iOS : Apple เปิดตัว iOS 11 ปรับโฉมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพทั้ง Siri , Apple Pay , Photos และอีกเพียบ !!

เฮียแม๊พ | 6 มิ.ย. 2560 11:51:24

6096

VIEWS เฮียแม๊พ

iOS : Apple เปิดตัว iOS 11 ปรับโฉมใหม่ เพิ่มประสิทธิภาพทั้ง Siri ,
Apple Pay , Photos และอีกเพียบ !!

ผ่านไปแล้วสำหรับงาน WWDC2017 ของ Apple เมื่อคืนที่ผ่านมาก็มีเปิดตัวระบบปฏิบัติการตัวใหม่อย่าง iOS 11 สำหรับ iPhone และ iPad ออกมาสักที รอบนี้มีการปรับเปลี่ยนรูปแบบของ UI ไปอีกครั้ง และเพิ่มความสามารถใหม่ๆเข้ามาได้น่าสนใจทีเดียว ส่วนจะมีอะไรเด่นๆบ้างมาดูกันเลยครับ :D

Control Center แบบใหม่

รอบนี้ถึงจะไม่ได้เปลี่ยนพวกไอคอนต่างๆให้เป็นชุดใหม่ทั้งหมด แต่ตัวหลักๆที่มีการปรับเลยก็คือ Control Center หรือแถบควบคุมที่ใช้การเลื่อนหน้าจอจากด้านล่างขึ้นมานั่นเอง โดยรอบนี้ปรับให้เหลือเพียงหน้าเดียวแล้วในหน้านี้และพวก Toggle ต่างๆก็จะใช้ระบบ 3D Touch เข้ามาช่วยในเรื่องการตั้งค่าปรับแสงสว่างหรือระดับเสียงเป็นต้นครับ

iMessages ใหม่

แอป iMessages หรือ Messages ของเครื่องมีการปรับรูปแบบใหม่ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ข้อมูลที่ถูกเก็บไว้บน Cloud ตัวแอปจะสามารถซิงค์ข้อมูลทั้งหมดผ่าน iOS ได้ทั้งหมด เพียงแค่ล็อกอิน Apple ID เข้าไป (อารมณ์คล้าย Facebook Messenger นั่นแหละ) นอกจากนี้ใน Messages เราสามารถใช้งาน Apple Pay เพื่อจ่ายเงินให้ระหว่างบุคคลกับบุคคลได้แล้ว

Siri ฉลาดขึ้น

Siri ก็น่าจะเป็นจุดเด่นหลักๆที่ถูกพัฒนาเข้ามาบน iOS ทุกๆเวอร์ชั่น ซึ่งบนรุ่นนี้ก็จะปรับปรุงในเรื่องของเสียงให้ดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น ไม่เหมือนหุ่นยนต์แบบเดิมๆแล้ว และมีเสียงที่เป็นผู้ชายมาเป็นตัวเลือกด้วยเช่นกัน ความสามารถใหม่ก็จะมีในเรื่องของการแปลภาษาหรือ Translation ที่เราสามารถพูดภาษาอังกฤษให้ Siri แปลเป็นภาษาอื่นได้ ในงานเมื่อคืน Apple เผยว่ารองรับการแปลจากอังกฤษไป จีน , ฝรั่งเศส , เยอรมัน , อิตาลี และสเปน ในช่วงแรก

ฟีเจอร์กล้องใหม่

แอปกล้องบน iOS 11 ก็มีการเพิ่มความสามารถใหม่ๆเข้ามาในเรื่องของการถ่ายภาพ HDR และ low-light ตัวฟอร์แมตของภาพถ่ายมีการปรับเปลี่ยนจาก JPEG เป็น HEIF เพื่อการประหยัดพื้นที่หน่วยความจำเพราะคุณภาพจะเท่าเดิมแต่ลดขนาดจองตัวไฟล์ลงได้กว่าครึ่งนึงเลยทีเดียว ฟอร์แมตของวิดีโอจาก H.264 ไปเป็น HEVC ลดขนาดไฟล์เช่นกัน

อีกหนึ่งที่เพิ่มเข้ามาบนแอป Photos ด้วยก็คือรูปแบบการปรับแต่ง Live Photo ที่เราสามารถเลือกเอฟเฟกต์ต่างๆเข้าไปได้ อาทิ สร้าง Loop Live Photo คล้ายคลิปวนต่อเนื่อง หรือ Long Exposure ที่ช่วยปรับพวกภาพเคลื่อนไหวให้ดูเหมือนหยุดนิ่งได้อย่างเนียนตา เป็นต้นครับ

Do not Disturb ขณะขับรถ

ตรงนี้ดูจะเน้นไปที่เรื่องความปลอดภัยมากขึ้น ขณะขับรถจะมีระบบ Do not Disturb white Driving เพื่อช่วยปิดการแจ้งเตือนบางอย่างไม่ให้เราเสียสมาธิในการขับรถ

Apple Maps ใหม่รองรับระบบในอาคาร

Maps บน iOS 11 ก็จะมีระบบแผนที่ในอาคารสักที โดยรอบนี้ก็มีเพิ่มความสามารถร้านช้อปปิ้งต่างๆภายในห้างใหญ่ๆด้วยเช่นกัน ซึ่งในช่วงแรกจะรองรับในบางเมืองก่อน อาทิ Boston , Chicago , Los Angeles , New York , London หรือในประเทศ Hong Kong เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีข้อมูลแผนผังตามสนามบินด้วยเช่นกัน

App Store โฉมใหม่หมด

หน้าตาของ App Store มีการปรับเปลี่ยนไปใหม่เลย คล้ายกับบน Apple Music มีการแยกและแนะนำแอปต่างๆได้โดดเด่นมากขึ้น มีแถบ Games เพิ่มเข้ามาแล้ว

แอป Files 

แอปการจัดการไฟล์ต่างๆในเครื่อง ในที่สุดก็ถูกเพิ่มเข้ามาบน iOS 11 สักที เราสามารถจัดการพวกไฟล์ในเครื่องได้ง่ายขึ้นคล้ายกับบน Mac ทั้งรูป เอกสารและอื่นๆ นอกจากนี้ตัวแอป Files เรายังสามารถซิงค์ข้อมูลต่างๆจากบน iCloud หรือบริการอื่นๆอาทิ Dropbox , Microsoft OneDrive , Google Drive เป็นต้น

พิเศษกว่าบน iPad !

ฟีเจอร์คร่าวๆที่กล่าวมานั้นจะเป็นของทั้ง iPhone และ iPad แต่นอกจากพวกนั้นแล้วบน iPad จะมีความสามารถเพิ่มเติมเข้ามาอีกอย่าง App Dock ที่เพิ่มทางลัดเข้าแอปเพิ่มมาที่มุมล่างของหน้าจอเป็นแอปเรียงๆคล้ายกับบน Mac มีความสามารถในการแบ่งจอที่หลากหลายขึ้น สามารถทำเป็น Pop Up ลอยๆบนหน้าจอได้เลย

และฟีเจอร์ Drag and Drop เราสามารถลากตัว Text หรือรูปภาพจากอีกแอปไปสู่อีกแอปได้ง่ายๆเพียงแค่แตะค้างลากไปวางเท่านั้น

ความสามารถของตัว Apple Pencil ให้เราได้จดบันทึกที่หน้าแรกก่อนปลดล็อคเครื่องได้เพียงแค่เอา Pencil ไปแตะที่หน้าจอ มีแอป Markup ให้ได้ขีดๆเขียนๆ จดบันทึกลงบนไฟล์ PDF ได้โดยตรง หรือสามารถถ่ายภาพมาสแกนเป็นไฟล์เอกสารได้ง่ายบน iOS11


iOS 11 อัพเดทกันได้เมื่อไหร่ !?

พอจะทราบฟีเจอร์คร่าวๆกันไปแล้ว คงจะอยากรู้แล้วว่าเจ้า iOS 11 นี้เราจะได้อัพเดทกันเมื่อไหร่ ? ในงาน WWDC เมื่อคืนทาง Apple บอกว่าเริ่มปล่อยตัว Developer Beta ให้ดาวน์โหลดกันแล้วตั้งแต่วันนี้ แต่สำหรับเวอร์ชั่นเต็มๆให้ผู้ใช้งานทั่วไปนั้นจะเป็นช่วงเดือนกันยายนนี้ครับ ส่วนรุ่นที่สามารถอัพเดทเป็นเวอร์ชั่นนี้ได้ก็ตั้งแต่ iPhone 5s ขึ้นไป ส่วนฝั่ง iPad ก็ตั้งแต่ iPad Air , iPad Mini 2 ขึ้นไปนั่นล่ะครับ :D

 

ที่มา : Phonearena