Review : Samsung Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen ในสเปคระดับเรือธง นี่แหละที่รอมานาน !!

เฮียแม๊พ | 15 พ.ค. 2560 15:16:23

54154

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Galaxy Tab S3 แท็บเล็ตพร้อมปากกา S Pen
ในสเปคระดับเรือธง นี่แหละที่รอมานาน !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแท็บเล็ตรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เรามีแท็บเล็ตเรือธงรุ่นล่าสุดของทาง Samsung อย่าง Galaxy Tab S3 มารีวิวให้ชมกัน รุ่นนี้ก็ถือเป็นรุ่นต่อยอดจากทั้ง Galaxy Tab S2 และ Galaxy Note Tablet ที่ห่างหายไปนานได้เป็นอย่างดี เพราะนอกจากสเปคที่สมกับเป็นซีรีส์ Tab S แล้ว ยังมีปากกา S Pen จากซีรีส์ Note มาอีกด้วย บอกมาขนาดนี้แล้วคงจะอยากทราบแล้วใช่ไหมล่ะครับว่า รุ่นนี้มันเจ๋งสักแค่ไหน ไปชมรีวิวพร้อมๆกันเลยดีกว่าครับ :D

ดีไซน์สวยหรู พร้อมวัสดุกระจกผสานโลหะ

เริ่มกันที่เรื่องดีไซน์กันก่อน รุ่นนี้การออกแบบก็ยังคงความเป็นแท็บเล็ต Samsung เป็นอย่างดี มาด้วยอัตราส่วนหน้าจอ 4:3 เช่นเดียวกับ Tab S2 ตัวเครื่องจะดูบานออกข้างไปหน่อย มีขอบหน้าจอด้านข้างไว้ให้จับถือได้ถนัดไม่บางเกินไปจนแตะลั่นไปโดนหน้าจอบ่อยๆ

Galaxy Tab S3 มาพร้อมขนาดหน้าจอ 9.7 นิ้ว ไซส์ใหญ่ไปเลย รอบนี้มีรุ่นเดียวไม่แบ่งรุ่นเล็กมาด้วย ชนิดหน้าจอด้วยความเป็นเรือธง Samsung เลยจัดเทคโนโลยีหน้าจอขั้นเทพอย่าง Super Amoled มาให้เลย การแสดงสีสันเรียกว่าสดสะใจมาก มุมมองก็กว้างเต็มตา ความละเอียดอยู่ที่ QXGA (2048 x 1536 พิกเซล)

เราจะจำภาพของสมาร์ทโฟน Samsung ได้ก็เพราะปุ่มโฮมด้านหน้านี่แหละ (ถึงแม้รุ่นล่าสุดจะไร้ปุ่มโฮมไปแล้วก็ตาม) บนแท็บเล็ตก็เช่นกันรุ่นนี้ยังมาพร้อมกับปุ่มโฮมแบบกดที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้วย แต่ตัวปุ่มต้องบอกเลยว่ารอบนี้ไม่นูนล้นออกมาแล้ว คือเรียกว่าเกือบจะเนียนไปกับกระจกหน้าจอเลย (แต่ยังคงกดลงไปได้อยู่นะ) ข้างๆปุ่มโฮมก็มีปุ่มสัมผัส Recent App และ Back อยู่ ตรงนี้มาตรฐานเนาะ

เหนือหน้าจอก็จะมีโลโก้ Samsung , เซ็นเซอร์วัดแสง และกล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล รุ่นนี้ไม่มีลำโพงสนทนามาให้นะครับ (ถึงแม้เครื่องจะสามารถโทรออกได้ก็เถอะ) เพราะถ้าเอามาถือแนบหน้าคงจะพิลึกไม่น้อย :P

ฝาหลังรอบนี้เปลี่ยนวัสดุไปอย่างสิ้นเชิงจากเดินที่ใช้เป็นโลหะด้านๆ รอบนี้ก็ดูหรูหราด้วยกระจกมันเงาเช่นเดียวกับด้านหน้าเลย ด้วยสายตาดูให้ความพรีเมี่ยมขึ้นอย่างมาก แต่การใช้งานก็เสี่ยงเป็นรอยนิ้วมือได้ง่ายเช่นกันนะ ><

ด้านหลังนี้มีเลนส์กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซลอยู่พร้อมไฟแฟลช และเหมือนกันครับ ตัวเลนส์กล้องไม่นูนออกมาแบบรุ่นเดิมๆแล้ว เรียกว่าเกือบจะเรียบสนิทไปกับตัวเครื่องเลยล่ะครับ

อย่างที่บอกว่ารอบนี้ปรับโฉมดีไซน์ใหม่ให้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น วัสดุของกรอบเครื่องก็เป็นโลหะเกรดสูงผสานเข้ากับตัวกระจกทั้งหน้าหลังได้อย่างลงตัว แถมรุ่นนี้ก็มาพร้อมความบางที่บางมากๆเพียง 6 มม.เท่านั้น ส่วนน้ำหนักก็กำลังดีครับ 434 กรัม สำหรับรุ่นหน้าจอใหญ่ขนาดนี้น่ะเนาะ !

มาดูรอบๆเครื่องกันบ้าง ด้านบนของตัวเครื่องจะมีลำโพง 2 ตัววางอยู่บนความบางของตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี

ด้านล่างตัวเครื่องก็ยังคงมีลำโพงอีก 2 ตัว (รวมเป็น 4 ตัวแล้วนะ) อยู่ระหว่างช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม. และพอร์ท USB-C ครับผม

ด้านขวามือมีปุ่ม Power , ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และช่องใส่ซิมการ์ดกับ Micro-SD ซึ่งรุ่นที่วางจำหน่ายในประเทศไทยนั้นจะมีเพียงโมเดล LTE ที่สามารถใส่ซิมได้เท่านั้นไม่มีรุ่น WiFi อย่างเดียวเนาะ

ส่วนด้านซ้ายนี้ก็จะมีพอร์ท POGO Pin หรือตัวที่เอาไว้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์เสริมที่เป็นเคสคีย์บอร์ดนั่นล่ะครับ

รวมๆแล้วในเรื่องดีไซน์ของรุ่นนี้ก็ถือว่าปรับโฉมไปจากรุ่นก่อนพอสมควรเลย ถึงแม้ดูเผินๆจะคล้ายเดิมแต่ความรู้สึกเวลาสัมผัสหรือจับถือนั้นต่างกันไปพอสมควร ทั้งในเรื่องของกระจกที่มีความลื่นมือกว่า (แต่สวยกว่า) หรือความบางเฉียบที่ชวนพกพาซะเหลือเกินก็ด้วย :D

สเปค Samsung Galaxy Tab S3

  • รัน Android 7.0 Nougat
  • หน้าจอ Super Amoled 9.7 นิ้วความละเอียด QXGA (2048 x1536 พิกเซล)
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 820 Quad-core 2.15GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 530 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 6000 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล f/2.2
  • กล้องหลัง 13ล้านพิกเซล f/1.9
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับลำโพง 4 ตัวปรับจูนเสียงโดย AKG
  • รองรับการใช้งาน S Pen (แถมมาให้ในกล่อง)
  • ขนาดตัวเครื่อง 237.3 x 169.0 x 6.0 มม.
  • น้ำหนัก 434 กรัม

ถ้าดูจากสเปคนี้จะเห็นว่ามันคือ Galaxy S7 (เครื่องอเมริกา)เวอร์ชั่นขยายร่างชัดๆ ทั้งในหน่วยประมวลผลที่ใช้ชุดเดียวกันเลย Snapdragon 820 , แรม 4GB , รอม 32GB งี้ แต่องค์ประกอบหลายๆอย่างก็ขยายไปตามไซส์แท็บเล็ตทั้งจอหรือแบตเตอรี่ เป็นต้น แต่จุดที่ทำให้รุ่นนี้โดดเด่นจริงๆคงเป็นเรื่องปากกา S Pen ที่มีแถมมาให้ในกล่องนี้ด้วยแหละ เลยทำให้รุ่นนี้ไม่ใช่แท็บเล็ตธรรมดาๆอีกต่อไป !

ประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu

สเปคแบบนี้ก็คงต้องได้คะแนนแตะหลักแสนสบายๆอยู่แล้วล่ะ เพราะเอาจริงๆก็ไม่ได้ต่างจากตอน S7 มาก เพียงแต่ความละเอียดหน้าจอที่ต่างไปนิดหน่อยล่ะเนอะ ซึ่งผลคะแนนทดสอบจากแอป AnTuTu Benchmark รุ่นนี้ก็อยู่ที่ 136,692 คะแนนครับ

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

Tab S3 ก็ร้นด้วย Android 7.0 Nougat ครอบด้วย Grace UX ตัวเดียวกับ Galaxy S7 เลย พวกไอคอนและโทนสีต่างๆเป็นอย่างที่คุ้นเคยเลยล่ะ

แต่ด้วยความที่เป็นแท็บเล็ตบวกกับอัตราส่วนหน้าจอแบบ 4:3Layout ต่างๆเลยขยายออกทางด้านข้างมากขึ้น อย่างการเรียงไอคอนในหน้าแรกและ App Drawer ก็จะเรียงแบบ 6x5สามารถแสดงผลได้ทั้งแบบแนวตั้งและแนวนอน

ด้วยหน้าจอที่ใหญ่ขนาดนี้ เราก็สามารถใช้งาน 2 หน้าจอหรือ Multi Window ได้อย่างสบายๆครับ เห็นได้ชัดเต็มตากันไปเลย

อีกจุดเด่นของแท็บเล็ตตระกูล Galaxy ก็คือสามารถใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย แต่ในรุ่นหน้าจอใหญ่สุดๆส่วนใหญ่จะไม่มีลำโพงสนทนามาให้แต่ก็นะ อย่างที่บอกถ้าใหญ่ขนาดนี้เอามาแนบหูก็คงแปลกๆ เราสามารถใช้งานผ่านหูฟังได้หากจะใช้โทรศัพท์น่ะ

ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็ว

อย่างที่เห็นกันไปรุ่นนี้มีปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วย โดยการใช้งานรอบนี้ก็ทำงานได้รวดเร็วมากๆ ตัวเครื่องจะ Standby อยู่ตลอดเวลา เพียงแค่เราเอานิ้วที่ตั้งค่าไว้ไปแตะที่ปุ่ม (ยังไม่ต้องกดลงไป) ครู่เดียวก็สามารถปลดล็อคหน้าจอได้เลย ไม่จำเป็นต้องกดลงไปเพื่อปลุกจอก่อนแล้วค่อยสแกนอีกต่อไป เพิ่มความสะดวกในการใช้งานเยอะเลยล่ะ

Secure Folder โฟลเดอร์ลับเฉพาะเรา

ฟีเจอร์นี้ก็เริ่มเปิดตัวมาตั้งแต่ Note 7 แล้ว คือโฟลเดอร์ส่วนตัวที่แยกแอปสำคัญๆออกมาเป็นอีกส่วนโดยสิ้นเชิง เราสามารถใช้ LINE บัญชีที่ 2 ได้จากตรงนี้ , ถ่ายรูปและเก็บได้เฉพาะในนี้ ซึ่งรูปแบบการปลดล็อคก็สามารถใช้สแกนลายนิ้วมือ , รูปแบบ PIN หรือ Pattern เป็นต้นครับ

S Pen โฉมใหม่น่าใช้ขึ้นเยอะ

มาเข้าเรื่องไฮไลท์ที่เกริ่นไว้ตั้งแต่ช่วงแรกอย่างตัวปากกา S Pen กันเลย ซึ่งรุ่นนี้อย่างที่ทราบกันว่ามี S Pen แถมมาให้ในกล่องเลย ถึงแม้ชื่อรุ่นจะไม่มี with S Pen แต่อย่างใด โดยตัวปากการอบนี้ก็ปรับทรงให้ดูเหมือนปากกาจริงๆมากขึ้น ขนาดนั้นใหญ่ขึ้นกว่าตอน Note Series เยอะ จากการลองจับและใช้งานก็บอกได้เลยว่านี่แหละคือ S Pen ที่ตามหามานาน มันเหมาะมือมากๆ

S Pen รุ่นนี้ยังคงมีปุ่มกดเพียงปุ่มเดียวแบบรุ่นก่อน การใช้งานก็คือเรียก Air Command ออกมาเหมือนกันเป๊ะ หัวปากการอบนี้แหลมขึ้นมาบางเพียง 0.7 มม.เท่านั้น แถมรองรับแรงกดถึง 4096 ระดับ คือเอาเทคโนโลยีจากตอน Note 7 มาทั้งหมดเลย แถมขนาดยังถนัดมือขึ้นไปอีก

แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ขนาดนี้ก็มีข้อเสียคือเราสามารถเก็บเจ้า S Pen นี้เข้าไปในเครื่องได้แล้ว เวลาพกไปใช้งานก็ต้องหาที่เหน็บดีๆหน่อยล่ะ ไม่งั้นมีหายแน่นอน ซึ่งตัวตามที่จะมีที่เกี่ยวแบบปากกาจริงอยู่ แต่ก็นะถึงจะมีแบบนี้ก็อาจจะหายได้อยู่ดีล่ะ

ซึ่งตัว Keyboard Cover (ที่ต้องซื้อแยก)จะมีช่องให้ใส่ปากก S Pen ได้อย่างพอดิบพอดีมาด้วย แต่อย่างว่าแหละก็ต้องซื้อเพิ่มอะเนอะ เราไม่สามารถติดปากกาไว้กับเครื่องแบบเดิมได้อีกแล้ว

ความสามารถของ S Pen นี้ก็จะมีเฉกเช่นเดียวกับของ Galaxy Note ทั้งหลายเลย อย่างเช่นตอนล็อคจออยู่ปกติถ้าเราดึง S Pen ออกมาจากเครื่อง Galaxy Note ก็จะขึ้นหน้า Screen off Memo มา แต่ด้วยปากกาของ Tab S3 นั้นไม่ได้ติดในเครื่องใช่ว่าความสามารถนี้จะหายไปเพราะ ถ้าเราต้องการจดโน้ตสั้นๆจากหน้าแรกนี้เลยก็เพียงกดปุ่มที่ S Pen (ที่มีอยู่ปุ่มเดียวนั่นแหละ) ค้างไว้และจิ้มลงไปที่หน้าจอหนึ่งครั้ง เพียงเท่านี้หน้าจอจะติดขึ้นมาให้เราได้ใช้ Screen off Memo ทันทีครับ

Air Command ยังเหมือนเดิม เช่นเดียวกัน ปกติถ้าเราดึงปากกาออกจาก Note ขณะปลดล็อคหน้าจอ ก็จะมีเมนู Air Command ลอยขึ้นมาให้เลือกใช้ความสามารถหรือแอปต่างๆที่ตั้งไว้ก็ว่าไป วิธีที่จะแรก Air Command บน Tab S3 ออกมาก็เพียงเอา S Pen ไปจ่อที่หน้าจอจะมาปรากฏไอคอนรูปปากกาขึ้นกดจิ้มเพียงเลือกใช้ฟีเจอร์นี้ได้เลย หรือจะกดปุ่มตรง S Pen เพียงเรียกหน้าใบพัดแอปออกมาก็ได้เช่นกัน

ฟีเจอร์หลักๆจาก Air Command ก็อยู่ครบ ทั้ง Create Note , Smart Select , Screen Write หรือแม้กระทั่ง Translate ครับ

อย่างที่ทราบว่าตัวแอป S Note หรือแอปจดๆเขียนนั้นถูกควบรวมและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Samsung Notes เรียบร้อยแล้ว ตัวรูปแบบการจดจะแบ่งเป็นประเภทๆชัดเจน จะจดแบบพิมพ์ , จดแบบใช้ปากกาเขียน หรือจะวาดรูปสเก็ตรูปก็ได้นะ

ซึ่งหัวปากกาที่มีมาให้ก็มีเพิ่มมาให้น่าสนใจทีเดียว อย่างพวกหัวแปรงสีน้ำ , สีน้ำมัน หรือ Air Brush ที่แยกสีและน้ำหนักได้สมจริง อาทิ เราเอาสีฟ้ามาผสมสีเหลืองก็จะกลายเป็นสีเขียวขึ้นมาด้วย เรียกว่าเป็นจุดที่น่าสนใจมากๆที่ถูกเพิ่มเข้ามา

แต่ถ้ายังวาดได้ไม่จุใจอยากจะแยกเลเยอร์หลายๆชั้น วาดและลงสีแบบดีขึ้นมาหน่อยก็แนะนำให้ไปโหลดแอป SketchBook for Galaxy จาก Galaxy Apps มาใช้เลยครับ ตัวแอปที่มีอยู่บนนี้เป็นเวอร์ชั่น Pro ที่ให้ผู้ใช้ Tab A 10.1 ได้โหลดกันฟรีๆเลย ถ้าซื้อบน Play Store ก็ร้อยกว่าบาทได้เลยนะ :D

ตัว S Pen เท่าที่ได้ลองใช้กับแอปอย่าง Samsung Notes หรือ SketchBook ก็ต้องยอมรับเลยว่า เขียนได้เนียนมือมากไม่แพ้ตอนใช้บน Note 7 เลยแต่ด้วยความใหญ่ของตัวเครื่องยิ่งทำให้วาดรูปได้สะใจยิ่งขึ้นไปอีก แถมตัว S Pen ยังมีขนาดกระชับมือมากขึ้นมีระบบตรวจจับที่ขณะเราวาดรูปอยู่เวลาแล้วอุ้งมือไปโดนก็ไม่ส่งผลบนหน้าจอด้วยนะ

ความบันเทิงบน Galaxy Tab S3

มาเข้าเรื่องของความบันเทิงบนรุ่นนี้กันต่อ Galaxy Tab S3 มาพร้อมขนาดหน้าจอใหญ่ 9.7 นิ้ว ชนิดหน้าจอเป็นแบบ Super Amoled ที่ให้ความสวยสดแบบเหนือชั้นมากๆอยู่แล้ว แต่เดี๋ยวก่อน รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีหน้าจอที่รองรับ HDR ได้อีกด้วย ซึ่งถือว่าเป็นแท็บเล็ตรุ่นแรกที่มาพร้อมหน้าจอแบบนี้เลยล่ะ เพราะฉะนั้นในเรื่องของการรับชมภาพยนตร์หรือภาพต่างๆทำได้ยอดเยี่ยมสมกับเป็นแท็บเล็ตเรือธงของ Samsung จริงๆครับ

แต่อาจจะมีข้อให้ตินิดหน่อยตรงอัตราส่วนหน้าจอ เพราะรุ่นนี้มาพร้อมอัตราส่วนแบบ 4:3 ซึ่งถ้าใช้งานด้านการอ่านหนังสือหรือดูรูปอัตราส่วนเดียวกันก็จะให้แสดงผลที่เต็มตาดีแหละ แต่อย่างเรื่องการดูหนังหรือวิดีโอตาม YouTube ที่ปกติจะเป็นแบบ 16:9 นั้นอาจจะทำให้เหลือขอบดำบนล่างขึ้นมาจัดตากันสักหน่อย

ตรงนี้ก็น่าแปลกที่ Galaxy S8 นั้นพยายามจะพลักดันอัตราส่วนที่ยาวเอาๆ แต่บนแท็บเล็ตอย่าง Tab S3 นี้ยังคงอยู่ในอัตราส่วนที่ค่อนข้างดูอ้วนออกข้างไปซะได้นะนี่ ><

ส่วนเรื่องเสียงนั้น รุ่นนี้ต้องบอกว่าให้ลำโพงระดับเทพมาเลย เพราะได้การปรับแต่งเสียงจาก AKG พร้อมกับมีลำโพงมาให้ถึง 4 ตัวด้วยกัน เสียงที่ได้ก็มีมิติเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเลย แถมทีเด็ดก็คือสามารถปรับทิศทางได้ตามองศาเครื่อง จะวางเครื่องแนวตั้งเสียงก็จะเน้นไปอีกแบบ หรือจะวางแนวนอนก็ไปอีกแบบเช่นกันครับเรียกว่าลำโพงนั้นเด็ดจริงล่ะรุ่นนี้

แต่ก็อาจจะมีจุดสังเกตนิดหน่อย (อีกละ) เพราะด้วยการวางตำแหน่งไว้รอบเครื่องๆแบบนี้การที่ถือเครื่องแนวนอน อุ้งมืออาจจะไปปิดที่ลำโพงด้านล่างทั้ง 2 ฝั่งได้ เสียงที่ออกมาก็อาจจะไม่เต็มที่เท่าไหร่นัก (เฉพาะเวลาถือเครื่องนะครับ)

และเรื่องการเล่นเกมล่ะ ? แน่นอนว่าเราได้เห็นคะแนนทดสอบของเจ้ารุ่นนี้ไปแล้วว่าพุ่งไปถึง 13xxxx จัดว่าไม่ธรรมดาเลยล่ะ ด้วยชิปเซ็ต Snapdragon 820 ที่ยังคงแรงไม่เปลี่ยนจนถึงตอนนี้ เกมที่มีให้เล่นมากมายบน Play Store ตอนนี้รุ่นนี้ก็เล่นได้หมดครับ เท่าที่ลองเกมกราฟิกหนักๆอย่าง Dynasty Warrior , Injustice 2 ก็ทำได้ราบรื่น ไร้อาการกระตุกใดๆให้เห็นครับ สอบผ่านสบายๆสำหรับการเล่นเกม :D

กล้องถ่ายภาพบนแท็บเล็ตรุ่นนี้

มาต่อในเรื่ิองของกล้องกันบ้าง Galaxy Tab S3 นั้นมาพร้อมกับกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลชมาให้อีกหนึ่งดวง การใช้งานพวกโหมดการถ่ายภาพต่างๆก็ให้มาใช้งานระดับนึง แต่อย่างว่าล่ะครับแท็บเล็ตคงไม่ได้เน้นไปที่เรื่องกล้องมากมายอะไรนัก

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Galaxy Tab S3 จะเห็นว่าคุณภาพอยู่ในระดับพอใช้ได้ แต่ด้วยขนาดที่ใหญ่ของมัน ก็คงไม่ได้หยิบออกมาใช้บ่อยเท่าไหร่ล่ะเนาะ :D

ส่วนกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซลนั้นก็ใช้ได้เช่นกัน พอใช้งานถ่ายรูปเล่นหรือ Video Call ได้เนียนๆ มีระบบ Palm Selfie แบมือถือรูปได้ มุมมองก็กว้างนิดหน่อยไม่ได้มากมายอะไร แต่ถ้าจะถือมาเซลฟี่ข้างนอกนี่ก็คงจะแปลกไปอีกนั่นแหละ นี่มันแท็บเล็ตนะ :P

แบตเตอรี่เป็นไง ?

ปิดท้ายเข้าเรื่องของแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคย รุ่นนี้ให้แบตฯมาที่ 6000mAh ถือว่าไม่เยอะเท่าไหร่ ถ้าเทียบกับไซส์หน้าจอและหลายๆอย่าง แต่จากการทดสอบใช้งานจริงก็ถือว่าทำได้ดีอยู่ครับ วาดรูปต่อเนื่องได้หลายชม.อยู่ เล่นเกมติดต่อกันก็พอได้ ในเรื่องระบบการาร์จไฟรุ่นนี้ก็มี Fast Charge มาให้ด้วย ทำได้ดีเลยในเรื่องการชาร์จใช้อแดปเตอร์ของพวก S7 , S8 มาใช้ควบคู่กันได้เลยไม่ต้องพกอันใหญ่มากมายอะไร :D

สรุปความน่าฟาด !

ก็ถือเป็นอีกหน่งแท็บเล็ต Android ที่น่าสนใจและมีจุดเด่นไม่เหมือนใครอีกรุ่นของ Samsung เพราะด้วยดีไซน์บางเฉียบที่เป็นจุดเด่นของ Galaxy Tab S ซีรีส์มานาน รุ่นนี้ก็ทำได้ดีมากทั้งในเรื่องความบางและวัสดุที่พรีเมี่ยมไฮโซขึ้นเยอะ (ถึงแม้การใช้งานจะมีปัญหาเรื่องรอยนิ้วมือไปหน่อยก็เถอะ) สเปคที่จัดมาให้ระดับเรือธงเสมอๆ อย่างในเรื่องจอ Super Amoled ที่รองรับ HDR เป็นรุ่นแรกงี้ , หน่วยประมวลผล Snapdragon 820 ตัวแรงเข้าไปอีกงี้ แต่ที่ขาดไม่ได้คือ S Pen ที่เป็นจุดที่ทำให้ Galaxy Tab S3 นี้เป็นแท็บเล็ตโดดเด่นเอามากๆเลย ประหนึ่งนี่คือการกลับมาของ Galaxy Note Tablet ในปี 2017 อย่างแท้จริงเลยล่ะครับ :D

Samsung Galaxy Tab S3 สนนราคาอยู่ที่ 24,500 บาทครับผม

จุดเด่น

  • ปากกา S Pen สุดยอดเยี่ยม
  • หน้าจอ Super Amoled ยังคงไม่ทำให้ผิดหวัง
  • หน่วยประมวลผลตัวแรง Snapdragon ตอบสนองได้ดีเยี่ยม
  • ตัวเครื่องบางเฉียบมาก พกพากได้ง่าย
  • รองรับการใช้งานโทรศัพท์
  • รองรับ 4G LTE

จุดสังเกต

  • อัตราส่วนแบบ 4:3 อาจไม่ตอบโจทย์การดูหนังเท่าที่ควร
  • หน่วยความจำภายในให้มาเพียง 32GB (แต่ยังคงเพิ่ม Micro-SD ได้)
  • ปากกา S Pen ไม่สามารถเก็บเข้าไปในตัวเครื่องได้แล้ว


เช็คราคาอุปกรณ์เสริมของ Galaxy Tab S3 ได้ที่นี่ >> http://www.techxcite.com/topic/27440.html

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite