Review : vivo V3Max สมาร์ทโฟนสุดครบเครื่อง ในความเร็วที่เหนือระดับ !!

เฮียแม๊พ | 25 เม.ย. 2559 16:54:11

119640

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : vivo V3Max สมาร์ทโฟนครบเครื่องในความเร็วที่เหนือระดับ !!

 

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราก็อยู่กับสมาร์ทโฟนตัวล่าสุดของแบรนด์ vivo ก่อนจะแนะนำชื่อรุ่นคงต้องขอ บิดๆ เบี้ยวๆ แปงร่างเป็น...ซะก่อน เพราะว่ามือถือรุ่นที่เราจะมารีวิวในวันนี้มีชื่อรุ่นว่า V3Max นั่นเอง เดี๋ยวๆ ไม่ใช่มดเขียว V3 เฟ้ยย !! เอาเป็นว่าข้ามไอมุกแป้กๆแล้วมาดูตัวเครื่องกันเลยดีกว่านะ :P

แกะกล่อง vivo V3Max

ก่อนจะแปลงร่างเรามาดูฐานลัดของมนุษย์ดัดแปลงรุ่นนี้กันก่อน (ยัง ยังจะเล่นต่ออีก) กล่องบรรจุภัณฑ์ของรุ่นนี้ดูจะมีขนาดแตกต่างจากรุ่นก่อนเล็กน้อย เพราะรุ่นก่อนๆมักจะให้กล่องมาขนาดใหญ่ แต่พอมาบนรุ่นนี้ลดเหลือไซต์มาตรฐานพอดีเครื่องละ ด้านหน้าก็มีระบบชื่อรุ่นไว้เช่นเคย (จะได้ไม่ต้องกังวลตอนซื้อว่าซื้อผิดรุ่นหรือเปล่า :P) รอบๆก็เรียบๆมีโลโก้ vivo รุ่นนี้ไม่มีบอกสเปคคร่าวๆไว้ข้างกล่องแล้วแฮะ

เปิดกล่องออกมาก็จะพ V3Max ตอนยังไม่แปลงร่าง (ยังไม่ได้เปิดเครื่อง) นอนรออยู่

เปิดขึ้นมาก็จะพบกล่องอุปกรณ์เสริมอย่างเคสใส และเข็มจิ้มถาดซิมครับ

อุปกรณ์พื้นฐานก็จัดวางอย่างเป็นระเบียบตรงนี้ มีทั้งอแดปเตอร์ชาร์จไฟแบบ Fast Charge (5V - 2A , 9V - 2A) , หูฟัง และสาย USB

รอบนี้มาแปลกที่ไม่ได้แถมหูฟังแบบ In-Ear ดีๆมาให้ แต่เป็นหูฟัง Earbud ธรรมดาๆแค่นั้นเองฮะ

เปิดเครื่องยลโฉม vivo V3Max

หลังจากเยี่ยมชมกล่องบรรจุภัณฑ์เรียบร้อย ทีนี้ก็ได้เวลาเปิดเครื่องทำความรู้จักกันแล้ว หน้าตาโดยรวมของเจ้า V3Max ก็ดูละม้ายคล้ายคลึงกับมือถือ vivo รุ่นก่อนๆอยู่มาก ด้วยจุดเด่นด้านหน้าสีขาวสะอาดตา (มือถือ vivo ทุกรุ่นนี้ด้านหน้าสีขาวหมด) ขนาดของตัวเครื่องก็จะอยู่ที่ 153.9x77.1x7.58 มม. หนักเพียง 168 กรัม

และมีโลโก้ vivo อยู่ตรงมุมซ้ายบน ถัดมาเป็นตำแหน่งกล้องหน้าความละเอียด 8 ล้านพิกเซล , ลำโพงสนทนา , เซ็นเซอร์วัดแสงเซ็นเซอร์วัดระยะ และมุมขวาสุดจะเป็นไฟ LED สำหรับแจ้งเตือนฮะ

ด้านล่างหน้าจอก็ยังมีปุ่มสัมผัส 3 ปุ่มประกอบด้วย ปุ่ม Menu , ปุ่ม Home และปุ่ม Back เช่นเคย

ส่วนหน้าจอนั้นก็เป็นชนิด IPS ขนาด 5.5 นิ้ว พร้อมกระจกโค้งแบบ 2.5D ความละเอียดอยู่ที่ Full-HD ในเรื่องของการแสดงผลก็แสดงสีสันได้สวยงาม สีจัดๆก็จัดจ้านได้ สีขาวก็ขาวเนียนตาครับ

บอดี้ของรุ่นนี้จะเป็น Metal Unibody ให้ความรู้สึกเนียนมือ จับแล้วไม่ลื่น สัมผัสดูแข็งแรงและพรีเมี่ยมใช้ได้เลยล่ะ ตัวเครื่องจะมีเพียงสีทองเท่านั้น (หน้าขาว หลังทอง)

กรอบเครื่องมีการตัดขอบแบบ Diamond-Cut ตรงมุมจอจะดูสูงขึ้นมาจากตัวขอบเครื่องเล็กน้อย ทำให้เวลาจับอาจจะให้ความรู้สึกไม่เนียนต่อกันเท่าไหร่ แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไรครับ

ด้านซ้ายมือของตัวเครื่องจะมีช่องสำหรับใส่ซิมแบบไฮบริด คืดจะใช้งาน 1 ซิม 1 เม็ม (Micro-SD) หรือใช้งาน 2 ซิมก็ได้นั่นเองครับ

ปุ่มต่างๆจะอยู่ทางฝั่งขวามือทั้งหมด ทั้งปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง และปุ่ม Power

ด้านบนของตัวเครื่องมีพอร์ทหูฟัง 3.5 มม.อยู่

ด้านล่างตัวเครื่องมีลำโพงหลักของตัวเครื่อง , พอร์ท Micro-USB และ ไมโครโฟนจ้ะ

พลิกกลับมาด้านหลังจะเป็นวัสดุโลหะอย่างที่บอกไว้ มีการทำสีสลับเข้ม-อ่อน ตรงมุมบน-ล่างของเครื่อง กับตรงกลางของเครื่องได้อย่างน่าสนใจทีเดียว

V3Max มาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีไฟแฟลช LED มาให้ 1 ดวงและถัดลงมาอีกนิดมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือมาให้ด้วยนาจา

สเปคและประสิทธิภาพของ vivo V3Max

ดูรอบๆเครื่องไปแล้วก็ต่อในเรื่องของสเปคภายในกันต่อเลย vivo V3Max นั้นถูกตั้งอยู่ในกลุ่มตลสดสมาร์ทโฟนระดับกลาง ซึ่งในเรื่องสเปคอาจจะไม่ได้หวือหวาแบบพวกรุ่นท็อปๆของปีนี้ที่ใช้ชิปเซ็ต Snapdragon ซีรี่ส์ 800 หรืออัดแรมมาหนักๆ 6GB ขนาดนั้น แต่สเปคที่ใส่มาให้ในรุ่นนี้ก็เรียกว่าน้องๆเรือธงปีที่แล้วได่เลยล่ะ...

สเปค vivo V3Max

  • หน้าจอ IPS ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Snapdragon 652 Octa-Core 64-Bit (Quad-Core A53 1.4GHz + Quad-Core A72 1.8GHz)
  • ชิปกราฟิก Adreno 510 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 128GB
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล
  • รองรับ 2 ซิมด้วย ถาดซิมไฮบริด
  • รองรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือ

 

ในพวกการเชื่อมต่อก็รองรับการใช้งาน 3G ทุกคลื่นในไทยทั้ง 850/900/2100MHz ส่วน 4G LTE คลื่น 1800/2100/2600MHz , Bluetooth 4.1 , OTG แต่น่าเสียดายที่ไม่มี NFC มาให้ด้วย ><

ทดสอบประสิทธิภาพผ่านแอป AnTuTu Benchmark

ที่บอกว่าประสิทธิภาพของรุ่นนี้น้องๆเรือธงปีที่แล้ว ก็เพราะว่ามาพร้อมชิปเซ็ต Snapdragon 652 รุ่นล่าสุดที่เทียบชั้น Snapdragon 808 ของปีที่แล้วได้ทัดเทียม หรือแรมที่ให้มามากถึง 4GB เป็นต้น เท่านี้ก็น่าจะอุ่นใจได้ระดับหนึ่งแล้วล่ะเนอะ แต่ถ้าจะให้เห็นภาพหน่อย ก็มาวัดคะแนนผ่าน AnTuTu Benchmark กันหน่อยดีกว่า

ผลคะแนนก็ออกมาราวๆ 67,770 คะแนนเลยทีเดียว เป็นรองสมาร์ทโฟนเรือธงของปีที่แล้วอย่าง Galaxy S6 หรือ Xperia Z5 อยู่ไม่มากนัก

แรม 4GB ของ V3Max เหลือใช้อยู่ราวๆ 2.28GB ก็ถือว่าเยอะทีเดียว ส่วนรอม 32GB นั้นเปิดเครื่องมาใหม่ๆจะเหลือใช้ประมาณ 23GB ครับ

ระบบปฏิบัติการและซอฟต์แวร์ (OS and Software)

V3Max มาพร้อมระบบ Android 5.1 Lollipop ครอบด้วย FunTouch OS เวอร์ชั่น 2.5 ซึ่งก็ถือว่ามีการอัพเกรดหน้าตาขึ้นมาจากเวอร์ชั่นเดิมๆอยู่พอสมควร

ตัวไอคอนก็มีการปรับให้เรียบง่ายมากขึ้น เน้นเป็นแนววงกลมและสี่เหลี่ยมเป็นหลัก ยังคงไม่มีหน้า App Drawer เช่นเคย ทุกแอปที่ติดตั้งใหม่หรือติดตั้งมาให้จากโรงงานจะอยู่ในหน้า Homescreen นี้ทั้งหมด

แถบ Notification Bar ก็จะถูกแบ่งเป็นหมวดๆชัดเจน ส่วนพวก Toggle Switch หรือทางลัดต่างๆก็จะอยู่ด้านล่างแทน โดยเราสามารถปาดนิ้วขึ้นจากด้านล่างหน้าจอ ตรงนี้จะรวมหน้า Recent Apps ไว้อยู่ด้วยนะ บน FunTouch OS 2.5 จะมีการเพิ่มการปรับระดับเสียง Media เข้ามาให้ด้วย (รุ่นก่อนๆมีแต่เพิ่มระดับแสงสว่าง)

Theme ต่างๆก็ยังมีให้เลือกโหลดเลือกปรับแต่งกันเช่นเคย โดยเราสามารถเข้ามาดูได้ในแอป i Theme เลยครับ

พวก Theme จะมีแบบเปลี่ยนทั้งหมดทั้งพวก ไอคอน , Wallpaper , หน้า Dial , สีของ Notification Bar ก็จะมีคำว่า Overall Theme กำกับอยู่ (ถ้าไม่มีก็เปลี่ยนพวกไอคอนกับ Wallpaper)

หรือจะแยกเปลี่ยนเป็นอย่างๆ อาทิ หน้า Lockscreen , Wallpaper , Font ก็เลือกได้ตามใจเลยฮะ

ปลอดภัยและรวดเร็วกว่าด้วย Fingerprint Scanner

Fingerprint Scanner หรือเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือถืออีกจุดหนึ่งที่ถูกเพิ่มขึ้นมาบนสมาร์ทโฟนระดับกลาง-สูงแทบทุกรุ่นในปัจจุบันกันไปแล้วซึ่ง V3Max ก็ใส่มาด้วยเช่นกันที่น่าสนใจก็คือทาง vivo เคลมว่าสามารถสแกนได้รวดเร็วเพียง 0.5 วินาทีเท่านั้น

การตั้งค่าสำหรับการสแกนนิ้วก็ง่ายๆเพียงเข้าไปที่ Settings > Fingerprint and Passwords จากนั้นก็เพิ่มลายนิ้วมือของเราเข้าไปกด Add Fingerprint จากนั้นตัวระบบจะให้เราวางนิ้วลงไปหลายๆครั้งเพื่อจดจำสามารถบันทึกได้สูงสุด 5 นิ้วด้วยกันครับ

ทีนี้เราก็สามารถใช้งาน Fingerprint ปลดล็อคเครื่องได้แล้วล่ะ การปลดล็อคก็ง่ายเพียงแตะที่เซ็นเซอร์ด้านหลังได้เลย ทั้งตอนจอเปิดและปิดอยู่ การทำงานก็รวดเร็วอย่างที่บอกไว้จริงๆ อารมณ์ประมาณว่าแตะก็ผลดล็อคละ ยังไม่ทันได้แช่นิ้วไว้เลย เร็วจริงๆ ! *0*

ฟีเจอร์การสั่งงานด้วยท่าทาง (Smart Motion)

ตรงนี้ก็จะคล้ายๆกับรุ่นเดิมที่เคยมีมา อย่างการเคาะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ , ปาดมือผ่านเซ็นเซอร์ขณะหน้าจอปิดเพื่อดูการแจ้งเตือน วาดตัวอักษรเพื่อเข้าแอปทันที เป็นต้น โดยเราสามารถเข้าไปตั้งค่าทั้งหมดได้ที่ Settings > Smart Motion

Smart Wake

ตรงนี้ก็จะเน้นไปที่การปลุกจอ หรือการปลดล็อคหน้าจอเข้าแอปได้อย่างรวดเร็วอาทิ Slide upward to Unlock (สไลด์ขึ้นขณะที่หน้าจอปิดอยู่เพื่อปลดล็อค) , Slide Downward to Take Photo (สไลด์ลงขณะหน้าจอปิดเพื่อเข้าโหมดกล้อง) หรือจะเป็นการวาดตัวอักษรต่างๆเพื่อเข้าแอปอื่นๆ เป็นต้น

Air Operation

อันนี้จะเป็นการสั่งงานโดยไม่ตั้งแตะเครื่อง ใช้งานโดยการผาดมือผ่านเซ็นเซอร์วัดระยะ (Proximity Sensor) ข้างๆลำโพงสนทนา ประกอบด้วย Black Screen Glace (ผายมือเพื่อดูการแจ้งเตือน) , Air Unlock (ผายมือเพื่อปลดล็อค)

Smart Turn on/off screen

ตรงนี้จะเป็นแนวเปิด-ปิดจอแบบฉลาดๆของระบบ ประกอบด้วย Light Screen when out of a pocket (หน้าจอจะติดขึ้นเองเมื่อนำออกมาจากกระเป๋า) , Double Click to Light (แตะ 2 ครั้งเพื่อปลุกหน้าจอ) , Smart Keep Bright (หน้าจอจะติดตลอดเมื่อเรามองที่จอ) , Double Tap to turn off screen (แตะ 2 ครั้งในหน้า Homescreen เพื่อล็อคหน้าจอ)

Smart Call

ตรงนี้จะเกี่ยวกับการโทร-รับสาย อาทิ  Smart Call (โทรออกอัตโนมัติจากหน้ารายชื่อหรือข้อความเมื่อนำเครื่องมาแนบหู) , Smart Answer (รับสายอัตโนมัติเมื่อนำมือถือมาแนบหู) , Smart Switch (ปรับโหมดการคุยโทรศัพท์เป็นลำโพงหลักหรือลำโพงสนทนาอัตโนมัติ) เป็นต้น

รวมๆแล้วก็เป็นฟีเจอร์ที่ดูสะดวกดีจริงเชียว แต่เอาเข้าจริงฟีเจอร์หลายๆอย่างของ Smart Motion ก็อาจจะไม่ราบลื่นซะทีเดียวถ้าเราตั้งค่าการปลดล็อคด้วยการสแกนลายนิ้วมือ เพราะ Smart motion ที่สามารถปลดล็อคเครื่องได้เลย หรือเข้าแอปได้อย่างรวดเร็วด้วยการวาดหน้าจอ ก็จะมาติดต้องสแกนนิ้วหรือปลดล็อคหน้าจอก่อนซะงั้น (ยกเว้นเข้ากล้องกับหน้าโทรศัพท์)

Smart Split

ฟีเจอร์การแบ่งหน้าจอทำงาน 2 แอป จริงๆก็ไม่ถือว่าใหม่อะไร มีการเพิ่มเข้ามาบน FunTouch OS 2.5 ก็ดูน่าสนใจมากขึ้นทีเดียว แต่ติดที่ว่าการใช้งานนั้นอาจจะดูยากไปนิด คือเราไม่สามารถแบ่งหน้าจอได้ทันทีเหมือนค่ายอื่นๆ แต่จะใช้งาน 2 หน้าจอได้ก็ต่อเมื่อเราดูวิดีโออยู่ (ทั้ง YouTube , Google Play Movie หรือวิดีโอจากตัวเครื่อง) แล้วมีการแจ้งเตือนเข้ามาจากแอปอาทิ Facebook , Line , Wechat , WhatsAppและข้อความ เป็นต้น ก็จะมีไอคอนแอปนั้นๆโชว์ขึ้นมาขณะเราดูวิดีโอ จากนั้นถ้าเราแตะที่ไอคอนนั้นๆก็จะเป็นการแบ่งจอเป็น 2 จอครับ

ความบันเทิงจาก vivo V3Max

มาต่อกันที่เรื่องของความบันเทิงบน V3Max กันบ้าง เริ่มด้วยเรื่องระบบเสียงที่เป็นจุดเด่นจุดขายของสมาร์ทโฟน vivo มาอย่างช้านาน รอบนี้ก็ใส่ชิปเสียง AKM AK4375 มาให้ เวลาฟังเพลงผ่านหูฟังก็จะได้รับประสบการณ์ Hi-Fi Audio เสียงแน่นได้ใจเลยล่ะ

หรือจะเป็นในส่วนของลำโพงก็ทำได้ดีมากๆ เสียงดังฟังชัด มีมิติใช้ได้เลย

ส่วนเรื่องจอแสดงผลก็อย่างที่บอกว่าจอ IPS นั้นแสดงผลได้สวยงามสมจริงอยู่แล้ว แถมด้วยขนาดหน้าจอที่ใหญ่ระดับ 5.5 นิ้ว ความละเอียด Full-HD ก็พอเหมาะพอเจาะในการหาไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงมาดู หรือจะหาหนังมันส์ๆมาดูก็เต็มอรรถรสเลยล่ะ *0*

ฟังเพลง ดูหนังไปแล้ว เรื่องการเล่นเกมก็คงจะเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในการใช้งาน V3Max มาพร้อมชิปเซ็ตสุดแรงอย่าง Snapdragon 652 แรมอีก 4GB ก็อย่างที่บอกและเห็นคะแนน Benchmark ไปแล้วว่าเจ้าตัวนี้นั้นไม่ธรรมดาเลย เราก็เลยหยิบเกมกราฟิกหนักๆอย่าง God of Rome , Dead Effect 2 , God of Egypt , Asphalt 8 มาวัดกันดูหน่อย

ผลก็ออกมาตามคาดเลยครับ เล่นได้ลื่นไหลตามสไตล์ Snapdragon CPU ส่วนในเรื่องความร้อนก็มีให้เห็นพอสมควร เวลาเล่นหนักจริงๆบริเวณ กรอบเครื่องและส่วนบนของตัวเครื่อง

รวมๆแล้วเรื่องความบันเทิงบน vivo V3Max นั้นทำได้ดีเยี่ยมจริงๆ ทั้งหน้าจอ หน่วยประมวลผล ระบบเสียง แต่ติดอยู่นิดหน่อยตรงที่ตำแหน่งของลำโพง เพราะดันอยู่ตรงบริเวณที่อุ้งมือจะไปบังพอดีเวลาเล่นเกมหรือดูหนังแนวนอน อาจทำให้เสียงเบาลงไปได้เวลาเล่นเกมอินๆน่ะนะ :P

กล้องถ่ายภาพบน vivo V3Max

มาถึงเรื่องกล้องถ่ายภาพอีกจุดเด่นบนสมาร์ทโฟนสมัยนี้กันบ้าง V3Max ให้กล้องหลังความละเอียดมาที่ 13 ล้านพิกเซล พร้อมระบบโฟกัสและการจับภาพที่รวดเร็ว

UI กล้องก็เรียบง่าย มีให้เลือก Face Beauty , ถ่ายภาพปกติ และถ่ายวิดีโอ ตอนกดโฟกัสภาพจะมีให้ปรับ EV เพิ่มระดับแสงหรือลดระดับแสงได้ด้วย

โหมดการถ่ายภาพก็ให้มาครบตามความต้องการครับ ทั้ง HDR , Panorama , Night Mode , Ultra-HD (ถ่ายภาพความละเอียด 50 ล้านพิกเซล) , PPT (ถ่ายภาพพวกเอกสารหรือนามบัตร) , Motion Track (โหมดโฟกัสภาพแบบจับการเคลื่อนไหว) , Professional (โหมด Pro ปรับแต่งค่าได้เอง) , Slowmotion , Fast Motion

ยุคนี้แล้ว การปรับค่าต่างๆเองก็คงต้องมีติดเครื่องมาด้วยอยู่แล้ว โหมด Pro ของ V3Max นั้นสามารถปรับแต่งได้แทบทั้งหมด ทั้ง EV (Exposure Value) , ISO , Shutter Speed , White Balance , Focus

เอาเป็นว่าลองไปชมภาพถ่ายตัวอย่างจากกล้องของ V3Max กันดีกว่าฮะ

รวมๆแล้วถือว่ากล้องของ V3Max ทำได้น่าสนใจทีเดียว เปิดเข้ากล้องได้รวดเร็ว โฟกัสก็เร็ว (vivo เคลมว่าโฟกัสไวเพียง 0.2 วินาที) แตะปุ๊บติดปั๊บ แถมคุณภาพก็ถือว่าสวยใช้ได้เลยล่ะ สีสันอยู่ในเกณฑ์ดี ความคมก็แจ่ม

กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซลเซลฟี่สวยเนียนอีกแล้ว มาพร้อมโหมด Face Beauty อีกเช่นเคย ทีนี้จะเซลฟี่อยากหน้าเนียนแค่ไหน ก็เลือกเอาเลยฮะ มีตั้งแต่ระดับ 0-100 อิอิ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Face Beauty +50

การใช้งานแบตเตอรี่ของ V3Max

ปิดท้ายในเรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ vivo V3Max มาพร้อมแบตเตอรี่ความจุ 3000 mAh เรียกว่าพอดีกับไซส์หน้าจอและหน่วยประมวลผล และจากการทดสอบมา ก็ถือว่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน อึดพอจะใช้งานได้ตลอดวันครับ

แต่ถ้าเกิดใช้งานหนักๆจริง ก็ยังมีระบบชาร์จไว (ทาง vivo เรียกว่า Dual-Engine Quick Charge)ที่ช่วยให้ชาร์จได้ไวขึ้นมา และชาร์จเพียง 5 นาที ก็สามารถฟังเพลงได้นานต่อเนื่องถึง 2 ชม.เลยทีเดียว

สรุปผลการทดสอบ

vivo V3Max ก็ถือเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนที่ครบเครื่องในเรื่องความบันเทิง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องระบบเสียงเสียง Hi-Fi , หน้าจอแสดงผลขนาดใหญ่พอดิบพอดี แสดงผลได้ยอดเยี่ยมจะเอามาดูหนัง เล่นเกมได้หมด ในเรื่องของสเปคก็ครอบคลุมการทำงานทุกสิ่งอย่างในตอนนี้ได้เป็นอย่างดีเล่นเกมหนักๆสบาย มีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือที่รวดเร็วมากๆ ทำงานไหลลื่น UI ใช้งานได้ไม่ยากมากนัก ฟีเจอร์เสริมการปรับแต่งมาให้เพียบบน FunTouch OS 2.5 นี้ และเรื่องกล้องที่เป็นปัจจัยหลักบนสมาร์ทโฟนสมัยนี้ก็จัดมาครบถูกใจแน่นอนทั้งกล้องหน้าและหลัง ทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็คงจะตอบโจทย์เพื่อนๆที่ต้องการสมาร์ทโฟนที่เน้นด้านความบันเทิงในดีไซน์สมัยนิยมกับราคาสบายๆอย่างแน่นอนครับ

ราคาเปิดตัว vivo V3Max อยู่ที่ 12,990 บาท

>> เช็คสเปค vivo V3Max <<

จุดเด่น

  • ระบบสแกนลายนิ้วมือรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 0.5 วินาทีในหารปลดล็อค
  • หน้าจอ IPS แสดงสีสันได้สวยงาม มุมมองกว้าง
  • สเปคเร็วแรง ใช้งานด้านมัลติมิเดียได้อย่างครบถ้วน
  • กล้องหน้า-หลัง ถ่ายง่าย คุณภาพเยี่ยม
  • ระบบเสียง Hi-Fi ขับพลังเสียงได้เป็นอย่างดี
  • รองรับระบบ Fast Charge
  • รองรับ 2 ซิม

จุดสังเกต

  • ยังคงรันบน Android 5.1 น่าจะให้ 6.0 มาเลย
  • หูฟังที่แถมมาเป็นแบบ Earbud ปกติ คุณภาพธรรมดาไปนิด
  • ไม่มี NFC มาด้วย

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite


จัด vivo V3Max เครื่องนี้ได้ง่ายๆที่นี่เลย >>> คลิก <<<