Review : Asus Zenfone 3 5.2" สวย แกร่ง ลงตัวในการใช้งานด้วยราคา 11,990 บาท !!

เฮียแม๊พ | 23 ส.ค. 2559 12:53:42

27653

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Asus Zenfone 3 5.2" สวย แกร่ง ลงตัวในการใช้งานด้วยราคา 11,990 บาท !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนตัวใหม่ Asus Zenfone 3 รุ่นล่าสุดของซีรีส์ Zenfone เลย รอบนี้ก็เปิดตัวออกมาเพียบหลากหลายตัว แยกย่อยเต็มไปหมด โดย Zenfone 3 ที่นำมาจำหน่ายในบ้านเราจะมี 2 โมเดลด้วยกันคือรุ่นหน้าจอ 5.2 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว ซึ่งรุ่นที่เราได้มาทดสอบนี้ก็เป็น Zenfone 3 รุ่น 5.2 นิ่วนั่นเอง (ในรีวิวนี้ขออนุญาตเรียกว่า Zenfon 3 5.2") เดี๋ยวมาดูรายละเอียดกันดีกว่าว่ารุ่นนี้มันมีอะไรน่าสนใจบ้าง :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ก่อนจะมาดูตัวเครื่องมาดูอุปกรณ์ในกล่องกันก่อน ตัวกล่องของรุ่นนี้ทำมาได้หรูหราทีเดียว ใช้สีเทาเป็นสีหลัก พร้อมชื่อรุ่นสีทองเด่นๆหน้ากล่อง

อุปกรณ์ภายในกล่องทั้งหมดก็จะมีอุปกรณ์มาตรฐานมาครบ ดังนี้

  • ตัวเครื่อง Asus Zenfone 3 5.2"
  • สาย USB-C
  • อแดปเตอร์ชาร์จไฟ
  • หูฟัง (แบบ In-Ear)
  • เข็มจิ้มถาดซิม

การดีไซน์ตัวเครื่อง

มาเข้าเรื่องกันที่ตัวเครื่องได้แล้ว รุ่นนี้ก็ถือว่ามีการปรับดีไซน์กันยกใหญ่เลยจากรุ่นที่แล้ว เพราะว่ามีการเปลี่ยนวัสดุงานประกอบให้ดูพรีเมี่ยมมากขึ้นจากเดิมที่ใช้เป็นพลาสติกรุ่นนี้ก็เปลี่ยนเป็นโลหะกับกระจกแล้ว หน้าตาด้านหน้าก็อย่างที่เห็นครับมาด้วยกระจก 2.5D มีความโค้งตามมุมสวยเลยล่ะ

หน้าจออย่างที่บอกว่าเราได้รุ่น 5.2 นิ้วมา ความละเอียดอยู่ที่ Full-HD ชนิดของจอเป็น Super-LCD การอสดงผลทำได้สวยงามครับ สวยสด ความคมชัด

เหนือหน้าจอมีลำโพงสนทนา , เซ็นเซอร์วัดแสง วัดระยะ , กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล และไฟ LED แจ้งเตือนครับ

ล่างหน้าจอมี 3 ปุ่มสัมผัสมาตรฐาน ปุ่ม Back , ปุ่ม Home และปุ่ม Recent App เสียดายที่ปุ่มสัมผัสตรงนี้ยังคงไม่มีไฟ Backlit เช่นเคย เวลาใช้งานในที่มืดก็คลำๆกันไปครับ :P

กรอบตัวเครื่องอย่างที่บอกไปว่ามีความพรีเมี่ยมด้วยอลูมิเนี่ยมเกรดดีจับถือแล้วให้ความรู้สึกแข็งแรงและหรูหราด้วยการตัดขอบแบบ Diamond-Cut

ด้านซ้ายมือมีช่องใส่ซิม Micro-SIM และ Micro-SD หรือจะใช้งาน 2 ซิมแบบ 1Micro-SIM กับ 1Nano-SIM ก็ได้อยู่ครับ

จากที่รุ่นก่อน (Zenfone 2)วางปุ่มเพิ่มลดเสียงอยู่ด้านหลังเครื่องและปุ่ม Power อยู่ด้านบน ตอนนั้นรู้สึกว่าใช้งานยากไปนิด รอบนี้บน Zenfone 3 ตัวปุ่มกดจะสลับมาอยู่ในจุดปกติแล้ว โดยปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power จะอยู่ทางขวามือทั้งหมดครับ

ด้านล่างของตัวเครื่องมีไมโครโฟนสำหรับสนทนา , พอร์ทการเชื่อมต่อแบบ USB-C และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านบนมีช่องหูฟัง 3.5 มม. และไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวน ส่วนเส้นๆคาด 2 ฝั่งที่เห็นทั้งบนและล่างของตัวเครื่องนี้คือตัวเสาอากาศรัลสัญญาณจ้า

พลิกกลับมาด้านหลังก็จะเจอฝาหลังกระจก 2.5D เหมือนกัน ตัวกระจกของเครื่อสีดำจะมีการสะท้อนเวลาโดนแสงจะออกสำน้ำเงินเข้ม ตรงนี้ผมว่าสวยทีเดียวล่ะ

ด้านหลังนี้ก็มีอะไรมากมายทีเดียว เริ่มจากตัว Laser Auto-Focus , เลนส์กล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล , เซ็นเซอร์ Color Correction ไฟแฟลช Dual-Tone และเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่ด้านล่างเลนส์กล้องด้วยครับ

รวมๆแล้วบอกเลยว่ารุ่นนี้มีดีไซน์และวัสดุที่ดูพรีเมี่ยมผิดหูผิดตาจากรุ่นก่อนสนิทเลย ทั้งการดีไซน์ที่ดูทันสมัยขนาดกำลังพอดีมือไม่เทะทะแบบรุ่นก่อน อีกทั้งวัสดุก็ยังดีเยี่ยมด้วยกระจก 2.5D ทั้งหน้าและหลังกรอบเครื่องก็เป็นโลหะเกรดดีไม่แพ้รุ่นเรือธงบางเจ้าเลย ตรงนี้ความรู้สึกที่ได้จับตอนแรกออกแนว Galaxy S6 ของ Samsung เลยล่ะ พรีเมี่ยมได้อีก ! *0*

สเปค Asus Zenfone 3 5.2"

  • หน้าจอ 5.2 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 625 Octa-core 2.0GHz
  • ชิปกราฟิก Adreno 506 GPU
  • แรม 3GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 256GB
  • แบตเตอรี่ 2,650 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิมด้วยถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • ขนาดตัวเครื่อง 146.9 x 74 x 7.69มม.
  • น้ำหนัก 144 กรัม
  • มี 3 สี ดำ , ขาว และทอง

ประสิทธิภาพของ Asus Zenfone 3 5.2"

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนิดนึงว่าตัวเครื่องที่เราได้มาทดสอบนั้น เป็นอีกโมเดลหนึ่งที่ไม่ได้มาวางจำหน่ายในไทย (รุ่นแรม 4GB/รอม 64GBเพราะฉะนั้นประสิทธิภาพบางอย่างอาจจะไม่ตรงกันเป๊ะ แต่ฟีเจอร์ต่างๆจะคล้ายกันครับ เพราะฉะนั้นการวัดประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark ที่ทดสอบไปนั้นอาจจะได้ผลคะแนนที่สูงกว่ารุ่นขายจริงเล็กน้อย-ปานกลางครับ

ซึ่งผลทดสอบที่ได้จากโมเดลรุ่น 4GB/64GB ก็ออกมาที่ 62,564 คะแนน ตัวแรมของรุ่น 4GB ที่เหลือใช้กก็จะอยู่ราวๆ 1.5-1.8 GB ครับ

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์เบื้องต้น

Asus Zenfone 3 นั้นมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Android 6.0 Marshmallow ครอบทับด้วย Zen UI เวอร์ชั่น 3.0 ซึ่งการใช้งานรวมๆยังไม่ต่างจาก ZenUI รุ่นก่อนมากนัก

หน้าตาไอคอนก็จะเป็นทรงมนๆขึ้นกว่ารุ่นก่อนที่ออกแนวเหลี่ยมๆ สีสันทำได้โดดเด่นทีเดียวล่ะ แบ่งแยกเป็นหลายๆสีได้สวยงามตามสไตล์ Material , รุ่นนี้ยังมีหน้า App Drawer หรือหน้ารวมแอปมาให้ใช้งานอยู่นะ

แถบแจ้งเตือนด้านบนมีทางลัดให้เลือกมากมายเลยล่ะ ทั้งการปรับแสงหน้าจอ ทางลัดเข้าแอปด่วนด้านบน (ตรงนี้เราสามารถตั้งได้ 4 อย่างเป็นสีเขียว) ส่วนสีฟ้าด้านล่างเป็นพวก Toggle เปิด-ปิด Wi-Fi , Data , Bluetooth เป็นต้นฮะ

ส่วนหน้า Recent App ก็จะเป็นแบบเรียบๆตามสไตล์ Stock Android แต่มีการเพิ่ม 3 ปุ่มเข้าใน ปุ่มแรกคือการเข้าถึงแอปหรือเข้าไปหน้า App Manager นั่นเอง , ส่วนอันกลางก็เป็นการปักหมุดแอปให้เราอยู่แต่ในหน้านั้นไม่สามารถกดออกไปได้นอกจากจะกดปุ่ม Back และ Recent พร้อมกัน และปุ่มสุดท้ายก็คือการเคลียร์แอปทั้งหมดในหน้านี้

ตัวหน้า Home Screen จะมีการตั้งค่าต่างๆให้เราเลือกเพียงเลื่อนหน้าจอขึ้น 1 ครั้ง ตรงนี้มีให้เลือกใส่ Widget , Wallpaper , Theme หรือ Icon Packs เป็นต้นฮะ

ZenUI Theme ก็มีให้เลือกโหลดมากมาย ทั้งแบบฟรีและเสียงตัง

ระบบสแกนลายนิ้วมือ

รุ่นนี้อย่างที่เห็นไปว่ามีระบบสแกนลายนิ้วมือเข้ามาที่หลังเครื่องด้วย การใช้งานก็ไม่ต่างจากรุ่นก่อนเท่าไหร่นัก แตะปุ๊บก็ติดปั๊บ โดยที่ไม่ต้องกดปลุกจอแต่อย่างใด

ความบันเทิงบน Asus Zenfone 3 5.2"

ในเรื่องของการเล่นเกมดูหนังบน Zenfone 3 รุ่นนี้ก็ทำได้ดีทีเดียวล่ะ ในเรื่องของขนาดหน้าจอที่กำลังพอดีมือแบบนี้ จะเอาไว้เล่น Pokemon Go เดินไปเรื่อยๆก็ไหว แถมตัวหน่วยประมวลผลก็เร็วแรงได้ที่ เปิดเข้าเกมเร็วทีเดียว ปัญหาด้านการจับสัญญาณ GPS เพี้ยนๆก็มีบ้างเล็กน้อยสำหรับเกมนี้ครับ

ส่วนเกมอื่นๆทั่วๆไปก็ไม่มีปัญหาครับ เท่าที่ลองพวก NOVA 3 , Suicide Squad Special Ops , Need for Speed: No Limit ก็เล่นได้ราบลื่นครับ ไร้อาการกระตุกหนักๆให้เห็นเลย :D

นอกจากนี้ในการเล่นเกมจะ Game tool bar หรือตัวผู้ช่วยสำหรับการเล่นเกมเป็นไอคอนรูปจอยคอนโทรลเลอร์สีแดง อยู่ที่มุมจอด้วย ซึ่งตรงนี้จะมีเมนูในเราเลือกอยู่หลัก 5 อย่างคือ

  • Speed Booster ตรงนี้เราสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมได้ (เผื่อเครื่องอืด)
  • Live & Record เป็นการอัดหน้าจอเวลาเราเล่น มีให้เลือกว่าจะ Live Stream (ผ่าน YouTube หรือ Twitch)หรือบันทึกลงเครื่องก็ได้ครับ
  • Search เป็นการค้นหาคลิปต่างๆตามคีย์เวิร์ดผ่าน YouTube
  • Share เราสามารถแชร์ภาพหรือวิดีโอที่เราเล่นจากตรงนี้ได้เลย
  • Settings ตั้งค่าเกี่ยวกับตัว Game tool bar นี้ครับ

เล่นเกมก็เพลินๆไปแล้ว เอามาดูไฟล์วิดีโอ หรือพวก YouTube ก็แจ่มไปอีก หน้าจอแสดงผลได้ดีทีเดียวครับ คมชัดสวยงาม

เรื่องเสียงรุ่นนี้ก็มีระบบเสียง SonicMaster ช่วยในเสียงที่ได้มีมิติมากขึ้น ในตัวลำโพงก็ทำได้ดีเลยล่ะ เสียงออกมาใสๆ ดังชัดเจนมากๆ

แต่ถ้าฟังผ่านหูฟังก็มีระบบอัพสเกลให้ได้คุณภาพเสียงที่ดีขึ้น รองรับระบเสียง Hi-Res Audio อีกด้วยนา

กล้องถ่ายภาพของ Asus Zenfone 3

และก็มาถึงหัวข้อไฮไลท์ของรุ่นนี้อย่าง กล้องถ่ยภาพกันบ้าง Asus Zenfone 3 จะมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมระบบ Laser Auto-Focus ไฟแฟลช Dual-Tone และนอกจากนี้ยังมีตัว Color Correction ที่จะช่วยให้ภาพถ่ายที่ได้จากกล้องตัวนี้สวยและสมจริงยิ่งขึ้นอีกด้วยนะ

UI การทำงานของกล้องก็ดูใส่อะไรมาให้เบอะหน่อย แต่ก็เข้าใจง่ายดีครับ ตรงฝั่งซ้ายมือมีพวกการตั้งค่าเปิด-ปิดแฟลช , สลับกล้องหน้า-หลัง , HDR เปิด-ปิด-Auto และการตั้งค่าหลัก ส่วนฝั่งขวามือก็มีปุ่ม้ข่าไปดูรูปจาก Gallery , ปุ่มทางลัดเข้าโหมด Manual , ปุ่มชัตเตอร์ , ปุ่มบันทึกวิดีโอ และปุ่มเลือกโหมดครับ

ในส่วนของโหมดการถ่ายภาพก็ให้มาซะเต็มเลย ทั้ง Auto , Manual , HDR Pro , Panorama , Low Light , Slow Motion หรือ Super Resolution (ถ่ายภาพที่ความละเอียดสูงสุด 66 ล้านพิกเซล) เป็นต้นฮะ

ในโหมด Manual นั้นเราสามารถปรับค่าได้ทุกสิ่งอย่างที่กล้องมือถือทำได้ทั้ง White Balance , EV , ISO , Shutter Speed และระยะโฟกััส ซึ่งตรงนี้สามารถใช้งานได้ทั้งแบบภาพนิ่งและวิดีโอเลยนะ

การบันทึกวิดีโอของรุ่นนี้ก็ดูเป็นจุดเด่นที่ชูเอามากๆ เพราะว่ารุ่นนี้มีระบบกันสั่น OIS ถึง 4 แกน และ EIS อีก 3 แกนด้วยกัน ทำให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้นิ่งมากขึ้น ส่วนความละเอียดสูงสุดก็ได้ที่ 4K UHD เลยทีเดียวล่ะ

เอาล่ะ เรามาลองชมภพาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องของ Asus Zenfone 3 กันดีกว่า :D

รวมๆแล้วภาพถ่ายที่ได้ถือว่าน่าประทับใจทีเดียว โฟกัสทำได้ไวมากด้วย Laser Auto-Focus ส่วนตัวคิดว่าไฟล์ภาพที่ได้ออกแนวกล้องของ Sony Xperia มากๆ (ก็ใช้เซ็นเซอร์ Sony IMX298 นี่เนอะ) ทั้งเรื่องสีสัน โทนสีจะออกแนวอมแดงนิดๆ และเรื่องความละเอียดก็คมชัดกำลังดีเลยล่ะ

กล้องหน้าของรุ่นนี้ให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซลกันเลย ส่วนโหมด Beauty ต่างๆก็ให้มาครบครับ ปรับระดับได้ตั้งแต่ 1-10 มีลูกเล่นพวกตาโต , คางเรียว , Soft Skin มีให้เลือกด้วย และรูป

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้าของ Asus Zenfone 3 การเซลฟี่ก็ง่ายขึ้นด้วยระบบนับถอยหลังเพียงแค่เลื่อนปุ่มชัตเตอร์ขึ้น (สำหรับแนวตั้ง) หรือเลื่อนไปทางซ้าย (สำหรับแนวนอน) ก็จะมีเวลานับถอยหลังให้หน่วงเวลาสูงสุดถึง 5 วินาทีเลย ทีนี้ก็มีเวลาให้แอ็คแล้ว :P

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Asus Zenfone 3 5.2"

รุ่นนี้ให้แบตเตอรี่ความจุมาที่ 2,650 mAh ถือว่าไม่เยอะไม่น้อยไปสำหรับรุ่นขนาดหน้าจอประมาณนี้ และการจัดการก็ทำได้ดีทีเดียวล่ะ ใช้งานแบบทั่วๆไปได้ตลอด 1 วันแน่นอน แต่ถ้าใครที่เล่นเกม ถ่ายรูปหนักๆหน่อย ก็อาจจะต้องพกพาวเวอร์แบงค์ติดตัวไว้นิด ยิ่งช่วงนี้มีเกม Pokmon Go เข้ามา เชื่อว่าใช้แบตกันเยอะกว่าปกติแน่นอน :P

ราคา 11,990 บาท

สำหรับราคาของ Asus Zenfone 3 5.2" นี้อยู่ที่ 11,990 บาท ซึ่งสเปคที่ขายในไทยจะเป็นรุ่น (3GB/32GB) มีให้เลือก 3 สีคือ ดำ Sapphire Black , ขาว Moonlight White , ทอง Shimmer Gold

สรุปผลการทดสอบ

ถือว่าเป็นอีกหนึ่งการอัพเกรดที่สมการรอคอยจริงๆ ทั้งวัสดุที่เปลี่ยนมาแบบพรีเมี่ยมเลย การจับถือต่างๆก็ลงตัวขึ้นกว่าเดิมเยอะ อีกทั้งสเปครอบนี้ก็เปลี่ยนมาใช้ชิปเซ็ต Snapdragon ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรและประสิทธิภาพอย่างลงตัว ทำให้การใช้งานต่างๆครบครัน เรียกว่าในกลุ่มตลาดราคา หมื่นต้น - หมื่นกลางเจ้า Asus Zenfone 3 นี้เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทีเดียวล่ะครับ :D

จุดเด่น

  • วัสดุแข็งแกร่งและหรูหราด้วยโลหะและกระจก
  • หน่วยประมวลผล Snapdragon 625 ทำงานลื่นไหล ครอบคลุม
  • กล้องหน้า - หลังคุณภาพน่าพอใจ
  • ระบบกันสั่นในวิดีโอใช้งานได้จริง
  • มีระบบสแกนลายนิ้วมือ ทำงานได้รวดเร็ว
  • รองรับ 2 ซิมการ์ด (ซิมแรกเป็น 4G ซิมสองเป็น 3G)

จุดสังเกต

  • ปุ่มสัมผัส 3 ปุ่มหลักยังคงไม่มีไฟ Backlit
  • ตัวเครื่องกระจกเป็นรอยนิ้วมือค่อนข้างง่ายและการจับถืออาจจะลื่นมือไปนิด

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite