Review : OPPO R9s เปิดประสบการณ์การถ่ายภาพที่ชัดกว่าเคยด้วยกล้อง 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง !!

เฮียแม๊พ | 26 ก.พ. 2560 17:56:53 (อัพเดต 6 มี.ค. 2560 14:26:08)

74853

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : OPPO R9s เปิดประสบการณ์การถ่ายภาพที่ชัดกว่าเคยด้วย
กล้อง 16 ล้านพิกเซลทั้งหน้าและหลัง
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่ตัวล่าสุดของ OPPO อย่าง OPPO R9s รุ่นนี้ถือว่าเป็นอีกซีรีส์หนึ่งที่จะมาลงตลาดในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ หลังจากที่ส่งซีรีส์ F1 มาลงตลาดไปเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งจริงๆแล้วตระกูล R9 กับ F1 นั้นก็มีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายกันมาก (จริงๆรุ่นปีที่แล้ว R9 ก็เทียบได้กับ F1 Plus ของบ้านเรานั่นแหละ) แต่ด้วยความที่รุ่นนี้มีชื่อ s ตามท้ายแน่นอนว่าต้องอัพเกรดหลายๆอย่างขึ้นมาด้วยเช่นกัน แต่จะมีจุดไหนที่แตกต่างกันบ้าง เดี๋ยวเรามาดูกันเลย :D

แกะกล่องดูอุปกรณ์ภายใน

ก่อนอื่นก็มาแกะกล่องกันก่อนเลยว่ามีอะไรติดมาให้บ้าง ตัวกล่องของรุ่นนี้ก็ดูใหญ่อลังการกว่าตอนของ F1 Plus พอสมควรเลย เพราะกล่องค่อนข้างใหญ่ยักษ์กว่าเดิมเยอะเลยล่ะตัวกล่องยังคงเป็นแบบ 2 ชั้นเหมือนเคย ด้านหน้าบอกชื่อรุ่นและรูปตัวเครื่องชัดเจน R9s พร้อมสโลแกนของรอบนี้ "Now, It's Clear"

ส่วนกล่องด้านในก็จะเป็นกล่องเรียบๆพร้อมโลโก้ OPPO อยู่ตรงกลาง

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดก็ให้มาครบแบบเดียวกับรุ่นก่อนๆ มีตัวเครื่อง R9s , คู่มือการใช้งาน ,  เข็มจิ้มถาดซิม , เคสใส , หูฟังแบบ (แบบ Earbud)สาย Micro-USB และหัวอแดปเตอร์รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge

การดีไซน์ของ OPPO R9s

มาเข้าเรื่องที่ตัวเครื่องกันต่อเลย แว้บแรกที่เห็นจากภาพแกะกล่องด้านบน อาจจะคิดว่าเราเอารุ่น F1 Plus มาแกะกล่องให้ดูทำไม เพราะว่าหน้าตาช่างละม้ายคล้ายเดิมจริงๆ ด้านหน้าก็มาพร้อมกระจกโค้ง 2.5D สีขาวเนียน ซึ่งรอบนี้ตัวกระจกก็จะมีการอัพเกรดขึ้นมาเป็น Gorilla Glass 5 แล้วหายห่วงเรื่องกันรอยขีดข่วนเพราะป้องกันได้ดีสุดๆ แถมยังมีฟิล์มกันรอยติดมาให้ด้วยแล้วด้วย

OPPO R9s มาพร้อมหน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลยังคงสวยงามเหมือนเคย การใช้พื้นที่ของหน้าจอก็ทำได้ดีจะเห็นว่าขอบหน้าจอด้านข้าง (Bezel)มีขนาดที่บางมากๆเลยด้วย

ส่วนการตำแหน่งการวางที่ด้านหน้าจะเหมือนกับของ F1s มากกว่า ทั้งการวางไฟ LED ไว้ซ้ายสุด , กล้องหน้าไว้ที่ด้านซ้ายบน , ลำโพงสนทนาอยู่ตรงกลาง เซ็นเซอร์วัดแสงและวัดระยะ

ล่างหน้าก็ก็เหมือนเดิมครับ ปุ่ม Recent App ฝั่งซ้าย , ปุ่ม Back อยู่ขวามือ และตรงกลางเป็นปุ่มสแกนลายนิ้วมือ แต่รอบนี้เปลี่ยนไปเป็นปุ่มแบบสัมผัสเท่านั้นเราไม่สามารถกดลงไปได้เหมือนตอน F1s หรือ F1 Plus แล้ว

วัสดุและงานประกอบของรุ่นนี้เป็นโลหะ Unibody แข็งแกร่งเหมือนเคย  ความรู้สึกของการจับถือให้ความรู้สึกหรูหราดีทีเดียว แต่การดีไซน์ด้านหลังจะแปลกตาไปนิดหน่อยด้วยแถบเสาอากาศแบบใหม่ที่ใช้ 3 ขีดบางๆ ไม่ใช่เส้นใหญ่ๆหนาๆเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

ด้านหลังจะมีกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซลพร้อมไฟแฟลช Dual-Tone อยู่ด้วย ด้วยความที่ตัวเครื่องนั้นบางเฉียบเอามากๆ ตัวเลนส์กล้องเลยมีความนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร ไม่เรียบเนียนไปเท่าไหร่ ตรงนี้อาจจะแก้ได้ด้วยการใส่เคสเพิ่มเข้ามาไม่ให้ตัวเลนส์โดนขีดข่วนเอาน่ะครับ

พูดถึงเรื่องความบางแล้วรุ่นนี้มาพร้อมความบางเฉียบมาก โดยจุดที่บางที่สุดจะอยู่ที่ 6.6 มม.เท่านั้น ส่วนน้ำหนักตัวเครื่องก็ราวๆ 145 กรัมครับ

รอบๆตัวเครื่องจะมีการวางตำแหน่งของปุ่มต่างๆได้เหมาะมือทีเดียว ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงจะอยู่ที่ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ตำแหน่งไม่สูงหรือต่ำเกินไปกำลังกดง่ายเลย

ส่วนด้านขวามือมีปุ่ม Power ไว้เปิด-ปิดเครื่อง และช่องใส่ซิมการ์ดแบบไฮบริดเช่นเดียวกับตอน F1 Plus ครับ

ด้านล่างตัวเครื่องจะมีลำโพงหลักของตัวเครื่องอยู่ฝั่งซ้ายมือ , ตรงกลางเป็นพอร์ท Micro-USB , ถัดมาเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา และแจ็คหูฟัง 3.5 มม.ครับ

ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้นครับ

รวมๆแล้วเรียกว่าดีไซน์นั้นแทบจะไม่ต่างจากรุ่น F1 Plus ก่อนหน้านี้เท่าไหร่เลย จุดที่ต่างไปจริงๆคงจะเป็นการวางตำแหน่งของกล้องหน้า , ปุ่มโฮมที่เป็นเพียงระบบสัมผัสไม่สามารถกดลงไปได้ และที่ต่างไปชัดๆก็คือแถบเสาอากาศด้านหลังที่เพิ่มมาเป็น 3 ขีดแทน แต่รวมๆดีไซน์แบบนี้ก็เป็นดีไซน์ที่สวยลงตัวอยู่แล้ว ด้วยวัสดุแบบโลหะหรูๆรวมกับหน้าตาพิมนิยมด้วยแล้ว แต่จุดที่น่าตำหนินิดหน่อยคงจะเป็นเรื่องของตัวเลนส์กล้องที่ดันไม่เนียนเสมอกันตัวเครื่องไปนี่แหละครับ :D

สเปค OPPO R9s

  • รัน Android 6.0.1 Marshmallow ครอบด้วย Color OS 3.0
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD 401ppi
  • ชิปประมวลผล Snapdragon 625 Octa-core 2.0GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 506 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD 256GB
  • แบตเตอรี่ 3,010 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซลเซ็นเซอร์ Sony IMX398f/1.7
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด

จะเห็นว่าในด้านสเปคของ R9s นั้นมีการอัพเกรดแก้จุดบกพร่องหลายๆอย่างของ F1 Plus ได้เป็นอย่างดี ทั้งในเรื่องของหน่วยประมวลผลที่เปลี่ยนมาใช้ของ Snapdragon , แบตเตอรี่เพิ่มมาเป็น 3010 mAh พร้อมรองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge เหมือนเคย และกล้องหน้าหลังอัพเป็น 16 ทั้งคู่และมีค่ารูรับแสงกว้างขึ้นเป็น f/1.7 (สำหรับกล้องหลัง)

ประสิทธิภาพของ OPPO R9s

มาถึงเรื่องของประสิทธิภาพการประมวลผล ด้วยสเปคภายในที่เปลี่ยนมาใช้หน่วยประมวลผลของ Qualcomm แล้ว การประมวลผลก็ดีขึ้นมาอีกหน่อย จากผลการทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็ออกมาที่ 66,367 คะแนนเลยทีเดียวล่ะ ซึ่งถ้าเทียบกับตอน OPPO F1 Plus นั้นรุ่นนี้จะได้เปรียบกว่าตรงด้านของการประมวลผล 3D หรือกราฟิกจากคะแนนที่ได้จะเห็นว่าบน R9s นั้นได้คะแนนแตะหลักหมื่นเลย แต่ถ้าเป็นบน F1 Plus จะอยู่ราวๆ 7,300 คะแนนครับ นอกนั้นก็ได้สูงกว่าเกือบทั้งหมด

ส่วนแรม 4GB เหลือใช้งานจริงก็ประมาณ 1.8-2.4GB ตรงนี้ทำได้ดีเช่นเคยครับ พร้อมกับรอมหรือหน่วยความจุภายในให้มามากถึง 64GB ใช้เก็บรูปหรือแอปได้ยาวๆเลย แต่ถ้ายังไม่พอจริงๆรุ่นนี้ก็ยังสามารถเพิ่ม Micro-SD เข้าไปได้สูงสุดถึง 256GB อีกด้วย หายห่วงจ้ะแบบนี้ :D

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

รุ่นนี้มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow ครอบทับด้วย ColorOS 3.0 อีกที จริงๆตัว OS และรูปแบบ UI นั้นเป็นรุ่นเดียวกับ F1 Plus หรือ F1s เลย หน้าตาเรียบๆเน้นไปที่สีสันสดใส สบายตา

แถบ Notification Bar ด้านบนแบ่งเป็น 2 หน้าคือหน้าแจ้งเตือน และถ้าเราเลื่อนมาทางซ้ายจะเป็นหน้า Toggle Switch ต่างๆครับ

หน้า Recent App แสดงผลตัวอย่างแอปได้ใหญชัดเจน มีบอกสถานะของแรมที่เหลือใช้อยู่ด้านล่างนี้ด้วย และเราสามารถเคลียร์ทั้งหมดออกได้โดยการกดที่ปุ่มกากบาทด้านล่างครับ

การปรับแต่งต่างๆอย่างพวก Theme ก็ยังคงมีให้เลือกปรับตามสไตล์เราเหมือนเคย โดยจะแบ่งเป็นหมวดหมู่เลยด้วยว่าจะเลือกเปลี่ยนแบบทั้ง Theme หรือแบบ Wallpaper อย่างเดียว

พอเปลี่ยนแล้วหน้าตาก็แปลกตาไปดีครับ

ในหน้า Lock screen ทาง OPPO ยังคงมีรูปสวยๆสลับเปลี่ยนมาให้ดูเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นภาพนางแบบ ภาพวิวสวยๆผลัดเปลี่ยนมาให้ชมตลอดๆ

ในเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงได้ทาง OPPO ใส่แอป Security Center มาให้เราได้จัดการไฟล์ขยะ , ตั้งค่าความเป็นส่วน หรือแม้กระทั่งสแกนหาไวรัสก็ทำได้เช่นกัน

ฟีเจอร์ Gesture & Motion

ความสามารถด้านการควบคุมต่างๆก็ยังมีมาให้อยู่แต่ก็ตัดพวกที่ไม่จำเป็นออกไปเยอะแบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆคือ Screen-off Gestures , Quick Gesture และ Smart call ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Gesture & Motion เลยครับ

Screen-off Gestures

ฟีเจอร์สำหรับตอนหน้าจอปิดอาทิการแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดสัญลักษณ์ตัว O เพื่อเข้ากล้อง , วาดสัญลักษณ์ตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย เป็นต้น

Quick Gestures

ฟีเจอร์เร่งด่วนอาทิการรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปหน้าจอ , เลื่อนนิ้วจากมุมซ้ายล่างเฉียงไปมุมขวา หรือขวาล่างเฉียงไปซ้ายบนเพื่อย่อหน้าจอให้เล็กลง

Smart Call

ฟีเจอร์สำหรับการโทรออกและรับสายอาทิรับสายอัตโนมัติเมื่อนำเครื่องมาแนบหู , คว่ำหน้าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า

สแกนลายนิ้วมือฉับไวเหมือนเคย

ตอนสมัย OPPO F1 Plus นั้น OPPO ทำระบบสแกนลายนิ้วมือออกมาได้น่าทึ่งมากๆ จำได้เลยว่าครั้งแรกที่ลองนี่ตกใจเลย เพราะแค่เรากดลงไปที่ปุ่มโฮม 1 ครั้งเครื่องก็จะปลดล็อคทันที โดยไม่ผ่านหน้า Lock screen เลยตอนนั้นน่าจะเร็วที่สุดแล้วด้วยความเร็วเพียง 0.2 วินาทีท่านั้น พอมาบน R9s ความเร็วระดับนั้นก็ยังคงอยู่เลยครับ แถมรุ่นนี้ปุ่มโฮมไม่สามารถกดลงไปได้ ยิ่งทำให้ดูเร็วขึ้นไปอีกเพราะเพียงเราแตะลงไปแค่ชั่วครู่ตัวหน้าจอก็ปลดล็อคขึ้นมาแล้วล่ะ

นอกจากจะสแกนเพื่อปลดล็อคเฉยๆแล้ว ระบบสแกนลายนิ้วมือของ R9s ยังให้เราเข้าทางลัดเข้าแอปจากหน้าล็อคได้เลย โดยตัวระบบจะมีให้เราเลือกว่าลายนิ้วมืิอนั้นๆถ้าสแกนจะเข้าไปที่แอปไหนได้ อาทิ เราตั้งให้นิ้วโป้งข้างขวาสแกนแล้วเข้าไปที่หน้าแอปโทรศัพท์ทันที , นิ้วโป้งซ้ายเข้าไปที่แอป Facebook เป็นต้น โดยสามารถเข้าไปตั้งค่าทางลัดต่างๆได้ที่ Settings > Fingerprint and Password > Finger > Shortcut operation (ตั้งค่า > ลายนิ้วมือและรหัสผ่าน > นิ้วมือ > การใช้ทางลัด)

การใช้งานด้านมัลติมีเดียของ R9s

เริ่มด้วยการเล่นเกมก่อนเลยละกันสำหรับ OPPO R9s ที่มีสเปคอัพเกรดมาใช้ชิปเซ็ตของ Snapdragon แบบนี้ก็หายห่วงเรื่องเกมที่รองรับได้เลย เพราะไม่ว่าเกมไหนๆบน Play Store ตอนนี้ก็เล่นได้แทบทั้งหมดล่ะครับ เราเลยจับเอาเกมกราฟิกหนักๆอย่าง Warhammer Free Blade , War-Friends และ ROV มาทดสอบกันดูหน่อย

ผลการทดสอบเรื่องการเล่นเกมก็ดีใช้ได้ครับ เล่นได้ลื่นไหล ไร้อาการกระตุกให้เห็นเลยถึงแม้ว่าจะเล่นต่อเนื่องนานๆก็เถอะ ด้วยอานิสงค์ของหน่วยประมวลผล Snapdragon 625 , แรม 4GB เรื่องเกมนี่สบายๆครับ

ดูหนัง ดูวิดีโอกันบ้าง R9s มาพร้อมชนิดจอแบบ Amoled แบบนี้การแสดงผลก็สวยสด สีสันจัดจ้านมากๆ แถมขนาดก็ยังใหญ่แบบมาตรฐานที่ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD แล้วด้วย เอามาดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆได้แจ่มจริงๆล่ะครับ

เรื่องเสียง OPPO ก็ขึ้นชื่อไม่น้อยกับระบบเสียง Diract-HD ที่ช่วยเพิ่มมิติและขับพลังเสียงให้สมจริงยิ่งขึ้นไปอีกขั้นเมื่อฟังผ่านหูฟัง ส่วนเสียงผ่านลำโพงก็ออกมาใสและดังพอสมควร ถึงแม้ว่าจะมีเพียงลำโพงเดียวก็ตามฮะ

กล้องหน้า-หลัง 16 ล้านพิกเซลจัดเต็มทุกรายละเอียด

มาถึงเรื่องทีไฮไลท์ของรุ่นนี้อย่างเรื่องกล้องกันบ้าง แน่นอนว่าถ้าพูดถึงเรื่องกล้องหน้าและความเนียนจากโหมด Beauty เชื่อว่าเราๆท่านๆคงมีชื่อของสมาร์ทโฟนแบรนด์ OPPO อยู่ในหัวเป็นอันดับต้นๆอย่างแน่นอน ซึ่งรุ่นนี้ก็จัดเต็มมาไม่แพ้กันกับกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f/2.0

โหมดการถ่ายภาพก็เอาใจคอเซลฟี่เช่นเคยปรับไปที่โหมด Face Beauty จะมีให้เราเลือกโทนสีด้านบน จาก Fair ไปถึง Rosy หรือโทนเย็นไปจนถึงโทนร้อน (อมชมพู) ส่วนระดับความเนียนของใบหน้าก็นี่เลย 1-7 (เอาจริงๆแค่ระดับ 1 ก็เนียนมากละ 555) เลือกปรับกันได้ตามสบายเลย แถมรุ่นนี้ยังสามารถใช้ฟน้าจอเป็นไฟแฟลชเอาไว้เวลาถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย

หรือถ้า Beauty แค่นั้นยังไม่พอ ทาง OPPO ยังจัดโหมดหน้าชัดหลังเบลอเข้ามาเพิ่มความสวยามของการเซลฟี่ได้อีกด้วย โดยจะมีไอคอนรูปหยดน้ำอยู่ที่มุมขวาบนในหน้า UI กล้องถ่ายรูป พอกดเปิดตัวไอคอนจะขึ้นเป็นสีเหลือง ตรงนี้พอเราเล็งที่จะถ่ายตัวหน้าจอจะโชว์ Preview ขึ้นมาเลยว่าภาพที่ได้จะเบลอในแบบไหน ถือว่าเป็นอีกลูกเล่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาได้อย่างน่าสนใจครับ

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าในโหมด Beauty จะเห็นว่าพอเปิดเอฟเฟกต์ Bokeh แล้วฉากหลังจะค่อนข้างเบลอได้สะใจทีเดียว แต่ความเนียนนั้นยังเห็นว่าไม่ค่อยเนียนเท่าไหร่นักเพราะตัวกล้องไม่มีได้มีเลนส์เพื่อช่วยในการจับวัดระยะมากเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะเป็นการใช้ซอฟต์แวร์คำนวนฉากหลังที่ถูกเบลอผ่านแอปซะมากกว่า

ส่วนเรื่องความเนียนของใบหน้าจากโหมด Beauty ก็ไม่ต้องถึงครับ คงมาตรฐานกล้องหน้าสุดยอดเยี่ยมไว้ได้จริงๆ :P

กล้องหน้าว่าเทพแล้วกล้องหลังก็เทพไม่แพ้กัน...เพราะรุ่นนี้เค้าให้ความละเอียด 16 ล้านพิกเซลมาทั้งด้านหน้าและหลัง แต่กล้องหลังจะดีกว่าหน่อยด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX398 มีค่ารูรับแสงกว้างถึง f/1.7 พร้อมมีระบบ Dual-PDAF ที่ช่วยในเรื่องการโฟกัสให้ไวขึ้นถึง 40%

ภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องหลังของ OPPO R9s รวมๆถือว่าคงมาตรฐานของกล้องหลังไว้ได้ดีเช่นกัน ด้วยความละเอียดที่มากถึง 16 ล้านพิกเซลและค่ารูรับแสงกว้าง f/1.7 แบบนี้จะเห็นว่าภาพถ่ายต่างๆได้รายละเอียดที่คมชัดและสีสันสวยงามเอามากๆ โดยเฉพาะในที่แสงน้อยรุ่นนี้ทำได้น่าประทับใจจริงๆครับ และด้วยตัว Dual PDAF ที่ช่วยในเรื่องการโฟกัสภาพที่ไวและจับภาพได้ไวขึ้นก็สามารถทำให้เราเก็บภาพในสถานการณ์ต่างๆได้ดีขึ้น

แบตเตอรี่อึดขึ้นและชาร์จไวปรู๊ดปร๊าด

ถ้าพูดถึงเรื่องของแบตเตอรี่รุ่นนี้ก็ได้เพิ่มความจุขึ้นมาได้อย่างลงตัวขึ้นด้วยความจุ 3010 mAh ถ้าเทียบกับสเปคคร่าวๆและขนาดหน้าจอแล้วถือว่ากำลังพอเหมาะพอเจาะ และจากการใช้งานจริงแล้วถือว่าสอบผ่านครับ ใช้งานได้ตลอดทั้งวันโดยไม่ต้องเพิ่งพาวเวอร์แบงค์เลยล่ะ

ส่วนถ้าเกิดฉุกเฉินต้องไปทำธุระและแบตใกล้หมดจริงๆ OPPO R9s ยังรองรับระบบ VOOC Flash Charge ระบบชาร์จด่วนที่ชาร์จเพียง 5 นาทีก็สามารถยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ออกไปได้ยาวนานถึง 2 ชม.เลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะใช้ระบบชาร์จไว VOOC นั้นต้องใช้ควบคู่กับสาย USB และอแดปเตอร์ที่แถมมาให้เท่านั้นนะจ๊ะ ไม่งั้นไม่ Flash Charge จ้า :D

สรุปผลการทดสอบ

OPPO R9s เป็นสมาร์ทโฟนอีกหนึ่งรุ่นที่เน้นในเรื่องของกล้องถ่ายภาพเป็นอันดับต้นๆ เพราะทั้งกล้องหน้าที่ขึ้นชื่อเรื่องความสวยเนียนจนไม่มีใครกล้าปฏิเสธ บวกกับรอบนี้อัพเกรดกล้องหลังขึ้นมาอีกขั้นด้วยเซ็นเซอร์ Sony IMX398 f/1.7 ทำให้จากรุ่นก่อนๆที่ว่าดีแล้วก็ยิ่งดียิ่งขึ้นไปอีก สเปคภายในก็ครอบคลุมการใช้งานในชีวิตประจำวันทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นการเล่นโซเชี่ยลทั่วๆไป การเล่นเกมกราฟิกหนักๆ ไปจนถึงดูหนัง ฟังเพลง สอบผ่านได้สบายๆหายห่วงครับ ส่วนในเรื่องดีไซน์อาจจะเป็นจุดที่ผิดหวังนิดหน่อยเพราะหน้าตาแอบเหมือนกันรุ่นก่อนๆจนหาจุดแตกต่างได้ยากไปนิด แต่ด้วยความสวยลงตัวที่เคยทำมาก่อนหน้านี้พอมาถึงรุ่นนี้ก็ยังถือว่ายังสวยบางเฉียบได้ใจอยู่นะจ๊ะ

ราคาและวันวางจำหน่าย !

ปิดท้ายกันที่ราคา OPPO R9s รุ่นนี้เปิดราคามาที่ 14,990 บาท กำลังพอเหมาะพอเจาะสำหรับสเปคและความลงตัวที่จะได้รับแบบนี้ ยิ่งถ้าคนที่ชื่นชอบการถ่ายภาพเป็นหลัก (โดยเฉพาะกล้องหน้า) รุ่นนี้ก็ตอบโจทย์ได้ดีเพราะให้มาครบจริงๆในราคาหมื่นกลางๆแบบนี้ โดย OPPO R9s ตอนนี้ก็เปิดให้จองล่วงหน้าเรียบร้อยตั้งแต่วันนี้ - 10 มี.ค. 60 ก่อนวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการวันที่ 11 มี.ค.นี้ครับผม

สำหรับผู้ที่สั่งจองล่วงหน้าจะได้รับชุด OPPO Exclusive Box (ไม้เซลฟี่ , หูฟังบลูทูธ , สปอร์ตแบนด์) และบัตร VIP OPPO R9s ที่เพิ่มระยะเวลาประกันจาก 12 เดือนเป็น 18 เดือน พร้อมรับประกันจอแตกฟรี 1 ปี (ไม่จำกัดจำนวนครั้ง) อีกด้วย

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวย เรียบหรูและบางเฉียบ
  • หน้าจอ Amoled 5.5 นิ้วแสดงผลสวยงามแถมกระจกกันรอย Gorilla Glass 5
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล f/2.0 มีความสามารถหน้าเนียนและเบลอฉากหลังได้สวยๆ
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล f/1.7 ถ่ายในที่แสงน้อยได้สวย โฟกัสไวทุกสถานการณ์
  • หน่วยความจำภายใน 64GB รองรับ Micro-SD 256GB ด้วย
  • ปุ่มโฮมสแกนลายนิ้วมือทำได้รวดเร็วและดีงาม
  • รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge

จุดสังเกต

  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมแบบไฮบริด
  • ตัวเลนส์กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องพอสมควร (แก้ปัญหาได้จากการใส่เคส)

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite