Article : เริ่มใช้งานแอป LINE Mobile (Beta) จัดรูปแบบการใช้งานด้วยตัวเอง ตอบสนองไสฟ์สไตล์ผู้ใช้งานคนรุ่นใหม่ !

เฮียแม๊พ | 26 มิ.ย. 2560 12:44:15 (อัพเดต 28 มิ.ย. 2560 17:15:37)

12412

VIEWS เฮียแม๊พ

Article : เริ่มใช้งานแอป LINE Mobile (Beta)จัดรูปแบบการใช้งาน
ด้วยตัวเองตอบสนองไสฟ์สไตล์ผู้ใช้งานคนรุ่น
ใหม่ !

หลังจากรอบที่แล้วเราได้ทำความรู้จักเกี่ยวกับตัว LINE Mobile พร้อมวิธีการสมัครลงทะเบียนไปเรียบร้อย (http://www.techxcite.com/topic/27569.html) วันนี้เราก็จะมาแนะนำกันต่อในเรื่องของการใช้งานในส่วนของแอพพลิเคชั่น LINE Mobile ที่ต้องใช้งานควบคู่กับซิมตัวนี้ ส่วนความสามารถของตัวแอปจะมีอะไรบ้างนั่นเดี๋ยวเรามาดูไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

แอป LINE Mobile

เริ่มต้นก็ต้องไปดาวน์โหลดตัวแอป LINE Mobile มาก่อนนะ ตัวแอปนี้จะมีให้ดาวน์โหลดใช้ทั้งบน iOS และ Android เลย โดยใช้ชื่อตรงๆว่า LINE Mobile จากผู้พัฒนา LINE Company (Thailand) Limited ดาวน์โหลดได้จากลิ้งก์นี้ด้านล่างนี้เลยครับ

ดาวน์โหลดแอป LINE Mobile [Android] ได้ที่นี่

ดาวน์โหลดแอป LINE Mobile [iOS] ได้ที่นี่

อ่า...พอดาวน์โหลดมาเรียบร้อยตัวระบบก็จะให้เรา Login เข้าระบบด้วย Facebook หรือ email ที่เราทำการลงทะเบียนไว้ก่อนหน้านี้จากหน้าเว็บไซต์ครับ

ความน่าสนใจของตัวแอปนี้ก็คือเราสามารถเช็คยอดต่างๆและเลือกปรับการใช้งานได้สะดวกและง่ายดายตอบสนองการใช้งานของคนยุคใหม่ได้อย่างดี โดยในหน้าหลักหรือ Dashboard ของแอป LINE Mobile ก็จะบอกยอดค่าใช้จ่าย รายละเอียดของแพ็กเกจและการใช้งานทั้งการโทรและดาต้าที่เหลือใช้ไว้แบบเข้าใจง่าย ในส่วนของรายละเอียดของการโทรหรือดาต้าก็จะมีบอกข้อมูลเป็นรายวันว่าเราใช้งานไปเท่าไหร่ด้วย เพียงแค่แตะไปที่จำนวนการโทรที่เหลือหรือเน็ตความเร็วสูงที่เหลืออยู่ครับ

นอกจากนี้เราสามารถเช็คแพ็กเกจปัจจุบันของเราได้ด้วยจากแถบด้านล่างนี้ ซึ่งรายละเอียดต่างๆก็จะบอกไว้ครบถ้วนทั้งค่าบริการ , ปริมาณเน็ต , ปริมาณการโทร และอื่นๆ หรือถ้าคิดว่าแพ็กเกจที่เราใช้อยู่ปัจจุบันนั้นเยอะเกินหรือน้อยความจำเป็นไปหน่อย เรายังสามารถปรับแพ็กเกจไปเป็นตัวอื่นได้ ซึ่งแพ็กเกจจะปรับอีกครั้งในรอบบิลถัดไปครับ **แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าราคาของแพ็กเกจต่างๆจะเป็นเพียงราคาของผู้ที่ใช้งานในช่วง Beta version เท่านั้น**

แพ็กเกจ LINE Mobile (Beta)

มาดูเรื่องของแพ็กเกจกันก่อนเลยดีกว่าไหนๆก็เข้ามาเรื่องนี้ละ แพ็กเกจของ LINE Mobile นี้จะมีให้เลือกมากมาย ตั้งแต่ XS ไปจนถึง XXL ซึ่งแน่นอนว่าแต่ละแพ็กเกจนั้นก็มีอัตราค่าบริการและปริมาณของอิทเทอร์เน็ตที่ต่างกันไป ตั้งแต่ 1.5GB/โทร 100 นาที ไปจนถึง 40GB/โทร 600 นาที ซึ่งจุดเด่นของบริการนี้ก็คือทุกแพ็กเกจนั้นจะได้คือ

  • ใช้งาน LINE ฟรีแบบไม่เสียค่าเน็ต ตรงนี้เราสามารถใช้งานบริการต่างๆของ LINE ไม่ว่าจะเป็น แชท , ส่งรูป เซฟรูป , ส่งวิดีโอ เซฟวิดีโอ , Call , Video Call แบบไม่คิดค่าดาต้าเลย
  • SMS ก็ฟรี เราสามารถส่ง SMS ไปที่เบอร์โทรศัพท์มือถือได้ทุกเครือข่ายฟรีหมด (แต่ไม่รวมบริการเสริมอื่นๆ อาทิ ดูดวง , ส่งเข้าร่วมกิจกรรม เป็นต้น)
  • อินเทอร์เน็ตไม่อั้นความเร็ว 256Kbps อันนี้ก็อย่างที่เห็นในหน้าควบคุมด้านบน เราสามารถสลับเป็นความเร็วแบบจำกัด (256Kbps) ได้ตลอดเวลา และความเร็วแบบนี้เราก็ใช้งานได้อย่างไม่จำกัดอีกด้วย

ตรงแถบด้านบนข้างๆแดชบอร์ดก็จะมีให้เลือกการควบคุมอยู่อีกแถบ ตรงนี้เราสามารถเลือกปรับเปลี่ยนความเร็วอินเทอร์เน็ตให้เหมาะสมกับแพ็กเกจของเราได้ จะเลือกใช้เน็ตความเร็วสูงสุดที่ได้ตามปริมาณดาต้าของเราหรือจะเลือกปรับความเร็วลดลงมาเป็น 256Kbps แต่ใช้งานเน็ตได้ไม่จำกัดก็ได้เช่นกัน ตรงนี้น่าจะเหมาะกับแพ็กเกจที่มีปริมาณเน็ตไม่มาก แต่ก็ยังอยากเก็บอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงไว้ใช้งานในช่วงท้ายๆของรอบบิลหรือว่าหากใช้งานอินเทอร์เน็ตจนครบปริมาณแล้วก็ปรับมาใช้ความเร็ว 256Kbps แทนเพื่อไม่ให้กินค่าบริการเพิ่มเติม

หรือถ้ากลัวว่าค่าบริการจะเกินมากเกินไปจริงๆเราสามารถเลือกที่ลิมิตค่าใช้จ่ายได้ว่าอย่าให้เกินกี่บาทในแถบด้านล่างนี่ล่ะครับ

มาดูกันที่แถบซ้ายสุดของตัวแอปกันหน่อย ตรงแถบนี้จะแสดงรายละเอียดของข้อมูลส่วนตัวของเรา ทั้งเบอร์โทรของซิมนี้ ข้อมูลส่วนตัวของเจ้าของซิม (ที่มีการลงทะเบียนไว้)

มีให้เราเช็คยอดค่าใช้จ่าย (อันเดียวกับในหน้า Dashboard), แพ็กเกจ (ก็อันเดียวกับในหน้า Dashboard) แพ็กเกจเสริมตรงนี้จะเป็นแพ็กเสริมสำหรับใครที่ปริมาณเน็ตความเร็วสูงสุดหมดแล้วแต่ก็ไม่อยากใช้ความเร็ว 256Kbps เดิม สามารถซื้อเพิ่มได้ด้วยจามตรงนี้ ซึ่งอันนี้ต้อบอกก่อนว่าที่เราได้ทดสอบนั้นยังคงเป็น Beta อยู่แพ็กเสริมยังคงมีให้บริการแค่แบบเดียวอยู่และราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปิดบริการจริงๆครับ

บริการโทรต่างประเทศ เป็นอีกหนึ่งบริการที่เราสามารถเลือกใช้ได้ผ่านแอปตัวนี้ ไม่ว่าจะโทรจากที่ไทยไปต่างประเทศ หรือโทรระหว่างประเทศก็ได้เช่นกัน อัตราค่าบริการในแต่ละประเทศก็จะต่างกันออกไป แต่ตรงนี้ถ้าเราเลือกประเทศแล้วตัวแอปจะโชว์ค่าบริการคร่าวๆออกมาให้ทราบด้วยเช่นกันครับ หากต้องการใช้บริการในต่างประเทศก่อนเดินทางเพียงแชทไปที่คอลเซ็นเตอร์แจ้งขอเปิด Roaming ไม่ว่าจะเป็น Voice หรือ Data เพียงเท่านี้ก็สามารถใช้งานได้ทันทีเมื่อไปถึง

หรือถ้ามีคำถามสงสัยเราก็สามารถสอบถามข้อมูลได้ที่มุม ความช่วยเหลือ (อยู่ถัดลงมาจากบริการโทรต่างประเทศ) มีทั้งคำถามที่พบบ่อย (จะมีคำตอบเบื้องต้นไว้ให้) , แชทที่บริการตลอด 24 ชม. หรือจะโทรหา Call Center เพื่อสอบถามข้อมูลก็ได้เช่นกันตั้งแต่เวลา 09.00 น. -18.00 น.

ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแอปและบริการที่มีอิสระในการเลือกปรับการใช้งานได้อย่างลงตัวเหมาะกับ Lifestyle ของเราๆได้เป็นอย่างดี แต่อันนี้ต้องบอกก่อนว่าบริการดังกล่าวตอนนี้ยังคงเป็นเพียง Beta อยู่เท่านั้นหรือในช่วงทดสอบกันอยู่เท่านั้น ในอนาคตน่าจะมีบริการดีๆและอัพเดทฟีเจอร์ต่างๆเข้ามาให้เหมาะกับการใช้งานของเรามากขึ้นแน่นอน :D