Review : DAC ไร้สายช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลงด้วย Astell&Kern XB 10

MissIT | 9 ม.ค. 2560 15:04:00 (อัพเดต 10 ม.ค. 2560 15:46:07)

3076

VIEWS MissIT

Review : DAC ไร้สายช่วยเพิ่มอรรถรสในการฟังเพลง Astell&Kern XB 10 

 

สำหรับคนที่คลั่งไคล้ในการฟังเพลงก็คงจะพอรู้จักกับแบรนด์ Astell&Kern วันนี้เราก็จะมารีวิวเจ้า Astell&Kern XB-10 ที่มีความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยี Qualcomm aptX HD ที่สามารถรับไฟล์เพลงได้สูงถึง 24-bit/ 48kHz มาพร้อมกับ Hi-Fi DAC และ Analog AMP ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการฟังเพลงให้ดียิ่งขึ้น และ ช่องหูฟังที่รองรับระบบ balance 2.5mm. กับ stereo 3.5mm. รองรับการเชื่อมต่อด้วย Bluetooth 4.1 ทำให้ Astell&KernXB-10 ดูน่าสนใจไม่น้อยเลยสำหรับคนที่อยากฟังเพลงคุณภาพเสียงดี ๆ แต่ไม่ต้องการพกอะไรให้มันวุ่นวาย เกริ่นมาก็น่าสนใจแล้วเราลองมาดูความสามารถของ Astell&Kern XB 10 ในรีวิวนี้กันเลย

คุณสมบัติ

Qualcomm® aptX™ HD ช่วยทำให้เล่นไฟล์เพลงขนาดใหญ่ผ่านระบบไรสายได้ดีขึ้น 24-bit/ 48kHz

Hi-Fi DAC ช่วยลดความผิดเพี้ยนของเสียงให้ใกล้เคียงกับต้นฉบับมากที่สุด 

Audio Output : 3.5mm & 2.5mm balanced

รองรับการทำงาน iOS และ Android

รองรับ Bluetooth 4.1

มีไมโครโฟนไว้สนทนา

แกะกล่อง

กล่องของเจ้า Astell&Kern XB 10 เป็นทรงกระบอกสีดำที่ดูเรียบหรูดี เปิดกล่องออกมาก็จะเจอตัวเครื่องถูกแพคไว้เป็นอย่างดี เปิดมาอีกชั้นก็จะเจอหนังสือคู่มือ สาย Micro USB และ คลิปหนีบ

ตัวคลิปหนีบสามารถเอาใส่กับเจ้า Astell&Kern XB 10 ได้อย่างง่ายดาย
แค่ถอดจุกยางออกแล้วก็บีบคลิปหนีบเสียบเข้าไปแค่นี้ก็พร้อมใช้งานแล้ว

ความรู้สึกแรก

หลังจากที่ได้จองจับเจ้า Astell&Kern XB 10 แล้วมีความรู้สึกว่าถึงจะเป็นพลาสติกแต่ก็ประกอบได้แน่นหนาดีดูไม่ก๊อกแก๊ก ปุ่มกดต่าง ๆ กดง่ายดูแล้วไม่สับสน การออกแบบได้ทำได้สวยดี โดยเฉพาะด้านบนที่มีลักษณะการออกแบบได้รับแรงบันดาลใจแสงและเงาให้เป็นช่องสี่เหลียมที่มีการตัดกันละก็ทำให้ดูนูนขึ้นมา ตรงนี้เองที่ทำให้เราแยกออกว่าปุ่มอะไรอยู่ตำแหน่งไหนได้ชัดเจน

ขนาดของตัวเครื่องเทียบกับ iPhone 6 Plus และ เหรียญ 10 บาท โดยที่ Astell&Kern XB 10 นั้นมีความสูงอยู่ที่ 12.3 มม.กว้าง 50 มม. และน้ำหนักรวม 23 กรัม

ด้านบน

มีปุ่มทั้งหมด 4 ปุ่ม มีปุ่มเพิ่มเสียง ลดเสียง play/pause และปุ่มไว้สำหรับเชื่องต่อ Bluetooth ได้รับแรงบันดาลใจการออกแบบมาจากแสงและเงา 

รอบ ๆ เครื่อง

เริ่มจาก ช่อง ชาร์ตไฟ ที่เป็น Micro USB

ถัดมาทางฝั่งขวาเป็นปุ่มเปลี่ยนเพลง ปุ่มซ้ายเริ่มเพลงใหม่/เลือกฟังเพลงก่อนหน้า หรือกดค้างจะเป็นการกรอเพลงกลับ ส่วนปุ่มขวากดเปลี่ยนไปเพลงถัดไป กดค้างเป็นการกรอเพลงไปข้างหน้า

ถัดมาก็จะเจอกับ ช่องเสียบหูฟัง 2 ช่อง เป็น balance 2.5mm. กับ stereo 3.5mm. และมีไมโครโฟนสำหรับสนทนาเวลาเราเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ (ไมโครโฟนที่ติดมากับตัวเครื่องเราสามารถเอามาใช้เป็นตัวบันทึกเสียงกับโทรศัพท์ได้ แต่ถ้าหูฟังของเรามีไมโครโฟนติดมา การบันทึกเสียงจะไปบันทึกที่ตัวหูฟังแทน)

สุดท้ายเราก็จะมาเจอกับ ปุ่ม Joystick ที่มีคำสั่งอยู่ 2 อย่าง ถ้าเราดันไปทางขวาค้างจะเป็นการเปิด/ปิดเครื่อง ถ้าดันมาทางซ้าย จะเป็นการล็อคปุ่มกดทั้งหมดในตัว Astell&Kern XB 10 ทำให้เวลาใส่กระเป๋าแล้วโดนอะไรทับก็จะได้มีการตอบสนองจาก Astell&Kern XB 10 ข้าง ๆ Joystick จะมีไฟสถานะอยู่ เวลาชาร์ตไฟ จะขึ้นไฟสีแดง เชื่องต่อกับโทรศัพท์อยู่จะกระพริบไฟสีฟ้า และ ตอนกำลังค้นหาอุปกรณ์จะเป็นไฟสีแดงกับสีฟ้ากระพริบเร็ว ๆ

การเชื่อมต่อ

การเชื่อมต่อเจ้า Astell&Kern XB 10 นั้นก็เหมือนกับการต่ออุปกรณ์ Bluetooth ต่าง ๆ โดยที่พอเราเชื่อมต่อกับโทรศัพท์แล้วก็สามารถใช้งานได้ทันทีไม่ต้องตั้งค่าอะไร แถมยังมี Qualcomm aptX HD 24 bit ที่จะลดการสุญเสียของสัญญาณที่ส่งมา ทำให้เราสามารถ ฟังเพลงระดับ Hi-Res Audio ในระบบไร้สายได้อย่างเต็มประสิทธิภาพอีกด้วย

การเชื่อมต่อกับ iPhone จะมีสถานแบตบอดด้วย แตกต่างจาก Android ที่จะขึ้นว่าเชื่อมต่อ อุปกรณ์ Bluetooth เฉย ๆ


เสียง

จากการใช้งานโดยการต่อกับเจ้า Astell&Kern XB 10 กับ iPhone พบว่าเสียงที่ได้นั้นมีมิติขึ้นมาในระดับนึง โดยเสียงที่ฟังผ่านเจ้าตัว Astell&Kern XB 10 นั้นจะแตกต่างไม่มากจากที่ฟังบน iPhone แต่เสียงที่ได้จะออกแนวมีมิติของเสียงทีมากขึ้น เก็บลายละเอียดของแต่ละช่วงเสียงได้ดีขึ้นไม่หยาบหู เสียงรวมดูมีพลังขึ้น


โดยรวมแล้ว

เสียงสูง ทำได้ดีใสสะอาดไม่บาดหู เสียงโทนนี้เวลาฟังผ่าน Astell&Kern XB 10 จะเห็นความแตกต่างค่อนข้างมาก

เสียงกลาง ไม่ค่อยแตกต่างมากแต่จะมีลายละเอียดของเสียงร้องและเครื่องดนตรีเพิ่มขึ้นมา ทำให้เสียงดูมีมิติขึ้นมา

เสียงBass ดูมีความแน่นขึ้นมา ฟังแล้วรู้สึกถึงความพุ่งของเสียงมากกว่าเดิม


ส่วนเรื่องกำลังขับเสียงนั้นทำได้ดีเลย เพราะถ้าเราฟังผ่าน Astell&Kern XB 10 นั้นกำลังขับของเสียงจะดังกว่าฟังผ่าน iPhone ประมาณ 3 ระดับปุ่มเพิ่มเสียงของ iPhone แถมยังได้เสียงที่ดีกว่าด้วย


แบตเตอรี่

ในเว็ปเคลมไว้ว่าสามารถใช้งานได้5ชั่วโมง แต่จากการใช้งานจริงเปิดเพลงที่ความดัง75% ติดต่อกันบน iPhone ตั้งแต่12.02-17.35 แบตถึงจะหมดก็ถือว่าสามารถทำได้ดีตามที่เคลมไว้
(ขึ้นอยู่กับการใช้งานของแต่ละคนและชนิดของหูฟัง)

ส่วนเรื่องการเชื่อมต่อ Bluetooth กับ iPhone หลายๆคนอาจจะกังวลว่าจะกินเยอะแบตไหม จากการใช้งาน โดยเปิด Bluetooth ตอนใช้งาน Astell&Kern XB 10 พบว่าการใช้งานแบตบน iPhone นั้นแทบไม่ต่างจากการใช้งานปกติเลย อันนี้น่าจะมาจากการที่ใช้ Bluetooth 4.1 ที่ช่วยเรื่องการเชื่อมต่อและการประหยัดแบตที่ดีกว่ารุ่นเก่า ๆ


สรุป

ASTELL&KERN AK XB 10 นั้นตอบโจทย์การใช้งานสำหรับคนที่อยากฟังเพลงผ่านโทรศัพท์ให้ได้คุณภาพเสียงที่ดี เหมาะกับคนที่ชอบฟังเพลงที่มีเสียงสูง หรือเน้นเสียงดนตรีประเภทเครื่องสาย เพราะเจ้า Astell&Kern XB 10 นั้นสามารถเก็บลายละเอียดเสียงของโทนเสียงสูงได้ดี และยังรองรับไฟล์ Hi-Res มีช่องต่อ Balance 2.5mm ที่จะทำให้ได้อรรถรสในการฟังเพลงมากขึ้น แถมยังพกพาสะดวก มาพร้อมกับการออกแบบที่สวยงาม เสนอราคาอยู่ที่ 7,190 บาท


ข้อดี

ช่วยให้การฟังเพลงผ่านโทรศัพท์ได้เสียงที่มีมิติมากขึ้น

เล็กกระทัดรัดออกแบบสวยงาม

รองรับ balance 2.5mm

มีไมโครโฟน

 

ข้อสังเกต

วัสดุไม่เหมาะสมกับราคา

ปุ่มกดด้านบนดูยากเวลาอยู่ในที่มืด