Camera : ผมไปเจออะไรมามั่งในงาน CP+ 2017 สุดยอดงานกล้องระดับโลกที่ญี่ปุ่น

น้าป๋วย | 27 ก.พ. 2560 15:30:30

3151

VIEWS น้าป๋วย

Camera : ผมไปเจออะไรมามั่งในงาน CP+ 2017 สุดยอดงานกล้องระดับโลกที่ญี่ปุ่น

ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทาง Sony ที่ได้ให้โอกาสกับ TechXcite ไปร่วมงาน CP+ 2017 ในครั้งนี้ ซึ่งานที่ว่าถือว่าเป็นงานจัดโชว์นวัตกรรมกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดงานหนึ่งของโลกเลยก็ว่าได้ โดยงาน CP+ 2017 จัดขึ้นที่ Pacifico Yokohama ในเมืองโยโกฮาม่า ประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่าคราวนี้เราได้เก็บภาพประทับใจพร้อมบรรยากาศมาให้ชมกันว่างาน CP+ 2017 นั้นมีอะไรที่น่าสนใจบ้าง เชิญรับชมไปพร้อมๆกันได้เลย

เริ่มจากบูธที่ใหญ่ที่สุดของงานครั้งนี้กับทาง Sony โดยในบูธได้นำเอาอุปกรณ์การถ่ายภาพทั้งที่เป็นกล้อง DSLT และกล้อง Mirrorless ขนมาให้ได้ชมอย่างจุใจ ดูๆแล้วก็นึกอิจฉาคนญี่ปุ่นที่ได้มีโอกาสเยี่ยมชมงานแนวๆแบบนี้ เพราะงาน CP+ 2017 นั้นเป็นงานที่เน้นจัดแสดงโชว์เทคโนโลยีต่างๆจริงๆ ไม่ใช่งานขายสินค้า ดังนั้นแต่ละบูธแต่ละค่ายจึงจัดเต็มในส่วนของผลิตภัณฑ์อย่างเต็มที่เพื่อโชว์ถึงนวัตกรรมใหม่ๆของแบรนด์นั่นเอง

ทาง Sony เองก้ได้นำเอาสินค้าหลากหลายของตัวเองมาจัดแสดงอย่างที่บอกไป แถมยังมีพวกอุปกรณ์สำหรับงานวีดีโอและภาพยนตร์ด้วย เพราะงานนี้เป็นงานที่ไม่ได้มีแต่เรื่องภาพนิ่งเพียงอย่างเดียว เทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวีดีโอก็ถือเป็นหนึ่งในกลุ่มสินค้าที่น่าสนใจ

สำหรับ Sony เองนั้นก็ถือเป็นหนึ่งในผู้นำอุตสาหกรรมด้านวีดีโอและภาพนิ่งอันดับต้นๆเลยทีเดียว โดยในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับภาพเคลื่อนไหวนั้น Sony เองถือเป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากโดยเฉพาะงานภาพยนตร์ มิวสิควีดีโอหรือรายการโทรทัศน์ต่างๆก็ใช้อุปกรณ์ของ Sony

สำหรับในงานครั้งนี้ทาง Sony ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่พร้อมกันถึง 3 รายการได้แก่ แฟลชรุ่นใหม่ล่าสุดซึ่งมีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่ให้กำลังไฟสูงในรุ่น HVL-F45RM ที่ให้กำลังไฟแฟลชแรงที่ GN45 และยังสามารถใช้งานเป็นตัวรับ-ส่งสัญญาณแฟลชแบบไร้สายได้อีกด้วย แฟลชรุ่นใหม่นี้จึงเหมาะกับผู้ที่ใช้งานทั่วไปจนถึงช่างภาพมืออาชีพ เพราะสามารถใช้งานแฟลชในระบบไร้สายได้อย่างเต็มที่ รวมถึงตัวแฟลชที่มีขนาดกะทัดรัด พกพาง่าย กำลังไฟสูงและที่สำคัญคือมีไฟ LED สำหรับงานถ่ายวีดีโอได้ในตัวอีกด้วย

นอกเหนือจากนี้ทาง Sony ยังได้เปิดตัวเลนส์รุ่นใหม่อีกสองรุ่นได้แก่ เลนส์ FE 100mm F2.8 STF GM OSS และ เลนส์ FE 85mm F1.8 ซึ่งเลนส์ทั้งสองตัวนี้เป็นเลนสืที่เน้นถ่ายภาพแนว Portrait ด้วยกันทั้งคู่ ในส่วนของเลนส์ FE 100mm F2.8 STF GM OSS นั้นเป็นเลนส์ที่มาพร้อมกับชิ้นเลนส์ STF หรือชื่อเต็มว่า Smooth Trans Focus โดยเลนส์ดังกล่าวจะมีชิ้นเลนส์พิเศษที่จะช่วยให้ได้โบเก้ที่นุ่มนวลกว่าเลนส์ปกติทั่วไป ซึ่งภายในงาน CP+ 2017 ก็มีการนำเอาชิ้นเลนส์พิเศษที่ว่านี้มาโชว์ให้เห็นว่าเป็นอย่างไร ลักษณะชิ้นเลนส์ Smooth Trans Focus หรือ STF นั้น จะเป็นเลนส์ที่มีขอบมืดรอบๆชิ้นเลนส์ไล่จนมาถึงตรงกลางที่จะโปร่งแสงมากที่สุด เลนส์ชิ้นนี้มีคุณสมบัติในการทำให้ได้โบเก้ที่เบลอได้อย่างสวยงาม และไม่เกิดอาการโบเก้ที่เป็นทรงรีแต่อย่างใด บวกกับกลีบรูรับแสง 11 ใบที่ให้โบเก้ทรงกลมสวยงาม

และในงานกล้อง CP+ 2017 ก็จะมีโชว์กล้องและเลนส์ที่ผ่าครึ่งออกมาให้เห็นโครงสร้างภายใน ชิ้นงานพวกนี้ถูกจัดแสดงภายในงานให้ผู้ที่สนใจได้ชมกัน อย่างตัวที่เห็นนี้เป็นกล้อง Sony A99II จะเห็นได้ว่าลักษณะภายในของกล้องและเลนส์นั้นมีความซับซ้อนมากทีเดียวและมีส่วนประกอบต่างๆมากมายอยู่ในตัวกล้อง ส่วนเลนส์ก็ประกอบด้วยชิ้นเลนส์เรียงเป็นชั้น 

ในบูธของ Sony มีการจัดโซนให้ทดสอบการถ่ายภาพด้วย โดยโซนแรกที่เห็นคือโซนที่เป็นสนามบาสเกตบอลที่มีนักกีฬาวิ่งชู้ตลูกบาสเกตบอลลงแป้นให้เราได้มีโอกาสนำกล้องมาทดสอบเรื่องระบบโฟกัส ซึ่งจุดนี้จะเป็นพวกกล้อง Sony A6500 และ Sony A99II ที่เด่นในเรื่องประสิทธิภาพด้านการถ่ายภาพที่รวดเร็ว สามารถโฟกัสภาพได้แม่นยำและถ่ายภาพต่อเนื่องได้เร็วมากๆ

มาถึงอีกโซน จะเป็นโซนที่ให้ทดสอบระบบแฟลชไร้สายซึ่งทาง Sony จำลองให้เป็นเหมือนกับการถ่ายภาพในสตูดิโอ มีนางแบบมานั่งให้ถ่ายภาพ ผู้ที่จะทดลองใช้งานแฟลชไร้สายของ Sony ก็เข้ามาลองได้อย่างเต็มที่ เป้นการทดสอบประสิทธิภาพการทำงานของแฟลชที่ดีเลยทีเดียวตรงจุดนี้

ส่วนอีกจุดหนึ่งเป็นจุดทดสอบเลนส์รุ่นใหม่ทั้งสองตัว ซึ่งมีกล้องติดเลนส์ทั้งเลนส์ FE 100mm F2.8 STF GM OSS และ เลนส์ FE 85mm F1.8 มาให้ลองถ่ายภาพ ซึ่งตรงโซนนี้คนค่อนข้างเยอะมาก เนื่องจากเป็นสินค้าใหม่และนางแบบก็สวยน่ารักทีเดียว เรียกว่าเป็นจุดที่ได้ทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อได้ดีมาก

สุดท้ายแล้วทางบูธ Sony ก็มีพวกเลนส์ระดับเทเลโฟโต้มาให้ได้ลองส่องกันด้วย ก็เหมือนกับบ้านเราที่นำเอาเลนส์ตัวใหญ่ๆแบบนี้มาให้ลอง คนที่นี่ก็เหมือนกันคือขอมาลองประสิทธิภาพการทำงานของเลนส์ นอกจากนี้กภายในบูธก็มีเวทีสัมมนาซึ่งมีวิทยากรจากทาง Sony มาให้ความรู้ แต่บรรยายเป็นภาษาญี่ปุ่นฟังไม่ออกเหมือนกัน สรุปว่าทาง Sony จัดงานภานใน CP+ 2017 ได้ยิ่งใหญ่และเป็นบูธที่มีสินค้าน่าสนใจมากมายให้ได้ชม สุดยอดจริงๆ 

ขอพาเดินมาดุที่บูธ Canon กันบ้าง ค่ายนี้เค้ามีเปิดตัวกล้องรุ่นใหม่ออกมา 3 รุ่นด้วยกันนั่นคือ Canon EOS M6 , EOS 77D และ EOS 800D ส่วนบรรยากาศภานในบูธนั้นก็มีผู้สนใจเข้ามาเยี่ยมชมกันค่อนข้างมากเลยทีเดียว ที่เห็นว่าคนเยอะๆก็ตรงจุดที่มีกล้องรุ่นใหม่มาให้ลองนั่นแหละ 

ความแตกต่างของกล้อง Canon EOS 77D และ EOS 800D ก็คือ ตัว EOS 77D มีหน้าจอ LCD ด้านบนตัวกล้องและปุ่มคอนโทรลต่างๆที่เข้าถึงได้เร็วกว่า EOS 800D นั่นเอง ส่วนสเป็คอื่นๆถือว่าเหมือนกันหมด ไม่แตกต่างแต่อย่างใด คาดว่าน่าจะจับกลุ่มผู้ใช้งานที่ต้องมีความต้องการต่างกันเพระา EOS 77D นั้นจะคอนโทรลกล้องได้ง่ายและเร็วกว่า ในขณะที่ EOS 800D ก็จะราคาถูกกว่า

ส่วนอื่นๆภายในบูธ Canon นั้นก็มีการจัดโซนทดสอบอุปกรณ์เช่นกัน มีนางแบบมายืนให้ได้ลองทดสอบถ่ายภาพและก็ยังมีโซนที่จัดแสดงเทคโนโลยีด้านการพิมพ์ของทาง Canon รวมไปถึงอุปกรณ์ต่างๆเกี่ยวกับกล้องวีดีโอและการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ส่วนที่แสดงเทคโนโลยีต่างๆก็มีทั้งการนำเอากล้องและเลนส์ที่ผ่าครึ่งมาให้ชมเช่นเกียวกันกับทาง Sony รวมถึงชิ้นส่วนต่างๆของกล้องและเลนส์ก็มีมาให้ชมกัน

ไปดูทางบูธเล็กๆของ Hasselblad กันบ้าง ค่ายนี้แน่นอนว่าเป็นพวกกล้อง Meidum Format ที่บรรดาช่างภาพมือาชีพเลือกใช้ ในบูธเห็นมีกล้องใหม่ๆหลายรุ่นอย่างเช่น Hasselblad X1D ที่เป็นกล้อง Mirrorless ระดับ Medium Format หรือจะเป็นในส่วนของ Hasselblad True Zoom ที่เป็นตัวพ่วง MOD ของสมาร์ทโฟน Motorola Z ที่จะช่วยให้สมาร์ทโฟนถ่ายรูปได้ดีขึ้น

เยี่ยมชมกันต่อที่บูธของทาง Panasonic ที่รอบนี้เน้นตัวชูโรงเป็น Panasonic GF9 กล้อง Mirrorless สำหรับการถ่ายภาพ Selfie ซึ่งแน่นอนว่าภายในบูธนั้นจะมีการจัด Theme ของบูธออกมาในแนวสีสันสดใส แต่ทั้งนี้ก็ยังมีในส่วนที่เป็นกล้องตระกูลอื่นๆด้วย โดยจุดขายก็เป็นเทคโนโลยี 4K ของทาง Panasonic ที่โดดเด่นมากๆในเรื่องนี้ ตามด้วยเลนส์รุ่นต่างๆและจุดทดสอบกล้องที่จัดออกมาได้อย่างสวยงาม

และดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เมื่อมีการนำเอากล้องมาแยกส่วน ซึ่งก็คล้ายกับการผ่าครึ่งให้เราได้เห็นชิ้นส่วนภายในว่าเป็นอย่างไร มีอะไรที่อยู่ข้างในกล้องที่เราใช้กันนั่นแหละ ค่าย Panasonic เองก็มีตามที่เห็นในภาพ

มาถึงอีกบูธกับ Ricoh Pentax ซึ่งไปดูในส่วนของแบรนด์ Ricoh เองนั้นมี Ricoh Theta มาให้ลอง พร้อมนำเอาเทคโนโลยีการถ่ายภาพ 360 องศามาจัดแสดงให้ได้ดูกัน ส่วนที่เป็นแบรนด์ Pentax ก็มีการนำเอากล้องรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง Pentax KP มาให้ได้สัมผัส ซึ่งกล้อง Pentax KP นั้นบอกได้ว่าสวยงามทีเดียวสำหรับรูปร่างภายนอก นับเป็นกล้อง DSLR อีกตัวในงานที่น่านใจ นอกจากนี้ยังมีกล้องระดับ Medium Format มาให้ได้ลองสัมผัสกันด้วย รวมไปถึง Pentax K-1 กล้อง Full Frame เรือธงที่ยังคงเป็นไฮไลท์ในงานนี้

ค่ายเลนส์อิสระอย่าง Tamron ก็มีเปิดตัวสินค้าใหม่เช่นเดียวกันโดยมีเลนส์ Tamron 10-24mm F3.5-4.5 Di II VC HLD และ Tamron SP 70-200mm 2.8 Di VC USD G2 เปิดตัวออกมา และแน่นอนว่าภายในงานก็มีเลนส์รุ่นใหม่นี้มาให้ลองเล่นกันด้วย และแน่นอนว่าภายในบูธมีโซนที่จัดไว้ให้ได้ลองเลนส์ด้วยนางแบบอีกเช่นเคย

ถัดมาหน่อยเป็นบูธของ CASIO ค่ายนี้แบรนด์นี้ไม่ใช่มีแค่นาฬิกา แต่กล้องฟรุ้งฟริ้งของ CASIO ถือเป็นกล้องขายดีที่สาวๆนิยมชมชอบมาก แน่นอว่าในบูธเต็มไปด้วยบรรดาสาวๆนักถ่ายภาพที่มาลองกล้องกันมากมาย แถมทาง CASIO ก็มีจัดกิจกรรม Workshop ที่ดูเหมือนจะเป็นการมาแนะนำการถ่ายรูปสำหรับเหล่าสาวๆอะไรประมาณนี้ด้วย เห็นแล้วก็ถือว่ากลุ่มตลาดนี้ก็ยังมีอยู่และมีความน่าสนใจมากๆ

และก็มาถึงอีกหนึ่งค่ายที่แม้ว่าจะไม่มีอะไรเปิดตัวใหม่แต่ก็มีสิ่งที่น่าสนใจอยู่เหมือนกันกับทาง Nikon โดย Nikon นั้นกำลังจะครบรอบ 100 ปีในปีนี้นั่นเอง ภายในบูธเห็นมีกล้องรุ่นพิเศษที่ทำออกมาฉลองครบรอบ 100 ปี Nikon กับ Nikon D5 , Nikon D500 และชุดเลนส์สามกษัตริย์ของ Nikon ตระกูล Nano นั่นเอง โดยความพิเศษของมันอยู่ที่สีของตัวบอดี้นั่นเองที่ทำออกมาเป็นสีออกเทาๆกราไฟต์ เห็นแล้วก็อยากได้เหมือนกันเพราะสีมันสวยจริงๆ แถมมาพร้อมกล่องสุดหรูอีกต่างหาก

และก็มาถึง Fujifilm ที่มาแรงด้วยกล้องรุ่นใหม่อย่าง X-T20 และที่บรรดาชาวญี่ปุ่นสนใจกันอย่างล้นหลามเห้นจะหนีไม่พ้น Fujifilm GFX 50S นั่นเอง ค่ายนี้แน่นอนว่ามีบรรดาช่างภาพและผู้ที่สนใจมาชมกล้องรุ่นใหม่กันอย่างมากมายจนต้องต่อคิวกันยาวเหยียด แถมภายในบูธก็ยังมีบรรดาเลนส์และกล้องรุ่นอื่นๆอีกเพียบให้ได้หยิบจับหยิบลองกันอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งมีบริการบำรุงรักษาอุปกรณ์ของทาง Fujifilm จัดมาให้ลูกค้าได้นำกล้องมาทำความสะอาดรวมถึงตรวจเช็คอาการผิดปกติของกล้องได้เลยภายในงาน

ต่อกันที่บูธของ Olympus ที่มีการนำเอาแป้นบาสเกตบอลมาให้นักกีฬาโชว์ทักษะเล่นบาสเกตบอล และแน่นอนว่ารอบๆก็มีกล้องและเลนส์ให้ทดสอบการถ่ายภาพทั้งเรื่องระบบโฟกัสและการถ่ายภาพต่อเนื่อง โดยตัวชูโรงเป็นกล้อง Olympus OM-D E-M1 Mark II นั่นเอง ที่เป็นตัวเรือธงในฝันของใครหลายๆคน นอกจากนี้ภายในบูธก็มีกล้องรุ่นอื่ๆนมานำเสนอให้ได้ลองเช่นเดียวกัน แน่นอนว่าคิวเข้าแถวรอลองกล้องก็ยาวเหยียดทีเดียวไม่แพ้บูธอื่นๆ

หลังจากที่ได้เดินชมตามบูธของบรรดาค่ายกล้องแล้วก็มาเดินดุบรรยากาศในบูธต่างๆบ้าง ที่น่าสนใจเอามานำเสนอก็เห็นมีเลนส์ 135mm F1.4 ที่ดูแล้วตัวใหญ่อลังการมากจากทางค่ายจีน Zhongyi Optics เทียบขนาดกับกล้อง Sony A7II แล้วมโหฬารมากมายจริงๆ

จะไม่ดูได้ยังไงเมื่อผ่านมาทางบูธของ Sigma ที่มีเลนส์เปิดตัวใหม่มาให้ได้ลองกัน ไล่เรียงตั้งแต่ Sigma 14mm F1.8 DG HSM Art , Sigma 24-70mm F2.8 DG OS HSM Art , Sigma 100-400mm F5-6.3 DG OS HSM และ Sigma 135mm F1.8 DG HSM Art ซึ่งทางผมเองก็ได้มีโอกาสสัมผัสเลนส์ทั้งสี่ตัวที่กล่าวมาด้วย บอกได้เลยว่าเลนส์รุ่นใหม่ที่ออกมาคราวนี้ Sigma ทำการบ้านมาดีโดยเฉพาะเลนส์ตระกูล Art ที่เน้นคุณภาพออพติคแบบที่เรียกว่าสุดติ่งจริงๆ แถมตัวเลนส์ก็แน่นปึ้กสมกับเป็นเลนส์ที่เน้นด้านคุณภาพมากกว่าดีไซน์หรือน้ำหนักตัว

เห็นค่าย ZEISS ก็ขอแวะเข้าไปดูเสียหน่อย เจอกับแว่น VR ของ ZEISS กับ VR One โชว์อยุ่เลยเอาภาพมาให้ชมกัน เป็นสินค้าที่ ZEISS เค้าทำขึ้นมาเพื่อแข่งขันในตลาด VR ด้วย ตามด้วยเลนส์อีกหลายตัวที่น่าสนใจของ ZEISS ซึ่งพอเห้นราคาแล้วก้ต้องบอกว่าสมกับความเป็นผู้นำด้านเลนส์ระดับโลกจากเยอรมันจริงๆ เพราะราคาหลายๆตัวค่อนข้างโหดทีเดียว แต่รับรองได้ว่าคุณภาพที่ได้สมราคาแน่นอนเพราะผมเองก็เคยใช้เลนส์ในตระกูล Batis มาเช่นเดียวกัน

แวะเวียนไปดูจุดอื่นๆกันบ้างอย่างในส่วนของที่เป็นโชว์กล้องโบราณ ตรงจุดนี้จะเป็นการนำเอากล้องสมัยโบราณแบบต่างๆมาให้ได้ชมกัน หลายตัวเรียกได้เลยว่าเก่าเก็บและหายาก บางตัวก็ไม่เคยเห้นมาก่อน อย่างเช่นกล้องติดตัวนกพิราบสำหรับการถ่ายภาพบนอากาศ ซึ่งถ้าเป็นยุคนี้ก็น่าจะเป็นพวกกล้องโดรนอะไรประมาณนั้น แต่สมัยก่อนใช้ติดกับนกพิราบแล้วปล่อยให้มันบินไปเก็บภาพมาให้ โดยตัวกล้องจะสามารถตั้งเวลาเพื่อให้ลั่นชัตเตอร์เองได้

และอีกโซนที่ตื่นตาตื่นใจนั่นคือโซนจำหน่ายสินค้ามือสองและอุปกรณ์การถ่ายภาพต่างๆ โดยโซนนี้จะจัดแยกออมาจากงานหลัก ซึ่งจะมีบรรดาร้านค้าต่างๆนำเอากล้องมือสองสภาพเยี่ยม เลนส์เก่าหายากต่างๆมาจำหน่ายในราคาย่อมเยา หลายๆคนที่หาเลนส์หรือกล้องเก่าอยู่ก็มักจะมาแวะเวียนดูสินค้ากันตามตู้ที่โชว์อยู่ นอกจากนี้ยังมีพวกอุปกรณ์ต่างๆอย่างเช่น กระเป๋ากล้อง ขาตั้งกล้องหรือแม้แต่ฝาปิดกล้องอันละ 100 เยน หรือประมาณ 30 บาทมาขาย ใครจะหาอะไหล่บางชิ้น มาที่นี่ก็ฟลุคเจอก็มี บ้านเราก็มีงานแนวๆนี้เหมือนกันแต่ว่าไม่ใหญ่เท่า

และนี่ก็เป็นภาพบรรยากาศบางส่วนที่ผมนำมาให้ได้ชมกัน ใครที่อยากไปชมงานนี้ก็รอปีหน้าได้เลย เป้นงานที่ดีมากๆงานหนึ่งที่ท่านจะได้ชมเทคโนโลยีใหม่ๆเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ซึ่งต้องแนะนำว่าควรให้เวลาชมงานทั้งวันจะดีมาก เพราะจะได้ดูในทุกๆส่วนของงานได้อย่างเต็มที่ และผมเองก็ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่เข้ามาชมการพาเที่ยวงาน CP+ 2017 ในครั้งนี้ด้วย ฝากทิ้งท้ายก่อนจากกันด้วยเหล่าบรรดานางแบบพริตตี้่ในงาน CP+ 2017 ให้ชมกันเพลินๆแล้วกันนะครับ แล้วพบกันใหม่คราวหน้าครับผม