Preview :เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 จาก Brother ประสิทธิภาพสูงรองรับการใช้งานกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

MissIT | 30 มี.ค. 2560 16:38:27 (อัพเดต 5 พ.ค. 2560 17:11:02)

7464

VIEWS MissIT

Preview : เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 จาก Brother ประสิทธิภาพสูงรองรับการใช้งานกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง

 

Brother เปิดตัวเครื่องพิมพ์ล่าสุด Brother A3 อิงค์เจ็ทมัลติฟังก์ชั่นเซนเตอร์ 4 รุ่น ประกอบด้วยรุ่น MFC-J3930DW, รุ่น MFC-J3530DW, รุ่น MFC-J2730DW และรุ่น MFC-J2330DW มีจุดเด่นในเรื่องของการรองรับงานพิมพ์ขนาด A3 ที่มีต้นทุนต่ำ พร้อมทั้งมีนวัตกรรมหมึกกันน้ำ และเหนือชั้นเรื่องความไวในการพิมพ์เหมาะกับการทำงานของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง จะเป็นยังไงเรามาดูกันดีกว่า

รุ่น ที่วางจำหน่ายทั้งหมด 4 รุ่น

MFC-J2330DW InkBenefit

  • ใส่กระดาษได้ 1 ถาด 250 แผ่น
  • A3 Print
  • A4 Copy/Fax/Scan
  • 2.7" TFT Touch Panel LCD

MFC-J2730DW InkBenefit

  • ใส่กระดาษได้ 2 ถาด 500 แผ่น
  • A3 Print
  • A4 Copy/Fax/Scan
  • 3.7" TFT Touch Panel LCD

MFC-J3530DW InkBenefit

  • ใส่กระดาษได้ 1 ถาด 250 แผ่น
  • A3 Full Print/Copy/Fax/Scan
  • 2.7" TFT Touch Panel LCD

MFC-J3930DW InkBenefit

  • ใส่กระดาษได้ 2 ถาด 500 แผ่น
  • A3 Full Print/Copy/Fax/Scan
  • 3.7" TFT Touch Panel LCD

การใช้งาน

การใช้งานเท่าที่ลองใช้งานมานั้น เครื่องค่อนข้างที่จะใช้งานง่ายเลยทีเดียวคือพอเราแกะออกจากกล่องละเสียบปลั๊กเครื่องก็จะแสดงขั้นตอนต่าง ๆ ผ่านจอ LCD แบบสัมผัส ขนาด 2.7/3.7 นิ้ว 

โดยที่เรา Setup เครื่องครั้งแรกและใส่หมึกเข้าไปเครื่องจะใช้เวลาประมาณ 7 นาทีในการเตรียมหมึกให้พร้อมสำหรับการใช้งาน

หลังจากที่เครื่อง Set เสร็จแล้วก็จะให้เราใส่กระดาษเข้าไป

 

หลังจากที่ใส่กระดาษเสร็จแล้วเครื่องก็จะ Print ตัวอย่างออกมาให้เราดูว่าองค์ประกอบนั้นมีอะไรที่ขาดตกไปหรือเปล่าถ้ามีเครื่องก็จะทำการแก้ไขและ Print ตัวอย่างให้ดูอีกรอบ

(ในส่วนของหัวหมึกนั้นในตอนแรกที่เครื่อง Print มาและเกิดองค์ประกอบของรูปมาไม่ครบนั้นไม่ได้เป็นเพราะตัวเครื่องหรือหมึกไม่ดีนะ แต่เป็นเรื่องธรรมดาของการตกตะกอน พิมพ์ไปสัก 2-3 แผ่นก็จะหายไปเอง)

หลังจากเราเทสต์เรื่องการ Print แล้ว เราก็จะมาสู่หน้าจอหลักในการใช้งาน โดยจะมีสถานะต่าง ๆ บอกอยู่ในหน้าจอหลัก เช่น การเชื่อมต่อ การตั้งค่า แอป และปริมาณของน้ำหมึก

ปริมาณของหมึกสามารถบอกแยกเป็นสี ๆ ได้ว่าเหลืออยู่เท่าไหร่ และถ้าใกล้จะหมดก็จะมีการแจ้งเตือนให้ทราบ

เรามาดู App ที่ติดมาในเครื่องกันเลยดีกว่า

แอปฯที่ติดมากับเครื่องนั้นหลัก ๆ เลยจะมีอยู่ทั้งหมด 8 App โดยจะแบ่งเป็นหน้าละ 3 แอปฯดังนี้

  • Fax สามารถสแกนเอกสารแล้วส่งผ่านเครื่องได้เลยทันที
  • Copy เป็นการคัดลอกเอกสารที่เราต้องการ
  • Scan เป็นการสแกนเอกสารต่าง ๆ สามารถเลือกชนิดของไฟล์ได้แล้วยังสามารถเลือกส่งไปยังอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เราต้องการ

 

  • Web เป็นการเชื่อมต่อกับ internet เพื่อที่จะใช้งาน Brothers Web Connect >>คลิกที่นี่<<
  • Apps เป็น App ต่าง ๆ ของ Brother ที่จะช่วยเพิ่มความสะดวกในการทำงานเอกสารต่าง ๆ
  • USB เอาไว้ดูไฟล์และสั่ง Print ผ่าน USB ที่เราเอามาเสียบกับเครื่อง

 

  • A3 Copy Shortcuts เป็นการสร้างทางลัดที่ตั้งค่าไว้เพื่อทำสำเนาขนาด A3 ได้เร็วขึ้น
  • Download Software เอาไว้สำหรับ Update และ Downlond App ต่าง ๆ ที่จะมีมาเพิ่มในอนาคต

การเชื่อมต่อ

รองรับการพิมพ์และการสแกนจากอุปกรณ์เคลื่อนที่ผ่าน App ต่าง ๆ เช่น

  • App iPrint & Scan ของ Brother สามารถสั่งงานการใช้งานได้ทั้งหมด เช่น การ Print,Scan,Copy Preview,Fax,Machine Status สามารถใช้งานได้ทั้ง iOS และ Android
  • AirPrint ของ Apple สามารถสั่งพิมพ์รูป ผ่าน App Photo ได้เลย
  • Cloud Print ของ Google Login ผ่าน Chrome ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อะไรเราก็จะสามารถสั่งPrintได้ทุกที่

การใส่กระดาษ

อย่างที่บอกไปแล้วว่าเจ้า เครื่องพิมพ์ทั้ง 4 ตัวนั้นจะมีข้อแตกต่างกันอยู่

โดยที่ MFC-J2730DW และ MFC-J3930DW จะมี 2 ถาดในการใส่กระดาษสามารถใส่ได้ถาดละ 250 แผ่น และถาดอเนกประสงค์รองรับกระดาษได้สูงสุดถึง 100 แผ่น ให้สามารถบรรจุกระดาษได้ทั้งหมด 600 แผ่น

ส่วน MFC-J2330DW และ MFC-J3530DW นั้นจะใส่กระดาษได้ 1 ถาดเท่านั้นสามารถใส่ได้ 250 แผ่น 

ถาดอเนกประสงค์จะอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่อง มีเหมือนกันทั้ง 4 รุ่น

เรามาดูกันดีกว่าว่าถ้าเราจะใส่กระดาษขนาด A3 นั้น ต้องทำยังไง

เริ่มจากดึงถาดออกมาก่อน 

ดันช่องสีเขียวไปทางซ้ายแล้วจับฝาถาดดึงออกมา

เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถใส่กระดาษขนาด A3 ลงไปใช้งานได้แล้ว ถือว่าง่ายมากๆ เลยโดยที่ทั้ง 4 รุ่นนั้นจะเป็นถาดแบบเดียวกันหมด

การสแกน

หลังจากดูความต่างเรื่องที่ใส่กระดาษไปแล้วเรามาดูกันอีกเรื่องคือเรื่องการ Print/Copy/Fax/Scan

  • โดนที่รุ่น MFC-J2330DW และ MFC-J2730DW นั้นเป็นรุ่น A3 ธรรมดา ทำให้เครื่องรุ่นนี้ Print A3 ได้อย่างเดียว Copy/Fax/Scan จะเป็นขนาด A4 ถ้าดูจากในรูป
  • ส่วน MFC-J3530DW และ MFC-J3930DW นั้นจะเป็น A3 Full สามารถ Print/Copy/Fax/Scan ได้ในขนาด A3 ทั้งหมด

เรามาดูในส่วนของการสแกนเพื่อไปใช้งานจริงกันดีกว่าว่าจะสะดวกแค่ไหน

เริ่มจากเข้า App สแกนในเครื่อง และเลือกชนิดไฟล์ที่ต้องการ

เริ่มสแกน ถ้าเราสแกนเสร็จเครื่องจะถามว่าจะสแกนเพิ่มไหมถ้ามีก็กด Continue แต่ถ้าสแกนเสร็จหมดแล้วก็กด Finish ไปเลย

เราสามารถตั้งค่าต่าง ๆ ในการสแกนและส่งไฟล์ได้

อันนี้เลือกที่จะเลือกให้เครื่อง Up ผ่านระบบ Cloud ของ Brother เพื่อส่งไปยังมือถือ

พอเครื่องอัพเสร็จ เครื่องก็จะแสดง QR code เพื่อไปโหลดไฟล์ที่เราสแกนไว้

พอเราสแกนแล้วก็จะให้เราใส่ PIN ที่เราได้ตั้งไว้ในตอนตั้งค่า

ใส่เสร็จเราก็จะได้ไฟล์ที่เราสแกนไว้เเล้ว ง่ายมาก ๆ เลย  (ตอนไปสแกน สแกนเป็นกระดาษเปล่า ๆ เลยเห็นแต่รูปสีขาว ๆ 55555)

ความเร็วในการพิมพ์

ความเร็วในการพิมพ์ของเครื่องพิมพ์ทั้ง 4 รุ่นนั้นเรียกได้ว่ามีความเร็วค่อนข้างมากเลยทีเดียวโดยจะเฉลี่ยอยู่ที่ 6 วินาทีต่อ 1 แผ่น ขาวดำและ 6.5 วินาทีต่อ 1 แผ่น สี และความเร็วในการพิมพ์จะสูงขึ้นเป็น 35 หน้าต่อนาทีใน Fast Mode ซึ่งถือว่าทำได้เร็วกว่ารุ่นก่อน ๆ ที่เคยออกมา 

หมึก

เครื่องพิมพ์ A3 ทั้ง 4 รุ่นนั้นจะรองรับการใช้หมึกอยู่ 2 แบบตัวตลับหมึกนั้นจะถูกปิดซีลมาอย่างดีในแบบของสูญญากาศทำให้เรามั่นใจได้เลยว่าหมึกนั้นจะมีคุณภาพที่ดีอยู่ตลอดเวลา อีกข้อสังเกตเล็ก ๆ น้อย ๆ คือเรื่องของซองหมึก ตัวซองนั้นเราจะเป็นว่ามันเป็นรูปเก้าอี้หลาย ๆ คนที่ไม่เคยใช้ Brother อาจจะงงได้ว่ามันมีความหมายอะไร Brother บอกไว้ว่าที่ต้องใส่รูปหรือสัญลักษณ์ไว้ที่หน้าซองหมึกแบบนี้จะทำให้ผู้ใช้นั้นจำได้ว่าเราใช้หมึกรุ่นอะไรเพียงแค่บอกหรือจำรูปจากหน้าเครื่องพิมพ์ เราก็จะรู้เลยว่าหมึกนั้นเป็นรุ่นอะไร อีกส่วนนึงที่เรียกได้ว่าน่าสนใจมาก ๆ คือตัว  QR code ที่ติดมากับซองหมึก เราสามารถเอาโทรศัพท์ขึ้นมาสแกนได้ทันทีว่าหมึกที่เราซื้อมานั้นเป็นของแท้หรือของปลอมเพียงแค่โหลดแอป สแกน QR code และทำตามขั้นตอน >>คลิกที่นี่<<

แบบแรกจะเป็นหมึก High-yield ink LC-3617 BK/C/M/Y

  • หมึกสี ตลับละ 527 บาท พิมพ์ได้ 550 หน้า แผ่นละ 0.96 บาท
  • หมึกดำ ตลับละ 527 บาท พิมพ์ได้ 550 หน้า แผ่นละ 0.96 บาท

แบบที่ 2 จะเป็นหมึกแบบ Super High-yield ink LC-3619XL BK/C/M/Y

  • หมึกสี ตลับละ 630 บาท พิมพ์ได้ 1,500 หน้า แผ่นละ 1.50 บาท
  • หมึกดำ ตลับละ 730 บาท พิมพ์ได้ 3,000 หน้า แผ่นละ 0.24 บาท

จุดเด่นเลยของหมึกชนิดนี้คือเป็นหมึกที่กันน้ำโดยสามารถกันน้ำได้นานถึง 2 วันเลยที่เดียวเรียกได้ว่ากระดาษเปื่อยแล้วหมึกก็ยังอยู่ และยังมี Ink Save Mode ยังช่วยให้ประหยัดหมึกได้อีกมากมาพร้อมกับคุณภาพการพิมพ์ที่ดีขึ้น สามารถเก็บรายละเอียดที่คมชัดทุกตัวอักษร สีสันสวยงามตามธรรมชาติและให้สีดำที่เข้มยิ่งขึ้น ทั้งยังใช้น้ำหมึกแบบแห้งเร็วและป้องกันการลบเลือน ทำให้สีสันติดบนกระดาษได้อย่างยาวนานยิ่งขึ้น

ตัวตลับหมึกนั้นทำมาจากพลาสติกรีไซเคิลเป็น มิตรต่อสิ่งแวดล้อมทั้งตลับและตัวแพกเกจ ได้รับมาตรฐานจากประเทศญี่ปุ่น

โดยทั้ง 4 รุ่นที่กล่าวมานั้นมาพร้อมกับจุดเด่น อึด ทน เร็ว

 

อึด

Brother ได้เคลมไว้เลยว่า เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทใหม่จาก Brother ทั้ง 4 รุ่นนี้สามมารถพิมพ์ได้ถึง 100,000 แผ่นเลย เป็นเพราะการออกแบบภายในที่ดีทำให้เครื่องพิมพ์สามารถใช้งานได้อย่างยาวนาน

ทน

ทนที่หมายถึงนี้คือความคงทนของงานพิมพ์ เพราะหมึกที่ใช้กับเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทใหม่จาก Brother ทั้ง  4 รุ่นนั้นเป็นหมึกกันน้ำที่ทนจริง ๆ โดยที่สามารถกันการซึมของน้ำได้ถึง 2 วันเลยที่เดียว ด้วยหมึกรูปแบบใหม่ที่เม็ดสีมีคุณสมบัติแห้งเร็ว จึงให้งานที่มีคุณภาพดีกว่าทั้งงานขาวดำ ที่คมเข้มสูงและงานสีที่สมจริง 

เร็ว

ด้วยระยะเวลาในการพิมพ์แผ่นแรกที่เร็วถึง 6 วินาทีต่อ 1 แผ่น ขาวดำ , 6.5 วินาทีต่อ 1 แผ่น สี และความเร็วในการพิมพ์จะสูงขึ้นเป็น 35 หน้าต่อนาทีใน Fast Mode ซึ่งถือว่าเร็วกว่าเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทรุ่นก่อน ๆ ของ Brother

สรุป

สำหรับเครื่องพิมพ์ ทั้ง 4 รุ่นจาก Brother นั้นก็ถือว่าน่าสนใจทีเดียว จะเอาไปใช้งานเองหรือจะเอาไปใช้ในระดับธุรกิจขนาดเล็กนั้นก็ตอบโจทย์ในเรื่องของความประหยัด ตัวเครื่องมีความทนทาน สามารถใช้งานได้ทั้ง A3 และ A4 ตัวหมึกที่แห้งเร็ว กันน้ำ และเก็บรายละเอียดงานพิมพ์ที่มากขึ้น รวมไปถึงการพิมพ์ที่รวดเร็ว และการเชื่อมต่อที่หลากหลายมี App ให้ใช้งานเยอะ ทำให้เครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ท A3 จาก Brother ตอบโจทย์ได้ดีทีเดียวสำหรับกลุ่มธุรกิจขนาดเล็กและผู้ใช้งานทั้วไป

ราคา

ราคาของทั้ง 4 ตัวนี้ก็จะเรียงตามความสามารถของแต่ละรุ่นไปโดยมีราคาดังนี้

  • MFC-J3930DW ราคา 17,990 บาท
  • MFC-J3530DW ราคา 15,990 บาท 
  • MFC-J2730DW ราคา 9,990 บาท
  • MFC-J2330DW ราคา 7,990 บาท

ทั้งนี้สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมของปรินเตอร์จาก ฺBrother ทั้งสี่รุ่นนี้ สามารถเข้าไปติดตามต่อได้ที่ http://bit.ly/2oBvRbZ