Preview : Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017 รวมพลมือถือกล้องหลังคู่หลากรุ่นหลายสไตล์ !!

เฮียแม๊พ | 8 ธ.ค 2559 13:53:01

18248

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Huawei Mate 9 Series และ GR5 2017
รวมพลมือถือกล้องหลังคู่หลากรุ่นหลายสไตล์ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับครอบครัวมือถือกล้องคู่จาก Huawei ที่มีการเปิดตัวกันอย่างเป็นทางการออกมาหลายรุ่นทีเดียวล่ะ ตั้งแต่ Mate 9 Series ที่มีทั้ง Huawei Mate 9 , Huawei Mate 9 Pro , Huawei Mate 9 Porsche Design หรือแม้กระทั่งรุ่นน้องจากซีรีส์ GR5 ตัวใหม่ก็มีมาด้วยเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดที่ว่ามานี้เป็นสมาร์ทโฟนกล้องหลังทั้งนั้นเลย เอาเป็นว่าอย่าเสียเวลาเรามาดูกันดีกว่าว่าแต่ละรุ่นน่าสนใจแค่ไหนกันดีกว่า ! :D

แรกสัมผัส Huawei Mate 9 จอใหญ่สุด แต่ลงตัวด้วยการสัมผัส

มาเริ่มกันที่รุ่นหลักของซีรีส์อย่าง Huawei Mate 9 กันก่อนเลย ดีไซน์หน้าตาของ Mate 9 นั้นยังคงการดีไซน์ตามสไตล์ซีรีส์นี้ได้เป็นอย่างดี แต่การดีไซน์ด้านหน้าส่วยตัวคิดว่ามันมีการผสมผสานที่ลงตัวระหว่าง Mate 7 และ Mate 8 เอามากๆ จนออกมาหน้าตาประมาณนี้ จุดเด่นหลักๆของซีรีส์นี้ก็คือตัวขนาดหน้าจอที่มีขนาดใหญ่เน้นการใช้งานด้านความบันเทิงเต็มรูปแบบ รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ IPS 5.9 นิ้ว ความละเอียด Full-HD เรื่องการแสดงผลก็สวยงามตามสไตล์ Huawei ครับ

และด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่เอามากๆแต่สังเกตดีๆว่าตัวขอบหน้าจอทั้งบน-ล่าง หรือขอบเครื่องนั้นบางเอามากๆ จึงไม่ทำให้ตัวเครื่องนั้นมีขนาดใหญ่เท่าไหร่ สามารถถือใช้งานได้สะดวกประหนึ่งตัวเครื่องระดับ 5.5 - 5.7 นิ้วเลยล่ะ ตรงนี้ก็ถือเป็นจุดที่ทาง Huawei ทำได้ดีและชูเป็นจุดเด่นมาพักนึงแล้วสำหรับเรื่องขนาดที่พกพาสะดวกในขนาดหน้าจอที่ใหญ่

ด้านบนของหน้าจอจะเห็นว่ามีการดีไซน์ลวดลายแบบขดน้ำคล้ายๆกับตอน Mate 8 ด้วย ซึ่งตรงนี้ก็เพิ่มความสวยงามได้ดีขึ้นไปอีก มีลำโพงสนทนา , เซ็นเซอร์วัดแสงต่างๆ , กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล และไฟ LED แจ้งเตือนอยู่เหนือหน้าจอนี้ด้วยครับ

บอดี้งานประกอบก็ยังคงเป็นโลหะ Unibody สุดงามและแกร่งเช่นเคย ผิวสัมผัสจะเป็นด้านๆ พร้อมการดีไซน์ด้านหลังแบบหลังเต่ามีความโค้งรับรูปมือพอสมควร ทำให้การจับถือนั้นถนัดมือมากๆเลย

ตัวกล้องชัดเจนครับ P9 มี Leica ไปแล้ว Mate 9 จะไม่มีก็กระไรอยู่แต่รอบนี้กล้องหลังมีการอัพเกรดความละเอียดขึ้นมาด้วยการเพิ่มความละเอียดของกล้อง Monochrome เป็น 20 ล้านพิกเซล (จากเดิม 12 ล้านพิกเซล)และเซ็นเซอร์การโฟกัสเข้ามาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ข้างๆเป็นไฟแฟลช Dual-Tone และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ถัดลงมา

กรอบเครื่องเป็นโลหะตัดขอบด้วย Diamond-Cut คล้ายกับตอน P9 แต่จะเห็นว่าตามขอบมีการขัดลายแบบ Brush Finish เพื่อเพิ่มความหรูหราลงไปอีกด้วย ด้านขวามือจะมีปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Power , ส่วนด้านซ้ายมือมีช่องใส่ซิมแบบถาดไฮบริดครับ

ด้านบนของตัวเครื่องยังมีช่องแจ็คหูฟัง 3.5 มม. อยู่นะจ๊ะรุ่นนี้ ข้างๆก็เป็นตัว IR Infared ไว้ใช้เป็นรีโมทได้

ด้านล่างมีลำโพงหลังของตัวเครื่องและไมโครโฟนสนทนา ส่วนตรงกลางเป็นพอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C อยู่ครับ

สเปค Huawei Mate 9

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.9 นิ้วความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Kirin 960 Octa Core CPU
  • ชิปกราฟิก Mali-G71 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 200GB
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.9
  • กล้องหลังคู่ Leica เซนเซอร์ขาวดำความละเอียด 20 ล้านพิกเซล + เซนเซอร์สี 12 ล้านพิกเซล รองรับระบบ 2x Zoom, Laser Focus, OIS, แฟลชสองสี LED
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบด้วย EMUI 5.0
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง
  • รองรับระบบ SuperCharge
  • วางจำหน่ายในไทย 2 สี Champagne Gold และ Mocha Brown
  • ราคาเปิดตัว 23,900 บาท

รวมๆแล้วจะเห็นว่าตัวสเปคนั้นมีการอัพเกรดขึ้นมาแบบเต็มที่อีกครั้ง ทั้งในเรื่องหน่วยประมวลผลที่จัดเต็มมากับ Kirin 960 ตัวใหม่ , กล้องที่เพิ่มความละเอียดในส่วนของ Monochrome ที่หลายๆคนเคยชื่นชอบใน P9 อยู่มากอยู่แล้ว โดย Huawei Mate 9 นั้นเริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคมนี้เป็นต้นไปในราคา 23,900 ครับ

ยลโฉม Huawei Mate 9 Pro โค้งนิดให้น่าสัมผัส

มาต่อกันในรุ่น Pro พิเศษกว่าด้วยสเปคและรูปลักษณ์ โดยรุ่นนี้จะมาพร้อมจุดเด่นคือหน้าจอ Amoled โค้ง 2 ด้าน ซึ่งตรงนี้ก็สร้างจุดเด่นและแตกต่างจากรุ่นปกติไว้พอสมควร แว้บแรกที่เห็นและความรู้สึกในการสัมผัสบอกเลยว่าแอบคล้ายกับตอน Galaxy S6 Edge+ เอามากๆ ด้วยความที่หน้าจอมันโค้งแต่ไม่มนที่มุมบนล่างเท่าไหร่ ตอนแรกที่เห็นแอบคิดว่าจะคล้ายกับ S7 Edge หรือ Note 7 แต่เอาเข้าจริงเหมือน S6 Edge+ มากกว่าแฮะ

แต่ถึงจะบอกว่ารุ่นนี้มีหน้าจอโค้ง แต่ถ้ามองจากภาพนี้จริงๆก็ไม่ได้โค้งมากอย่างที่คิด และการสัมผัสก็จะรู้สึกว่ามีความโค้งเนียนมือนิดหน่อยเท่านั้น ซึ่งตรงนี้ดีนะเพราะการติดฟิล์มน่าจะง่ายขึ้นกว่ารุ่นที่โค้งมากๆ เพราะตัวที่เราพรีวิวมานี้ก็มีการติดฟิล์มอยู่แล้วด้วยครับ

หน้าจอของรุ่นนี้มีการลดขนาดลงมานิดหน่อยจาก Mate 9 ที่ 5.9 มาเป็น 5.5 นิ้วแต่การแสดงผลก็ต้องบอกเลยครับว่าสวยสดซะยิ่งกว่าอีก เพราะความละเอียดของ Mate 9 Pro นั้นเป็น 2K Quad-HD มาเลยล่ะครับ เรื่องการแสดงผลมิติและมุมมองแจ่มเอามากๆ

และจุดที่ทำให้ดูแปลกตาไปจากสมาร์ทโฟนของ Huawei รุ่นอื่นๆก็คงเพราะรุ่นนี้มีปุ่มโฮมที่มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหน้านี้ด้วย ปกติปุ่มสแกนลายนิ้วมือของ Huawei นั้นมักจะอยู่ด้านหลังเครื่องซะส่วนใหญ่ แต่รุ่นนี้มีปุ่มโฮมอยู่ด้านหน้าแล้ว ปุ่มโฮมของรุ่นนี้จะเป็นแบบสัมผัสอย่างเดียว เราไม่สามารถกดลงไปได้การใช้งาน การใช้งานก็ใช้การแตะหนึ่งครั้งแทนปุ่ม Back , เลื่อนซ้าย-ขวาแทนการเข้าหน้า Recent Apps และแตะค้างแทนการกดปุ่มโฮมครับ

แต่…!แน่นอนว่าถ้าเริ่มใช้แรกๆอาจจะยังไม่คุ้นชินเราวสามารถปรับไปใช้เป็นแบบเดิมคือปุ่มซ้าย-ขวา เป็น Recent Apps กับ Back ได้ด้วยโดยการเข้าไปตั้งค่าที่ Settings > Navigation ครับผม

เท่านี้ข้างๆปุ่มโฮมก็จะมีไฟขึ้นตามแล้วล่ะครับ แบบนี้น่าจะใช้งานง่ายขึ้นกว่าเดิมเยอะล่ะเนอะ

เหนือหน้าจอจะมีไฟ LED แจ้งเตือน , เซ็นเซอร์วัดแสง , ลำโพงสนทนา และกล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลเช่นเดียวกับ Mate 9 รุ่นปกติ ในภาพนี้จะเห็นชัดๆเลยว่าตัวหน้าจอนั้นไม่ได้โค้งมากที่ไหร่อย่างที่บอกไปจริงๆด้านบนสุดนั้นยังแบนๆราบอยู่คล้ายกับ S6 Edge+ เอามากๆ

ด้านบนตัวเครื่องมีตัว IR Infared ไว้ใช้งานเป็นรีโมทได้เหมือนกัน

ส่วนแจ็คหูฟัง 3.5 มม.ก็ยังมีอยู่แต่ย้ายตำแหน่งมาอยู่ด้านล่างเครื่องนี้แทนครับ พอร์ทการเชื่อมต่อเป็น USB-C และมีลำโพงหลักอยู่ด้านล่างนี้ด้วย

กรอบเครื่องยังมีการทำลวดลาย Brush Finish พร้อมกับตัดขอบด้วย Diamond-Cut เช่นกัน แต่จะเห็นจากมุมข้างนี้จะเห็นว่ามีความโค้งของทั้งหน้าจอด้านหน้าและโค้งของฝาหลังลงไปนิดหน่อย ตรงนี้ก็เป็นดีไซน์ที่ทาง Huawei พัฒนามาให้ใช้งานจับถือได้เนียนมือมากขึ้นไปอีกด้วย

รุ่นนี้จะมีจุดที่แตกต่างจาก Mate 9 อีกนิดหน่อยตรงที่รองรับ 2 ซิมแต่ว่าไม่รองรับการใส่ Micro-SD นะครับ ตัวถาดซิมจะเป็น 2 ซิม Nana-SIM ทั้งคู่แบบในภาพเลย

พลิกกลับมาด้านหลังตัวเครื่องจะเห็นตัวกล้องหลังด้วยคำว่า Leica อีกเช่นเคยตัวสเปคกล้องหลังนั้นไม่ต่างจากรุ่น Mate 9 ปกติเลย เพียงแต่การวางตำแหน่งของไฟแฟลชและ Laser Auto-Focus จะต่างกันนิดหน่อย ส่วนฝาหลังจะเห็นว่ามีการขัดลวดลายแบบ Brush Finish พร้อมวัสดุแบบมัมวาวกว่าหน่อย ตรงนี้ให้ความรู้สึกคล้ายกับ HTC One M8 ประมาณนั้นครับ

สเปค Huawei Mate 9 Pro

  • หน้าจอ Amoled โค้งขนาด 5.5 นิ้วความละเอียด Quad-HD
  • ชิปเซ็ต Kirin 960 Octa Core CPU
  • ชิปกราฟิก Mali-G71 GPU
  • แรม 6GB
  • รอม 128GB
  • แบตเตอรี่ 4,000 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล ขนาดรูรับแสง f/1.9
  • กล้องหลังคู่ Leica เซนเซอร์ขาวดำความละเอียด 20 ล้านพิกเซล + เซนเซอร์สี 12 ล้านพิกเซล รองรับระบบ 2x Zoom, Laser Focus, OIS, แฟลชสองสี LED
  • ระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat ครอบด้วย EMUI 5.0
  • เซนเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่ด้านหลังเครื่อง
  • รองรับระบบ SuperCharge
  • วางจำหน่ายในไทย 2 สี Haze Gold และ Titanium Grey
  • ราคาเปิดตัว 27,900 บาท

จะเห็นได้ว่าสเปคภายในของรุ่นนี้จัดเต็มกว่า Mate 9 ปกติพอสมควรทั้งในเรื่องของแรม 6GB หน่วยความจำภายใน 128GB (แต่เพิ่ม Micro-SD ไม่ได้นะ) และหน้าจอที่เป็น Amoled โค้งด้วย ก็แน่นอนล่ะเนอะเพราะนี่คือรุ่น Pro หนิ ซึ่งรุ่นนี้ตั้งราคาเปิดตัวแพงกว่ารุ่นปกติ 4,000 บาทเป็น 27,900 บาท โดยจะเริ่มวางจำหน่ายในช่วงกลางเดือนมกราคมปี 2017 ครับผม

มาดูฟีเจอร์เด่นของ Huawei Mate 9 ทั้ง 2 รุ่นกันหน่อย

อย่างที่เห็นครับว่าสเปคภายในของทั้ง 2 รุ่น Mate 9 และ Mate 9 Pro ค่อนข้างจะเหมือนกันเลย ต่างกันในบางจุดเท่านั้น ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 7.0 Nougat มาเลย ถือว่าเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟนสมัยนี้ไปแล้ว เพราะใครๆก็อยากได้เวอร์ชั่นใหม่ๆกันทั้งนั้น โดย Mate 9 นั้นก็ถือว่าเป็นรุ่นแรกของแบรนด์ที่รัน Nougat มาเลยตั้งแต่เปิดกล่องนั่นเองครับ

ส่วน UI ที่ครอบมาก็เป็น EMUI เช่นเคยแต่รอบนี้อัพเกรดเวอร์ชั่นเป็น 5.0 แล้ว การทำงานต่างๆดูลื่นไหลขึ้นเยอะ และทาง Huawei เคลมไว้ด้วยว่าใช้งานไปนานๆเครื่องก็จะยังเร็วและไม่อืดเหมือนที่ผ่านๆมา ด้วยระบบ Machine Learning ภายในตัว EMUI 5.0 นั้นจะคอยจัดการระบบและตัวเครื่องให้สดใหม่พร้อมใช้งานอยู่เสมอๆ ตรงนี้น่าสนใจแต่คงต้องลองใช้งานกันจริงๆอีกทีว่าจะทำได้ดีแค่ไหนล่ะเนอะ

กล้องคู่ Leica เวอร์ชั่น 2 !

เป็นอีกจุดเด่นหลักของเรือธง Huawei ในปีนี้เลยกับเรื่องของกล้องถ่ายภาพที่หลังจากพัฒนาร่วมกับ Leica ในรุ่น P9 เมื่อต้นปี ก็ได้กระแสตอบรับดีมากๆ จนมาถึงรุ่น Mate 9 เลยมีการอัพเกรดกล้องหลังให้ดียิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มความละเอียดของเลนส์ Monochrome เป็น 20 ล้านพิกเซล (จากเดิม 12 ล้านพิกเซล) ทำให้รายละเอียดของภาพดีขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบโฟกัสที่ไวด้วยการเพิ่มระบบ Phase Detection Auto-Focus ใหม่เข้าไปรวมกับเซ็นเซอร์โฟกัสอื่นๆทั้ง Laser-AutoFocus , Contrast Focus อีกด้วยครับ

ด้วยความที่กล้องหลังอีกตัวมีความละเอียดมากขึ้น ทาง Huawei จึงนำมาต่อยอดเป็นเทคโนโลยี Hybrid Zoom ที่ใช้เลนส์ทั้ง 2 ตัวประมวลผลภาพทำให้เราวสามารถถ่ายภาพด้วยการซูม 2 เท่าได้โดยไม่เสียรายละเอียดได้อีกด้วย แบบนี้เวลาจะถ่ายภาพ Portrait ก็คงได้ช่วงสวยๆแบบที่คิดไว้โดยที่ความละเอียดไม่เสียไปแล้วด้วย :D

Film Style ร่วมพัฒนากับ Leica ทั้งที โทนสีที่ถ่ายมาก็อยากได้แนวๆนั้นด้วยแหละเนอะ Huawei Mate 9 ทั้ง 2 รุ่นยังคงมี Film Mode ให้เลือกปรับกันเช่นเคย อยากได้สไตล์ภาพสวยสดๆ หรือแบบนวลๆหน่อยตรงนี้ช่วยได้เลยครับ

Wide Aperture Mode ชัดเจนครับการทำหน้าชัด หลังเบลอตามสไตล์ซอฟต์แวร์ แต่บน Mate 9 นี้ก็ยิ่งยกระดับความเนียนของ Bokeh ขึ้นไปได้อีกเยอะ รู้สึกประทับใจมาก ตอน P9 ก็ว่าดีแล้วพอเจอ Mate 9 เข้าไปละลายเข้าไปใหญ่ โอ้ย...สวยยยย ! *0*

วิดีโอที่น่าจะเป็นจุดอ่อนตอน P9 บน Mate 9 ก็ปรับปรุงขึ้นอีกเยอะ ด้วยระบบกันสั่น OIS ที่เพิ่มเข้ามาและการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจากเดิมที่สุดเพียง Full-HD รอบนี้จัดเต็มเอา 4K UHD ไปเลย

ปิดท้ายอีกฟีเจอร์เด่นของ Mate 9 Series ด้วยระบบ Super Charge นอกจากมือถือจะแบตอึดแบตความจุเยอะแล้ว การชาร์จก็เป็นส่วนสำคัญ Mate 9 ทั้ง 2 รุ่นเลยใส่ระบบ Super Charge ใหม่ที่ชาร์จได้ไวกว่าเดิม และมีประสิทธิภาพมากกว่าเดิม ทาง Huawei เคลมว่าใช้เวลาชาร์จเพียง 20 นาที เราก็วสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ยาวนานถึง 1 วันแล้วล่ะ โอ้โห ! นี่มันยอดมากเลยล่ะ

Huawei GR5 2017 น้องเล็กความสามารถไม่เล็ก

จบเรื่องของรุ่นพี่ๆไปแล้ว ถึงคราวของน้องเล็กอีกรุ่นที่เปิดตัวตามมาด้วยอย่าง Huawei GR5 2017 รุ่นนี้ดูดีๆแล้วหน้าตาอาจจะดูคุ้นๆหน่อย ใช่แล้วครับ ในบางประเทศใช้ชื่อรุ่นนี้ว่า Huawei Mate 9 Lite นั่นเอง แต่ในไทยนั้นใช้ชื่อยึดตามซีรีส์ GR5 แทนเลยได้ชื่อ GR5 2017 มาแทนที่รุ่น GR5 ของปีนี้ไปโดยปริยาย

หน้าตาด้านหน้าก็จะเรียบๆตามสไตล์รุ่นกลางของ Huawei ครับ รุ่นนี้มาพร้อมหน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD การแสดงผลอาจจะดูธรรมดาไปหน่อย ถ้าเทียบกับ 2 รุ่นก่อนนั้น การจับถือความรู้สึกใช้ได้เลยครับ ถึงรุ่นนี้จะไม่ได้แพงมากแต่วัสดุดูดีทีเดียวล่ะ

วัสดุงานประกอบเป็นโลหะ Unibody สวยงานและดูแข็งแกร่งทีเดียว แต่น้ำหนักในการจับถือไม่ได้หนักมากมายอะไรถือได้สบายมือครับ

ตำแหน่งการวางปุ่มกดต่างๆเหมือนๆกันด้วยปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และ Power

ด้านบนมีแจ็คหูฟัง 3.5 มม.อยู่ด้วย

ด้านล่างเป็นช่องลำโพงและไมโครโฟนอยู่ครับ

พลิกกลับมาด้านหลังตัวเครื่องจะเจอจุดเด่นของรุ่นนี้ที่กล้องหลังคู่ไม่แพ้รุ่นพี่ใหญ่เลยล่ะ โดยกล้อง 2 ตัวนั้นจะทำงานร่วมกันโดยมีความละเอียด 12 ล้านพิกเซลเป็นตัวหลักและ 2 ล้านพิกเซลเป็นตัวช่วยการวัดระยะถ่ายภาพครับ และถึงแม้จะเป็นรุ่นไม่แพงมากนักก็มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านหลังด้วยนะ

สเปค Huawei GR5 2017

  • รัน Android 6.0 Marshmallow ครอบด้วย Emotion UI 4.1
  • หน้าจอ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • หน่วยประมวลผล Kirin 655 Octa-core 2.1GHz
  • หน่วยประมวลผลกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD 128GB *แถมฟรี Micro-SD 32GB*
  • แบตเตอรี่ 3340 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลังคู่ 12+2 ล้านพิกเซล
  • วางจำหน่าย 3 สี เทา , ทอง และเงิน
  • ราคา 8,900 บาท

กล้องหลังคู่ราคาต่ำหมื่น

จุดที่น่าสนใจจริงๆของรุ่นนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องของกล้องหลังคู่ ที่ความสามารถเพียบไม่แพ้รุ่นใหญ่เลย ตัวกล้องสามารถทำหน้าชัดหลังเบลอด้วยโหมด Wide Aperture ได้ด้วย เท่าที่ลองๆมาแล้วทำ Bokeh effect ได้เนียนทีเดียวล่ะ รุ่นนี้น่าจะเป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ขายดีมากๆแน่นอนด้วยสเปคและความสามารถที่น่าสนใจไม่น้อย

สรุป !

รอบปลายปีแบบนี้ทาง Huawei ก็เปิดตัวสมาร์ทโฟนใหม่ออกมาได้น่าสนใจเอามากๆ ไม่ว่าจะเป็นน้องเล็ก GR5 2017 รุ่นเล็กราคาประหยัดพร้อมกล้องหลังคู่เอฟเฟกต์เยี่ยม HuaweiMate 9 ที่ยังครบครันเหมือนเดิมทั้งรูปลักษณ์ สเปค และฟีเจอร์การใช้งานกล้องที่อัพเกรดขึ้นมาเยอะถ่ายภาพขาว-ดำ Monochrome ได้ละเอียดขึ้น Bokeh Effect เนียนขึ้น ส่วนรุ่น Mate 9 Pro ที่ทรงพลังด้วยสเปคภายในและรูปลักษณ์ภายนอกแบบหน้าจอโค้งก็ยิ่งยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน รวมๆแล้วทุกรุ่นที่เปิดตัวมาถือเป็นสมาร์ทโฟนกลุ่มใหม่ที่เน้นกล้องคู่และความลงตัวต่างได้อย่างน่าสนใจมากๆเลยล่ะ

อ๊ะ…!อ่านมาถึงตรงนี้แล้วคงสงสัยว่าแล้วรุ่น Huawei Mate 9 Porsche Design หายไปไหน ก็เปิดตัวมาด้วยกันหนิ ไม่ได้ลืมใส่เข้าไปนะ แต่รุ่นท็อปสุดหรูหราสุดแบบนั้นเราทำแยกอีกบทความไว้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มเติมพรีวิวของรุ่นนี้ได้ที่ลิ้งก์นี้เลยครับผม >> Preview : Huawei Mate 9 Porsche Design ลองจับแล้วมาเล่าให้ฟังกับสมาร์ทโฟนรุ่นหรูจาก Huawei

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite