Review : Nikon D5 กล้อง DSLR เรือธงจากค่าย Nikon ที่เน้นเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพ!

น้าป๋วย | 3 ส.ค. 2559 15:03:22 (อัพเดต 1 ก.ย 2559 17:03:24)

4475

VIEWS น้าป๋วย

Review : Nikon D5 กล้อง DSLR เรือธงจากค่าย Nikon ที่เน้นเรื่องความเร็วในการถ่ายภาพ!

Nikon D5 คือกล้องรุ่นเรือธงที่เพิ่งเปิดตัวออกมาล่าสุด โดยกล้องรุ่นนี้ทาง Nikon ระบุว่าเป็นกล้องที่ออกแบบมาเพื่อช่างภาพมืออาชีพที่ต้องการกล้องที่ทำงานได้อย่างรวดเร็ว ทั้งเรื่องของระบบโฟกัสภาพ การถ่ายภาพต่อเนื่องรวมไปถึงต้องตอบสนองเรื่องคุณภาพและความทนทานของตัวกล้องด้วย วันนี้ TechXcite ได้มีโอกาสทดลองนำเอา Nikon D5 มาถ่ายภาพ ลองไปดูว่าจุดเด่นของกล้องรุา่นนี้มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

เริ่มจากในส่วนของตัวบอดี้ที่ออกแบบมาคล้ายคลึงกับ Nikon D4 คือ บึกบึน ตัวใหญ่จับถนัดมือ มีกริปถ่ายภาพแนวตั้งในตัว ลองดูขนาดของกล้องเมื่อเทียบกับแบตเตอรี่ขนาด AA และ iPhone 6 ให้เห็นกันชัดๆเลยว่าตัวใหญ่บึกบึนแค่ไหน ซึ่งกล้องตัวนี้ก็ออกแบบมาให้เหมาะกับช่างภาพที่ใช้งานแบบสมบุกสมบัน และด้วยความเป็นกล้องโปรระดับเรือธงแล้ว ตัวกล้องได้ออกแบบมาให้ใช้งานได้ในแทบทุกสถานการณ์ มีซีลป้องกันละอองน้ำและฝุ่นรอบตัว โครงสร้างอลูมิเนียมอัลลอย

มาดูเรื่องของสเป็คกล้องกันบ้าง กล้อง Nikon D5 มาพร้อมกับเซ็นเซอร์ขนาด Full Frame มีความละเอียด 20.8 ล้านพิกเซลซึ่งถือว่าไม่เยอะเท่าไรนัก เพราะกล้อง Nikon D5 เน้นในเรื่องของการถ่ายภาพกีฬา การถ่ายภาพแอ็คชั่นที่ต้องการความรวดเร็วมากกว่าการเน้นจำนวนพิกเซล สามารถปรับ ISO ได้ตั้งแต่ 100–102,400 ซึ่งถือว่าเร่ง ISO ได้เยอะมาก และสามารถเร่งเพิ่มเป็น 50–3,276,800 ได้ด้วย ส่วนการถ่ายภาพต่อเนื่องทำได้เร็วสุด 12 ภาพต่อวินาที หรือถ้าล็อคกระจกสะท้อนภาพก็เร็ว 14 ภาพต่อวินาทีเลยทีเดียว โดยตัวกล้องมี Buffer รองรับ JPG ได้ 200 ภาพ ส่วน RAW ได้ 102 ภาพ

ส่วนระบบโฟกัสมี 153 จุด ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์วัดแสง  180,000-pixel ในการโฟกัสติดตามวัตถุแบบ 3D Tracking คือจะทำงานได้อย่างรวดเร็วในการโฟกัสภาพต่อเนื่องติดตามวัตถุ โดยตัวระบบโฟกัสนั้นเป็นแบบ Phase Detection กับ Contrast Detection มีจุดโฟกัสแบบ Cross Type 99 จุด ดังนั้นมั่นใจได้เรื่องของความแม่นยำในการโฟกัสภาพ

สำหรับพอร์ตเชื่อมต่อของกล้อง Nikon D5 นั้น มีพอร์ตต่างๆให้ใช้อย่างครบครันตั้งแต่ช่องต่ออุปกรณ์พ่วงต่อภายนอก พอร์ต USB ช่องเสียบหูฟังสำหรับงานถ่ายวีดีโอ ช่องเสียบไมโครโฟน พอร์ตต่อสาย LAN สำหรับการต่อเข้ากับระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์เพื่อการโอนถ่ายไฟล์ และควบคุมกล้องระยะไกล รวมไปถึงพอร์ต HDMI นอกจากนี้ยังมัพอร์ตต่อสายพ่วงแฟลชมาตรฐานและช่องต่อสายลั่นชัตเตอร์ด้วย เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่ออกแบบมารองรับกับการทำงานแบบมือาชีพ

ส่วนเรื่องการจับถือของกล้อง Nikon D5 นั้น จากการได้สัมผัสใช้งานจริงพบว่า เป็นกล้องที่ออกแบบมาให้จับถนัดมือมาก ด้วยความที่กล้องที่มีรูปร่างใหญ่เต็มไม้เต็มมือ การจับถือจึงรู้สึกถึงความหนักแน่น ให้อารมณ์กล้องโปรเหมือนรุ่นที่ผ่านๆมาหลายตัว อีกทั้งการวางตำแหน่งการควบคุมกล้องสามารถเข้าถึงการทำงานได้อย่างรวดเร็ว หากใครที่ใช้งานกล้อง Nikon มาก่อนหน้านี้ จะพบว่ากล้อง Nikon D5 นั้นวางตำแหน่งปุ่มต่างๆไม่เปลี่ยนแปลงไปเท่าไรนัก ทำความคุ้นเคยได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับหน้าจอ LCD ด้านบนตัวกล้องอ่านค่าได้ง่าย ส่วนบริเวณด้านซ้ายของตัวกล้องมีปุมปรับโหมดการทำงานที่สามารถปรับตั้งได้อย่างรวดเร็ว และไม่ได้ใช้แป้นหมุนเลือกโหมด เนื่องจากเป็นการออกแบบที่ต้องการให้ตัวกล้องมีความทนทานและสามารถป้องกันละอองน้ำและฝุ่นได้เต็มประสิทธิภาพ

ในส่วนของด้านหลังกล้อง ประกอบด้วยหน้าจอ LCD ขนาด 3.2 นิ้ว ความละเอียดสูงถึง 2,359,000 จุด ซึ่งมาพร้อมกับระบบ Touch Control สามารถใช้งานระบบสัมผัสแตะหน้าจอเพื่อเลือกจุดโฟกัสหรือใช้เลื่อดูภาพ แต่ไม่สามารถใช้งานเลือกเมนูได้ จุดนี้ถือว่า Nikon D5 จะได้เรื่องความสะดวกโดยเฉพาะกับการใช้งานถ่ายวีดีโอ ที่สามารถแตะเลือกจุดโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว

และที่บริเวณด้านล่างของตัวกล้องนั้นมีหน้าจอ LCD ขนาดเล็กอยู่ด้วย ซึ่งหน้าจอนี้จะแสดงผลของการตั้งค่าไฟล์ในกล้องให้เราได้ทราบ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีประโยชน์สำหรับช่างภาพมืออาชีพที่สามารถเซ็ตค่ากล้องได้อย่างรวดเร็ว และทราบว่ากล้องถูกตั้งค่าอะไรบ้างโดยไม่ต้องเข้าไปดูเมนูใดๆ

Nikon D5 นั้นออกแบบมาให้รองรับกับช่องใส่การ์ด 2 ช่อง ทั้งนี้ Nikon D5 มีสองรุ่นให้เลือกใช้การ์ด นั่นคือรองรับการ์ด XQD และอีกรุ่นรองรับการ์ด CF สาเหตุที่ทาง Nikon ออกแบบกล้องให้มีสองรุ่นดังกล่าวก็เพราะเทคโนโลยีการ์ด XQD นั้นมีประสิทธิภาพในการอ่านเขียนข้อมูลที่รวดเร็วกว่า เหมาะสำหรับช่างภาพที่ต้องการกล้องที่ต้องการความรวดเร็ว แต่ในขณะเดียวกันช่างภาพส่วนใหญ่ที่เปลี่ยนกล้องมาจากรุ่นเก่า อาจจะไม่ต้องการเปลี่ยนการ์ดของตัวเอง จึงสามารถเลือกใช้งานการ์ด CF ได้ ส่วนช่องใส่การ์ดสองช่องนั้นก็เพื่อที่จะสามารถเลือกการบันทึกได้ว่าจะบันทึกไฟล์แบบใด เช่น แยกบันทึกไฟล์ RAW และ JPG ลงในคนละการ์ด หรือบันทึกลงในการ์ดทั้งสองใบเพื่อป้องกันความเสียหาย ขึ้นอยู่กับความต้องการของช่างภาพเอง 

สุดท้ายตัวแบตเตอรี่ที่ใช้รุ่น EN-EL18a ตัวเดียวกับใน Nikon D4s ซึ่งช่างภาพที่ใช้กล้อง Nikon D4s เดิมสามารถนำมาใช้ร่วมกันได้ ตามสเป็คระบุว่าแบตเตอรี่หนึ่งก้อนสามารถถ่ายภาพได้มากถึง 3,780 ภาพเลยทีเดียว หมดห่วงเรื่องปัญหาแบตเตอรี่หมดเร็วที่มักพบในกล้องรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่ก้อนเล็กๆ

ทีนี้มาดูเรื่องการทดสอบใช้งานภาพคสนามกันบ้าง สำหรับ Nikon D5 ถือเป็นกล้อง DSLR Full Frame ที่ให้โทนภาพที่สดใส สีสันสมจริง พร้อมกับรองรับระบบการถ่ายภาพที่เพียบพร้อม โดยเฉพาะในเรื่องจุดเด่นของการโฟกัสภาพและการวัดแสงที่ทำออกมาได้ดีมาก แม้จะถ่ายภาพในสถานการณ์ที่ค่อนข้างมีปัญหากับระบบการทำงาน เช่น คอนทราสต์ต่ำหรือสภาพแสงน้อยก็ตาม

สิ่งหนึ่งที่ประทับใจในหารใช้งานจริงก็คือเรื่องของความรวดเร็วในการทำงาน ด้วยปุ่มต่างๆบนตัวกล้องที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ปรับค่าได้แม้ไม่ละสายตาจากช่องมองภาพ หากทำความคุ้นเคยกับกกล้องเป็นอย่างดีแล้ว รับรองว่า Nikon D5 สามารถเก็บภาพได้อย่างทันเหตุการณ์แน่นอน ดังนั้นจึงเหมาะกับช่างภาพสายกีฬา อีเวนท์ ช่างภาพข่าวและช่างภาพแนวธรรมชาติ Wildlife อีกด้วย

จุดเด่นอีกอย่างของกล้อง Nikon D5 ก็คือเรื่องของหน้าจอระบบสัมผัสที่หากเมื่อต้องใช้งาน Live View แล้ว ก็สามารถเลือกจุดโฟกัสได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้เรื่องของระบบโฟกัสแม้จะใช้งาน Live View ก็พบว่าความเร็วในการจับโฟกัสก็ไม่ต่างจาก Live View เท่าไรนัก 

ด้วยความที่เป็นกล้องระดับโปรแบบนี้ กล้องตัวนี้จึงมีแต่โหมดการทำงานที่ตอบสนองการทำงานแบบมืออาชีพ ไม่ได้ใส่พวกลูกเล่นเล็กๆน้อยๆมาให้ พวกฟิลเตอร์ฟรุ้งปริ้งอะไรแบบนั้นจึงไม่มีอย่างแน่นอน แต่สำหรับมืออาชีพแล้วหารนำภาพมาแต่งภายหลังจึงไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนตัวไฟล์ของ Nikon D5 ก็สุดยอดสมราคาอยู่แล้ว

การใช้งานเกี่ยวกับระบบโฟกัสภาพต่อเนื่องทำได้ดี การทำงานของกล้องที่มีจุดโฟกัสที่หนาแน่นถึง 153 จุด ค่อนข้างกระจายทั่วภาพให้ความแม่นยำสูงและติดตามโฟกัสวัตถุที่เคลื่อนที่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงตัวกล้องมีระบบตรวจจับใบหน้าด้วย ซึ่งกล้องจะทำการติดตามโฟกัสที่ใบหน้าของตัวแบบในภาพเป็นหลัก ช่วยให้เรื่องการถ่ายภาพกับตัวแบบที่เคลื่อนไหวทำได้สะดวกและรวดเร็ว

สำหรับเรื่องการวัดแสงอย่างที่บอกไปว่า Nikon D5 ถือว่าแม่นยำมากๆ และตัวกล้องยังมีความฉลาดในการกำหนดค่า White Balance ได้อย่างแม่นยำ ทั้งนี้ทั้งนั้นช่างภาพสามารกำหนดโทนสีด้วย Picture Control ที่จะให้สีสันและโทนภาพได้ตามความต้องการ สำหรับเรื่องของ WHite Balance ขอเสริมนิดนึงว่า Nikon D5 มีระบบกำหนดค่า White Balance อัตโนมัติแบบ AUTO 0 ช่วยเน้นความสมจริงของวัตถุสีขาว , AUTO 1 เป็นการกำหนดให้กล้องกำหนดค่าตามปกติ และ AUTO 2 จะเน้นกำหนดค่าให้ออกไปในโทนอุ่นที่คงความเป็นธรรมชาติของสีสันในภาพ

การใช้งานด้วย ISO สูงนั้น Nikon D5 สามารถให้รายละเอียดความคมชัดและ Noise ต่ำแม้ใช้ ISO สูงได้อย่างดี โดย ISO สูงที่นิยมใช้จะอยู่ในช่วงราวๆ 3200-12800 ซึ่งกล้อง Nikon D5 ก็ให้ภาพที่หวังผลได้เลย แต่หาก ISO ที่สูงขึ้นก็มี Noise ปรากฏขึ้นมาตามระดับการเร่ง ISO ซึ่งเราได้ทำการนำเอาภาพที่ใช้ ISO สูงกว่า 40,000 มาให้ชมไล่เรียงกันไป

ISO 40000

ISO 52000

ISO 64000

ISO 102400

ISO 204800

ISO 409600

ISO 819200

ISO 1638400

ISO 3276800

ประสิทธิภาพที่เป็นจุดเด่นอีกอย่างก็คือเรื่องของบอดี้ที่ทนทานต่อการถ่ายภาพในหลายๆสถานการณ์ อย่างเช่นการป้องกันละอองน้ำและฝุ่น เราได้มีโอกาสทดสอบด้วยการใช้ถ่ายภาพลุยน้ำสงกรานต์มาแล้ว โดยห่อหุ้มกล้องด้วยพลาสติกไม่รัดกุมเท่าไรแต่ก็พบว่ากล้องสามารถลุยฝ่าสายน้ำได้เป็นอย่างดีไม่มีอาการช็อตหรือดับให้เห็นใดๆ และหลังจากการใช้งานที่พบว่ากล้องมีความชื้นมากก็ไม่ส่งผลใดๆต่อการทำงานกล้องเลย นับว่าเป็นกล้องที่อึดจริงๆ

สุดท้ายก็คือการถ่ายภาพต่อเนื่องที่รวดเร็วทันใจ ใครที่เป็นช่างภาพสายกีฬาหรือช่างภาพแอ็คชั่น รวมถึงจะเอาไปรัวถ่ายภาพอีเวนท์น่าจะถูกใจได้มากๆอย่างแน่นอน จากตัวอย่างด้านบนเป็นภาพที่ทำจากไฟล์ภาพที่ถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง 12 ภาพต่อวินาที

จุดเด่น

  • เป็นกล้องที่เน้นเรื่องความเร็วในการทำงาน ทั้งระบบโฟกัส การถ่ายภาพตื่อเนื่องและระบบวัดแสงที่แม่นยำ
  • บอดี้อึด ถึกทน
  • ไฟล์ภาพสวย จัดการ Noise ได้ดีเยี่ยม และมี ISO สูงๆให้ใช้เมื่อต้องการใช้งานแม้คุณภาพอาจจะลดลงไปบ้าง
  • จอภาพระบบสัมผัสที่ใช้งานง่าย รวดเร็วในการเลือกจุดโฟกัส
  • แบตเตอรี่ใช้งานได้ยาวนาน

จุดสังเกต

  • ไม่มี Wi-Fi ในตัว ต้องต่อพ่วงด้วยอุปกรณ์เสริม