Social: ทีมเอเจนซี่ปฏิบัติการยึดแฟนเพจ เหตุบริษัทไม่ยอมจ่ายค่าจ้างตามตกลง!

ป๋าเอก | 26 ธ.ค 2559 08:26:55

6746

VIEWS ป๋าเอก

:: Social: ทีมเอเจนซี่ปฏิบัติการยึดแฟนเพจ เหตุบริษัทไม่ยอมจ่ายค่าจ้างตามตกลง! ::

กลายเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์ไปแบบคาดไม่ถึง เมื่อทีมเอเจนซี่การตลาดออนไลน์ Viral Edge จากประเทศปากีสถานได้กระทำการอุกอาจด้วยการประกาศยึดแฟนเพจของผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ Haleeb Foods โดยพวกเขาอ้างว่าบริษัทดังกล่าวยังไม่ยอมจ่ายค่าจ้างตามที่ตกลงกันไว้มาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว

โดยถ้าใครเข้าไปที่แฟนเพจของ Haleeb Foods Limited (ตามลิงค์นี้) จะพบว่าภาพคัฟเวอร์หลักได้ถูกเปลี่ยนเป็นรูปโซ่คล้องกุญแจพร้อมข้อความว่า “ถูกแบนเพราะไม่ยอมจ่ายเงิน” (Suspended due to non payment) ซึ่งในข้อความล่าสุดที่แฟนเพจดังกล่าวโพสต์ไว้ครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 20 ธันวาคมระบุว่าทีมเอเจนซี Viral Edge อยากจะให้ผู้ติดตามแฟนเพจช่วยพวกเขาทวงเงินคืนจากบริษัท Haleeb Foods ที่ค้างค่าจ้างมาเป็นเวลามากกว่า 7 เดือนแล้ว โดยทุกคนสามารถแชร์เพจนี้ออกไปเพื่อกระจายข่าวหรือโทรสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมไปยังผู้อำนวยการด้านการตลาดของ Haleeb Foods ได้โดยตรงพร้อมลองเบอร์โทรให้เสร็จสรรพ

ทั้งนี้ทางด้านของเว็บไซต์ Mashable ได้ติดต่อไปยังบริษัท Viral Edge ว่าแม้บริษัท Haleeb จะพยายามตั้งเอเจนซี่รายใหม่ให้เข้ามาดูแลแฟนเพจแทน แต่ทางฝั่งของ Viral Edge ก็ได้ตั้งค่าผู้ดูแลหรือแอดมินใหม่หมดทำให้ไม่มีใครยกเว้นพวกเขาสามารถเข้าถึงสิทธิ์ในการดูแลแฟนเพจดังกล่าวได้อย่างเต็มรูปแบบ โดยพวกเขายืนยันว่าได้รับการว่าจ้างจาก Haleeb ให้สร้างเว็บไซต์ให้กับสองแบรนด์หลักๆของบริษัท ซึ่งพวกเขาก็ทำหน้าที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วแต่ยังได้รับการชำระเงินมาเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น แม้ว่าจะพยายามติดต่อกลับไปยังบริษัท Haleeb ในภายหลังแต่ก็ไม่ได้รับการตอบกลับมาแต่อย่างใดจนเป็นที่มาของการไฮแจ็คแฟนเพจในครั้งนี้

อย่างไรก็ตามทางฝั่งของ Haleeb Foods Limited เองก็ได้อกมาให้สัมภาษณ์ด้วยเช่นกันว่าพวกเขาขอปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าไม่ยอมจ่ายเงินให้กับทีม Viral Edge และได้ยื่นเรื่องฟ้องร้องต่อสำนักงานสอบสวนแผนกอาชญากรรมไซเบอร์เพื่อให้เข้ามาดูแลคดีความต่อแล้ว โดยพวกเขาก็พร้อมดำเนินการทางกฏหมายขั้นสูงสุดพร้อมทั้งเรียกร้องค่าเสียหายชดเชยจากการถูกยึดแฟนเพจไปในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน

ก็ไม่รู้เหมือนกันว่ากรณีนี้จะไปจบลงที่ตรงไหน ใครผิดใครถูกก็ไปว่ากันในชั้นศาลดีกว่า อย่าทำให้ลูกเพจต้องตกเป็นตัวประกันแบบนี้เลยครับ!

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite

ที่มา: mashable