Review : Sony Xperia XZ Premium สมาร์ทโฟนเรือธงสุดพรีเมี่ยมผสานความคมชัดของหน้าจอ 4K HDR และกล้องหลัง Motion Eye !!

เฮียแม๊พ | 24 มิ.ย. 2560 13:18:05

17398

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Sony Xperia XZ Premium สมาร์ทโฟนเรือธงสุดพรีเมี่ยมผสานความคมชัดของหน้าจอ 4K HDR และกล้องหลัง Motion Eye !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับรีวิวฉบับเต็มของ Sony Xperia XZ Premium เรือธงตัวล่าสุดที่หลายๆคนสนใจมากๆ หลังจากที่เราได้พรีวิวคร่าวๆไปจากงานเปิดตัว วันนี้ก็จะมาบอกเล่าประสบการณ์การใช้งานราวๆ 2 สัปดาห์ให้อ่านกันว่า เมื่อได้ใช้งานจริงแล้ว ยังเจอปัญหาจุกจิกอะไรไหม และมีอะไรที่เราชอบบนเรือธงรุ่น่าสุดนี้จาก Sony รึเปล่า เอาเป็นว่าเราไปติดตามพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

ยลโฉม Xperia XZ Premium

เริ่มด้วยตัวเครื่องกันเลยเนอะ (ตัวเครื่องที่เราได้มาเป็นเครื่อง Demo ไม่ใช่ชุดขายจริงเลยไม่รู้จะแกะกล่องให้ชมยังไง ><)หน้าตารูปลักษณ์ของรุ่นนี้ก็อย่างที่เห็นไปในบทความพรีวิว มาพร้อมดีไซน์สไตล์ Xperia XZ ซีรีส์ การวางตำแหน่งต่างๆเหมือนกันหมดในด้านหน้านี้ แต่ด้วยคำว่า Premium มาตามท้ายก็เพิ่มความแวววาวเข้ามากว่า

Xperia XZ Premium มาพร้อมขนาดหน้าจอ Triluminos ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด 4K UHD 3840x2160 พิกเซล การแสดงผลก็สวยงามตามสไตล์ Sony แต่สีสันในรอบนี้จะออกอมเหลืองนิดหน่อย (มีความคล้าย Amoled)ไม่สดอมแดงแบบที่เห็นบน XZs นะ กระจกหน้าจอของรุ่นนี้เป็นแบบ 2.5D กันรอยสุดๆกับ Gorilla Glass 5

เหนือหน้าจอมีไฟ LED แจ้งเตือน , ถัดมาจะมีเลนส์กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา และเซ็นเซอร์วัดแสงวัดระยะต่างๆตามลำดับครับ

ล่างหน้าจอก็เช่นเคยมีลำโพงอีกหนึ่งตัวรวมกับด้านบนก็ 2 ตัวใช้งานเป็นลำโพงคู่ Stereo ได้ด้วยนะ ตัวขอบหน้าจอแอบดูหนาไม่ต่างจากตอน XZs นัก รุ่นนี้เลยอาจจะเป็นมือถือ 5.5 นิ้วที่ตัวเครื่องใหญ่กว่าชาวบ้านเค้าหน่อย

พลิกมาดูด้านหลังของตัวเครื่องเพิ่มความพรีเมี่ยมเข้าไปอีกด้วยกระจกสะท้อนสุดหรูหรา ต่างจาก XZ รุ่นก่อนๆที่ใช้วัสดุเป็นโลหะบริสุทธิ์ ALKALEIDO (สวยคนละแบบ) ซึ่งด้วยการเปลี่ยนมาใช้เป็นกระจกแบบนี้ตำแหน่งของ NFC ก็สามารถย้ายมาไว้ที่ด้านหลังของตัวเครื่องได้แบบสมาร์ทโฟนปกติสักทีนะ

แต่ด้วยวัสดุสวยๆหรูๆแบบนี้ก็ยังเจอปัญหาของรอยนิ้วมือที่มักพบบนสมาร์ทโฟนฝาหลังกระจกอยู่บ่อยๆในเรื่องรอยนิ้วมือเช่นเคย แต่ XZ Premium สี Luminous Chrome นี้ยิ่งแล้วใหญ่เพราะเป็นกระจกสะท้อนแบบนี้ด้วย จะยิ่งเห็นรอยนิ้วมือง่ายขึ้นไปอีก การใช้งานจริงอาจจะต้องพกผ้าไว้คอยเช็ดบ่อยๆ แต่เอ๊ะ...หรือว่าใช้งานจริงก็ใส่เคสปกปิดกระจกกันอยู่แล้วล่ะ :P

ที่ด้านหลังนี้มีกล้องหลัง Motion Eye 19 ล้านพิกเซลตัวเดียวกับ XZs อยู่ ตัวเลนส์ยังคงความมหึมาอยู่เช่นเคย แต่ด้วยการจัดการภายในที่ดีขึ้นตัวเลนส์ไม่ได้นูนออกมาจากตัวเครื่องเท่ารุ่นก่อนแล้ว ทั้งๆที่ความบางก็ใกล้เคียงกัน เซ็นเซอร์ต่างๆทั้ง Laser Autofocus , RGBC-IR เซ็นเซอร์ , ไฟแฟลช LED ย้ายมาอยู่ที่ด้านข้างๆกล้องนี้แทน (รุ่นก่อนๆวางไว้ด้านล่างของกล้อง)

กรอบตัวเครื่องยังคงใช้วัสดุเป็นโลหะอยู่ซึ่งด้านการเคลือบสีให้สะท้อนแบบนี้เลยกลมกลืนกับตัวกระจกทั้งหน้า-หลังได้อย่างดีทีเดียว มีการทำมุมโค้งๆไว้นิดหน่อยให้เข้ากับรูปมือด้วย

ด้านซ้ายมือจะมีช่องใส่ซิมการ์ดและ Micro-SD ซึ่งรอบนี้แบ่งถาดซิมออกเป็น 2 แบบเลยคือ ซิม 1 นั้นจะมีถาดติดอยู่ด้านใน (ไม่ได้ติดอยู่กับฝาถาด) และถาดซิม 2 หรือถาดใส่ Micro-SD จะติดอยู่ตรงที่ปิดนี้

ด้านขวาตรงนี้วางตำแหน่งแปลกไปนิดหน่อยเพราะย้ายปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงขึ้นมาเหนือปุ่ม Power แล้วตรงนี้ช่วยให้การกดปรับเสียงง่ายขึ้นในการใช้งานมือเดียวน่ะนะ ปุ่ม Power มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเหมือนเคย และปุ่มชัตเตอร์ก็มีอยู่มุมสุดนี้เช่นเคย

ด้านล่างตัวเครื่องมีพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C และไมโครโฟนสำหรับสนทนาเหมือนเดิมครับ

ด้านบนตัวเครื่องจะมีช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม.พร้อมไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ในเรื่องของดีไซน์ก็ต้องบอกว่าสวยขึ้น ดูพรีเมี่ยม (และรอยนิ้วมือมากขึ้นด้วย) ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น ขนาดตัวเครื่องก็ใหญ่ขึ้นกับขนาดกว้าง 77 มม. ยาว 156 มม. แต่ยังโชคดีที่บางเพียง 7.9 มม.อยู่

Xperia XZ Premium มีความบึกบึนมากขึ้น ทั้งในเรื่องของวัสดุและอีกอย่างที่ทำให้คิดแบบนั้นก็คือน้ำหนักของตัวเครื่องที่มากถึง 195 กรัม เรียกว่าหนักเอาเรื่องทีเดียวล่ะสำหรับเรือธงหน้าจอ 5.5 นิ้วน่ะนะ ><

สเปค Sony Xperia XZ Premium

  • รัน Android 7.1 Nougat
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด UHD (3840x2160 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 835 Octa-core 2.45GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 540 GPU
  • แรม4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 200GB
  • แบตเตอรี่3,230 mAh
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง19ล้านพิกเซล
  • กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • มี2สี Deepsea Black , Luminous Chrome

รุ่นพรีเมี่ยมท็อปสุดแบบนี้ สเปคภายในก็เลยอัพเกรดขึ้นมาจาก XZs เดิมพอสมควร ทั้งในเรื่องหน้าจอที่เพิ่มความละเอียดมาเป็น 4K 3840x2160 พิกเซล , หน่วยประมวลผลตัวแรงกับ Snapdragon 835 ที่สุดของที่สุดตอนนี้แล้ว นอกนั้นก็ยกเทคโนโลยีเด่นๆของ XZs มาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นแรม 4GB , ความจุ 64GB , กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล กล้องหลัง Motion Eye 19 ล้านพิกเซล เป็นต้น

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Xperia XZPremium มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.1 Nougat มาเลยก็เรียกว่าเป็น OS ตัวล่าสุดของตอนนี้แล้วล่ะเนอะ การใช้งานก็ลื่นไหลตามสไตล์มือถือ Sony ที่ไม่ค่อยปรับแต่งหน้าตาให้เยอะจนกินทรัพยากรณ์ :D

หน้าตา UI ของ XZ Premium ก็จะเป็นแบบเดียวกับ XZs เลย ตัวไอคอนหลักๆของตัวเครื่องจะเป็นกลมๆทั้งหมดแล้ว Wallpaper มาพร้อมกับชุดใหม่เช่นกัน ใช้เป็นวงๆเส้นๆแบบตอน XZs แต่โทนสีหลัก (ค่าเริ่มต้น) จะใช้เป็นสีเทาตามตัวเครื่องแทน

ระบบสแกนลายนิ้วมือที่ปุ่ม Power

ตรงนี้ก็ถือว่าเป็นจุดที่แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆสำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ Sony ที่เค้าจะวางตำแหน่งไว้ตรงปุ่ม Power ด้านข้างเลย ต่างจากรุ่นอื่นๆที่ถ้าไม่ไว้ที่ปุ่มโฮม ก็ไว้หลังเครื่องไป การใช้งานก็เข้าใจง่ายครับ เพราะปกติเราก็ต้องกดที่ปุ่มนี้เพื่อปลุกจออยู่แล้ว แต่ถ้ามีการตั้งค่านิ้วที่สแกนไว้ เพียงเรากดปุ่ม Power 1 ครั้งแล้วแช่ไว้ครู่หนึ่งตัวระบบก็จะปลดล็อคได้เลย

ตัวปุ่ม Power ของ XZ Premium ส่วนตัวผมว่ามันแอบกดง่ายกว่าตอน XZs นิดหน่อย ด้วยความลึกที่ไม่มากเท่าและปุ่มใหญ่กว่าเดิมเล็กน้อยเลยทำให้การแตะสแกนลายนิ้วมือทำได้ง่ายกว่าและกดสะดวกกว่านิดหน่อยด้วย แต่ด้วยตำแหน่งที่ปุ่ม Power จำเป็นต้องวางไว้ที่มุมขวาของตัวเครื่องคนที่ถนัดซ้ายอาจจะไม่ชินมือเท่าไหร่ เพราะต้องใช้นิ้วกลางหรือนิ้วชี้แทนที่จะเป็นนิ้วโป้งแบบที่ใช้กันประจำก็ยังคงต้องปรับตัวกันอีกหน่อยเนาะ

กันน้ำกันฝุ่นตามมาตรฐาน IP68

สมาร์ทโฟน Sony Xperia นั้นก็ขึ้นชื่อเรื่องการกันน้ำมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว รุ่นนี้ก็เรือธง สามารถกันน้ำกันฝุ่นได้ตามมาตรฐาน IP65/68 เช่นเคย หายห่วงเรื่องอุบัติเหตุเวลาทำเครื่องตกน้ำหรือโดนน้ำฝนเทกระหน่ำได้เลย เพราะมาตรฐาน IP68 นี้สามารถลงน้ำลึก 1.5 เมตร นาน 30 นาทีเลยล่ะ ซึ่งถึงรุ่นนี้จะไม่มีที่ปิดพอร์ทการเชื่อมต่อใดๆ (แต่ต้องปิดช่องใส่ซิมให้มิดชิดก่อนนะ) ก็สามารถกันน้ำได้โดยไม่ต้องกลัวพังนะจ๊ะ :D

บันเทิงจัดเต็มทั้งภาพและเสียง

มาเข้าเรื่องไฮไลท์หลักของ XZ Premium นี้กันเลย กับเรื่องของการดูหนังฟังเพลง อย่างที่ทราบกันง่ารุ่นนี้ให้ความละเอียดหน้าจอมาที่ 4K UHD ซึ่งเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Sony ที่กล้าทำความละเอียดแบบนี้มาใช้บนสมาร์ทโฟน (รุ่นแรกที่ใช้คือ Z5 Premium)แต่ควมพิเศษไม่ได้มีแค่ 4K เฉยๆ เพราะ XZ Premium นี้มาพร้อมกับหน้าจอ 4K ที่รองรับระบบ HDR เป็นรุ่นแรกของโลกด้วย โดยการแสดงผลก็ต้องบอกเลยว่ายอดเยี่ยมมากๆ รายละเอียดและความคมชัดนี่สุดๆ แถมด้วยความที่รองรับ HDR สีสันและความคมชัดที่ได้จากคลิป (ที่รองรับ) นั้นสวยไร้ที่ติประหนึ่งยกเอาทีวี Bravia รุ่นท็อปๆมาไว้บนมือถือกันเลย

หน้าจอ 4K จริงๆแบบนี้ในการทำงานบนแอป YouTube ตัวแอปเลยมองเห็นแบบ 4K ด้วยเพราะฉะนั้นเท่ากับเราสามารถปรับความละเอียดบน YouTube ได้สูงสุดที่ 2160p กันเลยทีเดียว สำหรับคนที่ต้องการเสพความคมชัดระดับสูงสุด คงสะใจกันไม่น้อยเลยล่ะ

ในส่วนของหน้าจอ 4K ของ XZ Premium นี้ค่อนข้างพิเศษกว่าตอน Z5 Premium ที่รุ่นก่อนจะใช้เป็นค่าเริ่มต้นที่ Full-HD แต่ถ้ามีการเข้าแอป Album หรือ Video ก็จะปรับความละเอียดขึ้นไปเป็น 4K แทน แต่บนรุ่นนี้ไม่ใช่ เพราะทุกหน้าจะแสดงผลด้วยความละเอียด 4K ทั้งหมด (แม้กระทั้งหน้า Home Screen)ในบางแอปที่ไม่ได้ถูกเขียนมาให้รองรับความละเอียดสูงถึง 4K ตัวระบบจะทำการ Upscale ขึ้นไปเพื่อให้ได้ความคมชัดที่สูงที่สุดด้วย เพราะฉะนั้นตรงนี้ไม่ต้องเป็นห่วงในเรื่องของความคมชัดครับ เท่าที่ลองๆมาหลายๆแอปแสดงผลได้เต็มตาสุดๆ

นอกจากนี้ในส่วนของหน้าจอเองทาง Sony ยังให้เราสามรถปรับเลือกโหมดของหน้าจอได้ด้วย โดยค่าเริ่มต้นที่ตั้งมาคือ Standard Mode ตรงนี้จะมีความสวยสดแบบที่หน้าจอ Triluminos ทำได้ ทั้งค่าสีที่อิ่มกำลังดี ความสว่างต่างๆ (อมเหลืองนิดหน่อย) , Professional Mode โหมดนี้จะใช้ค่า sRGB แบบ 100% มาเลยทำให้สีสันค่อนข้างตรงและจริง (แต่อาจจะไม่สดถูกใจเท่าไหร่) และสุดท้าย Super-vivid Mode อันนี้ก็แน่นอนโหมดสีสดปรับค่าทุกอย่างให้สดสะใจกันไปเลย ซึ่งตัว Mode หน้าจอนี้ตัวระบบจะปรับค่าสีให้ทั้งหมดเลย ไม่ใช่เฉพาะแอปดูหนังหรือวิดีโอเท่านั้นนะครับ ชอบแบบไหนก็เลือกกันตามสะดวก

เรื่องของเสียงแน่นอนว่า Sony เค้าก็เน้นเรื่องเสียงกันมาตลอด ทั้งในส่วนของตัวลำโพงที่มีลำโพงคู่พร้อมระบบ S-Force Surround ช่วยเพิ่มความดังกังวาลและมิติเสียงที่ดีขึ้นผ่านลำโพง Stereo คู่หน้า เสียงที่ได้มีมิติใช้ได้ทีเดียว แต่ส่วนตัวผมก็ยังรู้สึกไม่ชินเท่าไหร่กับการที่พอเปิดเสียงดังๆแล้วตัวเครื่องมีอาการสั่นไปหมดจากเสียงของลำโพงน่ะนะ ><

ระบบเสียผ่านหูฟังก็รองรับระบบ Hi-res Audio รองรับ LDAC 32-bit ต่างๆครบถ้วน สมกับที่เป็นแบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องของเสียงเพลงจริงๆครับ

ทดสอบประสิทธิภาพของ Xperia XZ Premium

ก่อนจะไปเข้าเรื่องการเล่นเกมเหมือนทุกที เราขอขั้นด้วยการโชว์ผลทดสอบของ Xperia XZ Premium กันหน่อย สเปคที่เห็นจากด้านบนอย่างที่บอกว่าจัดเต็มมาด้วยชิปเซ็ตตัวแรงสุดแล้ว นอกนั้นก็ไม่ทิ้งจาก XZs (ที่แรงอยู่แล้วเลย) ซึ่งผลคะแนนจากแอป AnTuTu Benchmark ของ XZ Premium นั้นก็ออกมาที่ 176629 คะแนนครับผม แรงสมชื่อเรื่องธงของ Sony จริงๆ

การเล่นเกมอันนี้คงไม่ต้องพูดอะไรกันมากแล้ว เพราะด้วยชิปเซ็ตตัวแรงสุดๆอย่าง Snapdragon 835 นั้น เรียกว่าแรงอันดับต้นๆของตอนนี้แล้ว และจากผลทดสอบคะแนนผ่านแอป AnTuTu Benchmark เราก็คงจะเห็นแล้วว่าคะแนนมาแรงจริงๆ ในส่วนของ 3D ก็พุ่งปรี๊ดขนาดนั้น จะเล่นเกมกราฟิกจัดเต็มแค่ไหนก็ลื่นไหลไปซะหมดเลยล่ะครับ

จะภาพนิ่งหรือวิดีโอ Sony ได้หมด !

เช่นเดียวกับตอน XZs ครับ XZ Premium นั้นมาพร้อมกับกล้องหลัง Motion Eye ความละเอียด 19 ล้านพิกเซล พร้อมเซ็นเซอร์มากมายทั้ง Laser Autofocus ที่ช่วยให้การโฟกัสแม่นยำและฉับไว , เซ็นเซอร์ RGBC-IR ที่ช่วยให้สีสัน (White Balance)ที่ได้ออกมาตรงและแม่นยำมากขึ้น แถมยังมีระบบ Stack Memory ที่ช่วยคำนวณการเคลื่อนไหวและการจับภาพที่ดีขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย เรียกว่าถ้าหน้าจอเหมือนขนเอาทีวี Bravia มา กล้องก็ยกเอา Alpha มาเลยล่ะ

โหมดการถ่ายภาพนั้นก็ยังคงใหม่เด่นๆมาเช่นเคย ทั้ง AR Effect , Panorama , Creative Effect , 4K Video เป็นต้น และเรายังสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้อีกจาก Play Store อย่างในนี้ผมก็ลองโหลดโหมดหน้าชัด-หลังเบลอ Background defocus มาเพิ่มลูกเล่นเข้าไปอีกนิดด้วย

โหมด Manual มีมาให้เลือกปรับค่าต่างๆได้เช่นเดียวกับตอน XZ หรือ XZs แล้ว ทั้ง White Balance , EV , Shutter Speed หรือระยะโฟกัสทำได้หมดแล้วล่ะครับแต่น่าเสียดายที่ Shutter Speed ก็ยังคงปรับได้นานสุดแค่ 1 วินาทีเท่านั้น (ลากไฟยาวๆไม่ได้เลย ><)

ในโหมดหลักอย่าง Superior Auto+ ของ Xperia XZ Premium ก็ดูฉลาดขึ้นกว่าเดิม เมื่อเราเล็งและแตะโฟกัสไปที่วัตถุหรือสถานที่ตัวกล้องก็จะแนะนำ Scene ขึ้นมาให้เหมาะกับการถ่ายภาพนั้นนั้น ตัวระบบโฟกัสมี Object Tracking จับการเคลื่อนไหวไม่หลุดโฟกัสได้อย่างดี

หนึ่งฟีเจอร์สำหรับภาพนิ่งที่เพิ่มเข้ามาพร้อมกับกล้อง Motion Eye นี้ก็คือระบบ Predictive Capture หรือการคาดเดาที่อาศัยความไวของ stack memory และ Object Tracking ให้เมื่อเรากดถ่ายภาพที่มีการเคลื่อนไหวเร็วต่อเนื่องตัวกล้องจะเก็บภาพไว้ 4 ภาพก่อนและหลังที่จะกดชัตเตอร์ ทำให้เราสามารถเลือกย้อนไปดูภาพก่อนหน้า (คล้ายกับ Timeshift Burst) และเลือกช้อตที่ดีที่สุดเซฟขึ้นมาใหม่หรือจะเซฟทั้งหมดก็ได้เช่นกันครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องของ XZ Premium ก็ยังคงทำให้เราประทับใจได้เหมือนเคย เช่นเดียวกับตอน XZs (ก็มันกล้องเดียวกัน) ในเรื่องของสีสันท่ี่ได้ทำได้ดีทีเดียว ค่อนข้างแม่นยำและตรง (ได้เซ็นเซอร์ RGBC-IR ช่วยไว้เต็มๆ) เรืองการโฟกัสก็แม่นยำและจับได้เร็วแถมมี Predictive Focus และ Predictive Capture มาให้ทำให้ไม่พลาดช้อตสำคัญๆไปเลยล่ะ รวมๆแล้วไฟล์ภาพทำออกมาได้ยอดเยี่ยม แต่ก็ยังเจอข้อจำกัดบางอย่างในเรื่องของโหมด Manual ที่ปรับค่า Shutter Speed ได้นานสุดเพียง 1 วินาที ท่านที่อยากได้ภาพลากไฟยาวๆสวยๆก็อาจจะผิดหวังกันเล็กน้อยล่ะ

ส่วนในเรื่องของวิดีโอ Xperia XZ Premium ก็สามารถบันทึกความละเอียดได้สูงสุดถึง 4K (ไปเลือกได้ที่โหมด 4K Video) และในความละเอียด Full-HD 30fps ก็จะมีลูกเล่นกันสั่นถึง 5 แกน (EIS) และ Steady Shot มาช่วยเรื่องความเนียนของวิดีโอได้ดียิ่งขึ้นด้วย

แต่ไฮไลท์จริงๆไม่ใช่การบันทึกวิดีโอทั่วๆไปซะแล้ว เพราะ Xperia XZ Premium รุ่นนี้มาพร้อมกับกล้องหลัง Motion Eye ที่สามารถถ่ายวิดีโอ Super Slow Motion 960fps ได้นั่นเอง เรียกว่าช้าแบบสุดๆแทบจะหยุดนิ่งไปเลย แต่การทำงานจะไม่เหมือนแบบก่อนๆที่เราใช้การถ่ายวิดีโอไปยาวๆตลอดแล้วเลือกจุดที่จะสโลว์ได้อีกทีจากการ Edit แต่รอบนี้เราจำเป็นต้องเลือกจังหวะที่สโลว์เองเลยขณะถ่าย โดยกดได้หลายครั้งครั้งละประมาณ 0.182 วินาทีในเวลาปกติแล้วมาขลยายเวลาเป็น Super Slow ถึง 5 วนาทีประมาณนั้นครับ

ตัวอย่างวิดีโอ Super Slow Motion 960fps เห็นได้ชัดเลยว่าความสโลว์ของคลิปทำได้ดีมากๆ เพราะมากกว่ารุ่นทั่วๆไปถึง 4 เท่า แต่จุดที่น่าเสียดายก็คือเราไม่สามารถถ่ายวิดีโอมาก่อนแล้วค่อนมาเลือกจุด Super Slow ได้แบบ Slow Motion ปกติ คือเราจำเป็นต้องกดจังหวะ Super Slow ขณะที่ถ่ายเท่านั้น ตรงนี้เลยทำให้การกะจังหวะอาจจะยากไปนิด เพราะถ้ามีการเลือกจะหวะผิดเราก็แก้ไขทีหลังไม่ได้นั่นเองครับ

กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซล มี Auto Focus และระบบกันสั่นเช่นกัน ในเรื่องคุณภาพต้องถือว่าทำได้ดีมากๆเลยล่ะ มีโหมดหน้าเนียนมาด้วย (แต่ไม่สามารถปรับระดับความสวยได้นะ)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Xperia XZ Premium จะเห็นว่าคุณภาพดีทีเดียว ระยะตื้นลึกเห็นชัดประหนึ่งกล้องหลังเลยล่ะ แต่ข้อเสียก็คือระบบโฟกัสที่จำเป็นต้องใช้เวลาในการโฟกัสนิดหน่อย เลยไม่ได้กดปุ๊บติดปั๊บแบบเดิมๆแล้วนั่นเองครับ

คำถามยอดฮิต "กล้องยังร้อนจนแอปเด้งอยู่ไหม ?"

น่าจะเป็นปัญหาของเหล่าสาวก Sony มาตลอดๆ สำหรับแอปกล้องที่ถ้าเกิดความร้อนมากๆหรือถ่ายไปนานๆ แล้วจะเจออาการแอปกล้องเด้งหรือปิดการทำงานไปทันที อย่างตอน X Performace , XZs นี่ผมเจอมากับตัว ถ่ายภาพหรือวิดีโอตอนกลางวันนานๆเด้งตลอด จนชวนหงุดหงิดมากๆ ละพอมารุ่นใหม่แบบนี้แก้ให้รึยังนะ...คำตอบก็คือแก้เรียบร้อยครับ จากเท่าที่ลองถ่ายภาพในอากาศที่ร้อนๆจริงๆ (ช่วงกลางวันบ้านเรานี่ร้อนจริงๆล่ะว่าไหม) สักพักใหญ่ ยังไม่เจออาการกล้องดีด กล้องเด้งแต่อย่างใดครับ ใช้งานได้ต่อเนื่องสบายๆ (แต่อุณหภูมิเครื่องที่ร้อนยังมีอยู่นะ)

สาเหตุที่ XZ premium นั้นไม่มีอาการกล้องดีดแล้วก็เพราะว่าทาง Sony ได้มีการปรับการวางตำแหน่งภายในของตัวเครื่องใหม่ ย้ายตำแหน่งของ CPU (ที่มักจะเกิดความร้อนได้ง่าย) จากตำแหน่งใกล้ๆกับตัวกล้องมาไว้ที่กลางๆเครื่องแทน พร้อมทั้งยังมีแผงกันความร้อนที่หน้าจอเพื่อลดความร้อนที่สะสมส่งไปถึงการใช้งานที่หน้าจอด้วย เรื่องนี้ก็น่าจะเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับสาวก Sony มากๆเลยทีเดียวล่ะ เย่ !

แบตเตอรี่และความร้อน

เข้าสู่เรื่องของแบตเตอรี่ อย่างที่เห็นความละเอียดหน้าจอของรุ่นนี้ให้มามากโขเลย แต่แบตเตอรี่ความจุให้มาเพียง 3,230 mAh เท่านั้น หลายคนที่กำลังรอเปลี่ยนมาเป็นเครื่องนี้อยู่อาจจะกังวลว่ามันจะพอใช้งานรึเปล่า ซึ่งเท่าที่ลองใช้งานมากว่า 2 สัปดาห์ก็พบว่าแบตฯมันอึดทนใช้ได้ระดับนึงเลยล่ะ ถึงจะเรียกว่าอึดแบบเต็มปากไม่ได้ก็เถอะ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับซบแบตมากมายอะไรนัก เทียบการใช้งานทั่วๆไปอยู่ในระดับเดียวกับ XZs ที่เคยลองใช้มาประมาณนั้นครับ

ส่วนเรื่องความร้อนจริงๆรอบนี้ก็ยังคงมีความร้อนสะสมในตัวเครื่องอยู่ดีล่ะ ซึ่งแน่นอนว่ามือถือวัสดุพรีเมี่ยมเป็นกระจกและโลหะแบบนี้ก็คงหนีไม่พ้นอยู่แล้ว แต่ในเรื่องของการระบายความร้อนและการใช้งานจริงๆก็ยังไม่เจอปัญหาร้ายแรงอะไร กล้องก็ไม่มีอาการดีดมากวนใจแล้ว และด้วยแผงกันความร้อนที่หน้าจออย่างที่บอกไป การใช้งานจริงถึงเครื่องจะร้อนแต่ก็ไม่ส่งผลกระทบมาโดยตรงบนหน้าจอ ถือว่า Sony จัดการเรื่องนี้มาได้อย่างน่าประทับใจมากๆครับ

สรุป ! นี่มันคือเรือธงของ Sony ที่รอมาเนิ่นนาน

อ่านมาถึงตรงนี้ (เอ๊ะ หรือว่าข้ามมาอ่านแค่สรุปเลย :P) ก็คงจะพอเห็นภาพความสมบูรณ์แบบของเจ้าเรือธงลำใหม่ของ Sony ได้เป็นอย่างดีแล้วว่าขนเอาเทคโนโลยีที่สุดในแต่ละด้านเข้ามาได้อย่างลงตัวทีเดียว ทั้งในเรื่องของหน้าจอที่รอบนี้จัดมาได้อย่างเต็มอิ่มทั้งความละเอียดสูงสุด 4K HDR และการแสดงผลที่ยอดเยี่ยมประหนึ่งยกเอาทีวี Bravia ราคาแพงๆมาใส่ไว้เลย หรือจะเป็นเรื่องกล้องที่ทำงานได้ยอดเยี่ยมทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวจริงๆ บอดี้การดีไซน์หรูหราตามคำว่า Premium ที่ติดอยู่ท้ายชื่อรุ่น และปัญหาเดิมๆที่เหล่าสาวก Sony ปวดใจกันมาตลอดอย่างเรื่องของความร้อน , กล้องดีด กล้องเด้ง , คุณภาพไฟล์ภาพไม่สวยดั่งใจบ้าง รอบนี้บน Xperia XZ Premium ก็แก้ไขจุดบกพร่องต่างๆไปจนหมดสิ้น ทำให้รู้สึกแบบจริงจังอีกครั้งว่า "รุ่นนี้แหละคือเรือธงของ Sony ที่รอมาเนิ่นนาน"!

Sony Xperia XZ Premium สนนราคาค่าตัวอยู่ที่ 25,990 บาท

จุดเด่น

  • หน้าจอ 4K HDR แสดงผลได้คมชัดและยอดเยี่ยม
  • กล้องหลัง Motion Eye จัดเต็มด้วยเทคโนโลยีใหม่และฟีเจอร์สุดว้าว
  • กล้องหน้า 13 ล้านพิกเซลมี AF และระบบกันสั่น
  • แอปกล้องไม่มีดีดเพราะความร้อนแล้ว
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 835 เร็วแรงถึงใจ
  • หน่วยความจำภายใน 64GB ใช้งานได้จุใจ
  • กันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68
  • รองรับ 2 ซิม

จุดสังเกต

  • ตัวเครื่องเป็นกระจกเงาเป็นรอยนิ้วมือง่ายมาก
  • ตัวเครื่องแอบหนักไปหน่อย (195 กรัม)

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite