Review : Huawei P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมดีไซน์เลอค่าและกล้องหลังคู่ Leica สุดตระการตา !!

เฮียแม๊พ | 6 มิ.ย. 2560 15:03:59

11266

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Huawei P10 Plus สมาร์ทโฟนเรือธงที่มาพร้อมดีไซน์สุดเลอค่าและกล้องหลังคู่ Leica สุดตระการตา !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนที่เป็นกระแสฮอตฮิตอยู่มากมายในช่วงก่อนหน้านี้ จะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้เลยนอกจาก Huawei P10 Plus นั่นเอง วันนี้เราก็ได้คิวยืมมารีวิวสักทีเนาะซึ่งรอบนี้ก็เป็นรีวิวฉบับเต็มรวบยอดจากตอน P10 ไปด้วยเลย (ตอน P10 มีแค่พรีวิวนี่เนอะ) ส่วนรุ่นนี้จะมีอะไรน่าสนใจบ้าง มาติดตามไปพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง Huawei P10 Plus

กล่องของ P10 Plus ยังคงมาในทรงแบบเดียวกับตอน P10 เลยคือเปิดออกจากด้านหน้านี้ ของที่ให้มาในกล่องก็มาตรฐานประกอบด้วยดังนี้

  • ตัวเครื่อง Huawei P10 Plus
  • เคสใส
  • คู่มือการใช้งาน
  • เข็มจิ้มถาดซิม
  • หูฟัง
  • สาย USB-C
  • อแดปเตอร์ Super Charge
  • อแดปเตอร์แปลงจาก Micro-USB เป็น USB-C

ยลโฉม Huawei P10 Plus

ได้เวลามาพบกับตัวจริงของ Huawei P10 Plus กันสักที ในเรื่องของการดีไซน์รอบนี้ต้องบอกว่าไม่ต่างจาก P10 เดิมมากนัก แต่แน่นอนว่ามีคำว่า Plus ตามท้ายขนาดตัวเครื่องก็เลยต้องใหญ่ขึ้นอีกนิดหน่อย แต่ด้วยขอบหน้าจอที่ไม่ได้หนามากมายอะไรตัวเครื่องเลยไม่ได้ใหญ่เป็นพิเศษครับ เรียกว่ากำลังพอดีมือด้วยสัดส่วน 74.2 x 153.5 x 7 มม. น้ำหนักก็กำลังพอดีมือครับ 165 กรัมน่ะ

ดีไซน์ด้านหน้าอย่างที่บอกว่าเหมือนกับตอน P10 เลย P10 Plus นี้มาพร้อมขนาดหน้าจอ Amoled ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Quad-HD หรือ 2K การแสดงผลทำได้ดีครับ สีสันสวยสดและความละเอียดก็คมชัด หน้าจอของรุ่นนี้จะต่างไปจาก P10 เดิมนิดหน่อยเพราะนอกจากขนาดที่ใหญ่ขึ้นความละเอียดที่มากขึ้น ชนิดหน้าจอยังเปลี่ยนมาใช้เป็น Amoled ด้วย (บน P10 เป็น IPS)

เช่นเดียวกับรุ่นก่อนๆ P10 Plus จะมาพร้อมกับฟิล์มกันรอยแบบใสที่ติดมาให้ตั้งแต่ในกล่องเลยถึงแม้ว่าหน้าจอจะเป็นกระจก Gorilla Glass 5 ก็เถอะ แบบนี้เรียกว่าพร้อมใช้งานกันเลยทันที เหนือหน้าจอของรุ่นนี้มีไฟ LED แจ้งเตือนอยู่มุมซ้าย , กล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล , เซ็นเซอร์วัดแสง วัดระยะ และลำโพงสนทนา

ด้านล่างก็จะมีปุ่มโฮมที่ฝังเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้าไปด้วย แต่ตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าเป็นเพียงปุ่มแบบสัมผัสเท่านั้นไม่สามารถกดลงไปได้จริงๆ และข้างๆปุ่มโฮมก็ไม่มีปุ่ม Recent หรือ Back แต่อย่างใด เพราะปุ่มทั้งหมดถูกย้ายไปอยู่บนหน้าจอ (On Screen Button)หมดแล้ว ส่วนวิธีการใช้งานเดี๋ยวมาอธิบายอีกทีว่าปุ่มโฮมนอกเหนือจากสแกนลายนิ้วมือแล้วทำอะไรได้อีกเนาะ

พลิกกลับมาดูด้านหลังจะเห็นกล้องความละเอียด 20+12 ล้านพิกเซลอยู่ กล้องหลังของ P10 Plus ก็ยังคงเป็นกล้องคู่เช่นเดียวกัน มีไฟแฟลช LED แบบ Dual-Tone , Laser Auto-Focus เหมือนกันหมด แต่ที่พิเศษกว่าก็คือตัวเลนส์ของ P10 Plus นี้จะเป็นเลนส์คนละตัวกันเพราะรุ่นนี้อัพเกรดมาใช้เป็น Leica SUMMILUX ที่มีค่ารูรับแสงกว้างขึ้นเป็น f/1.8 (ของ P10 เป็น SUMMARIT f/2.2)

วัสดุของฝาหลังผิวสัมผัสจะเรียบเนียนไปกับตัวเครื่องได้อย่างดี อย่างที่เห็นตัวเครื่องที่เราได้มารีวิวในคราวนี้เป็นสีใหม่อย่าง Greenery ผิวสัมผัสของสีนี้ก็จะเป็นแบบ Sandblast หรือผิวด้านตามสไตล์โลหะทั่วไป จับได้กระชับมือดีทีเดียวไม่ลื่นและสะสมลายนิ้วมือแบบพวกฝาหลังที่เป็นกระจก ตรงนี้ส่วนตัวชอบผิวสัมผัสแบบนี้มากรู้สึกว่าน่าสัมผัสและดูแลรักษาง่ายดี

นอกจากผิวสัมผัสแบบเรียบๆด้านๆแล้ว Huawei P10 Series รอบนี้ยังมีอีกผิวสัมผัสด้านหลังออกมาอีกด้วยคือแบบ Hyper-diamondcut ที่เป็นวัสดุแบบใหม่ ที่มีลวดลาย Texture คล้ายเพชรเล็กๆอยู่เต็มด้านหลัง ให้ความสวยงามไปอีกแบบ แต่ผิวสัมผัสแบบนี้เราจะเห็นในสีทอง Dazzling Gold และน้ำเงิน Dazzling Blue เท่านั้น ในสีดำหรือสีเขียวจะเป็นแบบ Sandbalst แทนนะ ชอบแบบไหนก็คงต้องเลือกเอาเนาะ :D

ปุ่มกดของ P10 Plus ก็จะเหมือนกับตอน P10 คือมีการไฮไลท์และทำ Texture ไว้ที่ปุ่ม Power ให้โดดเด่นกว่าปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงเล็กน้อย

ด้านซ้ายมือจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดซึ่งรุ่นนี้ก็ยังคงเป็นถาดซิมแบบไฮบริดต้องเลือกใช้งาน 1 ซิม 1 เม็มหรือ 2 ซิม (NANO-SIM)อยู่เช่นเคย

ด้านล่างตัวเครื่องมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. , พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB-C เหมือนเคย ข้างๆก็เป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนาและลำโพงหลักของตัวเครื่องอบู่มุมขวา ดีไซน์ตรงด้านล่างนี้จะต่างไปจาก P10 นิดหน่อยตรงที่ไม่มีน็อตมากวนใจบริเวณข้างพอร์ทแล้ว ทำให้ดูเนียนตากว่าเดิมเนอะ

ด้านบนตัวเครื่องเหมือนจะไม่มีอะไรแต่...บนรุ่น Plus นั้นนอกจากไมโครโฟนตัวที่ 2 แล้วยังมีตัว Infrared ไว้ใช้งานตัวเครื่องเป็นรีโมทได้อีกด้วยนะ

รวมๆดีไซน์ของ Huawei P10 Plus ก็ไม่ได้แตกต่างอะไรจาก P10 เดิมมากนัก ขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมหน่อย (หน้าจอจาก 5.1 มาเป็น 5.5) มีการเพิ่ม Infrared เข้ามาที่ด้านบนของตัวเครื่อง และเอาน็อตที่อยู่ใต้เครื่องออกไป ประมาณนั้นครับ

สเปค Huawei P10 Plus

  • รัน Android 7.0 Nougat ครอบด้วย EMUI 5.1
  • หน้าจอ AMOLED 5.5 นิ้วความละเอียด Quad-HD
  • ชิปเซ็ต Kirin 960 Octa-core 2.4GHz(Quad-core A73 2.4GHz + Quad-core A53 1.8GHz)
  • ชิปกราฟิก Mali-G71 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 3,750mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Super Charge
  • กล้องหน้า Leica 8 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลังคู่ Leica SUMMILUX 20+12 ล้านพิกเซล f/1.8
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • วางจำหน่าย 4 สี Greenery , Dazzling Blue , Dazzling Gold , Graphite Black

สเปคภายในก็ไม่ต่างกันมากครับ จะเห็นว่าหลักๆเลยคือเรื่องของหน้าจออย่างที่ทราบกัน P10 Plus ใหญ่กว่าหน่อยและเปลี่ยนชนิดหน้าจอเป็น Amoled , แบตเตอรี่เยอะกว่าอันนี้ก็ชัวร์เพราะขนาดใหญ่ขึ้น แต่จุดหลักที่น่าจะต่างกันเป็นนัยสำคํยก็คือกล้องหลังที่เปลี่ยนเลนส์เป็น SUMMILUX มีค่ารูรับแสงกว้างกว่าเดิมพอสมควรเลยทีเดียวล่ะ

ประสิทธิภาพล่ะต่างกันมากไหม !?

อย่างที่บอกว่าสเปคภายในนั้นแทบจะเหมือนกันไปหมดกับ P10 หรือ Mate 9 เพราะฉะนั้นการคะแนนทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็เลยได้ผลออกมาพอๆกัน อย่างของ P10 Plus เครื่องที่เราได้ทดสอบมานั้นก็ได้คะแนนออกมาที่ 143,029 คะแนนครับ คะแนนจะดูน้อยกว่า P10 เล็กน้อยเพราะความละเอียดหน้าจอที่มากขึ้นนั่นเองครับ

ระบบปฏิบัติการและความลื่นไหล

Huawei P10 Plus มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat (ตัวเกือบล่าสุด) และมีการครอบทับมาด้วย EMUI5.1 (Emotion UI) ที่จะช่วยในเรื่องการจัดการระบบให้ตัวเครื่องมีความเร็วและลื่นไหลอยู่ตลอดเวลา

หน้าตา UI การใช้งานก็เช่นเดียวกับตอน P10 ครับ ตีมหลักของตัวเครื่องจะมีให้เลือกแบบเข้ากับสีตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี อย่างที่เห็นเครื่องเราเป็นสีเขียวก็จะมีตีมสีเขียวให้เลือกปรับให้เข้ากัน หรือจะเป็นสีทอง สีดำก็ปรับเอาตามสะดวกครับ

หรือจะเลือก Theme แนวอื่นเลยที่ไม่ใช่จากทาง Huawei เองก็เลือกดาวน์โหลดได้ตามใจครับ อยู่ในแอป Theme Center น่ะนะ

จัดการเครื่องได้ง่ายๆด้วยแอป Phone Manager ตรงนี้ยังคล้ายๆกับตอน P9 ที่เราสามารถจัดการเคลียร์ไฟล์ที่ไม่จำเป็นหรือเพิ่มความเร็วให้กับตัวเครื่องได้ด้วยคลิกเดียว (กดปุ่ม Optimize) จัดการเรื่องการใช้พลังงานเปิด-ปิด Power Saving , Virus Scan , Permission เป็นต้น

Gesture และ Motion Control

ลูกเล่นพวก Motion Control ต่างๆก็ยังคงมีติดเครื่องมาอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการคว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า คว่ำหน้าจอเพื่อปิดเสียงการปลุก , ลดเสียงเมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเวลามีสายเข้าหรือจะเป็นการยกเป็นต้นตรงนี้เราสามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่ Settings > Smart Assistance > Motion Control > Flip , Pick Up และ Raise to Ear ครับ

ระบบ Knuckle Geatures ฟีเจอร์อย่างการใช้ข้อนิ้วมาใช้ในการจับภาพหน้าจอที่ใส่มาตั้งแต่ Huawei P8 ส่งต่อมาที่ P9 จนมาถึง P10 Plus ด้วยเช่นกัน มีทั้งรูปแบบการเคาะ 2 ครั้งเพื่อจับภาพหน้าจอ , วาดเป็นตัวอักษณเพื่อเข้าแอปต่าง และยังมีการแบ่งจอทำ 2 แอปในหน้าจอเดียวได้อีกด้วย โดยเข้่าไปเปิดการตั้งค่าได้ที่ Settings > Smart Assistance > Motion Control> Knuckle Geatures

ถึงแม้ว่าหน้าจอของ P10 Plus จะไม่ได้ใหญ่ระดับ Mate Series แต่การใช้งานมือเดียวในบางครั้งก็อาจจะไม่ถนัดไปซะหมด เอื่อมนิ้วไปไม่ถึงมุมจอบ้าง ตรงนี้ทาง Huawei เลยใส่ระบบ One-Hand UI ช่วยย่อขนาดหน้าจอลงมาให้ใช้งานมือเดียวได้ถนัดด้วย โดยการใช้งานก็เพียงเลื่อน Navigation Bar (แถบ 3 ปุ่มด้านล่าง) ไปซ้ายหรือขวาเท่านี้น่าจนก็จะย่อเล็กลงไปแล้ว ตั้งค่าได้ที่ Settings > Smart Assistance > One-Hand UI

ระบบสแกนลายนิ้วมือและปุ่มโฮมแบบใหม่ !

อีกหนึ่งจุดที่ถูกปรับเปลี่ยนไปจาก P9 Plus เดิมก็คือเรื่องปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่คราวนี้ย้ายมาที่ปุ่มโฮมด้านหน้าแทน การใช้งานก็เหมือนเดิมแหละครับ คือเราสามารถแตะที่ปุ่มเพื่อสแกนลายนิ้วมือปลดล็อคได้เลยโดยไม่ต้องกดให้จอติดขึ้นมาก่อน การสแกนเรียกว่าแม่นยำมากและทำงานได้รวดเร็วแตะปุ๊บก็ติดปั๊บ

ละปุ่มนี้ใช้งานอะไรได้อีก ตัวปุ่มนี้เราสามารถใช้เป็น Navigation Key หรือปุ่มควบคุมทั้งหมดได้เช่นกัน โดยเราสามารถซ่อนปุ่ม On Screen Button เดิมแล้วมาใช้งานตรงนี้ได้ซึ่งตัวปุ่มนี้ถ้าเราแตะเบาๆ 1 ครั้งจะถือเป็นการย้อนกลับ (ปุ่ม Back), แตะค้างเป็นการเข้าหน้าหลัก (ปุ่ม Home)และเลื่อนนิ้วผ่านปุ่มโฮมไปทางซ้าย-ขวาเป็นการเรียกหน้า Recent App (ปุ่ม Recent) ถ้าใช้จนชินก็จะถนัดไปเอง แต่ช่วงแรกก็อาจจะมีติดขัดบ้างถ้ามีการปรับปุ่มเป็นแบบนี้ แต่น่าเสียดายถ้าเราไม่ได้สลับมาเป็นการควบคุมแบบนี้ปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือจะใช้งานอย่างอื่นไม่ได้เลยนอกจากการสแกนเพื่อปลดล็อคน่ะ ><

ซึ่งวิธีการเข้าไปปรับตั้งค่าว่าจะเลือกใช้ปุ่มบนหน้าจอหรือปุ่มโฮมจริงๆนั้นก็เข้าไปเลือกปรับได้ที่ Settings > Navigation Key เลยครับผม

บันเทิงให้สุดด้วย Huawei P10 Plus

มาเข้าเรื่องความบันเทิงบน Huawei P10 Plus กันต่อ ขนาดหน้าจอ 5.5 นิ้วของรุ่นนี้จัดว่ากำลังเหมาะเลยสำหรับการดูไฟล์ภาพ หรือวิดีโอความละเอียดสูง เพราะด้วยความละเอียดหน้าจอที่มากถึง 2K การแสดงผลก็จะเห็นได้ครบถ้วนดีจริงๆ ยิ่งชนิดจอเป็น AMOLED แล้วการแสดงผลสีสันสดหรือสีดำนั้นทำได้ดีมีมิติเอามากๆอีก

เรื่องเสียงทางนี้เค้าก็ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ทั้งเสียงของลำโพงที่เราสามารถใช้ลำโพงสนทนาและลำโพงหลักเป็นลำโพงคู่แบบ Stereo ได้ด้วยบนรุ่น Plus นี้ (P10 ใช้แบบนี้ไม่ได้นะ) เสียงที่ได้ออกมาก็มีมิติมากขึ้นทั้งในแบบแนวตั้งและแนวนอนเลยล่ะ

ส่วนเรื่องการเล่นเกมสเปคระดับสูงขนาดนี้ก็อย่างที่ผมเคยบอกไปตอน Mate 9 คือรุ่นนี้เล่นเกมกราฟิกหนักๆบน Play Store ได้อย่างลื่นไหลไปหมด แถมความจุภายในก็ให้มามากถึง 64GB จะโหลดเกมใหญ่ๆมาเล่นจริงๆจังๆก็หายห่วงครับสำหรับ P10 Plus นั้นเล่นเกมได้อย่างสบายๆไร้กังวล :P

กล้องคู่ Leica ที่ดีที่สุดของ Huawei ตอนนี้ !

ตามหัวข้อนี้เลยครับ Huawei P10 Plus ตอนนี้ถือว่าเป็นรุ่นที่มีกล้องดีที่สุดในบรรดา Huawei ทุกรุ่น เพราะมาพร้อมกับเลนส์กล้องคู่ Leica SUMMILUX f/1.8 มาเลย คุณภาพเลนส์จะดีกว่าตอน P10 อีกระดับนึงเลย โดยในเรื่องการถ่ายภาพในที่แสงน้อยต่างๆ

UI การทำงานก็เข้าใจง่ายครับ ด้านบนจะมีการเปิด-ปิดแฟลช , เปิด-ปิด Wide Aperture (โหมดหน้าชัดหลังเบลอ), Film Mode , สลับกล้องหน้า-หลัง ด้านล่างก็จะเป็นทางลัดเข้า Gallery , ปุ่มชัตเตอร์ และสลับโหมดเป็นวิดีโอ การปรับ Filter ถูกปรับมาอยู่ในโหมดการถ่ายภาพแทนแล้ว (ในอัพเดทล่าสุด)

และด้านล่างนี้ก็จะมีทางลัดเปิดโหมด Pro ปรับค่าต่างๆได้จากตรงนี้เลย

ปัดหน้าจอด้านขวามาจะเจอโหมดต่างๆให้เลือกเพียบทั้ง โหมด Auto , โหมด Monochrome , Beauty , HDR , Light Painting , Slow-mo , Panorama เป็นต้นส่วนถ้าปัดหน้าจอมาทางซ้ายก็จะเจอกับการตั้งค่าต่างๆ ทั้งเลือกความละเอียด เปิด-ปิด Grid , เปิด-ปิดการตั้งเวลาถ่ายภาพ และที่ขาดไม่ได้คือการใส่ลายน้ำ ซึ่งบน P10 Plus นี้ลายน้ำจะแตกต่างจาก Huawei Leica อื่นๆตรงที่ลายน้ำจะใช้คำว่า Huawei P10 Plus Leica Dual SUMMILUX แทน (รุ่นอื่นเป็น Leica Dual Camera แทน)

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto ทั่วไปจากกล้องหลังของ Huawei P10 Plus จะเห็นว่ารายละเอียดต่างๆยังคงทำได้ดีตามมาตรฐานของ Huawei รายละเอียดของภาพทำได้ครบถ้วนและคมชัดสวยงาม ตัว Film Mode ที่เป็นลูกเล่นเล็กๆให้เราได้ถ่ายภาพสีสีนสดๆด้วย Vivid Mode หรือซอฟต์ๆหน่อยด้วย Smooth Mode ก็ด้วย อย่างที่เห็นในตัวอย่างบางภาพที่ดูสีสวยสดๆก็ใช้เพียงแค่ Vivid Mode จาก Film Mode เท่านั้นไม่ได้ปรับแต่งจากแอปภายนอกแต่อย่างใดครับ อีกทั้งระบบ Hybrid Zoom ของกล้องที่ช่วยให้เราได้ซูมภาพ 2X โดยที่ไม่เสียรายละเอียดไปก็ทำให้ได้ภาพที่มีมิติต่างจากทั่วๆไปไปอีก ส่วนในเรื่องแสงน้อยพอมาได้ SUMMILUX f/1.8 เข้าให้เลยรู้สึกว่าทำได้ดีขึ้รจากเดิมพอสมควร Noise ไม่เยอะเกินไปอย่างที่เคยเป็นแล้วด้วย

Wide Aperture โหมดหน้าชัด-หลังเบลอง่ายๆที่หลายคนหลงใหล ! อีกหนึ่งความสามารถจากกล้องคู่ของมือถือ Huawei ก็คือเรื่องของการทำหน้าชัด-หลังเบลอเนียนๆ (ผ่านซอฟต์แวร์) ที่เราสามารถปรับค่ารูรับแสงแบบจำลองผ่านซอฟต์แวร์ได้กว้างสุดที่ f/0.95 กันไปเลย

 

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Wide Aperture จะเห็นว่าความเบลอที่ได้จากกล้อง Leica Dual SUMMILUX นี้ทำออกมาได้เนียนตาและดูเป็นธรรมชาติมากๆ ด้วยค่ารูรับแสงที่กว้างขึ้นจริงๆ บวกกับซอฟต์แวร์ที่มีความฉลาดมากขึ้น การละลายฉากหลังจึงมีความเนียนที่สมจริงยิ่งขึ้น ไม่ค่อยเจออาการเบลอมั่วๆแบบแปลกๆแล้วในสภาพแสงปละบรรยากาศที่ลงตัว แต่ก็ยังพอมีเอ๋อๆบ้างในสภาวะที่มี Object เยอะๆจริงๆ

ฟีเจอร์เด่นอีกอย่างที่ถูกเพิ่มเข้ามาในกล้องของ P10 และ P10 Plus ก็คือ Portrait Mode หรือโหมดการถ่ายภาพบุคคล ซึ่งตรงนี้จริงๆก็จะคล้ายกับ Wide Aperture แต่ง่ายกว่าตรงที่เราไม่จำเป็นต้องมาเลือกเบลอฉากหลังเอง ปรับ Film Mode เองให้สวยสดในบางจังหวะ เพราะตัวกล้องจะคำนวนใบหน้าของแบบเป็น 3D เพื่อประมวลผลว่าควรจะใส่รายละเอียดของสีสันใบหน้ายังไงให้ดูสวยขึ้นมานั่นเอง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Portrait รวมๆแล้วโหมดนี้ก็ใช้งานได้ง่ายดีครับ ตัวแอปจับใบหน้าได้ค่อนข้างดี และปรับโทนต่างๆได้เนียนระดับนึง แต่ในบางภาพก็มักเจอปัญหาเร่งสีสันจนสดเกินจริง ใบหน้าที่ดูสว่างๆปกติกลายเป็นสีจัดไปซะอย่างงั้น แถมข้อเสียของโหมดนี้ก็คือเราไม่สามารถมาปรับค่ารูรับแสงได้ทีหลังว่าจะให้ฉากหลังเบลอแค่ไหนด้วยนั่นเอง

ขาว-ดำก็เบลอได้เนียนๆ !

เห็นภาพสีกันไปค่อนข้างเต็มอิ่มแล้ว มาเข้าอีกจุดเด่นอย่างเลนส์ Monochrome จาก Leica อีกตัวกันดีกว่า รอบนี้ก็ถือว่าให้ความสามารถใหม่มาในกล้องขาว-ดำ เพราะว่าเราสามารถใช้งานโหมด Wide Aperture หรือหน้าชัด-หลังเบลอผ่านโหมดนี้ได้แล้ว อีกทั้งยังเพิ่ม Portrait Mode เข้ามาด้วยอีกแหนะ ทำให้การถ่ายภาพขาว-ดำน่าจะสนุกขึ้นไปอีกขั้นเลย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Monochrome จะเห็นว่าการเก็บรายละเอียดทั้ง Contrast และความคมชัดยังคงทำได้ยอดเยี่ยมเช่นเคยบนกล้องของ Huawei P10 Plus มิติดูอิ่มและแน่นมากๆ ยิ่งเพิ่มลูกเล่น Wide Aperture เข้ามาแบบนี้ยิ่งสุดเข้าไปใหญ่ แต่แอบมีทริคนิดหน่อยเวลาจะถ่ายภาพขาว-ดำ แนะนำให้ปรับ EV หรือค่าแสงลดลงมาสัก -0.2-0.3 ระดับเพื่อให้ได้โทนที่เข้มขึ้นมาอีก เพราะปกติเวลากล้องวัดแสงจะออกแนวสว่างไปนิดน่ะครับ ><

กล้องหน้าก็ Leica นะ !

อย่างที่ทราบกันแล้วตอน P10 ว่า รอบนี้ทาง Huawei ให้กล้อง Leica มาแบบเต็มๆทั้งกล้องหลังและกล้องหน้ากันไปเลย ซึ่งความละเอียดของกล้องหน้าจะอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล มีค่ารูรับแสงกว้าง f/1.8 ตัวกล้องมีโหมด Beauty มาให้ปรับระดับและมีฟีเจอร์หน้าชัดหลังเบลอ (แบบซอฟต์แวร์) มาให้เราเลือกใช้กันด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าจอ P10 Plus จะเห็นว่าความสวยเนียนของกล้องหน้า Leica ตัวนี้นั้นทำได้ดีทีเดียว ด้วยเอฟเฟกต์ความเนียนที่ใส่ไปได้พอดี และการละลายฉากหลังด้วยซอฟต์แวร์ ซึ่งถึงจะไม่ได้เนียนมากเท่ากับของกล้องหลังที่เหมือนใช้เลนส์กล้องจริงๆ แต่ก็พอให้ได้รายละเอียดความเบลอหลังแบบที่กล้องหน้าสมัยนี้ควรจะมีล่ะเนาะ :P

แบตเตอรี่เป็นไงบ้าง ?

ปิดท้ายกันที่เรื่องของแบตเตอรี่ หลังจากที่ได้ลองใช้มาเต็มๆ 2 สัปดาห์เรื่องแบตเตอรี่ทำได้ประทับใจดีครับ มีความอึดระดับนึงเลย ด้วยความจุที่มากถึง 3750 mAh แบบนี้ เทียบกับเหล่าสเปคที่ให้มาและขนาดหน้าจอที่ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไร รวมๆแล้วทำได้ดีครับ ใช้งานได้ตลอดวันสบายๆ แต่ถ้าเน้นถ่ายรูปหนักๆจริงๆอาจจะต้องเผื่อพาวเวอร์แบงค์ไว้สำรองหน่อยก็ดีครับ ^^"

หรือถ้าไม่เน้นเสียบชาร์จตลอดเวลากับพาวเวอร์แบงค์ ก็ลองหาปลั๊กชาร์จสักครู่ก็หายห่วงครับ เพราะรุ่นนี้เค้ามีระบบ Super Charge ที่รวดเร็วพร้อมใช้งานในเวลาชาร์จเพียงสั้นๆก็ได้แบตกลับมาเพียบแล้ว ซึ่งตรงนี้ต้องบอกก่อนว่าระบบ Super Charge นี้จำเป็นต้องใช้ควบคู่กับสาย USB และอแดปเตอร์ที่แถมมาในกล่องด้วยเนาะ ถึงจะได้ประสิทธิภาพสูงสุด :D

สรุปความน่าฟาดน่าโดน !!

เป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนระดีบเรือธ.ที่เน้นในเรื่องของกล้องแบบจริงจัง และแน่นอนผลลัพธ์เรื่องกล้องทำออกมาได้ยอดเยี่ยมสมที่โฆษณาจริงๆ  ตัวกล้องมีประสิทธิภาพและคุณภาพที่ยอดเยี่ยม แต่ก็จำเป็นต้องใช้ความเข้าใจและความคุ้นชินในการใช้งานเล็กน้อย (คือมันไม่ได้ง่ายแบบที่หยิบๆถ่ายๆแล้วจะสวยในทันทีอะ) โหมดการถ่ายภาพก็จัดเต็มมาให้พร้อมใช้งานและสร้างสรรค์ภาพถ่ายสวยๆได้อย่างดี นอกเหนือจากกล้องแล้วดีไซน์และสเปคภายในก็เรียกว่าโดดเด่นไม่แพ้กัน เพราะทั้งดีไซน์ที่บางเหมาะมือ สีสันสวยๆอย่าง Greenery หรือ Dazzling Blue ที่ร่วมมือกับทาง Pantone จัดสรรขึ้นมา สเปคภายในก็จัดเต็มไม่แพ้คู่แข่งไหนๆในตลาดตอนนี้ รวมๆแล้ว Huawei P10 Plus ก็จัดว่าเป็นอีกหนึ่งเรือธงที่เพียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งรูปลักษณ์ , สเปค และกล้องนั่นเองครับ !!

Huawei P10 Plus สนนราคาอยู่ที่ 23,900 บาท

จุดเด่น

  • บอดี้สวยงานประกอบดี สี Greenery จัดว่าดีงาม
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว แสดงผลได้สวยงาม คมชัด
  • ระบบปฏิบัติการ EMUI 5.1 ทำงานได้ลื่นไหลไร้อาการหน่วง
  • หน่วยประมวลผล เร็ว แรง
  • กล้องหลัง Leica SUMMILUX ใช้งานได้อย่างยอดเยี่ยม
  • กล้องหน้า Leica สวยเนียนน่าประทับใจ

จุดสังเกต

  • ตัวปุ่มโฮมแบ่งการใช้งานกับ On Screen Button ได้ยังไม่ค่อยดีนัก

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite