอ พอยาวๆแบบนี้การดูไฟล์วิดีโอที่มีอัตราส่วนเกินมาตรฐาน 16:9 ก็จะทำให้เสียพื้นที่น้อยลงไปอีกหน่อย อาทิ วิดีโอตัวอย่างหนังที่มีอัตราส่วนหน้าจอแบบ 21:9 ซึ่งถ้าดูบนจอปกติก็จะเจอขอบดำบนล่างเยอะมากเลยล่ะ แต่หากดูบนจอ FullView นี้ก็จะทำให้ขอบดำเหลือน้อยลงและดูเต็มตามากขึ้น

แต่ ! ก็ขึ้นอยู่กับคลิปหรือแอปที่รองรับด้วยเช่นกัน น่าแปลกใจที่แอป YouTube บน nova 2i นั้นไม่มีตัวเลือกให้ขยายคลิปเป็นเต็มจอมาให้ด้วย ทำให้การดูวิดีโอในทุกๆอัตราส่วนบน YouTube ก็จะแสดงแบบ 16:9 ปกติซะอย่างนั้น ถึงแม้ตัวคลิปจะเป็นแบบ 21:9 ยาวๆก็ขยายให้เต็มจอไม่ได้ด้วย เท่ากับว่าการดูวิดีโอก็ต้องมีขอบดำข้างๆเพิ่มมาแทนอยู่ดี (ไม่ต่างจากดูบนจอ 16:9 เลยนะแบบนี้ -.-)

นอกจากบนYouTube แล้ว แอปวิดีโอในเครื่องก็ไม่มีตัวเลือกเพิ่มเติมในการขยายหน้าจอซะด้วย แต่เท่าที่ลองดาวน์โหลดแอป 3rd Party อย่าง VLC ที่มีตัวเลือกขยายจอมาให้อยู่แล้วก็แก้ขัดไปได้อยู่ครับ

ตรงนี้เชื่อว่าคงมีการอัปเดตไปเป็นแอปๆในอนาคตอีกที เพราะตอนนี้ก็เห็นว่ามีการตั้งค่า Full screen ในบางแอปอยู่ ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดเปิดเพิ่มเติมได้จาก settings > display > full screen display ครับ

ระบบเสียง Histen

ในเรื่องของระบบเสียงบนรุ่นนี้ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐานแบรนด์นี้ครับ เสียงที่ได้จากหูฟังมีระบบใหม่ของ Huawei อย่าง Histen ที่เพิ่มมิติผ่านหูฟังได้อย่างดี ส่วนเสียงจากลำโพงด้วยลำโพงตัวเดียวเสียงที่ออกมากลางๆไม่ไวือหวาอะไรครับ

เล่น ROV ลื่นไหม ?

คงเป็นดกมยอดฮิตที่หลายๆคนเล่นกันอยู่ตอนนี้ ซึ่งแน่นอนว่าการเทสเกมหลังๆนี่เราใช้รุ่นนี้มาทดสอบตลอด บน nova 2i นี้เราสามารถปรับคุณภาพกราฟิกไปที่ระดับสูงสุดได้เลย แต่ในตัวเลือกเหมือนว่าจะไม่มีเฟรมเรตสูงให้เลือกปรับนะครับ

ซึ่งการเล่นก็ทำได้ดีทีเดียว ด้วยคุณภาพกราฟิกแบบสุด เฟรมเรตจะอยู่ราวๆ 20 ปลายๆ - 30fps เล่นๆได้เพลินครับ ถึงแม้จะไม่ได้ลื่นไหลขนาด 60fps แต่แบบนี้ก็ไม่ติดขัดแล้วครับ

กล้อง 4 ตัวใช้ทำอะไรได้บ้าง !?

มาถึงอีกหนุ่งไฮไลท์ของรุ่นนี้อย่างกล้อง ที่ให้มาเยอะพิเศษถึง 4 ตัว ถ้าเทียบในบ้านเราก็คงเป็นรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ โดย 4 ตัวที่ว่านี้จะแบ่งเป็นหน้า 2 หลัง 2 มีเยอะๆแบบนี้เพื่ออะไร เอาจริงการทำงานก็ไม่แปลกไปจากรุ่นทั่วๆไปเท่าไหร่ คือเอาไว้ใช้จับระยะเพื่อถ่ายหน้าชัด-หลังเบลอตามสไตล์ยุคนี้นั่นแหละครับ

เริ่มจะกล้องหลังกันก่อน รุ่นนี้ให้กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซลมา ให้คู่รูรับแสงมาที่ f/2.0 ตัวเลนส์เสริม 2 ล้านพิกเซลที่เพิ่มเข้ามาจะใช้แค่จับระยะตื้น-ลึกของภาพเท่านั้น ไม่ได้มีเซนเซอร์ขาว-ดำเพิ่มเข้ามาแบบใน P หรือ Mate Series นะครับ

ตัวโหมดที่มีให้เลือกก็จัดมาอย่างครบครัน ทั้ง Wide Aperture , Portrait , Pro mode , Light Painting หรือ Slow motion การเลือกโหมดนอกจากในหน้าหลักที่จะมี Wide Aperture และ Portrait อยู่แล้ว ก็ใช้การเลื่อนหน้าจอมาทางขวาเพื่อเลือกโหมดอื่นๆได้

หรือถ้าปัดมาทางซ้ายก็จะมีหน้าตั้งค่าหลักของตัวกล้องอยู่จะเลือกความละเอียดภาพให้เต็มหน้าจอ , เปิด-ปิดลายน้ำ , เปิด-ปิด Grid line เป็นต้น

การเปิดโหมดหน้าชัดหลังเบลอหรือ Wide Aperture นั้นสามารถกดได้จากที่หน้า UI หลักเลย ที่ไอคอนรูปรูรับแสงด้านบน พอกดแล้วตัวไอคอนจะขึ้นเป็นสีฟ้าเท่ากับเราสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้แล้วนั่นเองครับ โดยหลังจากที่เราเปิดโหมดนี้แล้วความละเอียดของภาพจะถูกลดลงมาที่ 8 ล้านพิกเซลอัตโนมัติและไม่สามารถปรับเพิ่มหรือลดขนาดเพิ่มเติมได้นะ

ขั้นตอนการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอก็ง่ายๆครับเพียงแต่แตะจุดที่เราอยากให้โฟกัสแล้วเลือกปรับความเบลอของฉากหลังได้เลยตัวหน้าจอจะมี Preview โชว์ให้เห็นเลยด้วยว่าความเบลอมากน้อยแค่ไหนตามการปรับค่า f/Stop ที่มีให้เลือกตั้งแต่ f/16 ไปถึง f/0.95 เลยทีเดียว

ที่พิเศษก็คือ หลังจากที่เราถ่ายภาพด้วยโหมด Wide Aperture มาแล้วเรายังสามารถมาปรับจุดโฟกัสหรือความเบลอของภาพได้อีกด้วย เผื่อว่าภาพที่ถ่ายตอนแรกจะเบลอมากเกินไปหรือน้อยไปน่ะเนอะ โดยภาพถ่ายที่ใช้โหมด Wide Aperture จะมีรูปไอคอน รูรับแสง ใน Gallery อยู่กดไปปรับแต่งกันต่อได้เลย นอกจากนี้ในการปรับแต่งเพิ่มเติมเรายังสามารถใส่เอฟเฟกต์ของฉากลังเข้าไปได้อีกด้วย โดยจะมีให้เลือกอยู่ 6 แบบ เลือกปรับได้ตามใจเลยครับว่าอยากจะสร้างสรรค์ภาพออกมาแนวไหน

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Wide Aperture ของ Huawei nova 2i รวมๆแล้วก็เป็นโหมดการถ่ายภาพที่ใช้ถ่ายได้สนุกทีเดียว ด้วยลูกเล่นการปรับค่า f/Stop ได้มากมายอยากจะละลายหลังหรือเบลอหน้าก็ทำได้หมด แถมในเรื่องความเนียนก็ทำได้ดีไม่แพ้รุ่นพี่เลยด้วย

นอกจากหน้าชัดหลังเบลอปกติแล้ว หน้าชัดหลังเบลอแบบหน้าสวยก็มีด้วย โดยในโหมด Portrait นี้ก็จะมีตัวเลือกในเราปรับต่างกันกับ Wide Aperture เพราะในโหมดนี้จะให้เราปรับระดับความเนียนของใบหน้าแทนว่าจะเอาเนียนสวยแค่ไหน (แต่ปรับค่า f ไม่ได้นะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait โหมดนี้ก็ยังคงทำได้น่าประทับใจเช่นกัน เพราะได้ทั้งหน้าชัดหลังเบลอพร้อมกับระดับความหน้าเนียนด้วย (ก็ Beauty Face นั่นแหละ) แต่ตรงนี้น่าเสียดายที่เราไม่สามารถมาปรับระยะหรือจุดโฟกัสได้แบบ Wide Aperture น่ะนะ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto ในโหมด Auto ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ ถ้าไม่เน้นลูกเล่นอะไรมาก อยากได้ความละเอียดของภาพที่สูงขึ้นมาหน่อย เน้นยกถ่ายๆเลย ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ การโฟกัสทำได้ดีทีเดียว ส่วนเรื่องโทนสีและความละเอียดก็สวยงามมีความเป็น Huawei มาก แถมรอบนี้มีลายน้ำมาให้เราเลือกใส่ด้วย ถึงแม้จะไม่ใช่ Leica Dual camera แต่ก็ได้คำว่า Huawei nova 2i Dual camera ติดมาเหมือนกัน :3

กล้องหน้าคู่ทำหน้าชัดหลังเบลอก็ได้

จบจากกล้องหลังคู่ไปแล้วก็มาต่อที่กล้องหน้าคู่กันอีกสักหน่อย ความละเอียดกล้องหน้ารุ่นนี้ให้มาที่ 13 ล้านพิกเซล + 2 ล้านพิกเซล f/2.0 มีไฟแฟลช Soft Light มาให้ด้วย ทีนี้ถ่ายในที่แสงน้อยก็จะเนียนๆหน่อยละ ตัวโหมด Portrait แบบเดียวกับกล้องหลังก็มีมาให้นะ (แต่ไม่มี Wide Aperture) ปรับทุกอย่างเหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเป็น Bokeh Effect หรือ Beauty

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าโหมด Portrait จะเห็นว่าความเนียนของใบหน้าทำได้ดีทีเดียว ส่วนเรื่องความเบลอของฉากหลังก็ใช้ได้นะ อานิสงส์มาจากกล้องหน้าคู่ด้วยแหละ

นอกจากโหมด Portrait แล้ว อีกโหมดที่น่าสนใจก็คือ Effects ที่จะมีหน้าตัวการ์ตูนต่างๆมาใช้คู่กับใบหน้าของเราได้เก๋ๆ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Effects ลองถ่ายโหมดนี้แล้วรู้สึกประทับใจการจับใบหน้าของกล้องมากๆ มีความแม่นยำสูงและตามใบหน้าได้เป๊ะๆ อีกทั้งตัว effects หรือสติกเกอร์นี่ยังเอียงตามใบหน้าแบบ 3D ซะด้วยนะ

แบตเตอรี่เป็นยังไงล่ะ ?

ปิดท้ายเรื่องของแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคย nova 2i ให้แบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh ก็ยังถื ว่าให้มาเยอะใช้ได้เลยสำหรับรุ่น Fullview แบบนี้ โดยจากการใช้งานก็เรียกว่าอึดเลยล่ะสำหรับรุ่นนี้ ใช้งานทั่วๆไปพ้นวันได้สบาย ถ้าเล่นหนักๆก็พอไหว เรียกว่าหายห่วงนะครับในเรื่องของแบตเตอรี่

แต่ที่น่าเสียดายอีกก็คือตัวเครื่องยังคงมาพร้อมพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ micro-USB และไม่รองรับ Super Charge หรือระบบชาจไวอื่นๆเลยนี่แหละ

สรุปแล้วน่าโดนแค่ไหน ?

มาถึงบทสรุปกันแล้ว เชื่อว่าได้อ่านมาถึงตรงนี้คงได้เห็นความสามารถหลายๆอย่างของเจ้าตัวนี้ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียว หลักๆในเรืาองของดีไซน์ก็ผ่านฉลุยแล้วแหละ เพราะมีทั้งหน้าจอ FullView ความละเอียดสูง FHD+ , บอดี้โลหะแข็งแกร่งและสวยงาม เรื่องสเปคที่อาจจะดูไม่ได้หวือหวามากนักแต่กผ้เพียงพแต่อการใช้งาน หรือจะเป็นเรื่องกล้องที่เป็นไฮไลท์จัดมา 4 ตัวก็ทำให้ถ่ายภาพต่างๆได้อย่างยอดเยี่ยมและสนุกขึ้น ทั้งหมดที่ว่ามานี้จะยิ่งน่าสนใจขึ้นไปอีกเมื่อรู้ว่าราคารุ่นนี้เปิดตัวมาเพียง 10,900 บาทเท่านั้น !!

โปรโมชั่น

ถ้าคิดว่าราคาเปิดตังก็คุ้มแล้ว ยิ่งเจอโปรโมชั่นเด็ดของเค้ายิ่งคุ้มเข้าไปอีก เพราะตอนนี้ Huawei nova 2i เริ่มเปิดจองแล้วตั้งแต่วันที่ 28 ก.ย. - 8 ต.ค. สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับของสมนสคุณพิเศษเป็น Huawei Color Band A2 และ Huawei Body Fat Scale มูลค่ากว่า 5,980 บาทอีก โอ้ย ! คุ้มขนาดนี้ไม่จองไม่ได้แล้วล่ะครับ ^0^

 

จุดเด่น

  • หน้าจอ FullView FHD+ แสดงผลได้สวยงาม
  • บอดี้จับถนัดมือแม้หน้าจอขนาดใหญ่
  • กล้อง 4 ตัวทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม
  • ระบบ EMUI 5.1 ทำงานได้ลื่นไหล
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็วฉับไว
  • ราคาพร้อมของแถมคุ้มค่าอย่างยิ่ง

จุดสังเกต

  • แอปวิดีโอยังไม่รองรับการปรับอัตราส่วนให้เข้ากันหน้าจอ
  • ตัวเครื่องสีดำรอยนิ้วมือติดง่ายและเลนส์กล้องหลังนูนออกมาจากตัวเครื่องเยอะ (แก้ได้ด้วยการใส่เคส)

 

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite