Review : LifeSmart TAG ของหาย ได้คืน เพียงแค่กด !

ทีมงานTechXcite | 26 ส.ค. 2559 15:29:22 (อัพเดต 31 ส.ค. 2559 08:46:20)

5162

VIEWS ทีมงานTechXcite

Review : LifeSmart TAG ของหาย ได้คืน เพียงแค่กด !

เป็นคนหลงๆ ลืมๆ กันไหมหรือว่ากลัวของหายบ้างรึเปล่า พอหายแล้วก็หาไม่เจอไม่รู้เอาไปไว้ตรงไหน ปัญหาเหล่านี้เชื่อว่าล้วนเคยเกิดขึ้นกับหลายๆ คน และก็ยังเป็นปัญหาอยู่ วันนี้ทางทีมงาน TechXcite มี Gadget อย่าง LifeSmart Tag จากแบรนด์ LifeSmart ซึ่งเป็นแบรนด์น้องใหม่ของวงการเทคโนโลยีที่เข้ามาทำตลาดในไทย โดยแบรนด์นี้เค้าเน้นกลุ่มลูกค้าที่ชอบความทันสมัย ภายใต้คอนเซ็ปต์ "ชีวิตง่าย แค่ปลายนิ้ว" ส่วนรายละเอียด LifeSmart Tag จะเป็นยังไงไปชมพร้อมๆกันเลย!!

Unboxing

เริ่มจากมาดูภายในกล่องของ LifeSmart Tag กันโดยอุปกรณ์จะมีดังนี้

  • ตัวเครื่อง Tag 
  • ถ่านกระดุม
  • คู่มือการใช้เบื้องต้น

สำหรับ LifeSmart Tag นั้นมีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สี คือ สีขาว,สีฟ้า และสีดำ ซึ่งทีมงานได้สีฟ้ามารีวิวก็ถือว่าสีสันสดใสไม่เบา

Disign

คราวนี้ลองมาดูหน้าตาการออกแบบกัน LifeSmart Tag ทำจากวัสดุพลาสติก ทรงสีเหลี่ยมมุมโค้ง ผิวเรียบเนียน ด้านหน้ามี Logo เขียนกำกับไว้ ส่วนข้างหลังจะมีปุ่มเอาไว้สำหรับการเชื่อมต่อและค้นหาอุปกรณ์ ส่วนน้ำหนักจะเบาเพียง 8.6 กรัม ถือว่าเบามากๆสำหรับการพกพา หรือติดเอาไว้กับกระเป๋า,กุญแจรถ หรือใครที่ต้องการไม่อยากให้แฟนออกจากบ้านดึกๆ ก็แอบติด LifeSmart Tag ไว้กับแฟนก็ได้น่ะครับ เกินระยะเมื่อไหร่รับรองเสียงดังทันที 555+

Performance 

ในส่วนการทำงานของเจ้า LifeSmart TAG นั้นตัวเครื่องมีการตอบสนองเร็วมาก ส่วนเสียงการแจ้งเตือนก็จะมี 2 แบบ คือ เสียงแจ้งเตือนปกติ กับ เสียงแจ้งเตือนเมื่อออกห่างจาก LifeSmart TAG เกิน 10-20 เมตร และลักษณะการเตือนแบ่งได้ออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้

  • เมื่อเรากดปุ่ม LifeSmart TAG ติดกัน 2 ครั้ง แอป LifeSmart ที่เชื่อมต่ออยู่บนสมาร์ทโฟนก็จะดัง ซึ่งวิธีนี้จะใช้ในการค้นหาสมาร์ทโฟนเป็นส่วนใหญ่
  • ชอบบ่นว่าของหายกันรึเปล่า หาไม่เจอสักที เราก็ติด LifeSmart TAG ไว้กับของที่ชอบลืมสิ เมื่อกดที่ TAG จากแอป LifeSmart ตัวเครื่อง LifeSmart TAG จะดัง เมื่อหาของเจอก็กดอีกครั้งเพื่อปิดเสียง
  • กรณีสมาร์ทโฟนออกห่างจาก LifeSmart TAG ระยะ 10-20 เมตร จะมีเสียงเตือนทันที (ถ้าบลูทูธหลุดเสียงก็จะดังเช่นกัน)


การใช้งาน LifeSmart Tag ผ่านแอป LifeSmart

คราวนี้มาถึงขั้นตอนการใช้งานแอป LifeSmart กัน โดยจะเชื่อมต่อด้วย Bluetooth เวอร์ชั่น 4.0 สามารถใช้งานได้ทั้งระบบปฎิบัติการ iOS (iPhone4s ขึ้นไป iPad 3, iPad 4 iPad mini, iPad mini2, iPad AirTouch 5) ส่วนระบบปฏิบัติการ Android เวอร์ชั่น 4.0 ขึ้นไปก็สามารถใช้งานได้ ส่วนทีมงานใช้งานร่วมกับระบบปฎิบัติการ Android เวอร์ชั่น 6 ในการทดสอบ

เพื่อนๆ สามารถดาวน์โหลดแอปได้ตามลิงค์ทางด้านล่าง

ดาวน์โหลดแอป LifeSmart สำหรับ iOS

ดาวน์โหลดแอป LifeSmart สำหรับ Android

เมื่อทำการดาวน์โหลดและติดตั้งแอปเรียบร้อยแล้ว ต่อมาก็ให้สมาชิก ส่วนเพื่อนๆ คนไหนที่มีแล้วก็ Log in เข้าไปเลย จากนั้นให้เลือกที่ TAG หลังจากเชื่อมต่อเสร็จแล้วจะปรากฏภาพตามรูป หากต้องการทราบพิกัด TAG ก็ให้แตะพื้นที่ว่างด้านข้าง TAG GROUP จะปรากฏรูปทางขวา โดยจะบอกระยะห่างระหว่างตัว TAG กับ สมาร์ทโฟน

ส่วนการค้นหาสมาร์ทโฟนก็เพียงกดปุ่มที่ตัว TAG สองครั้ง เสียงแจ้งเตือนจะดังทันที และหากกดปุ่มที่ TAG อีกสองครั้งจะเป็นการปิดเสียง ส่วนการเชื่อมต่อ TAG จากแอปเราสามารถใช้งานได้สูงสุด 10 ชิ้น

ในส่วนนี้จะเป็นการตั้งค่าต่างๆ ซึ่งสามารถตั้งเสียงแจ้งเตือนได้สูงสุด 6 เสียง รวมทั้งยังเปลี่ยนชื่อ TAG ได้จากช่อง Name (กระเป๋า,หมา,กุญแจ,แฟน อะไรทำนองนี้ 555) โดยรวมแล้วแอปที่ออกแบบมาถือว่าให้ใช้งานง่ายไม่ซับซ้อน 

จุดเด่นอีกอย่างของเจ้า TAG ตัวนี้คือฟีเจอร์ Device History ซึ่งก็คือใช้ค้นหา TAG จากจุดสุดท้ายที่ทำการเชื่อมต่อไว้ ทำให้การค้นหาง่ายขึ้นและโอกาสที่จะเจอเจ้า TAG ก็เป็นไปได้สูง 

ปิดท้ายด้วยคลิป TAG LifeSmart อุปกรณ์กันลืม

สรุป

ท้ายสุดนี้เจ้า LifeSmart TAG ถือว่าเป็นเครื่องติดตามของหายเลยก็ว่าได้ แถมน้ำหนักก็เบาพกง่ายมีสายคล้องติดให้มาด้วย จะใช้ติดกับอะไรก็ไม่ใช้ปัญหา เหมาะกับคนที่ขี้หลงขี้ลืมทำของหายประจำ ไม่ว่าจะเป็นพวกกุญแจบ้าน, กระเป๋า ๆลๆ ส่วนราคานั้นไม่แพงเลยเค้าเปิดราคาอยู่ที่ 369 บาทเท่านั้น คุ้มมากเมื่อเทียบกับสิ่งของที่มีความสำคัญมากกว่า

ข้อดี

  • ตัวเครื่องเล็กและเบาพกพาง่าย
  • การตอบสนองไว
  • มีฟีเจอร์ Device History ที่ช่วยค้นหา TAG ได้ง่ายขึ้น

ข้อเสีย

  • ตัวเครื่องทำมาจากพลาสติก