Preview : Samsung Galaxy J7+ สมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่ ถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้ง่ายๆ ในราคาหมื่นต้นๆ !!

เฮียแม๊พ | 1 ก.ย 2560 15:40:56

47933

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Samsung Galaxy J7+ สมาร์ทโฟนกล้องคู่
ถ่ายหน้าชัดหลังละลายได้ง่ายๆ
ในราคาหมื่นต้นๆ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนกล้องคู่น้องใหม่จาก Samsung มาพรีวิวให้ชมกัน อ๊ะๆ ! บอกกล้องคู่แบบนี้อย่าเพิ่งคิดว่าเป็น Galaxy Note 8 ล่ะ (รุ่นนั้นพรีวิวไปแล้วเหมือนกัน :P) รุ่นที่เราจะมาพรีวิวให้ชมกันวันนี้ก็คือ Galaxy J7+ อีกหนึ่งรุ่นน้องที่มาพร้อมกล้องหลังคู่ทำหน้าชัดหลังละลายได้ในราคาเบาๆเพียง 12,900 บาทเท่านั้น โอ้โห ! เห็นราคามาขนาดนี้คงจะสนใจกันแล้วล่ะสิ เอาเป็นว่าอย่ารอช้า ไปติดตามกันเล้ยยยย !

แรกสัมผัส Galaxy J7+

ก่อนอื่นมาดูตัวเครื่องกันก่อนเลย Galaxy J7+ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นใหม่จากตระกูล Galaxy J7 ในปี 2017 นี้ ความรู้สึกในการสัมผัสของรุ่นนี้ตอนจับครั้งแรกก็ถือว่าให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมได้ดีมาก เพราะตัวบอดี้ของรุ่นนี้เป็นโลหะแบบ Unibody เช่นเดียวกับที่เราเห็นบน Galaxy J7 Pro แน่นอนว่าหน้าตาก็มาในทรงเดียวกันด้วย รุ่นนี้ยังคงเอกลักษณ์ของสมาร์ทโฟน Samsung ได้เป็นอย่างดีด้านหน้ายังมีปุ่มโฮมแบบกด

Galaxy J7+ มาพร้อมหน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลต้องบอกว่าสวยตามมาตรฐาน Samsung เลยครับ สีสันสด มุมมองกว้างเอามากๆ ตัวกระจกหน้าจอก็ยังคงเป็นแบบ 2.5D มีความโค้งตามมุมจอให้ดูสวยและน่าสัมผัสเอามากๆ

เหนือหน้าจอมีกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , เซ็นเซอร์วัดแสง จับระยะ , ไฟแฟลช LED และไฟ LED แจ้งเตือน เรียกว่าให้มาครบมากๆบนรุ่นนี้เพราะมีไฟ LED แจ้งเตือนกลับมาแล้วหลังจากที่หายไปตอน J7 Pro น่ะนะ

ล่างหน้าจออย่างที่บอกครับมีปุ่มโฮมเด่นๆอยู่ตรงกลางในปุ่มโฮมนี้ก็จะมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย ส่วนข้างๆซ้าย-ขวาก็เป็น Recent App และ Back ตามลำดัีบ น่าเสียดายที่ทั้ง 2 ปุ่มสัมผัสนี้ยังไม่มีไฟ Backlit มาให้ ใช้งานในที่มืดอาจจะมีปัญหานิดหน่อย

พลิกกลับมาที่ด้านหลังตัวเครื่องจะเห็นดีไซน์ที่ต่างไปจากตอน J7 Pro เล็กน้อย ด้วยเสาสัญญาณคาดทั้งบนและล่างแบบเส้นตรง ต่างจากรุ่นก่อนที่จะเป็นตัว U สวยๆ ตัวบอดี้อย่างที่บอกไปครับเป็น Metal Unibody เนียนไปทั้งตัวเครื่อง

เลนส์กล้องหลังนี่แหละที่เป็นทีเด็ด เพราะถือเป็นรุ่นที่ 2 ของ Samsung ที่มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ (ตาม Note 8 มาติดๆ) ตัวกล้องคู่จะมีความละเอียดอยู่ที่ 13 ล้านพิกเซล f/1.7 + 5 ล้านพิกเซล f/1.9 ครับ ส่วนไฟแฟลช LED วางตำแหน่งไว้ด้านล่างอีกที ตัวเลนส์กล้องเนียนเสมอไปกับตัวเครื่องไม่นูนออกมาให้สะดุดตานะ ส่วนตัวผมว่าการวางตำแหน่งกล้องแบบนี้แอบลงตัวกว่ารุ่นใหญ่ด้วยนะ :P

ปุ่มกดต่างๆวางตำแหน่งไว้แบบ Samsung ครับคือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง อยู่ทางด้านซ้ายมือ แยกปุ่มกดชัดเจน เพิ่มกับลด และมุมนี้ยังมีช่องใส่ซิมการ์ดด้วย โดยถาดซิมของรุ่นนี้จะเป็นแบบไฮบริดเลือกใช้งานเอาว่าจะเป็น 2 ซิมหรือ 1 ซิม 1 Micro-SD ครับ

ด้านขวามือมีลำโพงหลักของตัวเครื่องและปุ่ม Power อยู่ครับ จะบอกว่าตำแหน่งลำโพงแปลกๆก็คงไม่ได้แล้วเนาะ เพราะเห็นมาหลายรุ่นแล้วแบบนี้

ด้านล่างตัวเครื่องมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา , พอร์ตการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB และแจ็คหูฟัง 3.5 มม.

ส่วนด้านบนก็เรียบๆเหมือนจะไม่มีอะไร แต่แอบมีไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนอยู่ด้วย

รวมๆแล้วดีไซน์ของ Galaxy J7+ ก็ทำออกได้ดีขึ้นเรื่อยๆ บอดี้ดูหรูหราขึ้นมาด้วย Metal Unibody สวยๆ จับถือแล้วดูแน่นหนามากๆ ส่วนจุดที่เพิ่มเข้ามาอย่างกล้องหลังคู่ก็ออกแบบมาได้สวยลงตัวไม่ดูฝืนเท่าเท่าไหร่ด้วย Galaxy J7+ รุ่นที่วางจำหน่ายในบ้านเราจะมีด้วยกัน 3 สีคือ ดำ , ทอง และชมพูครับ (ในภาพคือ ทอง กับดำนะ)

สเปค Samsung Galaxy J7+

  • รัน Android 7.1.1 Nougat
  • หน้าจอ Super Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล MediaTek Helio P25 Octa-core 2.39GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T880 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล f/1.7 + 5 ล้านพิกเซล f/1.9
  • รองรับการสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับการสแกนใบหน้า
  • รองรับ 2 ซิม
  • วางจำหน่าย 3 สี ดำ , ทอง และชมพู

จะเห็นว่าในเรื่องสเปครอบนี้มีการปรับเปลี่ยนตัว CPU ไปอย่างชัดเจน จากปกติเราจะเห็นว่า Samsung มักจะใช้ Exynos ในรุ่น Galaxy J มาโดยตลอดรอบนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ MediaTek Helio P25 แล้ว แต่เรื่องประสิทธิภาพโดยรวมก็ใกล้เคียงกันล่ะครับ ตรงนี้ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร นอกนั้นก็ดูจะใกล้เคียงกับ Galaxy J7 Pro เกือบหมดถ้าไม่พูดถึงเรื่องกล้องที่เพิ่มเข้ามาน่ะครับ :P

ซอฟต์แวร์ของ J7+

แน่นอนว่าเป็นรุ่นเปิดตัวใหม่ ซอฟต์แวร์ก็ใส่รุ่นล่าสุดของค่ายมาให้เลยคือ Android 7.1.1 Nougat หน้าตาก็จะเป็นแบบเดียวกับที่เห็นบน Note 8 เลยล่ะครัีบ ไอคอนต่างๆมีความเรียบแบ่งเป็นกลุ่มๆชัดเจน การเรียกหน้า App Drawer ก็ใช้งานได้ง่ายขึ้นเพียงแค่เลื่อนหน้าจอขึ้นประมาณนั้น

Always On Display

ยังคงมีมาให้เช่นกัน สามารถเลือกปรับรูปแบบได้ระดับนึง แต่น่าเสียดายไปนิดที่เราไม่สามารถดาวน์โหลดแบบใหม่ๆได้แบบเดียวกับพวกรุ่นใหญ่ๆ (แต่ให้มาก็โอแล้ว)

ระบบรักษาความปลอดภัยไม่แพ้รุ่นพี่

เห็นเป็นรุ่นกลางๆแบบนี้แต่ Galaxy J7+ นั้นไม่ธรรมดาเลย เพราะมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็วมากๆ แถมตำแหน่งยังเป็นที่คุ้นเคยที่ด้านหน้าตรงปุ่มโฮม การทำงานรวดเร็วแค่แตะก็ปลดล็อคได้แล้ว ไม่จำเป็นต้องกดปลุกจอด้วย

หรือถ้าสแกนนิ้วยังไม่พอก็ยังมีระบบสแกนใบหน้าหรือ Face Recognition แบบเดียวกับ Galaxy S8 หรือ Note 8 มาให้ด้วย การสแกนก็ทำได้รวดเร็วแค่กดปลุกจอ 1 ครั้งแล้วมองไปที่กล้องหน้าก็ปลดล็อคให้่เลยเด็ดแบบเดียวกับรุ่นใหญ่เลย ถ้าไม่อยากใช้นิ้วสแกนก็มองเอาละกันเนาะ :P

Bixby ก็มี

ระบบผู้ช่วยอย่าง Bixby ก็มีติดมาให้บน J7+ ด้วย ถึงแม้ว่าจะไม่มีปุ่ม Byxby มาให้แบบ S8 แต่ก็สามารถเข้าหน้า Bixby Home ได้จากหน้า Home Screen เช่นกัน จะอยู่หน้าซ้ายสุดครับ (มาแทนหน้า Briefing เดิม)

กล้องคู่หลังคู่ทำหน้าชัดหลังละลายได้สวยเนียน

ถึงเวลามาเจาะไฮไลท์หลักของรุ่นนี้อย่างเรื่องกล้องคู่กันแล้ว อย่างที่บอกไป Galaxy J7+ นั้นมาพร้อมกล้องหลังคู่ซึ่งจะแบ่งการทำงานของเลนส์เป็น 2 แบบดังนี้

1.เลนส์หลักความละเอียด 13 ล้านพิกเซล f/1.7 จะเป็นเลนส์สี (RGB) ทั่วไป

2.เลนส์รองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล f/1.9 จะเป็นเลนส์ขาว-ดำ (Mono)ใช้ทำหน้าที่ในการประมวลผลสีสันและจับระยะตื้น-ลึกของภาพ

ซึ่งตรงนี้ถึงแม้ว่าจะบอกว่าเลนส์ตัวที่ 2 เป็นเลนส์ Mono หรือ ขาว-ดำ แต่การใช้งานจริงไม่มีโหมดขาว-ดำมาให้ถ่ายแบบจริงๆจังแบบบางค่าย คือเค้าเน้นเอาไว้ใช้โหมดหน้าชัดหลังละลายมากว่า

ส่วนโหมดหน้าชัดหลังละลายที่ว่านี้ก็คือ Live Focus นั่นเอง ใช้ชื่อเรียกเดียวกับบน Note 8 เลย แต่การทำงานส่วนตัวผมว่าง่ายกว่าของ Note 8 อยู่พอสมควรเลยล่ะ เพราะด้วยตัวเลนส์ที่ 2 นั้นไม่ใช่เลนส์ซูม ระยะของภาพก็จะเป็นตามที่เราเล็งไว้แต่แรก และตัวการจับระยะของ Live Focus ค่อนข้างแม่นและติดง่ายกว่าของ Note 8 ที่ถ้าระยะไม่ได้จริงๆหรือฉากหลังมากเกินไปก็ใช้งานไม่ได้ไปเลย

นอกจากนี้จุดที่ทำให้คิดว่าโหมด Live Focus ของ J7+ นั้นยอดเยี่ยมเอามากๆก็คือการเลือกจุดโฟกัสได้ทีหลังนี่แหละ คือหลังจากที่เราถ่ายภาพด้วยโหมด Live Focus แล้ว (ตอนถ่ายต้องขึ้น Live Focus Available ด้วย) เราสามารถมาปรับความละลายของฉากหลังได้ แต่เท่านั้นไม่พอยังเลือกจุดโฟกัสได้อีก จะเลือกหน้าชัดหลังละลายหรือหน้าละลายหลังเบลอก็แตะเอาได้เลย (ตรงนี้ Note 8 ยังทำไม่ได้นะ)

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Live Focus ของ Galaxy J7+ จะเห็นว่าคุณภาพโดยรวมดูดีทีเดียว ด้วยความที่เลนส์ 2 ตัวผสานการทำงานเข้าไปได้อย่างดี คุณภาพไฟล์ที่ได้สวยงาม แถมในเรื่องแสงน้อยก็ได้ f/1.7 ในกล้องหลักที่ช่วยให้ภาพสว่างและเก็บรายละเอียดได้ดีอีกต่างหาก ส่วนโหมด Live Focus อย่างที่บอกครับใช้งานง่ายและโดยรวมค่อนข้างเนียนดีทีเดียวสำหรับความละลายของฉากหลัง

กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล หน้าชัดหลังละลายก็ได้อีก

กล้องหน้านอกจากความละเอียดจะเยอะเอามากๆแล้วยังมีโหมด Selfie Focus ทำละลายฉากหลังได้อีกด้วย ซึ่งตรงนี้จะต่างไปจากตัวกล้องหลังนิดหน่อยตรงที่อันนี้ใช้ซอฟต์แวร์มรการทำล้วนๆ ต่างที่กล้องหลังที่มีการใช้เลนส์ 2 ตัวในการจับระยะแล้วประมวลผลเข้าไปอีกนิดหน่อย เท่ากับว่าความเนียนจะไม่เท่ากล้องหลังแต่ก็ไม่ขี้เหร่นะ ดูตัวอย่างจากด้านล่างเลย

ตัวอย่างกล้องหน้าของ J7+ จะเห็นว่ารวมๆแล้วทำออกมาได้ดีทีเดียว ถ้ามีตัวระบบจับใบหน้าเราได้ฉากหลังก็จะละลายไปเลย ซึ่งถ้ามีการจับใบหน้าหลายคนหรือถ่ายแบบ Wefie ก็ละลายได้เช่นกันครับ (ถ้าจับหน้าได้หมดน่ะนะ)

สรุป !

เท่าที่ลองๆใช้มาก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองมากๆอีกรุ่นของ Samsung สำหรับ Galaxy J7+ เพราะด้วยความสามารถด้านกล้องคู่ที่โดดเด่น สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังละลายได้อย่างเนียนและง่ายมากๆ คุณภาพที่ได้ก็น่าประทับใจ แถมการดีไซน์และสเปคต่างๆก็ลงตัวในระดับหมื่นต้นเอามากๆ วันนี้ก็ขอฝากพรีวิวคร่าวๆไว้เพียงเท่านี้ก่อน ไว้ขอไปลองใช้งานจริงๆจังๆอีกหน่อย เดี๋ยวมาเพิ่มเติมในรีวิวฉบับเต็มในนะครับ :D

สำหรับ Galaxy J7+ ตอนนี้ก็เริ่มเปิดให้จองอย่างเป็นทางการแล้วตั้งแต่วันที่ 1 - 17 ก.ย.60 โดยผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับหูฟัง Samsung U Flex มูลค่า 2,490 บาทด้วย เพื่อนๆที่อ่านพรีวิวแล้วถูกใจก็ไปจองกันได้เลยที่ลิ้งก์นี้ครับผม >> http://www.samsung.com/th/microsite/2017/galaxyj/#prebooking

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite