Review : Moto Z2 Play ภาคต่อของสมาร์ทโฟนประกอบร่างเสริมความสามารถจาก Moto Mods ที่ลงตัวกว่าเดิม !!

เฮียแม๊พ | 16 ก.ค. 2560 14:11:28

4422

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Moto Z2 Play ภาคต่อของสมาร์ทโฟนประกอบร่าง
เสริมความสามารถจาก
Moto Mods ที่ลงตัวกว่าเดิม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนพรีเมี่ยมรุ่นใหม่ล่าสุดของ Motorola อย่าง Moto Z2 Play นั่นเอง รุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นรุ่นรุ่นต่อยอดจาก Moto Z Play เมื่อปีที่แล้ว รอบนี้มีการปรับปรุงหลายๆอย่างในลงตัวมากขึ้นทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่คล่องตัว น้ำหนักที่เบาลง และสเปคภายในที่อัพเกรดขึ้นมาจากรอบที่แล้ว เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่ารอบนี้ Motorola ให้อะไรเรามาบ้างบน Moto Z2 Play นี้ :D

แกะกล่อง Moto Z2 Play

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย ว่าให้อะไรมาบ้าง ตัวกล่องรอบนี้ออกแบบมาสวยงามทีเดียว ใช้สีแดงจัดจ้านสะใจ สำหรับคนชอบสีสัน รูปแบบจะเป็นแบบเปิดออกด้านข้าง ให้ของจำเป็นๆมาครบเลยประกอบด้วย

  • ตัวเครื่อง Moto Z2 Play
  • สาย USB Type-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ (รองรับ Turbo Charge)
  • หูฟังแบบ In Ear
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • คู่มือการใช้งานและใบรับประกัน

รวมๆก็เท่านี้ครับ รอบนี้น่าเสียดายที่ไม่แถมตัวฝาหลัง Moto Shell มาให้เลย (ตอน Z Play มีฝาหลังลายไม้ติดมาในกล่องด้วยชิ้นหนึ่ง)

ยลโฉม Moto Z2 Play

รอบนี้ดีไซน์ของ Moto Z2 Play ก็ถูกปรับเปลี่ยนให้ลงตัวมาขึ้น ทั้งขนาดและรูปลักษณ์ที่ดูมีความโฉบเฉี่ยวกว่าเดิม ด้านหน้าจะเห็นชัดว่าดูไม่เหลี่ยมแล้ว ตามมุมๆก็ปรับให้โค้งมนมากขึ้นกว่าเดิมจากตอน Z Play ที่อันนี้เรียกว่าเหลี่ยมจัดเลยล่ะ :P

Moto Z2 Play ยังคงมาพร้อมกับขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วเหมือนเคย ชนิดหน้าจอเป็น Amoled ความละเอียด Full-HD แสดงสีสันได้สวยงามตามสไตล์ค่ายนี้เค้าล่ะ ตัวกระจกหน้าจอก็เป็น Gorilla Glass 3กันรอยขีดข่วนได้ดี แถมตัวกระจกยังเป็นแบบ 2.5D มีความโค้งตามมุมจอให้น่าสัมผัสมากขึ้นไปอีก

เหนือหน้าจอมีไฟแฟลช LED สำหรับถ่ายภาพซึ่งตรงนี้ก็เป็นแบบ Dual-Tone ซะด้วย ถัดมาเป็นลำโพงสนทนา จริงๆก็เป็นลำโพงหลักของตัวเครื่องด้วยแหละใช้อันนี้อันเดียวเลยไม่ต้องมีช่องเยอะ :P , เซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ และปิดท้ายที่กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล

ล่างหน้าจอมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาและเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ รอบนี้ปรับทรงให้รับรูปนิ้วเรามากขึ้น ต่างจากรุ่นก่อนที่เป็นสี่เหลี่ยมๆแปลกๆไม่เข้ากับรูปมือเท่าไหร่

พลิกกลับมาดูที่ด้านหลังบอดี้ยังเป็นแบบอลูมิเนียมสุดแข็งแกร่ง ดีไซน์ด้านหลังก็ปรับให้ดูสวยมากขึ้น แถบเสาอากาศวางไว้รอบๆตัวเครื่องเป็นแถบสีเทาๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นการออกแบบที่ดีแล้วไม่ดูรกตาเท่าไหร่เนาะ

ด้านหลังก็ยังมีเลนส์กล้องขนาดใหญ่ที่มีความนูนออกมาเช่นเคย ตำแหน่งก็ตรงกับของ Z Play เดิมเลย เนื่องด้วยการดีไซน์ของ Moto Z ซีรีส์ที่ต้องรองรับตัว Moto Mods ตลอด ตรงนี้การดีไซน์เลยจำเป็นต้องใช้การวางตำแหน่งแบบเดิมทั้งหมดนั่นเอง

และด้านล่างก็จะเห็นว่ามีตัวแถบ Moto Mods 16 Pin ที่ใช้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ Moto Mods เข้าไป ซึ่งการวางดีไซน์ตรงนี้อาจจะดูแปลกตาไปหน่อยเหมือนแผงวงจรอะไรสักอย่างน่ะนะ แต่ถ้าหา Mods มาใส่ได้ก็จะดูเนียนกลมกลืนได้ได้อย่างแนบเนียนทีเดียวล่ะครับ

ตัวเครื่องในรอบนี้ก็อย่างที่บอกว่าปรับให้ไฉไลกว่าเดิม ด้วยความบางของตัวเครื่องที่เฉียบเพียง 5.99 มม. (ในจุดที่บางที่สุด) เทียบกับรุ่นเก่าแล้วบางลงไปอีก 1 มม.เลยทีเดียวครับ ซึ่งตรงนี้ผมค่อนข้างประทับใจมากเลย เพราะออกแบบมาได้บางสะใจจริงๆ

ส่วนน้ำหนักก็เบาลงกว่าเดิมด้วยเพียง 145 กรัม เบาลงกว่าเดิมอีก 20 กรัม จับถือได้ถนัดมือขึ้นเยอะครับ

ปุ่มกดต่างๆก็ยังอยู่ที่ข้างขวาของตัวเครื่องทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power ซึ่งตัวปุ่มยังคงเล็กอยู่เช่นเคย คนที่นิ้วใหญ่อาจจะกดไม่ถนัดเท่าไหร่เพราะมันเล็กไปจริงๆ แต่ปุ่ม Power จะมีการทำลวดลายเป็นเส้นๆอยู่ให้พอสัมผัสได้ว่านี่คือปุ่มที่ต่างกันออกไป

ด้านบนของตัวเครื่องมีช่องใส่ซิมการ์ดและไมโครโฟนตัดเสียงรบกวน

ซึ่งถาดซิมของรุ่นนี้ก็จะเป็นแบบ 3 Slot เช่นเดียวกับ Z Play เดิม ไม่ต้องห่วงเรื่องจะใช้งาน 2 ซิมและจะใส่ Micro-SD ครับ ตัว Micro-SD ก็รองรับสูงสุด 2TB เลยด้วยสำหรับรุ่นนี้

ด้านล่างของตัวเครื่องมีพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB Type-C อยู่ และถึงแม้ขนาดตัวเครื่องจะบางลงมาแต่ก็ยังคงใส่แจ็คหูฟังมาให้ด้วย ตรงนี้ผมว่าดีมากๆเลยล่ะ ไม่เหมือนตอน Moto Z รอบที่แล้วที่บางเฉียบซะจนต้องตัดแจ็คหูฟังน่ะนะ

รวมๆแล้วดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ออกแบบมาแก้จุดบกพร่องเดิมของ Moto Z Play ได้ดีทีเดียว ด้วยบอดี้โลหะแข็งแกร่งที่บางและเบาลงกว่าเดิมมาก ทำให้จับถือได้ถนัดและน่าพกพามากขึ้น (ตอน Z Play เครื่องแอบหนักและหนาไปนิด) แต่ก็ยังมีปัญหากวนใจเล็กๆตรงเลนส์กล้องที่ใหญ่และนูนออกมาจากตัวเครื่องเกินเหตุ ด้วยการที่ต้องเผื่อที่ไว้รองรับตัว Moto Mods นี่แหละเนอะ ><

สเปค Moto Z2 Play

  • รัน Android 7.1.1 Nougat
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 626 Octa-core 2.2GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 506 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 2TB
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED Dual-Tone f/2.2
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED Dual-Tonef/1.7
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • รองรับอุปกรณ์เสริม Moto Mods
  • วางจำหน่าย 2 สี Lunar Gray (เทา) และ Fine Gold (ทอง)

จะเห็นได้ว่าในส่วนของสเปครุ่นนี้มีการอัพเกรดขึ้นจาก Z Play เดิมพอสมควร ทั้งหน่วยประมวลผลที่อัพขึ้นมาอีกนิดจาก Snapdragon 625 มาเป็น Snapdragon 626 , แรมและรอมที่เพิ่มความจุขึ้นมาเป็น 4GB + 64GB , กล้องหลังที่มีค่ารูรับแสงกว้างขึ้นมีระบบ Dual-Pixel ช่วยในการโฟกัสที่ไวกว่าเดิมอีกด้วย แต่จุดที่ลดลงไปจากเดิมก็มี คือเรื่องความจุแบตเตอรี่ ซึ่งในรุ่นที่แล้วให้มาที่ 3510 mAh จากที่เคยทดสอบตอนนั้นก็บอกได้เลยว่ามันอึดมากจริงๆ แต่สำหรับรุ่นนี้อึดมากน้อยแค่ไหนเดี๋ยวเรามาอธิบายให้ฟังอีกทีตอนท้านเนอะ :D

ทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchamark

ไหนๆก็พูดถึงเรื่องสเปคแล้ว ก็มาดูผลการทดสอบกันหน่อย อย่างที่เห็นว่าในเรื่องของหน่วยประมวลผลรอบนี้มีการเพิ่มขึ้นมาเป็น Snapdragon 626 จริงๆก็ไม่ได้เหนือกว่า 625 มากนัก แต่ก็ด้วยแรมที่เพิ่มขึ้นมาให้เป็น 4GB คะแนนการทดสอบก็เลยออกมาเหนือกว่ารุ่นเดิมนิดหน่อยซึ่งคะแนนทดสอบผ่านแอป AnTuTu ก็ออกมาที่ 67,729 คะแนนครับ

ระบบปฏิบัติการที่เรียบง่ายแต่ลื่นไหล

อย่างที่ทราบกันดีว่าทาง Motorola นั้นจะพยายามเน้นความเรียบง่ายของ UI อย่างมาก เรียกว่าแทบจะใส่ Pure Android มาให้เลย มีการปรับแต่งที่น้อยมาก ซึ่งพอมาเป็น Android 7.1.1 Nougat ที่ไร้สิ่งกวนใจมาด้วย ก็ดูลื่นไหลและน่าใช้เอามากๆเลยล่ะครับ

แต่ก็อย่างที่บอกไปนั่นแหละครับ มันแทบจะ Pure Android ก็เลยมีการปรับแต่งของไอคอนมาให้เล็กๆน้อยน้อย ทำให้หน้าตามีความเป็น Motorola แต่ก็ยังได้ประสบการณ์การทำงานที่เรียบง่ายประหนึ่ง Pixel หรือ Nexus กันเลยทีเดียวครับ

ใช้งาน 2 หน้าจอก็ได้ ด้วยความสามารถของ Android 7.1 Nougat ก็ให้ความสามารถการแบ่ง 2 หน้าจอมาให้อยู่แล้ว ก็ไม่ถือว่าเป็นความสามารถใหม่อะไร แต่ก็ถือว่าเป็นจุดที่น่าสนใจและยังไม่ค่อยได้ถูกโปรโมทจริงจังสักเท่าไหร่ การเข้าใช้งานก็ง่ายๆเพียงกดปุ่ม Recent App (ปุ่มสี่เหลี่ยม) ค้างไว้ขณะเปิดแอปที่รองรับอยู่ก็จะมีแถบออกมาให้เลือกแล้วครับ ง่ายๆเนอะ

ความสามารถเสริมเล็กๆน้อยๆจาก Moto

อีกจุดที่ถูกเพิ่มเข้ามาให้ดูมีลูกเล่นก็คือพวก Moto Display หรือ Moto Actions อย่างระบบ Moto Display ที่เราสามารถดูพวกนาฬิกาหรือสถานะแบตเตอรี่ได้จากหน้า Lockscreen เพียงแค่แตะโดนเครื่องหรือผายมือผ่านเซ็นเซอร์การแจ้งเตือนบนหน้าจอขณะล็อกเครื่องอยู่ ก็จะมีโชว์สถานะของแบตฯหรือนาฬิกาออกมาให้ อันนี้คล้ายๆกับ Always On Display นั่นล่ะครับ เพียงแต่ว่าจะไม่ได้ติดขึ้นมาตลอดให้เปลืองแบตฯน่ะนะ

นอกจากจะดูเวลาหรือสถานะแบตยังสามารถเช็คการแจ้งเตือนต่างๆได้ด้วย เมื่อมีการแจ้งเตือนเข้ามาก็จะมีไอคอนโผล่มาอยู่ด้านล่างนี้ ตรงนี้เพียงแค่เอานิ้วไปแตะค้างไว้ที่ไอคอนการแจ้งเตือนขณะ Lock screen เท่านี้ก็พอจะดูการแจ้งเตือนก่อนปลดล็อคได้แล้ว สะดวกดีเหมือนกัน

คำสั่ง Moto Action ก็ยังมีให้เราได้ใช้งานได้เหมือนเดิม อาทิ การเขย่ามือถือ 2 ครั้งเพื่อเปิดไฟฉาย , คว่ำหน้าจอเพื่อปิดการแจ้งเตือน , เปลี่ยนเป็นระบบสั่นเมื่อหยิบเครื่องขึ้นมาขณะมีสายเข้า , บิดข้อมือ 2 ครั้งเพื่อเข้าโหมดกล้อง เป็นต้น

ระบบสแกนลายมือรวดเร็วและเข้าที่กว่าเดิม

Moto Z2 Play ยังมาพร้อมกับระบบสแกนลายนิ้วมือที่ด้านหน้าเครื่องเช่นเคย ซึ่งรอบนี้ตัวปุ่มสแกนลายนิ้วมือก็มีการปรับทรงให้เข้ากับรูปมือของเรามากขึ้น (เหมือนตอน G5 Plus)ทำให้การวางนิ้วเพื่อสแกนทำได้ง่ายและสะดวกกว่าแบบเหลี่ยมๆของ Z Play เดิมเยอะ และตัวปุ่มนี้ยังสามารถใช้งานแทนปุ่ม Navigation Bar ได้ด้วย อาทิ การแตะ 1 ครั้งเป็นปุ่มโฮม , เลื่อนผ่านไปทางซ้ายเพื่อย้อนกลับ , เลื่อนผ่านไปทางขวาเพื่อเรียกหน้า Recent Apps และกดค้างไว้เป็นการล็อคหน้าจอครับ ซึ่งตรงนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Moto Actions และเลือก One Button Nav ครับผม

ความบันเทิงบน Moto Z2 Play

มาต่อในเรื่องความบันเทิงของรุ่นนี้กัน อย่างที่เห็นรุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ Amoled ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดก็กำลังเหมาะ Full-HD อย่างที่เคยๆบอกไป หน้าจอไซส์นี้กำลังพอดีกับการใช้งานดูวิดีโอ ดูคอนเท้นท์ต่างๆ ความคมชัดนี่ดีทีเดียว

ตัวลำโพงของเครื่องก็ใช้ตัวเดียวกับลำโพงสนทนานั่นแหละ นั่นเท่ากับว่าตำแหน่งจะอยู่ที่ด้านหน้าชัดเจน เสียงที่ได้ก็ดังกำลังดีเลย ถึงแม้มิติจะไม่ได้เยอะแบบพวกลำโพงคู่แต่ถ้าใช้งานทั่วๆไปฟังเพลงหรือดู YouTube ถือว่ากำลังเหมาะครับ แต่ข้อเสียก็คือถ้ามีการคว่ำเครื่องไปทีเสียงที่จากดังๆก็อาจจะหายไปเกือบหมดได้เหมือนกันนะแบบนี้ ^^"

เข้าสู่เรื่องการเล่นเกม จากสเปคก็ถือว่ากำลังเหมาะกับการเล่นเกมทั่วๆไปใน Store ได้อย่างดี อย่างเกมยอดฮิต ROV นี่ก็เล่นได้ลื่นๆครับ แต่เรื่องความหัวร้อนนี่คงต้องแล้วแต่คนเล่นเนาะ :P

กล้องถ่ายภาพยอดเยี่ยมด้วย f/1.7

เดี๋ยวนี้สมาร์ทโฟนก็มักจะเน้นในเรื่องกล้องถ่ายภาพเป็นหลักละ แต่ในเรื่องของความละเอียดก็ดูเหมือนจะไม่ค่อยแข่งกันมากอย่างที่้เคยๆแล้วด้วยเนาะ ซึ่งรุ่นนี้ก็ลดความละเอียดจากตอนปีที่แล้ว 16 ล้านพิกเซล ลงมาเป็น 12 ล้านพิกเซลแทน (แบบ Dual-Pixel)ที่ช่วยในเรื่องการโฟกัสที่ไวขึ้นและมีค่ารูรับแสงกว้างถึง f/1.7 ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดีถูกใจกันเลย Laser Autofocus ก็มีมาให้ ไฟแฟลช LED Dual-Tone ก็มี เรียกว่าครบจริงๆในเรื่องของกล้องหลังรุ่นนี้

โหมดการถ่ายภาพก็มาตรฐานครับมีโหมด Pro มาให้ , โหมด Slow Motion , Panorama , Video และ Auto เอาเป็นว่าอย่ารอช้าเรามาดูภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องของ Moto Z2 Play กันเลยดีกว่า

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Moto Z2 Play รวมๆแล้วถือว่าทำได้ดีเช่นเคย คุณภาพในเรื่องของการโฟกัสทำได้ฉับไว แตะปุ๊บก็ติดปั๊บด้วยความสามารถทั้ง Dual-Pixel และ Laser Autofocus ด้วยนั่นแหละเนอะ ในที่แสงน้อยก็เก็บรายละเอียดได้ดีครับ แสงที่ได้สว่างชัด สีสันก็สวยกำลังดี แต่อาจจะเจอปัญหาบ้างในเรื่องของ White Balance ที่มีเพี้ยนๆออกไปทางโทนเหลืองบ้างในบางจังหวะ

ส่วนกล้องหน้าก็มาพร้อมความละเอียด 5 ล้านพิกเซลเท่าเดิม แถมมีไฟแฟลช LED Dual-Tone มาให้ด้วย โหมด Beauty ก็มีมาให้พองาม อาจจะไม่ได้ปรับระดับมากมายตาโต คางแหลมแบบค่ายเกาหลีหรือจีนได้ แต่ก็มีให้เลือกระดับความเนียนหรือเป็นแบบ Auto ได้อยู่ครับ

ตัวอย่างกล้องหน้าของ Moto Z2 Play จะเห็นว่ามุมมองที่ได้จากกล้องนั้นกว้างดีทีเดียว ถ้าจะถ่ายรูปหมู่ก็ไหว หรือจะถ่ายคนเดียวคุณภาพก็สวยใช้ได้เลยล่ะ

แบตเตอรี่เป็นไงบ้างล่ะ ?

แบตเตอรี่ที่น้อยลงมาขนาดนี้จะมีผลต่อการใช้งานมากน้อยแค่ไหนกันล่ะ อันนี้ก็คงปฏิเสธไม่ได้ล่ะเนอะว่ามีผลต่อความอึดของแบตฯจริงๆ ซึ่งจากความจุ 3,510 mAh มาเหลือเพียง 3,000 mAh นี่ก็ใช้งานได้น้อยลงจริง แต่ก็ไม่ได้ถึงกับน้อยเกินไป เพราะด้วยสเปคที่ไม่ได้กินมากมายอะไร การใช้งานรวมๆก็อยู่ในเกณฑ์เดียวกับสมาร์ทโฟน 5.5 นิ้วทั่วๆไป (จริงๆตอน Z Play นี่อึดเกินไปมากกว่า :P) ล่ะครับ

ส่วนระบบชาร์จของรุ่นนี้ก็ยังให้ Turbo Charge มาเหมือนเคย เพิ่มความไวในการชาร์จได้อย่างดี ทาง Motorola เคลมว่าชาร์จเพียง 15 นาทีก็ใช้งานได้ต่อเนื่องราวๆ 7 ชม.เลยทีเดียว และอีกอย่างตัวอแดปเตอร์ชาร์จไฟรอบนี้ก็ปรับขนาดให้เล็กลงพอๆกับไซส์ปกติของรุ่นอื่นๆเลยด้วย ยิ่งทำให้ง่ายต่อการพกพาเข้าไปใหญ่ :D

Moto Mods อุปกรณ์เสริมที่จะเพิ่มความสามารถได้หลากหลาย

มาปิดท้ายเรื่องของจุดเด่นที่มีเฉพาะบนซีรีส์ Moto Z อย่าง Moto Mods อย่างที่ทราบกันตั้งแต่ช่วงปีที่แล้ว Moto Mods ก็ถือเป็นอุปกรณ์เสริมที่จะมาเปลี่ยนสมาร์ทโฟน Moto Z Series จากดีอยู่แล้วให้กลายเป็นดียิ่งขึ้นไปอีก เพียงแค่ Snap หรือประกบเข้าด้วยกันแค่นั้นเอง การทำงานดูง่ายมาก ไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อถอดนู่นนี่ออกให้ยุ่งยากเลย

ซึ่งในตลาดตอนนี้ก็มี Moto Mods ออกมาหลากหลายรุ่นตั้งแต่ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นลำโพง JBL , โปรเจ็คเตอร์ , Battery Pack หรือกล้อง Hasselblad เป็นต้น และแน่นอนว่าถ้าเพื่อนๆมีอุปกรณ์เสริมเหล่านั้นอยู่จากรุ่นก่อน ก็ยังนำมาใช้กับ Z2 Play นี้ได้อย่างสมบูรณ์ด้วย

ซึ่งเราก็ได้ตัว Moto Mods Turbopower Pack มารีวิวร่วมกันกับเจ้า Moto Z2 Play นี้ด้วย ซึ่งเจ้า Mods เสริมตัวนี้ก็คือพาวเวอร์แบงค์ที่สามารถเชื่อมต่อกับตัวเครื่องได้ทันทีในการประกบเข้าไป (Snap) อย่างที่บอกครับ ไม่ต้องเสียสาย USB ให้ยุ่งยาก มันก็ง่ายดีเวลาที่เราจำเป็นต้องใช้งานแบตเตอรี่เยอะๆแล้วพกแบตฯเสริมแบบนี้ไปด้วย

และก็ไม่ต้องกลัวมันจะหลุดออกจากตัวเครื่องง่ายๆเพราะด้วยแถบการเชื่อมต่อแบบ 16 Pins ด้านหลังนี่ยึดได้แน่นดีทีเดียว เวลาจะแกะออกก็ต้องใช้แรงงัดจากใต้เครื่องนั่นล่ะครับ

ตัว Turbopower Pack นี้ก็จะมีความสามารถชาร์จเร็วแบบเดียวกับตัวอแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องเลย ชาร์จเพียง 15 นาทีก็ต่ออายุได้ราวๆ 6-7 ชม.แล้ว ทำให้เราไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับ Mods ตลอดเวลาให้ตัวเครื่องดูใหญ่ขึ้นมาตลอดเวลาก็ได้

หรือถ้าจะเชื่อมต่อใช้งานตลอดเจ้า Moto Z2 Play รวมกับ Turbopower Pack นี้ก็คงเป็นสมาร์ทโฟนที่แบตอึดมากๆอีกรุ่นนึงเลยก็ว่าได้ เพราะในตัว Mods นี้มีแบตฯอยู่ถึง 3,490mAh บวกกับ 3,000mAh ที่มีในเครื่องก็กลายเป็น 6,490mAh เข้าไปแล้วล่ะนั่น ซึ่งในการใช้งานจริงตัว Mods นี้เราสามารถปรับเลือกโหมดได้ 2 แบบคือ Turbo (ชาร์จอัตโนมัติทันทีที่แบตฯมือถือลดลงแบบเต็มอัตราความเร็ว) หรือ Efficiency (ชาร์จหลังจากแบตเตอรี่เครื่องเหลือต่ำกว่า 80%)

ราคา 15,990 บาท

สรุปราคา Moto Z2 Play นั้นเปิดตัวมาที่ 15,990 บาท แพงกว่ารุ่นเดิม (Z Play)เพียง 90 บาทเท่านั้น แต่ก็ได้สเปคที่อัพเกรดขึ้นไปอีก ทั้งแรมหรือรอม อุปกรณ์ภายในกล่องที่ดูดีขึ้นอาทิ หูฟังแบบ In Ear คุณภาพเยี่ยม (ของเดิมนี่เป็น EarBud ธรรมด๊า ธรรมดา) อแดปเตอร์ Turbo Charge ที่ขนาดเล็กลงพกสะดวกกว่าเดิม แต่ก็น่าเสียดายที่รอบนี้ทาง Motorola ไม่ได้มีการใส่ฝาหลังไม้หรือ Moto Style Shell มาให้ตัวเครื่องดูสมบูรณ์ขึ้นกว่านี้ด้วย เปิดกล่องมาก็เลยดูขาดๆอะไรไปนิดหน่อยน่ะ

สรุปผลการทดสอบ

Moto Z2 Play ก็ถือว่าเป็นสมาร์ทโฟนซีรีส์ Z ที่ออกมาแก้จุดบกพร่องจากรุ่นเดิมได้อย่างดี ทั้งในเรื่องของดีไซน์ที่สวยลงตัว บางและเบาลงกว่าเดิมจนน่าสัมผัสขึ้น สเปคภายในที่ให้มาค่อนข้างครบ หน่วยประมวลผลทำงานได้ลื่นไหล , กล้องหน้าหลังคุณภาพดีเยี่ยม หรือจุดเด่นหลักๆอย่างความสามารถที่รอบรับ Moto Mods ก็ยังคงใช้งานได้ดีทั้งกับอุปกรณ์เดิมที่ออกมาแล้ว หรืออุปกรณ์เสริมใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวออกมาเรื่อยๆในอนาคตด้วย ช่วยเพิ่มจุดแข็งที่ดีอยู่แล้วบนตัว Moto Z2 Play ให้ยอดเยี่ยมขึ้นไปอีก แต่ก็อย่างว่าล่ะครับ ถึงแม้ว่าตัวเครื่องจะรองรับอุปกรณ์เสริมมากมาย แต่ส่วนใหญ่ก็ต้องซื้อแยกมาใช้งานเท่านั้น งบประมาณที่จะให้เราได้ใช้งานแบบครบเครื่องจริงๆอาจจะเพิ่มขึ้นตาม Mods ด้วยเนอะ ><

จุดเด่น

  • หน้าจอ Amoled  5.5 นิ้ว แสดงผลได้สวยงาม
  • ดีไซน์ลงตัว เบา และบางขึ้น
  • สเปคครอบคลุมทุกการใช้งาน
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็ว
  • รองรับ Motomods ช่วยเพิ่มความสามารถได้หลากหลาย
  • รองรับ 2 ซิม และ Micro-SD
  • กล้องหน้า-หลังคุณภาพเยี่ยม

จุดสังเกต

  • ไม่มี Moto Style Shell แถมมาให้ในกล่องแล้ว
  • ตัวเลนส์กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องมาก
  • ไม่มีไฟ LED แจ้งเตือน

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite