Review : Samsung Galaxy Tab A 10.1 With S Pen แท็บเล็ตร่างยักษ์พร้อมปากกาที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้านขีดๆเขียนๆ !!

เฮียแม๊พ | 9 พ.ย. 2559 10:54:12

14407

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Galaxy Tab A 10.1 With S Pen แท็บเล็ตร่างยักษ์พร้อมปากกาที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานด้านขีดๆเขียนๆ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวแท็บเล็ตตัวใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับแท็บเล็ตตัวล่าสุดของ Samsung อย่าง Galaxy Tab A 10.1 With S Pen แน่นอนว่ามีชื่อต่อท้ายด้วย S Pen แบบนี้ก็ต้องเด่นในเรื่องของการใช้งานด้านปากกา S Pen อย่างแน่นอน สำหรับรุ่นนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งแท็บเล็ตหน้าจอใหญ่จาก Samsung ที่มาพร้อมปากกาแต่ไม่ใช่ซีรีส์ Galaxy Note แต่เอาเข้าจริงก็เกือบคล้าย Galaxy Note 10.1 รุ่นอัพเกรดเหมือนกัน ทั้งในเรื่องของขนาดนหน้าจอและฟีเจอร์การทำงาน แต่รวมๆแล้วยังไม่ไฮเอนด์ถึงระดับเรือธงแบบนั้นด้วยราคาที่ไม่สูงมาก แอบบอกก่อนว่ารุ่นนี้เคาะราคาค่าตัวอยู่ที่ 12,900 บาทเท่านั้น แต่ตัวเครื่องจะน่าสนใจแบบราคาไหม เรามาติดตามไปพร้อมๆกันดีกว่า :D

การดีไซน์ของตัวเครื่อง

มาเริ่มกันที่การดีไซน์รอบๆตัวเครื่องกันก่อน ด้านหน้าก็แน่นอนว่ามาพร้อมขนาดหน้าจอ 10.1 ตามชื่อรุ่นเลย ดีไซน์มีเอกลักษณ์สไตล์ Samsung ที่ยังคงมีปุ่มโฮมแบบกดอยู่ล่างหน้าจอ ไม่ว่าจะเป็นมือถือหรือแท็บเล็ตน่ะนะ

หน้าจอเป็นชนิด TFT ปกติ ความละเอียดอยู่ที่ 1920x1200 หรือ Full-HD ในอัตราส่วนแบบ 16:10 แต่ถึงจะบอกว่าเป็น TFT แต่การแสดงผลทำได้สวยงามกำลังดีครับ มุมมองก็กว้างใช้ได้เลยแหละ

แต่ด้วยความที่เป็นซีรีส์ Tab A งานประกอบหรือวัสดุอาจจะไม่ได้หรูหราเท่า Tab S ซีรีส์ เพราะบอดี้ของรุ่นนี้ก็ใช้เป็น Polycarbonate ผิวด้าน ขนาดของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 254.3 x 164.2 x 8.2 มม.

แต่น้ำหนักก็แอบหนักใช้ได้เลย ด้วยขนาดหน้าจอที่ค่อนข้างใหญ่เลยหนักที่ 558 กรัมเลยทีเดียว

ปุ่มกดต่างๆอยู่ที่มุมขวาของตัวเครื่องทั้งหมดทั้ง ปุ่ม Power , ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง นอกจากนี้ยังมีช่องใส่ Micro-SD และช่องใส่ NANO-SIM อีกด้วยนะ

ส่วนด้านบนของตัวเครื่องมีไมโครโฟน , พอร์ท Micro-USB และแจ็คหูฟัง 3.5 มม.อยู่ด้วย

ด้านล่างของตัวเครื่องประกอบไปด้วยลำโพงหลักของตัวเครื่อง 2 ตัว และช่องใส่ปากกา S Pen ครับ

ด้านหลังของตัวเครื่องก็มีกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซล และไฟแฟลช LED อีกหนึ่งตัว ตัวเลนส์แอบนูนขึ้นมาหน่อย อารมณ์คล้ายกับมือถือ Galaxy A Series ปี 2015 ประมาณนั้นครับ

แต่แค่ตัวเครื่องอย่างเดียวคงออกแนวแท็บเล็ตไซส์ใหญ่ธรรมดา ไม่เน้นการใช้งานด้านปากกาเท่าไหร่นัก ทาง Samsung เลยทีแถมตัวเคสฝาปิดมาให้ช่วยในเรื่องของมุมมองการตั้งเครื่องให้เข้าที่เข้าทางกว่าเดิมด้วย

โดยตัวเคสที่แถมมาจะใช้แม่เหล็กในการยึดติดกับเครื่อง การเชื่อมต่อก็ง่ายๆเพียงแค่เอามาประกบไปที่ฝาหลังของตัวเครื่องก็จะติดกันได้เลย โดยไม่ต้องยึดติดเข้ากับข้อต่ออะไร

ส่วนการปรับมุมมองอาจจะดูแปลกตาไปนิดหน่อย เพราะเคสที่แถมมานั้นจะไม่ใช้การพับของฝาปิดด้านหน้า แต่ใช้การปรับดึงออกมาจากตัวด้านหลังเครื่องแทน ตามในภาพจะเห็นว่าตัวแม่เหล็กจะเชื่อมต่อกันของฝาปิดและฝาหลังได้อย่างแน่นหนาดีเลย

สเปค Samsung Galaxy Tab A 10.1 With S Pen

มาดูในเรื่องของสเปคกันบ้าง อย่างที่ทราบว่าซีรีส์ Tab A นั้นจะเป็นรุ่นกลางๆราคากลางๆ เพราะฉะนั้นในเรื่องของสเปคคงไม่ได้หวือหวาอะไรมาก อย่างที่บอกไว้ (ไม่งั้นคงเป็น Galaxy Note 10.1 รุ่นใหม่ได้ละ) รายละเอียดสเปคเต็มๆก็ตามด้านล่างนี้เลยครับ

  • หน้าจอ TFT ขนาด 10.1 นิ้ว ความละเอียด 1920x1200 พิกเซล
  • ชิปประมวลผล Exynos 7870 Octa-Core 1.6GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-T830 MP2 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 16GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 7300 mAh
  • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล
  • ขนาดหน้าตัวเครื่อง 254.3 x 164.2 x 8.2 มม.
  • น้ำหนัก 558 กรัม
  • รองรับ 2G คลื่น 850/900
  • รองรับ 3G คลืน 850/900/1900/2100
  • รองรับ 4G คลื่น 700/900/850/1800/2100/2600

ประสิทธิภาพของ Galaxy Tab A 10.1

เห็นสเปคคร่าวๆกันไปแล้ว ได้เวลาจับมาทดสอบประสิทธิภาพรีดคะแนนจากแอป AnTuTu Benchmark กันหน่อย ผลคะแนนออกมาราวๆ 46188 คะแนน ถือว่ากลางๆครับอย่างที่บอกว่ารุ่นนี้อาจจะไม่ได้เน้นหนักไปที่สเปคเท่าไหร่ แต่จุดเด่นมีชัดเจนคือปากกา S Pen นี่แหละ

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

เช่นเดียวกับพวกสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆของ Samsung ที่เปิดตัวในช่วงนี้ Galaxy Tab A 10.1 With S Pen ตัวนี้มาพร้อมระบบปฏิบัติการ Android 6.0.1 Marshmallow แล้วครอบทับด้วย Touchwiz UI ตัวปัจจุบันที่เห็นกันบ่อยๆบน Galaxy S7 หรือ Galaxy J7 Prime ครับ

หน้าตา UI คงไม่ต้องอธิบายอะไรมาก เพราะไม่ต่างจากก่อนๆหน้าเท่าไหร่นัก ไอคอนก็ดูสะอาดตาดี พวก Wallpaper ก็เป็นชุดเดียวกับของ S7 แต่มีแอบแถมรูปใหม่มา 3 รูปอารมณ์คล้ายกับของ Note 7 นะ

ด้วยความใหญ่ของหน้าจอระดับ 10.1 นิ้วคงจะไม่ถนัดถ้าใช้งานในแนวตั้ง แน่นอนว่ารุ่นนี้ก็สามารถแสดงผลเป็นแนวนอนได้อย่างเต็มรูปแบบ จริงๆเรียกว่าเน้นใช้งานแบบแนวนอนเป็นหลักจะดีกว่า :P

อีกจุดที่เป็นความสามารถบนแท็บเล็ตของ Samsung ก็คือใช้งานเป็นโทรศัพท์ได้ด้วย แต่สำหรับรุ่นนี้ต้องบอกก่อนว่าต้องใช้งานผ่านหูฟังเท่านั้นนะ เพราะตัวเครื่องไม่ได้ให้ลำโพงสนทนามาให้ แต่เอาเข้าจริงเครื่องใหญ่ขนาดนี้คงไม่มีใครเอาไปแนบหูหรอกเนอะ :P

ความสามารถมากมายจากบน Galaxy Tab A รุ่นก่อนอย่างการแบ่งหน้าจอ Multi Windows ก็ยังคงติดตมาให้ด้วย ใช้งานง่ายๆด้วยการกดที่ปุ่ม Recent App ค้างไว้ จะมีการแบ่งหน้าจอและให้เลือกบน-ล่างได้ หรือจะย่อเป็น Pop-UP ลอยๆในหน้าจอก็ทำได้โดยการลากนิ้วจากมุมขวาหรือซ้ายบนจอลงมาครับ

Pen ปากกาคู่ใจ

อย่างที่บอกไปว่ารุ่นนี้มีจุดเด่นชัดเจนอยู่ที่ปากกา S Pen นี่แหละ โดยตัวปากกา S Pen ของ Galaxy Tab 10.1 นี้จะใช้การดึงออกมาจากตัวเครื่องไม่สามารถกดเพื่อให้มันเด้งออกมาเหมือน Note 5 หรือ Note 7 ได้

รูปทรงของปากกาก็เหมือนกับของ Tab A 8.0 เลย คือมีการทำลวดลายเส้นที่ด้ามจับ และปุ่มกดหนึ่งปุ่มบนปากกา ตรงบริเวณด้ามจะมีโลโก้ Samsung อยู่ ตรงปลายตามมีการตัดมุมไว้นิดหน่อยสำหรับการแงะเอาตัว S Pen ออกมาจากตัวเครื่อง และแน่นอนว่าเป็นแบบนี้เราไม่สามารถยัดกลับได้แน่นอน หายห่วงครับ :P

ความสามารถของ S Pen บน Galaxy Tab A 10.1 นี้ก็ถูกอัพเกรดขึ้นมาเป็นเวอร์ชั่นใหม่ล่าสุดประหนึ่งบน Galaxy Note 7 คือมีฟีเจอร์มาให้ครอบคลุมทั้ง Screen off Memo ดึงปากกา ขณะหน้าจอล็อคก็จะให้เราได้จดๆ ขีดๆเขียนๆได้เลย แต่ตรงนี้ไม่สามารถปักหมุนไว้ตอนล็อคได้ เพราะไม่มีฟีเจอร์ Always On Display น่ะนะ

Air Command ยังมีเช่นเคย รูปแบบเป็น Pop Up ออกมาจากด้านข้างเหมือนตอน Note 5 เลยครับ ตรงนี้เราสามารถใส่แอปหรือทางลัดได้มากสุด 6 แอป หลักๆที่ตั้งไว้ตอนแรกก็จะมี Create Note , Smart Select , Screen Write , Translate เป็นต้น นอกนั้นจะให้เราใส่เพิ่มเข้าไปเอง (ในที่นี้ผมใส่เป็น Samsung Notes กับ SketchBook)

จะเห็นว่าฟีเจอร์บางอย่างที่ถูกเปิดตัวมากับ Galaxy Note 7 ก็ติดมาให้ด้วย อย่างเช่น Smart Select ก็มีฟีเจอร์ GIF Maker เข้ามาให้เราได้สร้างไฟล์ GIF สั้นๆจากวิดีโอบนหน้าจอของเราได้

Screen Write อันนี้ไม่ต่างจากเดิมคือแคปหน้าจอพร้อมขีดๆเขียนๆลงไปเพิ่มเติมได้ ยังสามารถใช้ฟีเจอร์ Scroll Capture ได้อยู่ด้วย

Translate ตรงนี้ก็ยกความสามารถมาแบบเดียวกับตอน Note 7 เลย เราสามารถเอา S-Pen ไปจ่อที่ตัวหนังสือแล้วตัวแอปจะแปลภาษาได้ (คล้ายๆAir View) ซึ่งจะดึงตัวความสามารถของ Google Translate มาเลย หมดห่วงเรื่องภาษาที่รองรับ เพราะครบครัน ภาษาไทยก็ (แปล) ได้ด้วย แต่ตรงนี้ต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการเชื่อมต่อตลอดเวลา

มีแอป Write to PDF มาให้ด้วย ตรงนี้เราสามารถขีดๆเขียนๆหรือจดงานต่างๆลงไปในไฟล์ PDF ได้เลย ถือว่าสะดวกทีเดียวล่ะ

อย่างที่ทราบว่าตัวแอป S Note หรือแอปจดๆเขียนนั้นถูกควบรวมและเปลี่ยนชื่อมาเป็น Samsung Notes เรียบร้อยแล้ว ตัวรูปแบบการจดจะแบ่งเป็นประเภทๆชัดเจน จะจดแบบพิมพ์ , จดแบบใช้ปากกาเขียน หรือจะวาดรูปสเก็ตรูปก็ได้นะ

ซึ่งหัวปากกาที่มีมาให้ก็มีเพิ่มมาให้น่าสนใจทีเดียว อย่างพวกหัวแปรงสีน้ำ , สีน้ำมัน หรือ Air Brush ที่แยกสีและน้ำหนักได้สมจริง อาทิ เราเอาสีฟ้ามาผสมสีเหลืองก็จะกลายเป็นสีเขียวขึ้นมาด้วย เรียกว่าเป็นจุดที่น่าสนใจมากๆที่ถูกเพิ่มเข้ามา

แต่ถ้ายังวาดได้ไม่จุใจอยากจะแยกเลเยอร์หลายๆชั้น วาดและลงสีแบบดีขึ้นมาหน่อยก็แนะนำให้ไปโหลดแอป SketchBook for Galaxy จาก Galaxy Apps มาใช้เลยครับ ตัวแอปที่มีอยู่บนนี้เป็นเวอร์ชั่น Pro ที่ให้ผู้ใช้ Tab A 10.1 ได้โหลดกันฟรีๆเลย ถ้าซื้อบน Play Store ก็ร้อยกว่าบาทได้เลยนะ :D

ตัว S Pen เท่าที่ได้ลองใช้กับแอปอย่าง Samsung Notes หรือ SketchBook ก็ต้องยอมรับเลยว่า เขียนได้เนียนมือมากไม่แพ้ตอนใช้บน Note 5 เลยแต่ด้วยความใหญ่ของตัวเครื่องยิ่งทำให้วาดรูปได้สะใจยิ่งขึ้นไปอีก แถมตัว S Pen ยังมีระบบตรวจจับที่ขณะเราวาดรูปอยู่เวลาแล้วอุ้งมือไปโดนก็ไม่ส่งผลบนหน้าจอด้วยนะ

ความบันเทิงบน Galaxy Tab A 10.1 with S Pen

ต่อกันในเรื่องของความบันเทิง ด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขนาดนี้แล้ว เหมาะแก่การดูหนังซะจริงๆ เพราะการแสดงผลทำได้ดีเต็มตาเต็มอารมณ์มาก ถ้าจะเอามาใช้ผ่อนคลายหลังทำงานเสร็จก็ดีไม่หยอก

ส่วนเรื่องของลำโพงตัวเครื่องจะอยู่มุมขวาสุด (เวลาวางเครื่องนอน) เสียงที่ได้ก็ดังกำลังดีครับด้วยลำโพง 2 ตัว แต่อยู่มุมขวาเครื่องมุมเดียวเสียงก็ดังใช้ได้เลย

และเรื่องการเล่นเกม รุ่นนี้อย่างที่เห็นว่าสเปคอยู่ในระดับกลางๆ อาจจะไม่ได้เน้นเล่นเกมกราฟิกหนักๆสักเท่าไหร่ จากเท่าที่ลองมากับเกม NOVA 3 ก็พอเล่นได้ครับ อาจจะมีกระตุกบ้างเล็กน้อยในบางจังหวะ

แต่อีกจุดหนึ่งที่เป็นเรื่องน่าสังเกตของรุ่นนี้ก็คือเรื่องของหน่วยความจำภายในที่ให้มาเพียง 16GB สมัยนี้อาจจะดูน้อยไปหน่อยแล้ว เพราะถ้าลงเกมใหญ่ๆสัก 2-3 เกมก็อาจจะเต็มละ แต่ยังโชคดีที่ยังสามารถใส่ Micro-SD ได้สูงสุดถึง 256GB จะเก็บเพลง หนัง หรือรูปภาพก็เพิ่มเอาได้ครับ

กล้องถ่ายภาพ 8 ล้านพิกเซล

บอกตรงๆว่าเรื่องกล้องบนแท็บเล็ตนั้นดูจะไม่ได้จำเป็นต้องการใช้งานของผมสักเท่าไหร่ เพราะด้วยขนาดตัวเครื่องที่ค่อนข้างใหญ่ เลยไม่ได้เน้นไปถ่ายรูปมาให้ชมกันมากนัก แต่ตัวกล้องที่ติดมาให้ก็กำลังดีครับ ความละเอียดของกล้องหลังอยู่ที่ 8 ล้านพิกเซล แถมมีไฟแฟลช LED มาให้ด้วย (อย่างน้อยก็ใช้เป็นไฟฉายได้อยู่ :P)

โหมดการถ่ายภาพมีให้เลือก 9 โหมด อาทิ Auto , Pro , Panorama , Continuos Shot , HDR , Night , Beauty , Sports และ Sound & Shot

ส่วนภาพที่ถ่ายจากกล้องของ Galaxy Tab A 10.1 with S Pen จะเป็นอย่างไร เราลองไปชมกันดีกว่าฮะ

รวมๆก็พอใช้ได้ครับ คุณภาพตามสไตล์แท็บเล็ต อาจจะไม่ได้หวือหวาแบบสมาร์ทโฟนรุ่นกลางๆ แต่ก็พอใช้ถ่ายภาพทั่วๆไปได้อยู่

ส่วนกล้องหน้าก็ธรรมดาด้วยความละเอียด 2 ล้านพิกเซล สีสันก็สวยเนียนระดับนึง มีระบบ Palm Selfie แบมือเพื่อนับถอยหลังถ่ายภาพได้ด้วย เอามาให้เซลฟี่หรือวิดีโอก็ทำได้ไม่เลวนะครับ :D

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Galaxy Tab A 10.1

ปิดท้ายด้วยเรื่องแบตเตอรี่กันอีกเช่นเคย รุ่นนี้ก็ให้แบตฯความจุเยอะตามสไตล์แท็บเล็ตหน้าจอใหญ่ 7300 mAh จากที่ลองใช้งานมาก็เต็มอิ่มครับ แบตเตอรี่อึดใช้ได้ ใช้วาดรูป ทำงานหรือว่าเล่นอินเทอร์เน็ตได้ตลอดวันแน่นอน หรือถ้าเล่นนิดๆหน่อยก็วันครึ่ง - 2 วันสบายๆครับ

สรุปผลการทดสอบ

พูดมาถึงตรงนี้ คงจะพอทราบจุดเด่นของรุ่นนี้อย่างจริงๆจังแล้วว่า เน้นไปที่การใช้งานด้านปากกา S Pen จริงๆ ไม่ว่าจะเป็นการขีดๆเขียนๆ หรือจะเป็นการวาดรูปที่เชื่อว่าแท็บเล็ตในราคาใกล้เคียงกันหาไม่ได้แน่นอนถ้าไม่ใช่บน Galaxy Tab A 10.1 With S Pen ตัวนี้ เพราะด้วยปากกา S Pen ที่ความสามารถสูง รองรับแรงกดได้ดีใช้ได้คล่องตัวไม่ต่างจากเขียนบนกระดาษ (อันนี้ไม่ได้เว่อเกินจริงนะ) เรียกว่าถ้าใครที่กำลังมองหาแท็บเล็ตราคาน่าคบหาสักตัวมาใช้งานด้านจดโน้ต ขีดๆเขียน หรือวาดรูปพอสนุกๆ เจ้าแท็บเล็ตตัวนี้ตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีทีเดียวไม่แพ้ Galaxy Note แต่ ! ถ้าจะเน้นซื้อมาใช้งานด้านมัลติมีเดียแบบจัดหนัก จะเล่นเกมกราฟิกโหดๆแบบฮาร์ดคอร์ อยากได้ลำโพงเทพ เสียงแน่นกระหึ่ม หน้าจอสวยความละเอียดสูงสุดๆ คุณคงต้องมองข้ามรุ่นนี้ไปเพราะจุดเด่นจริงๆก็อย่างที่บอกครับ "ปากกา S Pen" ! 

ราคา Galaxy Note 10.1 with S Pen อยู่ที่ 12,900 บาท

จุดเด่น

  • ปากกา S Pen ความสามารถยอดเยี่ยมเช่นเคย
  • หน้าจอใหญ่ 10.1 นิ้ว การแสดงผลโดยรวมใช้ได้
  • แบตเตอรี่อึดใช้ได้ ใช้งานต่อเนื่องได้หายห่วง
  • เคสที่แถมมากับเครื่องใช้งานง่าย และปรับมุมมองได้ตอบโจทย์
  • รองรับ 4G LTE
  • รองรับการใช้งานโทรศัพท์

จุดสังเกต

  • หน่วยความจำภายในให้มาที่ 16GB อาจจะน้อยไปนิดสำหรับคอนเท้นท์สมัยนี้

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite