10 เหตุผล ทำไมต้องใช้ Windows Server 2016

พี่โอ๊ต | 5 มิ.ย. 2560 16:25:23 (อัพเดต 7 มิ.ย. 2560 10:48:03)

30340

VIEWS พี่โอ๊ต

10 เหตุผล ทำไมต้องใช้

Windows Server 2016

Windows Server 2016

Windows Server คือหนึ่งในระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง Server ที่ได้รับความนิยมและมีผู้ใช้จำนวนมากมานานกว่า 20 ปี โดยในวาระครบรอบ 20 ปีของ Windows Server ไมโครซอฟต์ได้เปิดตัวผลิตภัณท์เวอร์ชันล่าสุดคือ Windows Server 2016 สู่สาธารณะไปเมื่อปลายปีที่ผ่านมา

Windows Server 2016 เป็นระบบปฏิบัติการสำหรับเครื่อง Server รุ่นใหม่ล่าสุดที่จะมาทดแทน Windows Server 2012 R2 ที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2556 โดยในคราวนี้ Windows Server 2016 ได้มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงฟีเจอร์ภายในมากมาย
เพื่อให้รองรับกับการใช้ Server ในหลากหลายรูปแบบในปัจจุบัน 

เรามาดูกันว่า มีอะไรที่น่าใช้และทำไมถึงควรเปลี่ยนมาใช้ Windows Server 2016 

 

1. Nano Server ฟีเจอร์ใหม่จิ๋วแต่แจ๋ว

Nano Server

คนที่ใช้ Windows Server ตั้งแต่รุ่น Windows Server 2008 บางคน อาจจะเคยใช้ฟีเจอร์ “Server Core” ซึ่งเป็น Windows Server ที่ติดตั้งแบบไม่มี GUI และมีเฉพาะฟีเจอร์หลักของ Windows Server เพื่อช่วยให้ตัว OS มีขนาดเล็ก ทำให้ลดภาระด้านทรัพยากรของเครื่อง Server ลงไปได้ ซึ่งฟีเจอร์ Server Core นี้ทางไมโครซอฟต์ก็หมายมั่นปั้นมือว่า จะสามารถใช้ต่อกรกับ OS Server ตระกูล Unix/Linux ได้บ้าง แต่ในความเป็นจริงก็มีคนใช้ฟีเจอร์นี้ไม่มากนัก

มาคราวนี้ใน Windows Server 2016 ไมโครซอต์เลยพัฒนาฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดออกมา คือ Nano Server ซึ่งก็คือ Windows Server ขนาดจิ๋วกว่าเดิม มีขนาดหลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว เหลือเพียง 500MB กว่าๆ แต่ก็มีความสามารถด้าน Server ค่อนข้างจะครบครัน และสามารถติดตั้งโปรแกรม หรือ Services ต่าง ๆ เพิ่มได้ เรียกได้ว่า Nano Server ดูจะเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อกับ OS Server ตระกูล Unix/Linux มากขึ้น หรือบางทีอาจจะล้ำหน้าด้านนวัตกรรมไปนิดๆเสียด้วยซ้ำ
 
Nano Server Description
 
สำหรับ Nano Server วิธีการติดตั้งจะไม่เหมือนกับ Windows Server ปกติ คือไม่ต้องมีกระบวนการ Install หรือการกำหนดไดร์ฟสำหรับ Boot แต่จะใช้วิธีติดตั้งแบบ Image File แบบเดียวกับการติดตั้ง OS ในระบบ Cloud โดยขั้นแรกของการติดตั้งจะต้องทำการเลือกส่วนประกอบต่าง ๆ ที่จะใช้ใน Nano Server แล้วสร้างเป็นไฟล์ Image ขึ้นมาก่อน (ทั้งหมดนี้ทำผ่าน Command line โดยใช้ tools ในแผ่นติดตั้ง Windows Server 2016) แล้วจึงค่อยนำไฟล์ Image ไปติดตั้งลงบนเครื่อง Server หรือใน Virtual Server ใน Cloud
 
Nano Server เป็น OS ที่ไม่มี UI คือไม่สามารถควบคุมและสั่งงานตัว Nano Server ที่หน้าเครื่องได้ ที่หน้าเครื่องทำได้เฉพาะการตั้งค่า Network เพื่อให้ตัว Nano Server ต่อออก Network ได้เท่านั้น(Nano Server ไม่รองรับการต่อ Network ผ่าน Proxy) การจะควบคุมสั่งการ Nano Server ทำได้โดยการใช้ Command line โดยผ่าน Windows Remote Management (WinRM) เท่านั้น
 
 

2. เกิดมาเพื่อ Cloud Technology โดยเฉพาะ

Windows Server 2016 Security

Windows Server 2016 ถูกพัฒนามาเพื่อรองรับสถาปัตยกรรมแบบ Cloud โดยเฉพาะ จึงมีฟีเจอร์เด็ดๆ ที่ออกมารองรับกับ Cloud Technology หลายฟีเจอร์ อาทิ
Hyper-V รุ่นใหม่ ที่ถูกปรับปรุงให้ดีขึ้น และรองรับการทำงานแบบ Container
Nano Server ที่สามารถนำไปสร้างเป็น Server จิ๋วๆบน Cloud เพื่อใช้งานได้อย่างคุ้มค่าทรัพยากร
Shielded Virtual Machine ยกเครื่องระบบความปลอดภัยใหม่ สำหรับ Hyper-V ช่วยให้มั่นใจได้มากขึ้นว่าจะไม่มีช่วงโหว่ที่ร้ายแรงจากตัวของระบบ Virtual Machine เอง
ผสานระบบ Active Directory กับระบบ Cloud ไปด้วยกัน ทำให้คุณสามารถเชื่อม Server หรือ Service ที่อยู่ใน Cloud เข้ามาอยู่ในกลุ่ม Active Directory เดียวกัน เหมือนอยู่ใน LAN วงเดียวกัน
 
Azure
 
นอกจากนี้แล้ว Windows Server 2016 ยังถูกออกแบบมาให้เข้ากันได้ดีกับ platform Microsoft Azure ช่วยให้สามารถย้ายระบบ Server เดิม ๆ เข้าสู่ Cloud ของ Azure ได้อย่างง่ายๆ พร้อมประหยัดถึง 40% สำหรับการสร้าง Windows Server 2016 ในรูปแบบ Virtual machine ซึ่งเป็นบริการหนึ่งของ Azure ที่พิเศษเฉพาะผู้มี Windows Server 2016 license พร้อม Software Assurance (SA)
 
 
 

3. Hyper-V รองรับกับ Linux ชื่อดังเกือบทั้งหมด

Microsoft Love Linux

ด้วยความเป็น Cloud Ready ของ Windows Server 2016 ทำให้ต้องเปิดเพื่อรองรับการทำงานร่วมกับระบบปฏิบัติการอื่น โดยเฉพาะ Linux Server ซึ่งมีจำนวนผู้ใช้งานอยู่ในปัจจุบันเป็นจำนวนมาก
ใน Hyper-V ของ Windows Server 2016 รองรับการทำงานร่วมกับ Linux ชื่อดังเหล่านี้ได้อย่างเต็ม 100% และสามารถเชื่อมต่อระบบ Linux Server เพื่อเข้าใช้งานร่วมกับกลุ่ม Server ที่ใช้ผลิตภัณท์ Microsoft Windows Server ได้อย่างไม่มีปัญหา
• Red Hat Linux
• SUSE
• OpenSUSE
• CentOS
• Ubuntu
• Debian
• Oracle Linux
 

4. ปลอดภัยขึ้นด้วย Security ใหม่ ใน Windows Server 2016

Security
 
ใน Windows Server 2016 มีการปรับปรุงระบบ Security ใหม่ในหลายส่วน อาทิ
  • Shielded VMs - ระบบที่ช่วยรักษาความปลอดภัยให้กับ Virtual Machines ต่างๆ ในเครื่อง ป้องกันไม่ได้เกิดการละเมิดความปลอดภัยระกว่าง VM ด้วยกันเอง หรือแม้แต่จาก VM เข้ามายังเครื่องแม่
  • "Headless" Windows Defender - โปรแกรม Windows Defender ที่ใช้จัดการกับไวรัสต่างๆ ในเวอร์ชันที่แถมมากับ Windows Server 2016 ได้มีการเพิ่มความสามารถในการจัดการกับมัลแวร์ รวมทั้งมาในรูปแบบ Headless คือทำงานในลักษณะเป็น Command Service ที่ไม่มี GUI ช่วยให้กินทรัพยากรน้อยลง และตรวจพบปัญหาต่างๆ ได้เร็วขึ้น
  • Linux Secure Boot - เดิมใน Windows Server จะไม่สามารถ Secure Boot กับ Linux บน VM ที่สร้างขึ้นใน Windows Server ได้ แต่ด้วยระบบ Security ใหม่ใน Windows Server 2016 ได้มีการปรับปรุงจนทำให้สามารถ Secure Boot ใน VM ได้กับ Linux ทุกตัว ช่วยยกระดับความปลอดภัยให้กับ VM มากขึ้น

และนอกเหนือจากที่กล่าวมานี้ยังมีระบบ Security อื่นๆ อีกมากที่ถูกเพิ่มมาใน Windows Server 2016 อีกมาก ที่จะช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะไม่พบปัญหาน่าปวดหัวเรื่อง Security เหมือนกับ Windows Server เวอร์ชันที่ผ่านๆ มา อย่างแน่นอน

 

5. จัดการ Server ได้ลึกและละเอียดขึ้นด้วย PowerShell 5.0

Windows Management Framework

Windows Server 2016 มาพร้อมด้วย PowerShell 5.0 ที่จะช่วยให้สามารถเข้าควบคุมและจัดการแทบทุกอย่างใน Server ได้ทั้งหมดผ่าน Command line นอกไปจากนั้น หากต้องการควบคุมและจัดการในแบบที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือลงรายละเอียดมากขึ้น ก็สามารถพัฒนาสคริปขึ้นมาใช้งานเองได้ผ่าน Windows Management Framework 5.0
เท่านั้นยังไม่พอ ใน Windows Server 2016 ตัว PowerShell ยังสามารถสั่งงานไปยังเครื่อง Virtual Server ในระบบโดยสั่งงานบนเครื่อง Host ได้เลยผ่าน option “-VMName” ไม่ต้องไปนำคำสั่ง Run ในเครื่อง Virtual Server อีกต่อไป
 

6. ReFS เสถียรและสมบูรณ์แบบ ใน Windows Server 2016

Microsoft ReFS

Resilient File System (ReFS) ระบบ File System ตัวใหม่ที่ไมโครซอฟต์พยายามผลักดันเพื่อใช้แทน NTFS เดิม แต่ด้วยความไม่เสถียรภาพของระบบไฟล์ นับตั้งแต่เริ่มเปิดให้ใช้ใน Windows Server 2012 ทำให้ระบบไฟล์นี้ยังไม่ได้รับความนิยม ทั้งที่เป็นระบบไฟล์ที่ถูกออกแบบมาเป็นอย่างดี และมีประสิทธิภาพสูงกว่าระบบไฟล์แบบ NTFS เดิม
คราวนี้ใน Windows Server 2016 ระบบ ReFS ได้ถูกพัฒนาขึ้นมาอย่างสมบูรณ์และพร้อมใช้งานอย่างที่สุด มีความประสิทธิภาพและเสถียรภาพสูง สามารถใช้งานแทน NTFS ได้อย่างสมบูรณ์และไม่ก่อให้เกิดปัญหาอีกต่อไป

 

7. Nested Virtualization กลับมาแล้ว

Nested Virtualization

ฟีเจอร์ Nested Virtualization ที่ช่วยให้คุณสามารถคุณสามารถสร้าง Virtual Server ซ้อนในเครื่องที่เป็น Virture Server หนึ่งในฟีเจอร์ยอดฮิตที่เคยถูกตัดออกจาก Hyper-V ได้ถูกนำกลับมาใหม่อีกครั้ง Windows Server 2016 ทำให้คุณสามารถบริหารจัดการเครื่อง Virtual Server ได้อย่างไม่มีขีดจำกัดอีกต่อไป
 

8. Software-defined storage จัดการพื้นที่เก็บข้อมูลได้ง่ายขึ้น

Software-defined storageการจัดการพื้นที่เก็บข้อมูล หรือ storage ในสมัยก่อนของ Windows Server จะทำได้ค่อนข้างยาก เพราะระบบจัดการจะยึดตาม Hardware ที่ใช้เก็บข้อมูลเป็นหลัก

ด้วยระบบจัดการพื้นที่เก็บข้อมูลแบบใหม่ของ Windows Server 2016 ที่มองพื้นที่เก็บข้อมูลเป็นแบบ Software ทำให้สามารถปรับเปลี่ยนและบริหารจัดการได้ง่ายขึ้น โดยไม่สร้างความเสียหายให้กับข้อมูลที่ถูกจัดเก็บไว้อยู่แล้ว
เช่น คุณสามารถจะสร้าง high availability storage ได้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องเสียเงินซื้อ Hardware storage ราคาแพง, หรือสามารถสร้าง Storage Replica ในระดับ volume level และแถมด้วย Storage QoS ที่ช่วยบริหารจัดการคิวการเข้าถึงพื้นที่เก็บข้อมูล ช่วยให้ Virtual Server เข้าถึงพื้นที่เก็บข้อมูลอย่างมีเสถียรภาพและประสิทธิภาพเท่าเทียมกันในทุก Virtual Server
 

9. รองรับ Containers แนวคิด Virtual Server ที่กำลังนิยม

Containers

Containers คือการกำหนดสภาพแวดล้อมให้เหมาะสำหรับซอฟต์แวร์นั้น ๆ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของตัวซอฟต์แวร์ และป้องกันเรื่องรบกวนกันระหว่างซอฟต์แวร์ต่าง ๆ แนวคิดนี้กำลังได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบันอันเนื่องมาจากการพัฒนาของ Cloud Technology เพราะแนวคิดของ Containers ทำให้เราสามารถบริหารจัดการระบบซอฟต์แวร์ได้ง่ายขึ้น คล่องตัวขึ้น

Windows Server 2016
 ถูกออกแบบมาให้รองรับกับ Cloud Technology โดยเฉพาะ จึงถูกกำหนดมาให้รองรับการทำงานแบบ Containers ด้วย โดยใน Windows Server 2016 มีการรองรับ Containers ถึง 2 แบบคือ
Windows Server Container - เป็นการสร้าง Containers บนตัว Windows Server โดยตรง จะเป็นการจัดการสภาพแวดล้อมของแต่ละซอฟต์แวร์ให้ต่างกันไป แต่ยังใช้ทรัพยากรด้านฮาร์ดแวร์ร่วมกัน
Hyper-V Container - เป็นการสร้าง Containers แบบที่เรียกว่า super isolated คือแยกทั้งสภาพแวดล้อมของแต่ละซอฟต์แวร์ และแยกทรัพยากรที่แต่ละซอฟต์แวร์จะใช้งานได้ ออกกันอย่างชัดเจน
 

10.ทดลองใช้ได้ฟรีๆ นานถึง 6 เดือน

trial

เที่ยวนี้ไมโครซอฟต์ใจปล้ำ ปล่อยตัว Windows Server 2016 ตัวเต็มในนำไปทดลองใช้กันได้ฟรีๆ นานถึง 6 เดือน (180 วัน) และเมื่อทดลองใช้จนหนำใจแล้ว อยากจะซื้อลิขสิทธิ์ให้ถูกต้อง ก็สามารถอัพเกรดสิทธิได้ทันทีโดยไม่ต้องลง Windows ใหม่ และไม่ต้องลงโปรแกรมใดใหม่ สามารถใช้งานต่อเนื่องไปได้เลยทันที 

หาสนใจ สามารถดาวโหลด Windows Server 2016 มาลองเล่นกันได้ฟรีๆ ที่ https://info.microsoft.com/windows-server-2016-trial.html?ocid=ignite_pre_itp-dev_social-unbrand_twittr_win-server_na_na_na_na
 
 

 
แถมท้ายด้วยโปรโมชันพิเศษ

 
เห็นข้อดีและฟีเจอร์เจ๋งๆ ของ Windows Server 2016 กันแล้ว คนที่อยู่ในวงการไอทีที่เกี่ยวข้องกับพวก Server น่าจะสนใจอยากลองใช้ Windows Server 2016 กันไม่มากก็น้อย อย่างไรถ้าลองใช้แล้วติดใจ อยากจะสั่งซื้อลิขสิทธิ์ Windows Server 2016

ทางทีมงาน TechXcite ก็อยากจะบอกว่าช่วงนี้ทางไมโครซอฟต์จัดรายการโปรโมชันลดราคาลิขสิทธิ์ Windows Server 2016 ถึง 10% เมื่อซื้อภายในวันที่ 26 มิถุนายน 2560 นี้
 
ผู้ที่สนใจซื้อลิขสิทธิ์ Windows Server 2016 ในราคาส่วนลด 10% สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ตามลิงค์ข้างล่างนี้เลยครับ
 
รีวิวโดย : พี่โอ๊ต. TechXcite
ภาพประกอบจาก : microsoft.com