Review : ZTE Blade L5 Plus สมาร์ทโฟนราคาสบายกระเป๋ามาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน

TeamXcite | 13 พ.ค. 2559 09:27:53 (อัพเดต 23 พ.ค. 2559 15:24:29)

6225

VIEWS TeamXcite

Review : ZTE Blade L5 Plus สมาร์ทโฟนราคาสบายกระเป๋า

มาพร้อมฟีเจอร์ครบครัน

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกันอีกเช่นเคย กับการรีวิวสมาร์ทโฟนที่น่าสนใจ โดยวันนี้ทีมงานจะมาทดสอบเจ้า ZTE Blade L5 Plus ที่เพิ่งเปิดตัวมาได้ไม่นาน ซึ่งจุดเด่นสมาร์ทโฟนตัวนี้ก็คงเป็นราคาที่สบายกระเป๋าคุ้มค่าสุดๆ แถมยังมีฟีเจอร์ติดมาให้ครบครัน ส่วนความน่าสนใจมากน้อยแค่ไหนมารับชมกันได้จากรีวิวเลย

การออกแบบของ ZTE Blade L5 Plus

ส่วนที่ทีมงานจะขออธิบายก่อนก็คือเรื่องของดีไซน์สมาร์ทโฟนตัวนี้ โดยเริ่มจากตัวเครื่องที่ไม่หนาอย่างที่คิด (หนา 8.3 มม.) ส่วนขอบด้านข้างมีความโค้งมนเล็กน้อย แถมตัวเครื่องยังมีน้ำหนักเบามากๆ คือหนักเพียง 160 กรับ ทำให้เวลาหยิบจับถนัดมือเลยทีเดียว


มาถึงเรื่องของหน้าจอแสดงผลกันบ้าง ซึ่ง ZTE Blade L5 Plus มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 5 นิ้ว ความละเอียด HD 1280x720 px ซึ่งถือว่าหน้าจอระดับนี้ใช้งานทั่วไปได้สบายๆ

คราวนี้มาดูด้านหน้ากันบ้าง โดยด้านหน้าส่วนบน จะมีเซ็นเซอร์วัดแสงและเซ็นเซอร์ตรวจจับระยะห่างระหว่างผู้ใช้กับตัวเครื่องสมาร์ทโฟน, ส่วนตรงกลางจะเป็นลำโพง  ถัดมาเป็นกล้องหน้าความละเอียด 2 ล้านพิกเซล และด้านขวาสุดคือ สัญญาณไฟ LED สำหรับการแจ้งเตือนต่างๆ ต่อมาทางด้านหน้าส่วนล่าง จะมีปุ่มทั้งหมด 3 ปุ่ม คือซ้ายสุดคือปุ่ม Back (ย้อนกลับ), ตรงกลางเป็นปุ่ม Home (กลับสู่หน้าหลัก) และขวาสุดจะเป็นปุ่ม Recent Apps (แอปที่เปิดไว้ก่อนหน้านี้) 

ปล. สำหรับปุ่ม Back กับปุ่ม Recent Apps เราสามารถเลือกสลับปุ่มได้ในเมนูตั้งค่าได้ (Settings)

 

ส่วนด้านขวาของตัวเครื่องจะมีปุ่มเปิด-ปิดเครื่อง (ล็อกหน้าจอ) และ ปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

สำหรับอีกฝั่งทางด้านซ้ายจะเรียบๆ ไม่มีปุ่มใดๆเพราะถูกรวมไว้ที่ด้านขวาทั้งหมดแล้ว

ต่อมาทางด้านบนของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม.

 

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องจะมีช่องเสียบพอร์ต Micro USB ใช้สำหรับชาร์จแบตเตอรี่หรือโอนถ่ายข้อมูล, ช่องไมโครโฟน และร่องสำหรับเปิดฝาหลัง (สามารถถอดแบตเตอรี่, ใส่ซิมได้จากส่วนนี้) ส่วนตัวคิดว่าค่อนข้างแกะยากไปซะนิด

 

เมื่อเปิดฝาหลังออกมาจะพบแบตเตอรี่ขนาด 2,150 mAh ส่วนด้านบนจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ด 2 ช่อง (รองรับ2ซิม) แบบ MicroSIM และมีช่อง MicroSD แยกต่างหาก (รองรับสูงสุด 64 GB)

 

ทางด้านหลังของตัวเครื่อง ในส่วนบนจะเป็นกล้องถ่ายรูปความละเอียด 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมไฟแฟลช LED และด้านล่างจะเป็นลำโพงหลักของตัวเครื่อง

 

 

 

อุปกรณ์ภายในกล่อง ZTE Blade L5 Plus 

ในส่วนอุปกรณ์ที่ติดมา ภายในจะมีตัวเครื่องสมาร์ทโฟน ZTE Blade L5 Plus , สาย USB, อแดปเตอร์ชาร์จไฟ, หูฟัง,ใบรับประกันและคู่มือการใช้งาน ที่สำคัญแถมเคสใสให้ด้วยนะคุ้มสุดๆ


สรุปสเปคโดยรวม ZTE Blade L5 Plus 

  • ระบบปฎิบัติการ Android 5.1 (Lollipop) ครอบด้วย Mifavor UI 3.0
  • หน้าจอ 5.0 นิ้ว ความละเอียด HD IPS (1280 x 720 พิกเซล)
  • หน่วยประมวลผล  MediaTek MT6580 4-core , Mali 400MP4
  • แรม 1 GB
  • รอม 8 GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 64GB
  • แบตเตอรี่ 2150 mAh
  • กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 8 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช 
  • รองรับ 3G (850/900/2100)
  • รองรับ 2 ซิม

ประสิทธิภาพของ ZTE Blade L5 Plus 

คราวนี้มาว่ากันด้วยเรื่องของประสิทธิภาพกันบ้างซึ่งผลคะแนนที่ได้จากการทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark ก็ออกมาได้ 23,688 คะแนน ส่วนการทดสอบการประมวลผล 3D ผ่านแอป 3Dmark ออกมา 1,984 คะแนน และ MultiTouch Tester รองรับการสัมผัสหน้าจอได้สูงสุด 5 จุด


หน้าตาอินเทอร์เฟส (User Interface)

ZTE Blade L5 Plus  รันบนระบบปฏิบัติการ Android 5.1 Lollipop และถูกครอบด้วย MiFaver 3.2 ซึ่งในเรื่องของการใช้งานทั่วไป ทำได้ลื่นไหลไม่มีอาการใดๆให้เห็นครับ


หน้าจอล็อคสกรีน

ในส่วนนี้จะเป็นภาพหน้าจอล็อค ซึ่งจะมีการแจ้งเตือนต่างๆ เช่น อีเมล, สายที่ไม่ได้รับ, ข้อความที่ส่งมา รวมไปจนถึงสถานะการใช้งานต่างๆ พร้อมทั้งมีไอคอนลัดเรียกใช้งานแอปด่วนจำนวน 2 ไอคอนนั่นก็คือโทรออก, กล้องถ่ายรูป ส่วนวิธีการใช้งานทำได้โดยแตะที่ไอคอนแล้วสไลด์เพื่อเข้าสู่แอป (รูปแรก) ในขณะเดียวกันการตั้งรหัสผ่านความปลอดภัยมีให้เลือกหลายแบบไม่ว่าจะเป็นใส่ตัวเลข, ใช้การกวาดนิ้วบนหน้าจอหรือสั่งปลดล็อคด้วยเสียง 


นอกจากนั้นถ้าเพื่อนๆคนไหนอยากได้หน้าจอล็อคสกีนที่มีลูกเล่นมากกว่าปกติทาง ZTE เขาก็พัฒนาแอปที่ชื่อว่า 
Start โดยแอปนี้สามารถเพิ่มลูกเล่นหน้าล็อคสกรีนให้เจ๋งขึ้นเป็นเท่าตัวเลยทีเดียว ส่วนวิธีการใช้งานก็ง่ายๆเพียงแค่เปิด แอป Start ขึ้นมาก็สามารถใช้งานได้ทันทีเลยครับ


หน้าจอโฮมสกรีน

หลังจากที่เข้าสู้หน้าจอหลักก็จะพบกับแอปขั้นพื้นฐานต่างๆ มากมาย อาทิ บริการจาก Google เช่น Youtube, Gmail เป็นต้น ส่วนแอปอื่นๆก็จะคล้ายกับสมาร์ทโฟนทั่วไป


วิธีจัดการกับหน้าจอ

ในส่วนหน้าจอสามารถเลือกวางวิดเจ็ดได้ด้วยตนเอง ซึ่งวิธีใช้งานก็เพียงกดค้างบนพื้นที่ว่าง แล้วเลือกวิดเจ็ดที่ต้องการมาวาง เท่านี้เราก็สามารถจัดการพื้นที่บนหน้าจอได้อย่างสบายๆ และหากต้องการเปลี่ยนธีมก็สามารถทำได้ง่ายๆเพียงแตะที่ด้านล่างของหน้าจอแล้วปัดขึ้นเท่านี้ก็สามารถเลือกรูปแบบที่ต้องการได้เลย ส่วนตัวเลือกที่มีให้ปรับก็จะมี MiColor (สีของหน้าจอ), พื้นหลัง, ไอคอน, เอฟเฟค (ลูกเล่นต่างๆ) เปฺ็นต้น


แนะนำฟีเจอร์เด่นบน ZTE Blade L5 Plus

ในส่วนของฟีเจอร์ที่อยากแนะนำก็คือโหมดใช้งานง่าย (Family mode) ซึ่งโหมดนี้จะเหมาะกับผู้สูงอายุมาก เพราะรูปแบบไอคอนและการใช้งานรวมถึงแอปหลักๆ ที่จำเป็นจะถูกคัดมาให้ใช้งาน ทำให้สามารถใช้งานสมาร์ทโฟนตัวนี้ได้อย่างง่ายดายไม่สับสน แถมขนาดไอคอนและตัวอักษรที่แสดงจะใหญ่กว่าปกติอีกด้วย


วิทยุเอฟเอ็ม
 แอปเดียวก็ฟังได้ยาว โดยแอปวิทยุนี้จะสามารถเลือกฟังคลื่นวิทยุในประเทศไทยได้ทุกสถานี โดยเราจะตั้งค่าคลื่นวิทยุเองหรือจะให้ระบบค้นหาสัญญาณอัตโนมัติก็ได้ และหากเจอคลื่นที่ชอบหรือฟังประจำก็ให้ตั้งค่าเป็นรายการโปรดได้เลย (คลิกไอคอนรูปดาวด้านขวา)

เกมส์

สำหรับเกมส์ที่จะใช้ทดสอบกับเจ้า ZTE Blade L5 Plus ก็จะขอเลือกเกมส์ Hungry Shark และเกมส์ Angry Birds

หลังจากที่ทดสอบการเล่นเกมส์ Hungry Shark แล้วในช่วงเปิดแอปและโหลดเข้าเกมส์จะใช้เวลานานไปนิด แต่เมื่อเข้าสู่ฉากต่างๆในเกมก็สามารถเล่นได้ แต่อาจมีอาการกระตุกบ้างเป็นบางจังหวะ แต่ถ้าเป็นเกมกราฟฟิกทั่วไปอย่างเกม Angry Birds ก็ถือว่าเล่นได้สบายๆ และอีกข้อสังเกตคือเวลาเล่นไปประมาณ 30 นาที ตัวเครื่องจะรู้สึกอุ่นๆด้านหลังบริเวณรอบๆกล้อง แต่ก็ถือว่าไม่ได้ร้อนจนเกินไป


กล้องหลัง

คราวนี้มาถึงในส่วนกล้องหลังกัน โดยความละเอียดกล้องหลังที่ให้มาคือ 8 ล้านพิกเซล มาพร้อมแฟรช LED มีโหมดถ่ายภาพมาตรฐานเช่น HDR, พานอรามา, โหมดหน้าสวย ในส่วนการตั้งค่าก็มีให้ปรับมากมายใช้งานง่ายเหมาะสำหรับมือใหม่


ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยกล้องหลังของ ZTE Blade L5 Plus 


 ตัวอย่างภาพถ่ายพานอรามาแนวนอน

  

ตัวอย่างวิดีโอที่ถ่ายจาก ZTE Blade L5 Plus 

 

ในเรื่องของกล้องหลังของเจ้า ZTE Blade L5 Plus ถือว่าอยู่ในเกณฑ์ใช้ได้เมื่อเทียบกับราคาที่ไม่แพง แต่มีข้อสังเกตอยู่ว่าหากถ่ายภาพในที่แสงน้อยสีของภาพจะออกมาดูจืดๆไม่แจ่มเท่าที่ควร แต่ถ้าถ่ายภาพในช่วงกลางวันหรือแสงปกติก็ไม่มีปัญหา ส่วนในเรื่องการถ่ายภาพเคลื่อนไหว คุณภาพไฟล์วิดิโอที่ได้จะเป็น Full HD ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์พอใช้ได้ 

กล้องหน้า

คราวนี้มาต่อกันที่กล้องหน้า โดยเท่าที่ลองถ่ายแล้วถือว่าเหมาะกับนักเซลฟี่เลยทีเดียว เพราะมีฟีเจอร์อย่าง การยกชู 2 นิ้ว สามารถสั่งการถ่ายภาพได้เลย แถมยังมีโหมดถ่ายภาพด้วยเสียง (ชีส-แค๊ปเจอร์) และการถ่ายภาพด้วยรอยยิ้มอีกด้วย สาวๆคงถูกใจกับฟีเจอร์นี้ไม่เบา

 

ตัวอย่างภาพที่ถ่ายด้วยกลองหน้าของ ZTE Blade L5 Plus 


ส่งท้ายด้วยการใช้งานแบตเตอรี่ของ ZTE Blade L5 Plus 

ZTE Blade L5 Plus มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 2150 mAh ซึ่งถือว่าน้อยไปนิด และจากการทดสอบใช้งานจริงก็พบว่า ตัวเครื่องกินแบตพอสมควรถ้าเปิดใช้งาน 3G ไว้ตลอดแบตเตอรี่ที่ให้มานั้นไม่เพียงพอกับการใช้งานทั้งวัน แต่ถ้าหากเพื่อนๆ ใช้เพียง Wifi หรือใช้งาน 3G บ้างครั้งก็น่าจะอยู่ได้ทั้งวัน หรืออาจแก้ปัญหาโดยหาซื้อพาวเวอร์แบงค์ติดไว้สักตัวก็ดีไม่น้อย และสุดท้ายนี้เรื่องที่เพื่อนๆ อยากรู้ก็คงหนีไม่พ้นคือราคาเจ้า ZTE Blade L5 Plus  ตัวนี้ใช่ไหม โดยราคาสมาร์ทโฟนเปิดราคามาที่ 2,990 บาทเท่านั้น ถือว่าเป็นอีกหนึงตัวเลือกที่น่าสนใจเลยใช่ไหม


ข้อดี

  • ราคาไม่แพง
  • เครื่องนี้รองรับสองซิม
  • ฟีเจอร์ถ่ายภาพให้มาครบครัน
  • ฟังวิทยุได้
  • มีโหมดใช้งานง่ายสำหรับผู้สูงอายุ

ข้อสังเกต

  • ตัวเครื่องค่อนข้างกินแบตเตอรี่ไปซะหน่อย
  • ไม่รองรับ 4G