Review : OPPO F1 Plus เซลฟี่โฟนสุดเทพกับกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ที่มาสานต่อฉายา "Selfie Expert" อย่างเต็มรูปแบบ !!

เฮียแม๊พ | 11 พ.ค. 2559 17:38:17 (อัพเดต 12 พ.ค. 2559 18:59:47)

106675

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : OPPO F1 Plus เซลฟี่โฟนสุดเทพกับกล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล ที่มาสานต่อฉายา "Selfie Expert" อย่างเต็มรูปแบบ !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนตัวใหม่กับ เฮียแม๊พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสุดยอดสมาร์ทโฟนสายเซลฟี่ตัวล่าสุดจาก OPPO เจ้า OPPO F1 Plus นั่นเอง เอง เองงงง หลังจากที่เมื่อ 2 เดือนก่อนทาง OPPO ได้ส่ง F1 สมาร์ทโฟนสายเซลฟี่รุ่นกลางๆมาให้เราได้เชยชมในความสามารถของกล้องหน้าไปแล้ว ล่าสุดก็ถึงคราวของรุ่นพี่ระดับเรือธง OPPO F1 Plus มาลงตลาดกับเขาบ้างซึ่งจุดเด่นของรุ่นนี้ก็ยังเน้นไปที่กล้องหน้าตามสไตล์ แต่จุดอื่นๆก็มีความน่าสนใจไม่แพ้กัน เอาเป็นว่าเรามาติดตามรีวิวเต็มๆของ OPPO F1 Plus กันเลยดีกว่าจ้า :D

แกะกล่อง OPPO F1 Plus

ก่อนอื่นมาเริ่มด้วยการแกะกล่องดูอุปกรณ์ภายในกันก่อนดีกว่า ตัวกล่องของ OPPO F1 Plus ยังคงมีลักษณะเหมือนกับ F1 เดิม ด้านหน้ามีคำเปรยอย่าง "Selfie Expert" บอกให้รู้เลยนะว่า ถ้าเรื่องเซลฟี่ต้องยกให้เราเลยล่ะ :P

พอเลื่อนกระดาษที่ครอบออกก็จะพบกับตัวกล่องจริงๆ ตรงนี้มีสกรีนแค่เพียงโลโก้ OPPO ง่ายๆครับ ไม่ได้มีบอกชื่อรุ่นแต่อย่างใด

อุปกรณ์ทั้งหมดภายในกล่อง ก็จะให้มาครบ ทั้งตัวเครื่อง (ไม่มีไม่ได้นะเครื่องเนี้ย :P) , เอกสารคู่มือ , เข้มจิ้มถาดซิม , หูฟัง (เป็นแบบ Earbud) , สาย Micro-USB , หัวอแดปเตอร์ชาร์จไฟ (รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge)และในกล่องมีแถมเคสใสมาด้วยนะ

ยลโฉมลองสัมผัส OPPO F1 Plus

ได้เวลายลโฉมพระเอกของเรากันแล้ว หน้าตาโดยรวมของ OPPO F1 Plus นั้นอาจจะไม่ได้แตกต่างไปจาก OPPO F1 รุ่นก่อนมากนัก ยังคงความสวยงามด้วยกระจกด้านหน้าแบบ 2.5D มีความสวยงามด้วยมุมโค้งเล็กน้อย ตัวขอบหน้าจอ (Bezel)นั้นก็มีความบางเฉียบเอามากๆ

แต่จุดที่เด่นต่างออกไปก็คือบนรุ่นนี้มีการเพิ่มปุ่มโฮมแบบกดเข้ามาตรงด้านล่างของหน้าจอ ซึ่งตรงนี้ก็มีการใส่เซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือเข้ามาด้วย และด้านข้างซ้าย-ขวาก็มีปุ่ม Recent Apps และปุ่ม Back แบบสัมผัสซ่อนอยู่

เหนือหน้าจอก็มีเซ็นเซอร์วัดแสงเซ็นเซอร์วัดระยะ (Light Sensor และ Proximity Sensor) ลำโพงสนทนา และกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล

หน้าจอของ OPPO F1 Plus ก็ให้มาแบบ Amoled ขนาด 5.5 นิ้วความละเอียดอยู่ที่ Full-HD ในเรื่องของการแสดงผลก็อย่าที่ทราบ ชนิดจอแบบ Amoled นั้นทำได้ดีมากๆอยู่แล้ว สีสัน สดกำลังดี ความคมชัดก็ถือว่าดีมากๆเลยล่ะ

วัสดุและงานประกอบของรุ่นนี้ยังเป็น Metal Unibody เหมือนกับ F1 ซึ่งตรงนี้ผมว่าดูดีมากๆเลย สัมผัสในการจับถือเนียนมือ แถมความบางก็บางเพียง 6.6 มม. และเบาเพียง 145 กรัม ทำให้เวลาถือนั้นเข้ากับรูปมือเอามากๆ รู้สึกถึงความบางและเหมาะมือสุดๆ

ตำแหน่งของปุ่มกดยังอยู่ที่เดิมจากรุ่นก่อน คือปุ่มเพิ่ม-ลดเสียงอยู่ฝั่งซ้าย และปุ่ม Power อยู่ฝั่งขวามือ กรอบเครื่องมีการตัดขอบแบบ Diamond-Cut เพิ่มความสวยงามด้วย

ส่วนช่องใส่ซิมนั้นบนรุ่นนี้ก็ยังเป็นแบบไฮบริดรองรับ 2 ซิมการ์ดหรือ 1 ซิม 1 Micro-SD เช่นเคย

ด้านล่างจะมีลำโพงหลักของตัวเครื่อง , พอร์ท Micro-USB , ไมโครโฟนสำหรับสนทนา และพอร์ทหูฟัง 3.5 มม. ครับ

ด้านบนมีเพียงไมโครโฟนตัวที่ 2 สำหรับตัดเสียงรบกวนเท่านั้นฮะ

พลิกกลับมาด้านหลังก็จะเห็นว่าดีไซน์รวมๆก็ยังคงเหมือนกับ OPPO F1 แต่จุดที่แตกต่างของรุ่นนี้คือตัวกรอบเลนส์นั้นจะเป็นวงกลม (บน F1 เป็นสี่เหลี่ยม) ตัวกล้องหลังนั้นมีความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อมไฟแฟลช LED หนึ่งดวง และแถบเสาอากาศ (Antenna)ทั้งบนและล่าง

สเปค OPPO F1 Plus

ในเรื่องของดีไซน์รูปทรงก็ถือว่าสวยงามตามสไตล์ F1 เลยทีเดียว ทีนี้ก็มาดูเรื่องของสเปคกันต่อเลย OPPO F1 Plus นั้นเอาจริงๆ ก็จัดว่าอยู่ในกลุ่มของเรือธงได้เหมือนกัน เพราะทั้งขนาดหน้าจอ สเปค หน่วยความจำนั้นไม่ธรรมดาเลยจริง รายละเอียดสเปคเต็มๆก็ตามนี้เลยครับ

  • หน้าจอ Amoled ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต MediaTek Helio-P10 (MT6755) Octa-core 1.95 GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-T860MP2 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 64GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 2,850 mAh
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิมด้วย ถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge

ในเรื่องของการเชื่อมต่อก็ใช้งาน 3G/4G ในบ้านเราได้หมด รองรับการเชื่อมต่อภายนอกแบบ OTG แต่น่าเสียดายที่ไม่มี NFC มาให้ด้วยนี่สิ

ทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark

เห็นสเปคกันคร่าวๆไปแล้ว ก็เรียกว่าน้องๆเรือธงสมัยนี้จริงๆแหละ แต่จะให้เห็นภาพขึ้นมาหน่อยคงต้องจับมาทดสอบผ่านแอป AnTuTu Benchmark กันอีกเช่นเคย ซึ่งผลคะแนนก็ออกมาที่ระดับ 51000 - 52000 คะแนนเลยทีเดียว ถือว่าสูงพอสมควรเลย

แรม 4GB ที่ให้มาก็เหลือใช้จริงประมาณ 2-2.5GB ถือว่าเยอะทีเดียว และจุดเด่นของรุ่นนี้อีกจุดก็คงเป็นหน่วยความจำภายในที่ให้มาสูงถึง 64GB แถมยังสามารถเพิ่ม Micro-SD การ์ดได้สูงสุดอีก 128GB อีกด้วย ทีนี้จะโหลดแอป เก็บไฟล์วิดีโอไฟล์เพลง ถ่ายรูป ก็สบายๆละ :D

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์

สมาร์ทโฟนของ OPPO นั้นจะมาพร้อมกับ UI ครอบที่ชื่อว่า ColorOS เสมอ ซึ่งบน F1 Plus นี้ก็ให้เวอร์ชั่นใหม่ล่าสุด ColorOS 3.0 ที่มีการปรับเปลี่ยนหน้าตาแบบยกเครื่อง

ไอคอนต่างๆมีความ Flat มากขึ้น UI รวมๆแล้วสะอาดตา ดูดีขึ้นกว่าเดิมเยอะเลย แต่ทั้งนี้ตัว OS หลักยังคงเป็น Android 5.1.1 Lollipop อยู่นะจ๊ะ

แถบ Notification Bar ด้านบนแบ่งเป็น 2 หน้าคือหน้าแจ้งเตือน และถ้าเราเลื่อนมาทางซ้ายจะเป็นหน้า Toggle Switch ต่างๆครับ

หน้า Recent Apps มีการปรับรูปแบบเป็นแบบการ์ดใหญ่ขึ้น (อารมณ์เหมือนทางฝั่ง iOS เขาล่ะนะ)

ถึงแม้ว่า ColorOS จะเป็นเวอร์ชั่นแล้ว แต่ในเรื่องการปรับแต่งก็ยังไม่ทิ้งเพราะยังสามารถให้เราได้โหลด Theme หรือพวก Wallpaper มาเปลี่ยนได้ตามใจ ชอบสไตล์ไหนก็เลือกได้เลย เพียบ !

ในเรื่องความปลอดภัยก็หายห่วงได้ทาง OPPO ใส่แอป Security Center มาให้เราได้จัดการไฟล์ขยะ , ตั้งค่าความเป็นส่วน หรือแม้กระทั่งสแกนหาไวรัสก็ทำได้เช่นกัน

ฟีเจอร์ Gesture & Motion

ความสามารถด้านการควบคุมต่างๆก็ยังมีมาให้อยู่ แต่ก็ตัดพวกที่ไม่จำเป็นออกไปเยอะ แบ่งออกเป็น 3 โหมดหลักๆคือ Screen-off Gestures , Quick Gesture และ Smart call ตรงนี้เราสามารถเข้ามาตั้งค่าได้ที่ Settings > Gesture & Motion เลยครับ

Screen-off Gestures

ฟีเจอร์สำหรับตอนหน้าจอปิด อาทิ การแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , วาดสัญลักษณ์ตัว O เพื่อเข้ากล้อง , วาดสัญลักษณ์ตัว V เพื่อเปิดไฟฉาย เป็นต้น

 

Quick Gestures

ฟีเจอร์เร่งด่วน อาทิ การรูด 3 นิ้วลงมาเพื่อแคปหน้าจอ , เลื่อนนิ้วจากมุมซ้ายล่างเฉียงไปมุมขวา หรือขวาล่างเฉียงไปซ้ายบนเพื่อย่อหน้าจอให้เล็กลง

 

Smart Call

ฟีเจอร์สำหรับการโทรออกและรับสาย อาทิ รับสายอัตโนมัติเมื่อนำเครื่องมาแนบหู , คว่ำหน้าเพื่อปิดเสียงเรียกเข้า

สแกนลายนิ้วฉับไวสุดๆ

ตรงนี้เป็นอีกจุดเด่นหลักของ OPPO F1 Plus นี้เลย เพราะว่าเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือของ F1 Plus นั้นทาง OPPO เคลมว่าทำได้เร็วเพียง 0.2 วินาทีเท่านั้น ซึ่งมันเร็วมากๆเลยล่ะ ถ้าดูจากตัวเลขนี้

และจากที่ลองทดสอบจริงนี่ ยอมรับเลยว่าทำได้รวดเร็วจริงๆ เพียงแค่กดปุ่มโฮมก็ปลดล็อคเครื่องได้แล้ว ใช่ครับ แค่กดจริงๆนะ ถ้าเทียบกับรุ่นอื่นๆอาจจะมีจังหวะหน่วงในการปลุกหน้าจอเล็กน้อย แต่สำหรับรุ่นนี้เหมือนเรากดปุ่มโฮมปกติก็เข้าหน้า Homescreen ได้เลยยังไงยังงั้น ตรงนี้แจ่มมากๆ

ความบันเทิงบน OPPO F1 Plus

มาเข้าเรื่องการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม กันต่อ OPPO F1 Plus นั้นให้หน้าจอมาที่ขนาด 5.5 นิ้ว เรียกว่าเหมาะสำหรับการเอามาดูไฟล์วิดีโอ สวยๆ เล่นเกมเพลินๆซะจริง และเท่าที่ได้ลองดูไฟล์วิดีโอแล้ว เรียกว่าเต็มตาเต็มอารมณ์จริงๆ ด้วยขนาดที่กำลังพอเหมาะ แถมชนิดจอที่เป็น Amoled แบบนี้สีสัน และมุมมองก็ทำได้ยอดเยี่ยมเลยล่ะ

เรื่องของเสียงนั้นทาง OPPO ก็ขึ้นชื่อมาเหมือนกัน ตัวลำโพงที่ติดมาให้ก็ขับเสียงออกมาได้ดังใช้ได้ แต่เรื่องมิติอาจจะไม่ได้โดดเด่นมากนัก แต่ความดังนี่เต็มเหนี่ยวเลยล่ะ

ส่วนในเรื่องการฟังเพลงผ่านหูฟังนั้นก็มีระบบ Diract-HD ที่ช่วยเพิ่มมิติเสียงให้ดีขึ้นไปอีกระดับ แต่ตรงนี้เราอาจจะต้องหาหูฟังดีๆมาเสริมนิดหนึ่ง เพราะที่แถมมาให้เป็นแบบ Earbud คุณภาพธรรมดาๆไปนิดครับ

เสียงกับภาพผ่านไป มาถึงการประมวลผลผ่านการเล่นเกมกันต่อ ในส่วนของสเปคของ OPPO F1 Plus นั้นอาจจะไม่ได้เด่นดังเท่ารุ่นอื่นๆที่ใช้ Snapdragon แต่ MediaTek Helio-P10 ก็ไม่ได้น่าเกลียดอะไร แถมแรมก็ให้มามากถึง 4GB เราก็เลยลองจับเอาเกมกราฟิกหนักอย่าง Call of Duty Heroes , Hungry Shark World , Uncharted Fortune Hunter , Angry Birds Action และ Angry Birds Go ! มาลองทดสอบดู

ผลก็ปรากฏว่าเล่นได้ราบลื่นครับ แต่อาจจะมีอาการกระตุกบ้างเล็กๆในบางจังหวะที่เอฟเฟคหนักๆหรือเครื่องร้อน รวมๆแล้วก็ถือว่า OPPO F1 Plus นั้นสอบผ่านในเรื่องของความบันเทิง ทั้งในเรื่องการเล่นเกมที่ทำได้ดีทีเดียว , การดูหนัง ฟังเพลงที่ค่อยข้างครบเครื่อง แถมบนรุ่นนี้ยังให้หน่วยความจำภายในมามากถึง 64GB ก็หายห่วงเรื่องหน่วยความจำไปได้เลย (ไม่พอก็จัด Micro-SD128GB เพิ่มเข้าไปสิ :P)

กล้องหน้าเด็ดดวง กล้องหลังแจ่มแจ๋ว

มาต่อในเรื่องทีเด็ดที่เป็นจุดขายของรุ่นนี้เลย ตั้งแต่สมัย OPPO F1 ก็ได้ฉายามาว่า Selfie Expert ที่ทำเอาสาวๆ หลงรักกล้องหน้าของมันมาแล้ว มารอบนี้อัพเกรดขึ้นไปอีกขั้นด้วยกล้องหน้าความละเอียด 16 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.0 เอาให้เซลฟี่กันได้จุใจ

โหมดการถ่ายภาพก็เอาใจคอเซลฟี่เช่นเคย ปรับไปที่โหมด Face Beauty จะมีให้เราเลือกโทนสีด้านบน จาก Fair ไปถึง Rosy หรือโทนเย็นไปจนถึงโทนร้อน (อมชมพู) นั่นล่ะฮะ ส่วนระดับความเนียนของใบหน้าก็นี่เลย 1-7 (เอาจริงๆแค่ระดับ 1 ก็เนียนมากละ 555) เลือกปรับกันได้ตามสบายเลยจ้าา และถ้าใครที่ชอบใช้การสั่งการด้วยท่าที่เพื่อถ่ายเซลฟี่ F1 Plus ก็ให้มาเหมือนกันโดยเลือกปรับได้ที่สัญลักษณะด้านบนตามรูปเลยฮะ

ตัวกล้องหน้าสามารถวัดแสงได้โดยการแตะที่หน้าจอ ปรับแสงขึ้น-ลงได้แบบเดียวกับกล้องหลัง แต่ตรงนี้ใช้ได้แต่วัดแสงนะครับ ไม่สามารถแตะเพื่อโฟกัสแบบกล้องหลังได้ เพราะกล้องหน้าไม่มี Auto-Focus

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหน้าโหมด Beauty

เห็นได้ชัดว่าเน้นกล้องหน้าเป็นหลังจริงๆ เพราะให้ความละเอียดมาเยอะกว่ากล้องหลังเสียอีก 555 กล้องหลังของเจ้า F1 Plus นั้นให้ความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล รูรับแสงกว้าง f/2.2 โหมดการทำงานก็คล้ายกับกล้องหน้าคือมี Time Lapse , Video , Photo , Beauty ,Panorama และเพิ่มเติมด้วย Ultra-HD , Various Filters , GIF , Double Exposure , Expert Mode (Pro โหมดนั่นแหละ) โดยการกดเข้าไปที่รูปเอฟเฟกต์มุมขวาล่าง

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ OPPO F1 Plus

การใช้งานแบตเตอรี่และระบบชาร์จ

มาดูในเรื่องของแบตเตอรี่กันต่อ OPPO F1 Plus ให้แบตเตอรี่มาที่ความจุ 2850 mAh ตรงนี้อาจจะดูน้อยไปนิดถ้าเทียบกับสเปคและขนาดหน้าจอ แต่เท่าที่ลองใช้มาจริงๆก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่ ถือว่าใช้งานได้อึดทีเดียว

แต่ถ้ากลัวจะหมดจริงๆ ทาง OPPO ก็มีระบบชาร์จไว VOOC Flash Charge ที่ขึ้นชื่อมาช่วยเสริมได้เสมอ ทาง OPPO เคลมว่า ชาร์จเพียง 5 นาที ใช้ได้ต่อเนื่องได้ถึง 2 ชม. เลยล่ะ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นถ้าจะใช้ระบบชาร์จไว VOOC นั้นต้องใช้ควบคู่กับสาย USB และอแดปเตอร์ที่แถมมาให้เท่านั้นนะ ไม่งั้นไม่ไว :P

สรุปผลการทดสอบ

OPPO F1 Plus เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่น่าสนใจไม่น้อยเลยจริงๆ ทั้งในเรื่องของรูปลักษณ์ที่ดูสวยเนียน ตามสมัยนิยม วัสดุและงานประกอบยอดเยี่ยม สเปคที่ให้มาก็ครบครันจะเล่นเกม , ฟังเพลง ดูหนังได้หมด ระบบชาร์จไว (ที่ไวมากๆ) ก็ให้มาครบ ไม่ต้องไปหาซื้ออแดปเตอร์แยกแต่อย่างใด ส่วนจุดเด่นสำคัญอย่างกล้องถ่ายภาพก็ไม่ทำให้ผิดหวังทั้งกล้องหน้า-หลังทีเรียกว่า คอเซลฟี่ไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และทั้งหมดทั้งหมวดที่ว่ามานี้สนนราคาอยู่เพียงแค่หมื่นกลางๆเท่านั้นเองนะจ๊ะ ^^"

ราคา OPPO F1 Plus อยู่ที่ 15,990 บาท

จุดเด่น

  • ดีไซน์สวย เรียบเนียน น่าจับถือ
  • สเปคโดยรวมครบเครื่อง คุ้มค่า
  • กล้องหน้า 16 ล้านพิกเซล เซลฟี่เป๊ะสุดจริงๆ
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล ถ่ายง่าย ไฟล์คม สีสวย
  • ระบบสแกนลายนิ้วมือเร็วมาก
  • มีระบบ VOOC Flash Charge ชาร์จไวจริงๆ
  • หน่วยความจำภายในให้มาเยอะถึง 64GB แถมเพิ่ม Micro-SD ได้อีก

จุดสังเกต

  • ไม่รองรับ NFC
  • หูฟังที่แถมมาเป็นแบบ Earbud ปกติ คุณภาพธรรมดาไปนิด

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite