Preview : Sony Xperia XZ1 สมาร์ทโฟนสุดล้ำที่มาพร้อมเทคโนโลยีการถ่ายภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์ !!

เฮียแม๊พ | 19 ก.ย 2560 20:22:49 (อัพเดต 19 ก.ย 2560 20:39:20)

8484

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Sony Xperia XZ1 สมาร์ทโฟนสุดล้ำที่มาพร้อมเทคโนโลยี
การถ่ายภาพ 3 มิติแบบเรียลไทม์
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟน 3 รุ่นใหม่ของ Sony อย่าง Xperia XZ1 , Xperia XZ1 Compact และ Xperia XA1 Plus นั่นเอง 3 รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆในงาน IFA2017 เมื่อปลายเดือนที่แล้ว และแน่นอนตอนนี้ก็มาอยู่ในประเทศไทยเรียบร้อย เอาเป็นว่าอย่ารอช้าเลยเรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละรุ่นมีจุดเด่นอะไรมานำเสนอกันอีก :D

แรกสัมผัส Sony Xperia XZ1

Xperia XZ1 มาพร้อมดีไซน์แบบที่เราคุ้นเคยกันอย่างดีกับ Omni Balance ดีไซน์ทรงแท่งเหลี่ยมไปหมด มองเผินๆแว่บแรกคิดว่าเป็น XZ เดิมซะด้วยซ้ำ ตัวขอบหน้าจอบนล่างน่าจะเป็นจุดที่หลายคนไม่ค่อยพอใจในสมาร์ทโฟนของ Sony รุ่นหลังๆสักเท่าไหร่ เพราะเทรนด์ของมือถือในยุคหลังๆนั้นมักจะแข่งกันเรื่องของความบางของขอบหน้าบ้างล่ะ ไร้กรอบจอไปเลยบ้างล่ะ หรือกระทั่งชิดขอบไปเลยก็มี แต่บนรุ่นเรือธงของ Sony ทั้งหลายไม่ว่าจะเป็น Xperia XZ , XZs , XZ Premium มาจนถึง XZ1 นี้ยังคงให้ขอบจอมาหนาเช่นเคย (ขอบข้างก็ยังแอบหนากว่าพวก XA ซีรีส์รุ่นรองซะอีกน่ะ)

แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยก็คือความเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครในเรื่องการดีไซน์นี่แหละ เพราะทั้งความเหลี่ยมที่ให้มาหรือจะขอบหน้าจอที่หนาหน่อยแบบนี้ มันแสดงความเป็นสมาร์ทโฟนจาก Sony ได้เป็นอย่างดีทีเดียว (ในแง่ดีนะ) XZ1นี้มาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD เท่ากับรุ่นก่อนๆ (ตั้งแต่ XZ เดิม) แต่รุ่นนี้เพิ่มความสามารถบางอย่างจากรุ่นพี่อย่าง XZ Premium คือเรื่องรองรับการแสดงผลแบบ HDR นั่นเอง

การวางตำแหน่งต่างๆเหมือนเป๊ะกับรุ่นเดิม ทั้งตำแหน่งกล้องหน้าที่อยู่เหนือหน้าจอ , ไฟ LED , เซนเซอร์วัดแสงต่างๆและลำโพงหลักของตัวเครื่องตรงกลางนั่นก็ด้วย

ล่างหน้าจอก็มีลำโพงอีกตัว รุ่นนี้ยังคงให้ลำโพงคู่หน้าระบบเสียง S-Force Surrounds เหมือนเคยด้วย

ตัววัสดุของรอบนี้ยังคงเป็นโลหะสุดแข็งแกร่งเช่นเดียวกับบนรุ่นก่อนๆ แต่ที่น่าสนใจคือความเนียนของโลหะด้านหลังใช้เป็นชิ้นเดียวกันแล้ว ทำให้ตัวฝาหลังกับขอบเครื่องเป็นชิ้นเดียวกันไปเลย ต่างจากรุ่นก่อนที่จะเห็นชัดว่าฝาหลังเป็นชิ้นนึง ตัวกรอบแยกมาอีกชิ้นนึงแล้วมาประกอบเข้าหากัน

การจับถือก็ให้ฟีลที่คล้ายกับรุ่นเดิมอยู่ด้วยความที่ขนาดและวัสดุมีความใกล้เคียงกัน แต่ด้วยความโค้งที่เพิ่มขึ้นเล็กๆและความบางที่มีเพียง 7.3 มม.เลยแอบทำให้ XZ1 ดูจับได้ถนัดมือขึ้นกว่า XZs หรือ XZ นิดหน่อยครับ

การวางตำแหน่งของด้านหลังก็ยังเหมือนเดิมมีเลนส์กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล Motion Eye อยู่ที่มุมซ้ายบน แต่จุดที่เพิ่มเข้ามาก็คือตรงกรอบเซนเซอร์ Laser Auto focus และไฟแฟลชนั้นจะมีความยาวมากขึ้นอีกนิดเพราะทาง Sony ย้าตำแหน่ง NFC มาไว้ตรงนี้แทนแล้วนั่นเอง และด้วยความที่เป็น Metal Unibody เลยต้องเพิ่มไอ้เส้นเสาอากาศเข้ามาตรงนี้ด้วย

แต่เจ้าเสาอากาศยังไม่หมดที่ด้านหลังนั้นซะทีเดียว เพราะตรงกรอบเครื่องด้านข้างก็มีอีกเช่นกัน โดยรูปลักษณ์จะแปลกไปนิดนึเป็นทรง U Shape เล็กๆพาดไว้ตามขอบเครื่องทั้ง 2 ข้าง

ปุ่มกดเพิ่ม-ลดเสียงยังอยู่ที่ฝั่งขวาของตัวเครื่องเช่นเคย ย้ายตำแหน่งขึ้นมาเหนือปุ่ม Power แบบตอน XZ Premium แล้ว และปุ่มชัตเตอร์ก็ทิ้งห่างไปลงไปอีกหน่อยครับ

ช่องใส่ซิมจะอยู่ทางฝั่งซ้ายของตัวเครื่อง ตรงนี้ดีตรงที่ไม่จำเป็นต้องใช้เข็มจิ้มถาดซิมใดๆเลย เราสามารถแงะออกมาได้เอง แต่ข้อเสียก็คือถ้าแงะถาดซิมออกมาตัวเครื่องจะรีสตาร์ททันทีนี่แหละครับ XZ1 ที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะเป็นรุ่น 2 ซิม โดยถาดซิมจะเป็นไฮบริดเหมือนเดิมครับ

ด้านบนตัวเครื่องรอบนี้ดูซอฟต์ลงหน่อย เพราะไม่มีตัว Brush Finish หรือลายเส้นๆขีดไว้แล้ว เป็นโลหะปกติไร้ลวดลายใดๆ มีแจ็คหูฟัง 3.5 มม.และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนครับ

เช่นเดียวกับด้านล่างเป็นโลหะไร้ลวดลายแต่ลืมบอกไปว่าตรงด้านบนและล่างรอบนี้มีความโค้งมนเล็กน้อยเลยไม่สามารถตั้งเครื่องแนวตั้งได้แบบรุ่นก่อนแล้ว (น่าเสียดาย) ส่วนพอร์ตก็มีไมโครโฟนสนทนาและพอร์ตการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C อยู่เท่านั้นครับ

รวมๆแล้วดีไซน์ของ Xperia XZ1 นั้นไม่ได้ต่างจาก Xperia XZ Series เดิมสักเท่าไหร่ ทั้งเรื่องหน้าตาและความรู้สึกในการจับถือ แต่ก็ในแง่ดีสำหรับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของค่ายนี้เค้าล่ะนะ แต่หากคุณเป็นคนที่ใช้สมาร์ทโฟนเรือธง Sony ในช่วงปีที่ผ่านมาก็คงจะรู้สึกจำเจกับดีไซน์แบบนี้ไม่ใช่น้อย ถ้าคุณเคยบ่นถึง iPhone ว่ามีหน้าตาเหมือนเดิมกันมาหลายต่อหลายรุ่น ดูภายนอกแทบไม่ต่างกันเลย คุณก็คงจะต้องบ่นเรื่องนี้บนสมาร์ทโฟนของ Sony ไม่แพ้กัน -.-

สเปค Xperia XZ1

  • รัน Android 8.0 Oreo
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.2นิ้ว ความละเอียด Full-HD (1920 x 1080 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 835 Octa-core 2.45GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 540 GPU
  • แรม4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 2700 mAh
  • กล้องหน้า13 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม

จะเห็นว่าสเปคคราวนี้ไม่ได้ยกของ XZ เดิมมาแบบตอน XZs แล้ว แต่เอาของ XZ Premium มาแทน หน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon 835 , แรม 4GB , รอม 64GB เป็นต้น แต่จุดที่ลดลงก็คือหน้าจอที่ขนาด 5.2 นิ้ว Full-HD และแบตเตอรี่ที่เหลือเพียง 2700 mAh เท่านั้น ส่วนในเรื่องของกล้องถ่ายภาพต่างๆยังคงเป็นตัวเดียวกันเลย ทั้งกล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลมี AF , กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล Motion Eye แบบเดียวกัน แต่เพิ่มซอฟต์แวร์ในกล้องเข้ามาอีกหน่อย ซึ่งถ้าเทียบสเปคแล้วรุ่นนี้ถือเป็นรุ่นที่มาแทน XZs เดิมและอยู่ตรงรองจาก XZ Premium นั่นเองครับ

สำหรับราคาค่าตัวของ Xperia XZ1 นั้นจะอยู่ที่ 22,990 บาท มีให้เลือก 4 สีคือ Warm Silver, Moonlit Blue, Venus Pink, และ Black ครับ

ลองจับ Xperia XZ1 Compact

มาถึงรุ่นน้องอย่าง XZ1 Compact บ้าง รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นต่อยอดจาก XZ Compact เช่นเดียวกับ XZ1  มาพร้อมความน่าสนใจตรงขนาดที่เล็กเหมาะกับการพกพามากๆ รูปลักษณ์โดยรวมคล้ายกับ XZ1 ย่อส่วนมากๆ แต่ด้วยความที่ตัวเครื่องมีความเหลี่ยมมากกว่าและหน้าจอที่เล็กลงเยอะเลยทำให้แยกออกไม่ยากนักถึงแม้จะไม่ได้เทียบขนาดกันก็ตาม

XZ1 Compact มาพร้อมหน้าจอ IPS 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD 720p การแสดงผลถึงแม้จะไม่ได้คมกริบนัก แต่ด้วยขนาดที่ไม่ใหญ่จนเกินไป เวลามองด้วยตาเปล่าก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกแย่เท่าไหร่ครับ

การวางตำแหน่งคล้ายกันแต่ขอบหน้าจอบนล่างของรุ่นนี้แอบบางกว่าเล็กน้อย ดูลงตัวดีเหมือนกันด้วยขนาดตัวเครื่องที่เล็กๆแบบนี้ ตัวเลนส์กล้องหน้ารุ่นนี้ปรับลดความละเอียดลงเหลือเพียง 8 ล้านพิกเซล

ลำโพงด้านหน้ายังคงเป็นแบบ Stereo ใช้งานคู่ 2 ตัวระหว่างเหนือและล่างหน้าจอเช่นกันฮะ

นอกจากหน้าจอและกล้องหน้าจะต่างกันแล้ว วัสดุงานประกอบของรุ่นนี้ก็ต่างกันด้วยเช่นกัน เพราะรุ่นนี้ใช้วัสดุเป็นพลาสติกเคลือบสีด้านให้ดูคล้ายโลหะ แต่ข้างในจริงๆเป็นพลาสติกนะครับ ความรู้สึกในการจับถือถึงแม้จะไม่ได้ด้พรีเมี่ยมเท่ารุ่นพี่แต่ก็ทำได้ดีและน้ำหนักเบาครับ

ตัวกล้องหลังให้ตัวเดียวกันคือ 19 ล้านพิกเซล Motion Eye ไฟแฟลชและเซนเซอร์ต่างๆวางไว้เหมือนกัน แต่ด้วยตัวเครื่องใช้วัสดุพลาสติกการวางตำแหน่ง NFC จึงไว้ที่ฝาหลังได้เลย ไม่ต้องกลัวเรื่องสัญญาณรบกวนเหมือนกับพวกโลหะน่ะนะ

พวกเสาอากาศตามกรอบเครื่องก็ไม่มีเช่นกัน รอบๆตัวเครื่องเลยเรียบกว่า ปุ่มกดด้านข้างยังวางไว้เหมือนกันคือ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง ไล่ลงไปเป็นปุ่ม Power และปุ่มชัตเตอร์กล้องครับ

ด้านบนและล่างของตัวเครื่องแอบหรูด้วยวัสดุแบบโลหะ มีแจ็คหูฟังและไมโครโฟนตัวที่ 2 อยู่ด้านบน

ด้านล่างมีไมโครโฟนสนทนาและพอร์ตการเชื่อมต่อ USB Type-C เช่นเดียวกัน

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ก็มีความคล้ายกับ XZ1 พอสมควรถึงแม้วัสดุจะไม่หรูเท่า แต่ผมค่อนข้างชอบขนาดที่เล็กและเบาของรุ่นนี้ทีเดียว เหมาะกับการใช้งานมือเดียวอย่างดี ถึงยุคนี้อาจเป็นยุคของมือถือจอใหญ่ แต่ความลงตัวของขนาดเล็กและใช้งานมือเดียวได้ (จริงๆ) บน Xperia XZ1 Compact นี้ก็น่าสนใจไม่น้อยครับ

สเปค Xperia XZ1Compact

  • รัน Android 8.0 Oreo
  • หน้าจอ IPS ขนาด 4.6 นิ้ว ความละเอียด HD (1280x 720 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 835 Octa-core 2.45GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 540 GPU
  • แรม4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 2700 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 19 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม

ในเรื่องสเปคด้วยความที่เป็นรุ่นน้องกว่า บางอย่างก็ถูกลดหย่อนลงไป อย่างที่เห็นหน้าจอเล็กลงชัดเจนทั้งขนาดและความละเอียด , ความจุภายในลดลง และกล้องหน้าด้วยเช่นกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือสเปคหลักๆอย่างหน่วยประมวลผล , แรม และความจุแบตเตอรี่ยังเท่ากับ XZ1 เลย อย่างน้อยๆเรื่องประสิทธิภาพก็ใกล้เคียงกันแน่นอน อีกทั้งแบตเตอรี่ความจุเท่ากัน แต่มีหน้าจอที่เล็กลง ทำให้รุ่นนี้แบตฯรุ่นนี้อึดกว่าตัวใหญ่อย่างแน่นอนล่ะ

Xperia XZ1 Compact ที่ขายในบ้านจะมาแค่ 2 สีคือ Blackและ Horizon Blue เท่านั้น และจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงเดือนตุลาคมนี้ ราคาก็จะออกช่วงใกล้ขายเช่นกัน :D

ระบบปฏิบัติการ

ในเรื่องของระบบปฏิบัติการนั้น 2 รุ่นนี้น่าจะเป็นรุ่นใหม่ที่ให้ระบบใหม่มาด้วยเป็นเจ้าแรกๆเลยก็ว่าได้ เพราะทั้ง XZ1 และ XZ1 Compact รัน Android 8.0 Oreo มาให้ตั้งแต่แกะกล่องเลย เรียกว่าใหม่ของจริงเลยล่ะ ส่วนเรื่องหน้าตา UI ก็มีการครอบ Xperia UI มาด้วย แต่เอาจริงหน้าตาก็ไม่ต่างกับที่ใช้บนรุ่นปัจจุบันเท่าไหร่ ความลื่นไหลต่างๆก็ยังคงมาตรฐานได้ดีเช่นเคยครับ

หน้าจอ HDR ยกเทคโนโลยีจาก Bravia มาเลย

จุดที่ XZ1 ได้ติดมาจาก Xperia XZ Premium อีกอย่างก็คือเรื่องของหน้าจอที่รุ่นนี้รองรับการแสดงผลแบบ HDR มาด้ย ทำให้การแสดงผลภาพหรือวิดีโอทำได้ดีขึ้น ยิ่งตอนนี้ YouTube ก็สามารถเล่นไฟล์แบบ HDR ได้แล้วด้วย บนรุ่นนี้ถือว่าได้หน้าจอแสดงผลชั้นเยี่ยมมาเลย ถึงแม้ความละเอียดจะยังเป็น Full-HD ก็เถอะ

กล้องหน้าแจ่มๆบน Xperia XZ1 Compact

ถึงแม้ความละเอียดของกล้องหน้าบน XZ1 Compact จะมีความละเอียดไม่เท่ากับรุ่นพี่ แต่ก็มาพร้อมกับเลนส์มุมกว้างถึง 120 องศาเลยทีเดียว มีลูกเล่นในการถ่ายเซลฟี่ด้วยมุมมองที่กว้างมากๆเหมือนกันนะ

กล้องหลัง Motion Eye เวอร์ชั่นอัปเกรด

กล้องหลังอย่างที่บอกไปทั้ง 2 รุ่นให้ตัวเดียวกับตอน XZ Premium มาเลยคือ กล้อง 19 ล้านพิกเซล Motion Eye ที่มีฟีเจอร์เด่นๆอย่าง Predictive Capture , Super Slow Motion 960fps มาให้ใช้งานเหมือนเคย

แต่รอบนี้ปรับปรุงในเรื่องของซอฟต์แวร์เข้าไปอีกหน่อย อย่างการถ่ายภาพ Predictive Burst Shot ที่สามารถถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยการโฟกัสต่อเนื่องด้วยเช่นกัน แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าใช้งานผ่านปุ่มชัตเตอร์แบบกดเท่านั้น ซึ่งเราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่การตั้งค่าของตัวกล้องแล้วเลือก Camera Key Settings เป็น Burst Shot ครับ

3D Creator แอปถ่ายภาพ 3 มิติสุดว้าว

นอกจากความสามารถเดิมแล้วที่พิเศษกว่ารอบก็คือรอบนี้ Sony เพิ่มซอฟต์แวร์ใหม่ที่เรียกว่า 3D Creator มาให้เราใช้กล้องหลังสแกนภาพเป็นแบบ 3 มิติได้ด้วย (จริงๆมันคือแอปใหม่เลยล่ะ) ซึ่งฟีเจอร์นี้ก็น่าสนใจตรงที่เราสามารถใช้สแกนใบหน้าคน , อุปกรณื์ต่างๆมาเป็นไฟล์แบบ 3D เพื่อไปประกอบการทำงานอื่นๆได้ด้วย

โดยในโหมดนี้จะมีให้เลือกโหมดการสแกนหลายแบบ อาทิ การสแกนใบหน้า (Face Scan) , สแกนหัว (Head Scan) , สแกนอาหาร (Food Scan)ไปจนถึงสแกนแบบอิสระ (Freeform Scan)ซึ่งตรงนี้เราก็สามารถเลือกใช้งานได้ตามความเหมาะสม

อย่างเช่นการสแกนใบหน้าหรือบุคคลการใช้งาน Head Scan ก็ดูเหมาะสมที่สุด ผลลัพธ์ที่ออกมาจะได้เป็นไฟล์ 3D รูปหน้าคนที่สแกน ซึ่งตรงนี้เราสามารถนำไปใช้กับเครื่องปริ้น 3 มิติได้ด้วย อย่างในงานนี้ทาง Sony ก็ได้สแกนใบหน้าของคุณ ฌอห์ณ มาโชว์ในงานนี้ด้วย ผลงานก็ออกมาตามภาพครับ ดูเนียนใช้ได้

การสแกนใบหน้าจำเป็นต้องใช้องค์ประกอบหลายอย่างทีเดียว ทั้งในเรื่องของแบบที่ควรจะนิ่งหน่อย หรือสภาพแสงที่ควรจะเท่าๆกันขณะสแกน หรือการแพนกล้องที่ตำแหน่งควรจะอยู่ในที่เดิมๆด้วยก็เช่นกัน ซึ่งการทำงานดูเหมือนจะง่ายแต่ก็ไม่ง่ายซะทีเดียวครับ การสแกนจับใบหน้าค่อนข้างแม่นยำ แต่ปัญหาหลักๆคงจะเป็นเรื่องแสงหรือมุมมองที่เราต้องขยับไปเรื่อยๆแล้วตำแหน่งที่ได้ก็อาจจะไม่ตรงกันเป๊ะ ตัวแอปจะพยายามให้เราสแกนใหม่อยู่บ่อยๆ

การทำงานของ 3 Creator มี 4 ขั้นตอนหลักๆคือ สแกน , Calibrate , ประมวลผล และเกลี่ยให้เนียนอีกที เมื่อถึงขั้นตอนการประมวลผลตัวแอปจะโชว์สิ่งที่สแกนมาได้และโชว์เป็นไฟล์ 3D สีเขียว ตรงนี้เราสามารถใช้กล้องขยับไปมาเพื่อเกลี่ยให้ตัววัตถุ 3D เนียนขึ้นไปอีกได้ ถ้าคิดว่าโอเคแล้วก็กด Done ตัวระบบจะโชว์ผลลัพธ์ขึ้นมาพร้อมให้เรามุมดูได้แบบ 3 มิติ จะตั้งชื่อแชร์ต่อหรือไปเล่นกับแอปอื่นๆก็ตามสะดวกครับ

การสแกนพวกของเล่นหรือสิ่งของที่ไม่ได้ประเภทชัดเจนก็สามารถใช้ตัว Freeform ในการสแกนได้เช่นกัน ตรงนี้ดูจะใช้งานง่ายกว่านิดหน่อยด้วย เนื่องจากโหมดนี้เราไม่จำเป็นต้องสแกนไปทั่วของวัตถุทั้งบนล่างซ้ายขวาขนาดนั้น ตัวระบบจะทำการวิเคราะห์วัตถุโดยรวมเป็นวงกลม แล้วให้เราเล็งหาจุดรอบๆแค่นั้น ไม่ต้องเสียเวลามุมไปรอบตัวเยอะเท่ากับแบบ Face Scan หรือ Head Scan น่ะนะ แต่ผลลัพธ์แน่นอนว่าอาจจะมีไม่เนียนบ้างแต่ถือว่ารับได้ครับ

ลูบคลำ Xperia XA1 Plus

มาต่อกันที่รุ่นสุดท้ายอย่าง XA1 Plus รุ่นนี้ดูจะแตกต่างจาก 2 รุ่นก่อนที่สุดด้วยความเป็นคนละซีรีส์กัน หลายๆอย่างจึงต่างกันไปด้วย รุ่นนี้จริงๆน่าจะมาตอบโจทย์คนที่ชอบมือถือจอใหญ่และเน้นการทำงานด้านเซลฟี่หรือไลฟ์สไตล์เป็นหลักครับ

XA1 Plus มาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD ถือว่าเป็นรุ่นกลางของซีรีส์นี้เพราะมีขนาดหน้าจออยู่ระหว่าง XA1 ที่ 5 นิ้ว กับ XA1 Ultra ที่ 6 นิ้ว พอดิบพิดี รูปลักษณ์ยังคงเป็นสไตล์เดิมมาพร้อมหน้าจอที่ชิดขอบด้านข้างสวยงามทีเดียว แต่ขอบบน-ล่างก็ยังคงหนาเตอะชัดเจนอยู่นั่นแหละ

บอดี้มีความสวยงามดีทีเดียว แต่ด้วยตัวขอบหน้าจอบนล่างที่ดูหนาไปหน่อย แอบทำให้เครื่องดูยาวไปเลยน่ะนะ

ที่น่าสนใจก็คือรอบนี้ XA1 Plus มาพร้อมกับเซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power เรียบร้อย ตัวปุ่มเลยมาในทรงแบบเดียวกับ XZ นั่นเองครับ

ลำโพงหลักของตัวเครื่องวางอยู่ที่ด้านล่างมุมขวาชัดเจนครับ

ด้านบนยังคงมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม.มาให้ด้วยนะ

ตัวกล้องก็เป็นตัวเดียวกับ XA1 เดิมเลยคือให้ความละเอียดมาที่ 23 ล้านพิกเซล เอาจริงๆมันก็คือตัวเดียวกับ Xperia Z5 ด้วยนั่นล่ะครับ

สเปค Xperia XA1 Plus

  • รัน Android 7.0 Nougat
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD (1920x 1080 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio P20 Octa-core 2.3GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-T880MP2 GPU
  • แรม4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3430 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 23 ล้านพิกเซล
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม

สำหรับ Xperia XA1 Plus จะวางจำหน่ายด้วยกัน 4 สีจัดเต็ม ทั้ง ดำ , ทอง , ฟ้า และชมพู (ชมพู๊ ชมพู) เริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในช่วงเดือนตุลาคมนี้ครับ ในส่วนของราคายังไม่ประกาศออกมาไว้รออัปเดตอีกทีครับ

สรุป !

ก็ยังถือว่าเป็นตัวมาได้ตามคาดหมายสำหรับอีก 3 รุ่นอัปเกรดของ Sony ที่เพิ่มความสามารถและไซส์ที่ขาดหายไปได้อย่างลงตัว อย่าง Xperia XZ1 ก็ออกมาตอบโจทย์คนที่อยากได้มือถือสเปคแรงระดับเรือธงแต่ไม่ได้อยากได้วัสดุที่เงางามและขนาดที่ใหญ่เกินไปบน XZ Premium รุ่นนี้ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเพราะสเปคหลายๆอย่างแทบจะเหมือนกันเลย หรืออย่าง XZ1 Compact ก็ตอบกลุ่มที่ต้องการมือถือสเปคระดับเรือธงแต่ไซซ์ที่จับถือและใช้งานได้อย่างถนัดในมือเดียว XA1 Plus ก็อย่างที่บอกออกมาระหว่างกลางของใหญ่มากและเล็กได้อย่างพอดี ฟีเจอร์ใหม่ 3D Creator (สำหรับ XZ1 Series) ก็ดูน่าสนใจในแง่ความสามารถที่ให้เราได้สร้างสรรค์อะไรใหม่และสมจริงขึ้นด้วยเทคโนโลยีจากมือถือ แต่ในตอนนี้ยังคงเจอปัญหาจากการใช้งานอยู่ ไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิด แต่เชื่อว่าในอนาคตถ้ามีการปรับแต่งให้ทำงานง่ายคงจะเป็นเรื่องที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้นเยอะ รวมๆลงตัวเกือบทุกอย่างบนรุ่นใหม่ทั้ง 3 นี้ จะมีข้อติจริงๆก็คงเป็นเรื่องของดีไซน์และรูปลักษณ์ที่ยังคงใช้แบบเดิมซ้ำๆมาหลายปีแล้ว สำหรับผู้ใช้ใหม่ก็คงคิดว่ามันสวยเป็น Sony ดี แต่กับสาวกที่ตามมาตลอดคงจะเบื่อแย่แล้วล่ะ รุ่นหน้าขอแปลกๆหน่อยเถ๊อะ !!

โปรโมชั่น !

ที่เปิดตัวมา 3 รุ่นนี่ มีเพียงรุ่นเดียวที่ประกาศราคาเรียบร้อยคือ Xperia XZ1 โดยราคาค่าตัวอยู่ที่ 22,990 บาท เริ่มวางจำหน่ายจริงวันที่ 28 ก.ย.นี้ในงาน Thailand Mobile Expo 2017 สำหรับผู้ที่ซื้อในงานก็จะมีโปรโมชั่นขอแถมเป็น หูฟัง Sony Bluetooth® Headset SBH56 มูลค่า 2,990 บาทไปเลยด้วย ใครกำลังสนใจเรือธงที่เหมาะมือแบบนี้อยู่ก็รอได้เลย สัปดาห์หน้าได้จับจองกันแน่ครับ !

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite