Review : Huawei GR5 2017 สมาร์ทโฟนกล้องคู่สุดคุ้ม ทำหน้าชัด-หลังเบลอง่ายๆในราคาสบายกระเป๋า !!

เฮียแม๊พ | 26 ม.ค. 2560 15:17:44

46316

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Huawei GR5 2017 สมาร์ทโฟนกล้องคู่สุดคุ้ม
ทำหน้าชัด-หลังเบลอง่ายๆในราคาสบายกระเป๋า
!!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย ช่วงนี้สมาร์ทโฟนกล้องคู่กำลังมาแรงเลยทีเดียวล่ะ แต่หลายๆรุ่นที่เปิดตัวมาก็มักจะมีราคาที่สูงระดับหมื่นกลางๆไปจนถึง 2 หมื่นปลายๆกันเลย จนอาจจะทำให้เข้าถึงยากไปนิด แต่วันนี้เรามีสมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่ราคาเบาๆมารีวิวให้ชมกันซึ่งแน่นอนว่าจะเป็นรุ่นไหนไปไม่ได้นอกจาก Huawei GR5 2017 นั่นเอง ! ซึ่งรุ่นนี้ในต่างประเทศก็มีการใช้ชื่อเรียกแตกต่างกันไป ไม่ว่าจะเป็น Huawei Mate 9 Lite หรือ Huawei Honor 6X เป็นต้น แต่รุ่นของประเทศไทยก็ชื่อนี้เลยครับ GR5 2017 เดี๋ยวเรามาดูกันดีกว่าว่ารุ่นนี้มันจะเด็ดดวงแค่ไหน :D

แกะกล่อง Huawei GR5 2017

ก่อนอื่นเรามาดูอุปกรณ์ในกล่องกันก่อนเลย อุปกรณ์ในกล่องของ Huawei GR5 2017 ก็ให้มาแบบครบถ้วน เหมาะกับการใช้งานได้ทันทีครับ ทั้งหมดมีอยู่ 6 อย่าง ตามนี้

  • ตัวเครื่อง GR5 2017 พร้อมติดฟิล์มใสมาให้เลย
  • เคสใส
  • สายชาร์จ Micro-USB
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟัง
  • เข็มจิ้มถาดซิม

การดีไซน์ของ Huawei GR5 2017

มาเข้าเรื่องการดีไซน์กันต่อเลย รุ่นนี้จะมีความเรียบง่ายขึ้นและปรับขนาดให้เบาและบางลงกว่ารุ่น GR5 เดิม สัดส่วนของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 76 × 150 × 8.2 มม. น้ำหนักอยู่ที่ 162 กรัม การดีไซน์ด้านหน้าก็เรียบๆตามสไตล์ Huawei ปกติครับ ตัวกระจกจะเป็นแบบ 2.5D มีความโค้งเล็กๆตามมุม รุ่นนี้ดีที่ติดฟิล์มกันรอยมาให้ตั้งแต่แกะกล่องเลยครับ

แต่ด้วยความที่กระจกหน้าจอเป็นแบบ 2.5D ตัวฟิล์มใสที่ให้มาก็จะติดได้ไม่เต็มพื้นที่หน้าจอทั้งหมดจะแอบมีตามขอบนิดหน่อยที่เว้นว่างไว้ แต่ก็คลุมไว้จุดของหน้าจอ Touch screen ไว้หมดแล้วหายห่วงครับ

Huawei GR5 2017 จะมาพร้อมหน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลแต่ส่วนตัวแอบคิดว่ามันจืดไปนิด อาจจะไม่ได้สีสดมากมาย แต่ก็แสดงสีสันได้กำลังสบายตาครับ ตัวเครื่องจะใช้สีแบบ Two-Tone เป็น 2 สีตัดกันอย่างรุ่นที่เราได้มารีวิวจะเป็นสีทองมีกระจกด้านหน้าเป็นสีขาวส่วนฝาหลังจะเป็นสีทอง ส่วนอีกสีจะเป็นด้านหน้าสีดำ ด้านหลังสีเทาครับ

เหนือหน้าจอรุ่นนี้จะมีไฟ LED แจ้งเตือนอยู่มุมซ้าย , เซ็นเซอร์วัดแสง วัดระยะ , ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล

ด้านล่างหน้าจอก็ไร้ปุ่มกดใดๆอย่างที่บอกครับ จะมีเพียงโลโก้ของ Huawei สกรีนอยู่เท่านั้น เพราะปุ่มกดหลักอยู่บนหน้าจอหมดแล้ว

วัสดุของตัวเครื่องจะใช้เป็นโลหะ Unibody ผิวด้าน ด้านหลังมีการออกแบบลักษณ์โค้งนิดๆให้รับกับรูปมือได้ดี  เวลาจับถือก็ให้ความรู้สึกพรีเมี่ยมใช้ได้เลยครับ ตัวกรอบเครื่องจะมีการตัดขอบแบบ Diamond-Cut ด้วย

ด้านหลังมีกล้องหลังคู่ที่เป็นจุดเด่นของรุ่นนี้ตัวกรอบเลนส์จะนูนออกมาจากตัวเครื่องเล็กน้อย ไม่ได้เรียบเนียนติดไปกับฝาหลังเพราะด้วยความที่ตัวเครื่องมีขนาดที่บางมากนั่นเอง ด้านข้่างเป็นไฟแฟลช LED หนึงดวง และถัดลงมานิดหน่อยก็จะเจอกับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือรูปทรงกลมๆครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องมีการวางตำแหน่งต่างๆมาตรฐาน โดยฝั่งซ้ายจะเป็นไมโครโฟนสำหรับสนทนา ตรงกลางเป็นพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ Micro-USB และขวาเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านบนมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน

ปุ่มกดอย่างปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง กับปุ่ม Power

ช่องใส่ซิมอยู่ที่ฝั่งซ้ายมือของตัวเครื่องโดยถาดซิมจะเป็นแบบไฮบริดที่ต้องเลือกเอาว่าจะใช้งานแบบ 2 ซิมหรือ ใช้งาน 1 ซิม 1 เม็มการ์ด

สเปค Huawei GR5 2017

  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปประมวลผล Kirin 655 Octa-core 2.1GHzCPU
  • ชิปกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB **แถม Micro-SD 32GB ในกล่อง**
  • แบตเตอรี่ 3,340 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 12+2 ล้านพิกเซล
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมแบบไฮบริด
  • วางจำหน่าย 2 สี ดำ-เทา , ขาว-ทอง
  • ราคา 8,900 บาท

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Huawei GR5 2017 มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบด้วย EMUI (Emotion UI) เวอร์ชั่น 4.1 เป็นตัวเดียวกับที่เห็นๆบน Huawei P9 Series นั่นแหละครับ น่าเสียดายที่เปิดตัวมารอบเดียวกับ Mate 9 Series แต่ไม่ได้ใส่เวอร์ชั่นล่าสุดที่มีฟีเจอร์เด็ดๆมาให้ด้วย แต่รวมๆการใช้งานก็ลื่นไหลดีอยู่แล้วครับ

หน้าตาของ EMUI 4.1 ก็จะเรียบๆตามฉบับของ Huawei มีไอคอนแอปเรียงไว้ที่หน้า Home Screen นี้ทั้งหมด จะที่ติดมากับเครื่อง ดาวน์ โหลดเข้ามาเพิ่มเติมก็จะถูกจัดวางไว้ในหน้านี้ทั้งหมด ยังไม่มี App Drawer เป็นทางเลือกเหมือนกับตอน Mate 9 นะครับ

เราสามารถตั้งค่าหน้า Homescreen ได้จากการแตะที่หน้าจอค้าง หรือจีบนิ้วเข้าหากัน ตรงนี้จะมีให้เลือกปรับพวก Wallpaper , Widget , Transitions (อนิเมชั่นการเลื่อนหน้าจอ) , More Settings (การตั้งค่าอื่นๆ อาทิ เลย์เอ้าท์ของไอคอน , การจัดเรียงไอคอน)

แถบ Notification Bar ด้านบนจะแบ่งออกเป็น 2 หัวข้อหลักๆคือ Notification (การแจ้งเตือนต่างๆ) และ Shortcuts (ทางลัดต่างๆ อาทิ เปิด-ปิด Wi-Fi , เปิด-ปิด Bluetooth , เปิด-ปิด Auto Rotate เป็นต้น)

ในส่วนของ Theme ทาง Huawei ก็มีแอป Theme Center ใส่เข้ามาให้เลือกปรับหน้าตาตามสไตล์ที่ชอบได้เลย ยิ่งช่วงนี้ใกล้ถึงเทศกาลตรุษจีนลองหาตีมแนวๆนี้มาเปลี่ยนคู่กันไปก็ดีไม่หยอกครับ :D

Phone Manager แอปการจัดการตัวเครื่องยังคงมีมาให้อยู่ เราสามารถเพิ่มความเร็วของเครื่องได้ง่ายๆเพียงจิ้มเดียว จัดการในเรื่องของ data อินเทอร์เน็ต , จัดการเรื่องการแจ้งเตือน , แบตเตอรี่ เป็นต้น

ย่อหน้าจอง่ายๆด้วยโหมด One Hand UI ด้วยความที่หน้าจอของรุ่นนี้ขนาด 5.5 นิ้ว อาจจะใหญ่ไปสำหรับบางคน ทาง Huawei ก็มีระบบย่อหน้าจอง่ายๆเพียงแค่เราใช้การเพียงแค่ปาดแถบ Navigator Bar (ตรง 3 ปุ่มด้านล่าง) ไปทางซ้ายหรือขาว ตัวหน้าจอก็จะย่อเล็กลงมาเหลือราวๆ 4 นิ้ว เพื่อให้ง่ายต่อการใช้งานมือเดียวยิ่งขึ้นไปอีกครับ แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปตั้งค่าก่อนที่ Settings > Smart Assistance > One Hand UI ครับ

ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็วฉับไว

เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของรุ่นนี้ยังคงอยู่ที่ด้านหลังของตัวเครื่องอย่างที่ได้เห็นไป การใช้งานสะดวกและรวดเร็วเช่นเคย หลังจากตั้งค่าจดจำลายนิ้วมือของเราไปแล้ว เราสามารถใช้การแตะเพียงเสี้ยววินาทีเพื่อปลดล็อคหน้าจอได้เลยโดยไม่ต้องกดปลุกจอเสียก่อน

นอกจากนี้เรายังสามารถใช้เซ็นเซอร์นี้ในการเลื่อนแถบ Notification Bar ลงมาได้ด้วยโดยการรูดนิ้วลงมาผ่านเซ็นเซอร์ หรือจะเป็นการเลื่อนซ้าย-ขวาผ่านเซ็นเซอร์เพื่อเลื่อนรูปภาพในแอป Gallery ก็ได้ แต่ก่อนอื่นเราต้องเข้าไปตั้งค่าเปิดก่อนนะที่ Settings > Fingerprint ID > Slide Gesture

ทดสอบประสิทธิภาพของ Huawei GR5 2017

มาต่อในเรื่องการทดสอบประสิทธิภาพของรุ่นนี้กันต่อ ด้วยชิปเซ็ต Kirin 655 Octa-core ตัวนี้ดูจะเป็นรุ่นกลางๆที่ใช้งานด้านประมวลผลทั่วๆไปได้อย่างครบถ้วน จากการทดสอบในหัวข้อต่างๆด้านบนไม่ว่าจะเป็น UI และการใช้งานโดยรวมถือว่าลื่นไหลทีเดียว แต่ถ้าเน้นไปที่การทำงานหนักๆอย่างด้านกราฟิกจะไปได้แค่ไหนกันล่ะ ?

ก่อนอื่นเราจับมาทดสอบประสิทธิภาพให้เห็นกันคร่าวๆผ่านแอป AnTuTu Benchmark กันก่อน ซึ่งผลคะแนนก็ออกมากลางๆที่ 56,406 คะแนนครับ

ตัวแรมที่ให้มา 3GB ของรุ่นนี้จากการใช้งานทั่วๆไปก็จะเหลือใช้อยู่ราวๆ 1.5-1.9GB เลยทีเดียว ถือว่าเยอะมากๆสำหรับแรมที่เหลืออยู่ ส่วนหนึ่งก็มาจากที่ตัว EMUI นั้นไม่ค่อยกินสเปคมากเท่าไหร่ด้วยนั่นเองครับ

การเล่นเกมบน Huawei GR5 2017

ทดสอบจนได้เห็นคะแนนคร่าวๆกันไปแล้ว ก็มาถึงคราวที่ลงสนามจริงอย่างการเล่นเกมกันหน่อย เกมที่เราจะนำมาทดสอบก็คือ God of Rome , Star Wars Force Arena และ NOVA 3 ครับ

ผลการทดสอบก็สามารถเล่นได้อย่างราบลื่นดีเลย เกมกราฟิกหนักๆอย่าง God of Rome ที่จะต้องมีเอฟเฟกต์มากๆก็สบายๆ หรือจะเป็นเกมใหม่ๆอย่าง Star Wars Force Arena ที่เน้นเอฟเฟกต์สวยๆก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ สรุปว่าเรื่องเกมสอบผ่านเล่นได้เพลินๆเลยครับ

ดูหนังฟังเพลงผ่าน Huawei GR5 2017

หน้าจอของ GR5 2017 มีขนาดใหญ่กำลังดีเลยที่ 5.5 นิ้ว การแสดงผลอย่างที่บอกไปว่าอาจจะไม่ได้สดจัดจ้านเท่าไหร่ แต่ IPS แบบนี้พอมองนานๆก็สบายตาดีครับ เหมาะกับการเอามาดูหนังหรือไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆดีครับเพลินๆเลย

ส่วนเรื่องเสียงการฟังเพลงบนรุ่นนี้ก็ทำได้ดีครับ ลำโพงหลักของตัวเครื่องขับเสียงออกมาได้ดังทีเดียวล่ะ เวลาฟังเสียงผ่านแนวนอนเสียงก็จะออกไปด้านข้างถ้าใช้มือมาป้องหน่อยให้เสียงมาด้านหน้าก็แจ่มเลยล่ัะ

ถ่ายรูปหน้าชัด หลังเบลอด้วย Huawei GR5 2017

ถึงคราวไฮไลท์กับกล้องถ่ายภาพกันแล้ว GR5 2017 นี้มาพร้อมกับจุดเด่นอย่างกล้องหลังคู่ที่สามารถถ่ายภาพหน้าชัด หลังเบลอได้เนียนๆไม่แพ้พวกรุ่นพี่เลย โดยกล้องหลังคู่ของ GR5 2017 นั้นจะแบ่งเป็นความละเอียด 12 ล้านพิกเซลที่เป็นกล้องหลักและ 2 ล้านพิกเซลที่ใช้ในการวัดระยะ จับความลึกตื้นของภาพเพื่อประมวลผลไปใช้ในการทำหน้าชัด หลังเบลอนั่นเองครับ

โหมดการถ่ายภาพที่มีติดมาในเครื่องก็ให้มาเยอะและครบครันทุกการใช้งานจริงๆครับ อาทิ Photo (Auto) , Pro Photo , Beauty , Video , Pro Video , Beauty Video , HDR , Night Shot , Panorama , Good Food , Light Painting , Time-Lapse เป็นต้น โดการเลือกโหมดจะใช้การปัดหน้าจอในหน้า UI กล้องหลักไปทางขวา

ส่วนการตั้งค่าอื่นๆจะอยู่ในหน้า Settings เข้าได้โดยการเลื่อนหน้าจอมาทางซ้ายมือครับ ในนี้ก็จะมีการปรับตั้งค่าพวกความละเอียดของภาพถ่าย , การตั้งเวลา , ถ่ายภาพด้วยคำสั่งเสียง , Smile Shot เป็นต้นครับ

การเปิดโหมดหน้าชัดหลังเบลอหรือ Wide Aperture นั้นสามารถกดได้จากที่หน้า UI หลักเลย ที่ไอคอนรูปรูรับแสงด้านบน พอกดแล้วตัวไอคอนจะขึ้นเป็นสีฟ้าเท่ากับเราสามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้แล้วนั่นเองครับ โดยหลังจากที่เราเปิดโหมดนี้แล้วความละเอียดของภาพจะถูกลดลงมาที่ 8 ล้านพิกเซลอัตโนมัติและไม่สามารถปรับเพิ่มหรือลดขนาดเพิ่มเติมได้นะ

ขั้นตอนการถ่ายแบบหน้าชัดหลังเบลอก็ง่ายๆครับเพียงแต่แตะจุดที่เราอยากให้โฟกัสแล้วเลือกปรับความเบลอของฉากหลังได้เลยตัวหน้าจอจะมี Preview โชว์ให้เห็นเลยด้วยว่าความเบลอมากน้อยแค่ไหนตามการปรับค่า f/Stop ที่มีให้เลือกตั้งแต่ f/16 ไปถึง f/0.95 เลยทีเดียว

ที่พิเศษก็คือ หลังจากที่เราถ่ายภาพด้วยโหมด Wide Aperture มาแล้วเรายังสามารถมาปรับจุดโฟกัสหรือความเบลอของภาพได้อีกด้วย เผื่อว่าภาพที่ถ่ายตอนแรกจะเบลอมากเกินไปหรือน้อยไปน่ะเนอะ โดยภาพถ่ายที่ใช้โหมด Wide Aperture จะมีรูปไอคอน รูรับแสง ใน Gallery อยู่กดไปปรับแต่งกันต่อได้เลย

นอกจากนี้ในการปรับแต่งเพิ่มเติมเรายังสามารถใส่เอฟเฟกต์ของฉากลังเข้าไปได้อีกด้วย โดยจะมีให้เลือกอยู่ 6 แบบ เลือกปรับได้ตามใจเลยครับว่าอยากจะสร้างสรรค์ภาพออกมาแนวไหน

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Wide Aperture ของ Huawei GR5 2017 รวมๆแล้วก็เป็นโหมดการถ่ายภาพที่ใช้ถ่ายได้สนุกทีเดียว ด้วยลูกเล่นการปรับค่า f/Stop ได้มากมายอยากจะละลายหลังหรือเบลอหน้าก็ทำได้หมด แถมในเรื่องความเนียนก็ทำได้ดีไม่แพ้รุ่นใหญ่ๆราคาสูงๆเลยด้วย

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Auto ในโหมด Auto ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ ถ้าไม่เน้นลูกเล่นอะไรมาก อยากได้ความละเอียดของภาพที่สูงขึ้นมาหน่อย เน้นยกถ่ายๆเลย ก็ทำได้ดีไม่แพ้กันครับ การโฟกัสทำได้ดีทีเดียว ส่วนเรื่องโทนสีและความละเอียดก็สวยงามกำลังดีครับ (ออกแนวติดแดงนิดหน่อย) จะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่แสงน้อยที่จะมี Noise ให้เห็นค่อนข้างชัด

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Light Painting การลากไฟก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแค่เปิดไปโหมด Light Painting แล้วก็กดถ่ายได้เลย ไม่จำเป็นต้องไปปรับค่าในโหมด Pro มากมายให้งงตรงนี้ถือว่าสะดวกทีเดียวครับ แต่ตรงนี้แนะนำว่าใช้ขาตั้งมาช่วยก็จะได้ภาพที่นิ่งและสวยขึ้นเยอะเลยล่ะ :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Good Food โหมดการถ่ายภาพอาหารก็มีใส่มาให้เนอะ ในโหมดนี้จะเห็นว่าภาพที่ได้ออกมามีสีสันที่จัดจ้่านมากขึ้น เพิ่มความน่าสนใจในตัวอาหารขึ้นไปอีกเยอะเลย แต่ส่วนตัวคิดว่าภาพมันออกโทนร้อนมากไปหน่อยอาจจะดูเกินจริงไปนิด และไม่สามารปรับค่าอุณหภูมิสีได้ เวลาถ่ายภาพของหวานอาจะดูขัดตาแปลกๆเนอะ :P

เซลฟี่เนียนๆด้วย Beauty 10 ระดับ

กล้องหน้าของรุ่นนี้ก็ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล เรียกว่ากำลังดีในการเซลฟี่เลยล่ะ และแน่นอนว่ามีโหมด Beauty มาให้เลือกปรับความเนียนได้ถึง 10 ระดับ จากหน้าปกติไปจนถึงหน้าเนียนใสไร้รอยกันเลย :P

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Huawei GR5 2017

แบตฯอึดๆในตัวเครื่องบางๆ

GR5 2017 ให้แบตเตอรี่ความจุ 3340 mAh ก็เรียกว่าเยอะใช้ได้เลยสำหรับเครื่องไซส์บางๆแบบนี้ โดยจากการใช้งานก็เรียกว่าอึดเลยล่ะสำหรับรุ่นนี้ ใช้งานทั่วๆไปพ้นวันได้สบาย ถ้าเล่นหนักๆก็พอไหว เรียกว่าหายห่วงนะครับในเรื่องของแบตเตอรี่

ราคาโดนใจเพียง 8,900 บาท

ปิดท้ายในเรื่องของราคา รุ่นนี้อย่างที่บอกว่าราคาเบาๆสบายกระเป๋า เพราะความสามารถจัดเต็มๆแบบนี้เปิดราคามาเพียง 8,900 บาทเท่านั้น เรียกว่าเป็นสมาร์ทโฟนกล้องหลังคู่ที่มีราคาต่ำหมื่นรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ นอกจากนี้ในราคาแบบนี้เรายังได้ของแถมพิเศษอย่าง Micro-SD ความจุ 32GB เพิ่มให้อีกด้วย คุ้มจนไม่รู้จะคุ้มยังไงแล้วเนอะ

สรุปเลยละกัน

Huawei GR5 2017 เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจมากๆในตลาดราคาต่ำหมื่นตอนนี้ ด้วยจุดเด่นเรื่องกล้องหลังคู่คุณภาพเยี่ยมถ่ายภาพได้สวยและสนุกไม่แพ้รุ่นพี่ราคาสูงๆ อีกทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่สวยเพรียวตามสมัยนิยม ขนาดตัวเครื่องพกพาง่ายไม่เป็นภาระ ในเรื่องของสเปคก็จบครบใช้งานทั่วไปจนถึงเล่นเกมกราฟิกกลางๆได้สบายๆ สำหรับใครที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนครบๆทั้งเรื่องการถ่ายภาพ , ดีไซน์ และสเปคแบบนี้อยู่ HuaweiGR5 2017 เป็นตัวเลือกที่ตอบโจทย์ได้ดีมากๆรุ่นหนึ่งเลยล่ะครับ :D

จุดเด่น

  • กล้องหลังคู่ความสามารถเพียบ
  • ดีไซน์เพรียวบางน้ำหนักกำลังพอดีมือ
  • เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือทำงานได้รวดเร็ว
  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้วแสดงผลสบายตา
  • EMUI 4.1 ทำงานได้ลื่นไหล เหลือแรมใช้งานเยอะ

จุดสังเกต

  • ถาดซิมเป็นแบบไฮบริด ต้องเลือกใช้งานว่าจะใช้เป็น 2 ซิมหรือเพิ่ม Micro-SD
  • ตัวเลนส์กล้องนูนออกมาจากตัวเครื่องนิดหน่อย

 

รีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite