Review : Samsung Gear VR with Controller สู่โลกเสมือนในมุมมองที่กว้างกว่า และควบคุมได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม !!

เฮียแม๊พ | 5 ก.ค. 2560 13:00:50

10259

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Gear VR with Controller สู่โลกเสมือนในมุมมองที่กว้างกว่า และควบคุมได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวอุปกรณ์ใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้ไม่ได้มารีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่แต่อย่างใด แต่ผมมีอุปกรณ์เสริมตัวใหม่ที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนเรือธงของ Samsung อย่าง Gear VR มารีวิวให้ชมกันนั่นเอง โดยรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นโมเดลตัวที่ 4 แล้วหลังจากที่เปิดตัวรุ่นแรกมาตอนสมัย Galaxy Note 4 มารุ่น S6 มาตอน Note 5 และเมื่อปีที่แล้วก็ออก Gear VR 2.0 รุ่นที่ได้รับความนิยมมาคู่กับ Galaxy S7 Series ล่าสุดก็ถึงคราวของรอบปีนี้ที่เปิดตัวมาพร้อมกับ Galaxy S8 Series ซึ่งจุดเด่นของ Gear VR ในปีนี้ก็คือ มาพร้อมกับตัวจอยคอนโทรลเลอร์ด้วย เพราะฉะนั้นชื่อของอุปกรณ์ที่เราจะมารีวิวในวันนี้ก็คือ Samsung Gear VR with Controller นั่นเอง !!

แกะกล่อง Gear VR with Controller

เริ่มแรกมาแกะกล่องดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันก่อนเลย ตัวรูปแบบกล่องยังคงความใหญ่อลังการเช่นเคย มีภาพประกอบด้านหน้าเป็น Gear VR with Controller ชัดเจน

เปิดมาก็จะเจอกับเจ้า Gear VR ของเราวางอยู่เป็นระเบียบสวยงามพร้อมกล่องเล็กๆอีกกล่อง

กล่องออกแบบมาได้พอดิบพอดี มีคำว่า Gear VR with Controller อยู่ด้วย ภายในจะมีอุปกรณ์เสริมต่างๆใส่ไว้ให้ครบเลย

ซึ่งหากเอาออกมาเรียงกันก็จะได้ทั้งหมด อย่าง ดังนี้

  • สายรัด 3 ชิ้น
  • ตัวแปลงพอร์ทเชื่อมต่อจาก USB-C ไป Micro-USB
  • ตัวแปลงพอร์ทจาก Micro-USB ไป USB-C
  • VR Controller
  • สายรัดข้อมือกับตัวจอย
  • คู่มือการใช้งาน
  • ถ่านสำหรับตัวจอย
  • ใบรับประกัน

รูปลักษณ์ของ Gear VR ในรอบนี้

อุปกรณ์ทั้งหมดก็จะมีดังนี้ล่ะครับ เอาเป็นว่ามาชมตัวเครื่องกันเลยดีกว่า ดีไซน์ของ Gear VR 2017 หรือ Gear VR with Controller ในรอบนี้ก็ออกแบบมาคล้ายกับรุ่นเดิม (Gear VR 2.0) ครับ ใช้วัสดุเป็นพลาสติกด้านสีโทนดำคมเข้มดี ดีไซน์จริงๆก็คล้ายกันเลยล่ะ แต่จุดที่ต่างออกไปคงจะเป็นตัวฝาปิดด้านหน้าที่ของรุ่นนี้จะเป็นแบบกลอสซี่หรือมันๆ ต่างจากตอน Gear VR 2.0 ที่เป็นพลาสติกผิวด้านขุ่นๆแทน

เปิดฝาครอบออกมาก็เจอกับพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C อยู่ ซึ่งตรงนี้เราสามารถสลับสับเปลี่ยนเป็นแบบ Micro-USB ได้เช่นเดียวกับรุ่นที่แล้ว ซึ่งตัวพอร์ทการเชื่อมต่ออีกแบบเราก็สามารถสลับเอาจากที่ให้มาในกล่องได้ครับ

ด้านบนมีที่ปรับระดับสายตา (ความคมชัด) ระยะโฟกัสเมื่อสวมใส่ ซึ่งแน่นอนว่าสายตาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ตรงนี้ก็ต้องเลือกปรับกันเอาเองเนาะ :D

ด้านซ้ายมือจะมีโลโก้ Gear VR Powered by Oculus ให้รู้ว่ารุ่นนี้มาพร้อมเทคโนโลยีที่ร่วมกับทาง Oculus ผลิตขึ้นมานะ

ปุ่มกดบนตัวเครื่องก็ยังคงมี 3 ปุ่มทั้ง Home , Back และเพิ่ม-ลดเสียงเหมือนเคย ถัดลงมาจะมีแผงสัมผัสที่เอาไว้ใช้งานสั่งการ และมีจุดตรงกลางของแผงเพื่อให้ง่ายต่อการสัมผัสเวลาเราสวมใส่ด้วย

ด้านล่างของตัวเครื่องยังคงมีพอร์ทการเชื่อมต่อสำหรับอุปกรณ์เสริมแยก หรือชาร์จแบตฯ

สายรัดของรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นแบบตีนตุ๊กแกเหมือนเดิม ปรับระดับตามความใหญ่ของหัวเราได้หลากหลาย นอกจากนี้รอบนี้ยังมีตัวสายรัดที่เพิ่มขึ้นมาอีกชิ้นเอาไว้รัดตัวจอย VR Controller ด้วย เผื่ออยากจะพกติดกันไปแล้วกลัวลืมก็เสียบเข้ากับสายรัดไปแบบนี้เลยก็ได้ :P

ตัวจอย VR Controller จะมีรูปทรงคล้ายๆกับรีโมทขนาดพอดีมือ มีแถบสัมผัสกลมๆตรงกลาง และปุ่มกดอื่นๆนิดหน่อย อาทิ ปุ่ม Back , Home , เพิ่มลดเสียง และทริกเกอร์ ในกล่องจะมีแถมสายรัดกับข้อมือมาด้วยเพื่อไม่ให้หลุดมือเวลาถือเล่นน่ะนะ และโชคดีที่ในกล่องจะแถมถ่านมาให้เราพร้อมเล่นได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปหาซื้อก่อนจะมาเล่นด้วยเนอะ :P

เซ็ตตัวเครื่องกันก่อนเริ่มเล่น !

เช็คอุปกรณ์รวมๆไปแล้ว ได้เวลามาเริ่มตั้งค่ากันเลย (ทำเฉพาะครั้งแรก) เริ่มแรกเราก็จำเป็นต้องเอาสมาร์ทโฟน Samsung มาเชื่อมต่อกันก่อน เพื่อดาวน์โหลดแอปของทาง Oculus ซึ่งสมาร์ทโฟนที่รองรับเจ้า Gear VR with Controller นี้ก็จะเป็นเฉพาะรุ่นเรือธงเท่านั้น มีด้วยกัน 8 รุ่นด้วยกันดังนี้ครับ

  • Samsung Galaxy S8+
  • Samsung Galaxy S8
  • Samsung Galaxy S7 Edge
  • Samsung Galaxy S7
  • Samsung Galaxy S6 Edge+
  • Samsung Galaxy S6 Edge
  • Samsung Galaxy S6
  • Samsung Galaxy Note 5

เอาล่ะมาว่ากันต่อในเรื่องของซอฟต์แวร์ เมื่อเชื่อมต่อกันพอร์ทของ Gear VR ในครั้งแรกตัวระบบจะทำการดาวน์โหลดแอปและเซอร์วิสของทาง Oculus มาให้เราก่อน เพื่อใช้งานควบคู่กับตัว VR ตรงนีั้เลยทำให้เจ้า Gear VR นั้นโดดเด่นกว่าอุปกรณ์อื่นๆเพราะว่ามีซอฟต์แวร์มาร่วมด้วยนี่แหละ

พอดาวน์โหลดแอปเสร็จก็อย่าเพิ่งไปเชื่อมต่อกับ Gear VR ล่ะ ตั้งค่าต่างๆต่อในมือถือก่อนจะง่ายกว่าครับ ขั้นแรกเราก็ต้องล็อกอินเข้าสู่ตัวแอป Oculus เสียก่อน จะล็อกอินด้วย FaceBook หรือสมัครใหม่ผ่าน email ก็ได้

หลังจากตั้งค่าเสร็จแล้วทีนี้ตัวระบบจะพยายามให้เราเชื่อมต่อกับตัว VR Controller เพื่อใช้ในการสั่งงานต่อไป ตรงนี้ก็ไม่มีอะไรมากครับ แค่กดปุ่ม Home ที่ตัวจอยค้างไว้ให้ไฟสัญญาณติด จากนั้นก็เชื่อมต่อกันผ่าน Bluetooth ปกติ พอหาเจอตัวระบบจะให้เราเลือกตั้งค่านิดหน่อยว่าจะใช้งานเจ้าจอยนี้ในมือข้างไหน (ซ้ายหรือขวา)

เซ็ตค่าเรียบร้อยก็เข้าสู่หน้าแอปของ Oculus Store กันได้เลย ตรงนี้แนะนำว่าให้ดาวน์โหลดแอปหรือเกมที่อยากเล่นไว้ก่อนเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาตอนสวม Gear VR แล้วไปรอดาวน์โหลดแอปอีก ตัวแอป Oculus เวอร์ชั่นมือถือก็เข้าใจง่ายครับไม่มีอะไรซับซ้อน แบ่งเป็นแถบๆด้านหน้าทั้งหน้า Store , Library , Events , Friends และการตั้งค่าอื่นๆ

ตัวเกมหรือแอปที่มีให้เลือกในนี้ก็มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน ซึ่งในช่วงที่ผมได้มารีวิวนี้ก็เป็นช่วง Summer Sale แอปก็จะลดราคาเยอะหน่อย รายละเอียดของหน้าแอปต่างๆก็จะมีระบุไว้ค่อนข้างครบไม่ว่าจะเป็นระดับความสะดวกสบายของแอปตัวแอปจะแสดงเป็นสีๆในข้อมูลของแอปเลย , รองรับการทำงานร่วมกับอะไรบ้าง ทั้ง Gear VR Controller , GamePad หรือ Touchpad ที่ตัวเครื่องเอง ก่อนจะซื้อแอปหรือดาวน์โหลดมาลองก็เช็คจากตรงหน้าแอปนี้กันก่อนเนอะ จะได้ใช้งานแอปกันคุ้มๆ

เริ่มเล่นกันได้เลย

เอาล่ะ เชื่อมต่อจอยเรียบร้อย ดาวน์โหลดแอปที่น่าลองกันแล้ว ก็ได้เวลามาลองเล่นเจ้า Gear VR with Controller นี้แล้วล่ะ จัดการใส่มือถือของเราเข้ากับตัว Gear VR ได้เลย รอบนี้ยังคงเหมือนกับรุ่น 2.0 ที่ถ้ามีการใส่มือถือลงไปแล้วตัวฝาปิดด้านหน้าก็จะโล่งๆไม่มีอะไรมากั้นมือถือของเราแบบนี้แหละ

ลืมบอกไป ตัว Gear VR นั้นรองรับสมาร์ทโฟนเรือธงหลายรุ่นของ Samsung ฉะนั้นตัวเครื่องจึงมีการปรับระดับเข้าออกขยายการวางตัวเครื่องภายในได้ ถ้าเครื่องใหญ่ (รุ่น + ทั้งหลาย) ก็ปรับไปเป็นตัว B หรือเครื่องปกติก็ปรับไปที่ตัว A แทน

เอ้า ! เข้าเรื่องกันได้แล้ว การทำงานของ Gear VR รุ่นนี้ก็ไม่ยุ่งยากอะไรครับ พอเราสวมใส่ระบบก็จะมีคำแนะนำต่างๆขึ้นมาว่าห้ามใช้นานเกินไป ควรพักเป็นระยะๆ อะไรก็ว่าไป เมื่อมีการเชื่อมต่อ VR Controller ไว้ก็ใช้การควบคุมผ่านตรงนี้ได้เลย โดยจะมีไอคอนรูปจอยลอยๆอยู่บนหน้าจอเลย ใช้ส่องเลือกเมนูต่างๆได้โดยที่ไม่ต้องเอื้อมมือไปแตะที่ข้างๆตัวเครื่อง

การทำงานของตัวจอยก็ใช้ TouchPad บนจอยก็จะใช้งานเหมือนกับบนตัวเครื่องทั้งหมด ใช้ได้ทั้งแตะและกดลงไป และปุ่มทริกเกอร์ด้านหลังของจอยก็ทำงานเป็นปุ่มตกลงเหมือนกับปุ่มกลมๆด้านหน้านี่แหละ แต่เพื่อความถนัดในการจับเล่นเกมยิงๆปุ่มนี้จะสะดวกกว่าประมาณนั้น

หน้าตา UI ภายในรอบนี้ปรับให้ดูมีรายละเอียดมากขึ้น แบ่งแถบต่างๆเหมือนกับบนแอป Oculus ของมือถือเลย มีหน้า Home แบ่งเป็นมุมแนะนำแอปจากทาง Oculus แอปที่เปิดล่าสุดอยู่ฝั่งซ้าย , Event และสถานะเพื่อนที่ฝั่งขวามือ

หน้า Library หน้ารวมแอปต่างๆในเครื่องเราสามารถกดเข้าแอปได้จากตรงนี้เช่นกันทหรือจะอัพเดทแอป ค้นแอปที่เคยดาวน์โหลดไว้แล้ว ก็ค้นหากันได้จากตรงนี้แหละครับ

แถบ Internet ก็จะเป็นแอป Samsung Internet ไว้คอยเซิดหาข้อมูลหรือเข้าเว็บต่างๆได้จากตรงนี้เลย

แถบ Store ก็เป็นหน้า Store นั่นแหละ เอาไว้ดาวน์โหลดหรือหาแอปที่น่าสนใจ ซึ่งในนี้ก็จะแบ่งหมวดหมู่ได้ ทั้งหมดที่มีการ Sale , ที่แนะนำ , รองรับ Gear VR Controller เป็นต้น ตรงนี้แนะนำว่าให้โหลดจากบนมือถือมาก่อนน่าจะสะดวกกว่าเนาะ

Events เป็นการแจ้ง Events และข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และงานของพวก Gear VR ครับ

Search แถบค้นหาที่ค้นหาแอปต่างๆใน Store หรือที่เราดาวน์โหลดมาได้ แต่ตัวคีย์บอร์ดในเนี้จะไม่รองรับภาษาไทยนะครับ

Voice มีระบบค้นหาด้วยเสียงด้วยนะ แต่ตอนนี้ยังระบุว่าเป็นเพียง Beta อยู่นะ

Samsung Picks และปิดท้ายกับหน้า Samsung Picks ที่จะเป็นการแนะนำแอปจากทาง Samsung อีกทีว่าตัวไหนเราน่าลอง ตัวไหนเหมาะกับเราประมาณนั้นครับ

อะๆ ดูโหมดการทำงานคร่าวๆของเจ้า Gear VR รุ่นใหม่นี้กันแล้ว ได้เวลาไปหาเกมมาเล่นกันดีกว่า เกมที่ผมลองโหลดมาเล่นก็คือ A Night Sky ,Overtake: Traffic Racing และ Gunjack สองเกมแรกนั้นเป็นเกมใหม่ที่มีรองรับ Gear VR Controller แล้ว ก็ดูลงตัวดีตัวเกมก็จะใช้การลากเส้นมาต่อกันเป็นดวงดาวเพื่อสร้างภาพกราฟิกต่างๆออกมาโดยการควบคุมผ่านตัวจอยทำได้แม่นยำและลงตัวดี (A Night Sky)

ส่วนอีกเกมเป็นเกมแนวแข่งรถผมว่ามันแอบขัดเล็กน้อยถ้าเล่นผ่านจอยเพราะต้องคอยมาโยกจอยในแนวตั้งไปมาเพื่อเลี้ยวหลบรถบนท้องถนนน่ะนะ อาจจะไม่ให้ความรู้สึกอินเหมือนกันการใช้จอย Gamepad เท่าไหร่

และอีกเกมอย่าง Gunjack สุดยอดเกม VR ที่ขึ้นชื่อเรื่องกราฟิกที่สวยงามหยด (ใช้ Unreal Engine 4)ที่ผมเคยซื้อมาลองตอนรอบที่แล้ว ตัวเกมนั้นไม่ได้รองรับจอยซะทีเดียว รูปแบบการเล่นก็จำเป็นต้องใช้การมองไปรอบๆฉากแล้วแตะที่ Touchpad ในการยิง แต่อย่างที่บอกว่าตัวแผงสัมผัสบนจอย VR นั้นทำงานเหมือนกับแผงสัมผัสบนตัวเครื่องเลย เพราะฉะนั้นเราก็สามารถใช้จอยในการกดยิงได้ด้วย (ทั้งปุ่มกลมๆตรงกลางและทริกเกอร์) แต่เวลาหมุนเพื่อนยิงก็ยังคงต้องหันหัวอยู่ดีนะ

นอกจากนี้คอนเท้นต์ต่างๆที่รองรับก็ทำได้ดีทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการดูวิดีโอ 360 ผ่านตัวแอปที่มีอาทิ Oculus Video ที่จะมีคอนเท้าต์ต่างๆรองรับให้เราเลือกชมมากมาย หรือจะหาไฟล์ 360 มาดูผ่านแอป Samsung Gallery ก็ทำได้เช่นกันครับ และด้วยตัวฮาร์ดแวร์ของ Gear VR รุ่นนี้มีการขยายตัวเลนส์ให้กว้างขึ้นไปเป็น 101 องศา มุมมองต่างๆก็จะได้มิติที่ดีขึ้นกว่าตัวเดิมด้วยนะ

เรียกว่านี่คงเป็นทีเด็ดของ Gear VR ที่มักจะมีคอนเท้นต์ใหม่ๆรองรับเรื่อยๆ (ใน Store ตอนนี้ก็เยอะกว่า 600 แอปแล้ว) ซึ่งแต่ละแบบก็จะเน้นความสามารถในด้านมุมมอง 360 องศาที่แตกต่างกันไป แต่ทุกแนวก็ถือว่าสร้างความแปลกใหม่และตื่นเต้นในการเล่นได้ไม่น้อยเลยล่ะครับ :D

เล่นแล้วมึนมากไหม ?

Gear VR รอบนี้ทำงานได้ดีขึ้นกว่าตัวก่อน ลดอาการมึนจากการเล่นได้ดีขึ้นด้วย Head Tracking ตัวเครื่องจะมีระบบตรวจจับศรีษะเพื่อลดการเบลอและกระตุกของภาพที่เกินจำเป็นจนเกิดอาการเวียนหัวจากการใช้งาน ตรงนี้เท่าที่ลองก็เหมือนว่าจะช่วยได้ดีขึ้นจริงๆ ไม่ค่อยเวียนหัวเท่าไหร่แล้ว แต่แน่นอนว่าต้องเล่นให้พอดิบพอดีด้วย ถ้าเล่นติดต่อกันนานจริงๆก็ยังคงมีอาการมึนๆได้อยู่นะ

สรุปแล้ว…!

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมที่จะช่วยเปิดมุมมองใหม่ๆของการเสพคอนเทนต์ได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องวิดีโอ 360 องศาที่เริ่มมีออกมาให้เราได้รับชมกันมากมายด้วย หรือจะเป็นการเล่นเกมแนวใหม่ๆ มุมมองกว้างกว่าเดิม และยิ่งรุ่นนี้มาพร้อมกับจอยควบคุมที่ช่วยให้การเข้าถึงได้ง่ายและสะดวกขึ้นไปอีกด้วย นอกจากนี้ Gear VR with Controller นี้ยังมีมุมมองที่กว้างกว่าเดิมเป็น 101 องศา และมีระบบ Head Tracking ช่วยลดอาการมึนในการเล่นได้ด้วย และที่สำคัญสุดคงหนีไม่พ้นคอนเทนต์จาก Oculus ที่มีรองรับมากมายกว่า 600 แอปบน Store ตอนนี้ เรียกว่าใครที่กำลังมองหาของเล่นใหม่ที่จะมาเติมเต็มเรื่องความบันเทิงใหม่อยู่ เจ้า Gear VR with Controller รุ่นนี้เป็นทางออกให้คุณได้แน่นอนครับ :D

Samsung Gear VR with Controller สนนราคา 3,990 บาท

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite