Preview : Samsung Galaxy S7 และ S7 Edge สองเรือธงตัวใหม่ที่กลับมาพร้อมความสมบูรณ์แบบที่มากกว่าเดิม !!

เฮียแม๊พ | 21 ก.พ. 2559 23:49:48

39494

VIEWS เฮียแม๊พ

Preview : Samsung Galaxy S7 และ S7 Edge สองเรือธงตัวใหม่
ที่กลับมาพร้อมความสมบูรณ์แบบที่มากกว่าเดิม !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับบทความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่กับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่ล่าสุด ที่เพิ่งเปิดตัวไปสดๆร้อนๆ เมื่อสักครู่ที่ผ่านมากับ Samsung Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge นั่นเอง แน่นอนว่าการกลับมาครั้งนี้ก็ยังคงยิ่งใหญ่อีกเช่นเคย (ถึงแม้หน้าตาจะไม่ค่อยต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ก็ตาม) เอาล่ะ อย่างรีรออยู่เลย ไปชมกันดีกว่าว่าเจ้า 2 รุ่นใหม่นี้มีอะไรน่าสนใจบ้าง :D

แรกสัมผัส Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge

ก่อนอื่นต้องบอกก่อนเลยว่าสมาร์ทโฟน 2 รุ่นนี้หน้าตาอาจจะไม่ได้ต่างจากเดิมสักเท่าไหร่ แต่ที่แตกต่างในรอบนี้ก็คือเรื่องของขนาดตัวเครื่องที่ถูกแบ่งออกมาชัดเจนไปเลย เป็นขนาดหน้าจอ 5.1 นิ้ว และ 5.5 นิ้ว ต่างจากรุ่นเดิมที่มาพร้อมขนาดหน้าจอ 5.1 นิ้วทั้ง 2 รุ่น

ในเรื่องของดีไซน์ก็อย่างที่บอกไปว่าไม่ต่างจากเดิมมากนัก อย่างบน Galaxy S7 นั้นเรียกว่ายังคงลักษณะเดิมไว้เลย คือมาพร้อมวัสดุด้านหน้าและหลังเป็นกระจก กรอบเครื่องเป็นโลหะ

แต่ถ้าจะให้อธิบายจริงๆก็คงคล้ายกับ Galaxy Note 5 ย่อส่วนซะมากกว่า เพราะว่ากระจกในด้านหลังนั้นเป็น 3D โค้งทั้ง 2 มุมเหมือนกันเปี๊ยบ

มาพร้อมขนาดหน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดก็ยังคงเป็น 2K Quad-HD เช่นเคย การแสดงผลก็แน่นอนครับ สวยสดตามสไตล์ Samsung เขาล่ะ

ส่วน Galaxy S7 Edge นั้นมาพร้อมขนาดที่ใหญ่ขึ้นจาก S6 Edge เดิม แต่ก็เล็กกว่า S6 Edge+ อยู่ที่ 5.5 นิ้ว ความละเอียดก็อยู่ที่ 2K Quad-HD และขอบจอโค้งเช่นเคย เรียกว่าเป็นรุ่นที่อยู่ระหว่างกลางของ S6 Edge และ S6 Edge+ นั่นเองฮะ (หมายถึงในแง่ขนาดหน้าจอนะ)

โดยรวมแล้วทั้ง 2 รุ่นนั้นก็มีการปรับตัวขอบเครื่องและขนาดของตัวเครื่องให้ดูกระชับมือขึ้นกว่าเดิม การจับถือต่างๆก็เรียกว่าเนียนมือมากขึ้น ไม่ล้นๆหรือจับยากแบบรุ่นเดิมแล้ว

ส่วนสีเครื่องถ้าสังเกตดีๆ ก็จะเห็นว่าสีดำของทั้ง 2 รุ่นนี้มีการเปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อยคือ ออกแนวดำ-เทา (Black Onix) ซึ่งตรงนี้ผมว่าก็สวยไปอีกแบบ ต่างจากรุ่นก่อนที่สีดำจะเป็นประกายพอสะท้อนกับแสงไฟจะเป็นสีออกน้ำเงิน

ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมกับปุ่มโฮมที่สามารถสแกนลายนิ้วมือได้เช่นเคย การทำงานต่างๆก็ยังรวดเร็วเช่นเคยครับ

รอบๆเครื่องก็ยังคงเป็นกรอบโลหะอย่างที่บอกไว้ครับ ตำแหน่งต่างๆก็ยังคงเหมือนเดิมครับ ด้านขวามือมีปุ่ม Power

ด้านซ้ายมือเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

ด้านล่างมีช่องหูฟัง , พอร์ท Micro-USB (แบบ 2.0 นะครับ ยังไม่เป็น USB-C) และลำโพงหลักของตัวเครื่อง

ด้านบนตัดตัว IR-Blaster ออกไปแล้ว (แบบเดียวกับ Note 5 และ S6 Edge+) และช่องใส่ซิมอยู่ด้านบนทั้ง 2 รุ่นครับ

ทีเด็ดอีกอย่างที่ได้ถูกปรับปรุงขึ้นจาก Galaxy S6 Series ก็คือบน Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge นั้นสามารถเพิ่ม Micro-SD การ์ดได้แล้ว และทีเด็ดยิ่งกว่าก็คือรุ่นที่วางขายในไทยนั้นสามารถใช้งาน 2 ซิมได้ด้วย (เป็นถาดซิมแบบไฮบริด เลือกเอาว่าจะใช้ 2 ซิมหรือ1 ซิมเพิ่ม Micro-SD ประมาณนั้นครับ)

ด้านหลังยังคงดีไซน์เดิมๆอยู่ แต่ที่เด่นเลยก็คือบนทั้ง 2 รุ่นนี้ตัวเลนส์กล้องจะไม่นูนขึ้นมาแบบรุ่นก่อนแล้ว (ถึงจะไม่เรียบเนียนไปกับตัวเครื่องตาม) ตำแหน่งก็ยังอยู่ที่เดิมมี Heartate Sensor พร้อมไฟแฟลชด้วย

สเปค Galaxy S7 และ Galaxy S7 Edge

ถ้าพูดถึงสเปคแล้ว ก็แน่นอนว่าเรือธงของ Samsung นั้นต้องจัดเต็มมาอย่างแน่นอน ซึ่งบน 2 รุ่นนี้ก็มีสเปคภายในที่เหมือนกันเกือบหมด ต่างกันที่เรื่องของหน้าจอและแบตเตอรี่เท่านั้น โดยมีรายละเอียดคร่าวๆตามนี้ครับ

  • หน้าจอ Super-Amoled ความละเอียด 2K Quad-HD ขนาด 5.1 นิ้ว (สำหรับ S7) และ 5.5 นิ้ว (สำหรับ S7 Edge)
  • ชิปเซ็ต Samsung Exynos 8890 Octa-core (Quad-core 2.3GHz + Quad-core 1.6GHz)
  • ชิปเซ็ตกราฟิก Mali-T880 GPU
  • แรม 4GB (LPDDR4)
  • รอม 32GB
  • รองรับ Micro-SD สูงสุด 200 GB
  • แบตเตอรี่ 3000 mAh (สำหรับ S7) , 3600 mAh (สำหรับ S7 Edge)
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง 12 ล้านพิกเซล

ส่วนในเรื่องของ OS นั้นก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการตัวล่าสุด Android 6.0.1 Marshmallow ครอบด้วย Touchwiz UI อีกเช่นเคย

หน้าตาโดยรวมของตัว UI ก็ยังไม่ต่างจากเดิมมากนัก ทั้งพวกไอคอนต่างๆหรือวิตเจ็ต แต่ทีเจ๋งก็คือรอบนี้พวกแอป Bloatware ที่ติดมากับเครื่องนั้นน้อยมาก เหลือเพียงหน้าเดียวเท่านั้น เรียกว่าแทบจะมีแต่แอปจำเป็นๆทั้งนั้นเลย ซึ่งตรงนี้ก็เป็นข้อดีเพราะว่าไม่ทำให้หนักเครื่องด้วยนะ

ฟีเจอร์เด่นของ Galaxy S7 และ S7 Edge

มาดูในเรื่องของจุดเด่นหลักๆของ 2 รุ่นนี้กันเลย ถึงแม้ว่าหน้าตาจะไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แต่ความสามารถนั้นแน่นอนว่าเพิ่มขึ้นมาอย่างแน่นอน ฟีเจอร์เด่นแรกของ S7 ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องที่เคยลือมานานและถามกันมาเยอะใน S6 ก็คือเรื่องของการกันน้ำ ซึ่งในรุ่นก่อนอย่าง S6 นั้นไม่ได้ใส่มาให้ด้วย แต่พอมาบน S7 ก็ใส่มาให้สมใจแล้ว ซึ่งทั้ง 2 รุ่นนั้นสามารถกันน้ำได้ตามมาตรฐาน IP68 คือสามารถลงน้ำได้ 1.5 เมตร เป็นเวลาครึ่งชม.

แถมพอร์ทต่างๆของตัวเครื่องอย่างพอร์ทหูฟัง หรือ Micro-USB ก็มีการเคลือบมาอย่างดี ไม่จำเป็นต้องมีฝาปิดแบบ S5 เดิมแล้ว จัดว่าเด็ดเลยล่ะ

Always on Display เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ลือกันมาพักใหญ่สำหรับฟีเจอร์ Always On Display และมันก็มาจริงๆด้วย S7 ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมฟีเจอร์เปิดหน้าจอตลอด แต่ไม่ใช่ว่าเปิดแบบเต็มๆนะ (แบบนั้นแบตคงหมดเร็วแน่นอน) แต่จะเป็นการโชว์ตัวนาฬิกา , ปฏิทิน หรือการแจ้งเตือนเล็กๆน้อยได้ ซึ่งด้วยหน้าจอ Super-Amoled นั้นทำให้การแสดงผลสีดำแบบนี้ประหยัดแบตมากๆ ตรงนี้ไม่ต้องกลัวว่าจะแบตหมดไว (พอเอาเครื่องใส่กระเป๋าฟีเจอร์นี้จะถูกปิดไป)

แบตเตอรี่ของทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มีการเพิ่มความจุขึ้นมาเป็น 3000 mAh (สำหรับ S7)และ 3600 mAh (สำหรับ S7 Edge) เรียกว่าแบตอึดขึ้นแน่นอน แถมยังมาพร้อมกับระบบ Fast Charge อีกเช่นเคย

กล้องหน้าและหลังรูรับแสงกว้าง f/1.7

กล้องถือว่าเป็นสิ่งที่ถูกให้ความสนใจมาหลายต่อหลายรุ่นแล้ว ซึ่งบน S7 นี้ก็มีการอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นเดิมมากๆ ด้วย f/stop กว้างถึง 1.7 ทำให้ถ่ายภาพในที่แสงน้อยได้ดียิ่งขึ้น และการละลายฉากหลังก็จะสวยเนียนกว่าเดิม

แถมในกล้องหลังยังมาพร้อมเทคโนโลยี Dual-Pixel ที่ช่วยในการโฟกัสที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพียง 0.15 วินาทีสำหรับแสงกลางวัน และ 0.2 วินาทีสำหรับที่แสงน้อย แต่ความละเอียดของภาพนั้นจะถูกลดลงมาเหลือ 12 ล้านพิกเซล (จากรุ่นเดิม 16 ล้านพิกเซล)

ฟีเจอร์ MotionPhoto ที่เพิ่มเข้ามาก็ถือว่าเป็นลูกเล่นใหม่ของทาง Samsung (แต่ไม่ใหม่มากในตลาดตอนนี้) ฟีเจอร์ที่ว่านี้ก็คือการบันทึกภาพเคลื่อนไหวสั้นๆก่อนถ่ายภาพ อารมณ์ประมาณ Live Photo ของ iPhone หรือ Zoe ของ HTC แหละ

กล้องหน้าก็ยังคงมาพร้อมกับความละเอียด 5 ล้านพิกเซล เช่นเคยแต่ F/stop กว้าง 1.7 เท่ากับกล้องหลังเลย ส่วนฟีเจอร์ที่มีเพิ่มขึ้นมาก็เป็นไฟแฟลชกล้องหน้า (ใช้แสงหน้าจอเป็นแฟลช) และมีฟีเจอร์ Spotlight ในการเพิ่มแสงในบางจุดในภาพด้วย

Game Launcher ตรงนี้ทาง Samsung เอาใจคอเกมสุดๆ เพราะมีตัวช่วยสำหรับเกมเมอร์ได้เป็นอย่างดี คือ Game Launcher ที่ช่วยจัดการเรื่องเกม อาทิ การปรับรูปแบบของระบบสำหรับการเล่นเกม ประหยัดพลังงานหน่อยก็จะลดความละเอียดของเกมลง หรือล็อดเฟรมเรต เป็นต้นฮะ

Edge Screen เพิ่มความสามารถจากเดิม อันนี้เป็นฟีเจอร์เฉพาะ S7 Edge เท่านั้นนะครับ คือมาพร้อมกับความสามารถ Edge Screen ที่ฉลาดขึ้น รองรับแอปในหน้า App Edge มากขึ้น และมีฟีเจอร์ Task Edges ที่สามารถเข้าแอปในเชิงลึกมากขึ้น อาทิ กดเข้าหน้า Bookmark ของ Browser ได้เลย หรือกดเข้ากล้องหน้าได้ทันที เป็นต้นฮะ

ความรู้สึกหลังทดลองจับ

รวมแล้วก็ถือว่ามีการพัฒนาขึ้นไปอีกขั้นหนึ่วแล้ว ถึงแม้หน้าตาอาจจะไม่ต่างจากเดิมเท่าไหร่ แต่ในเรื่องของสเปคและความสามารถก็เด็ดดวงทีเดียว ทั้งในเรื่องของชิปประมวลผลที่อยู่ระดับท็อปของตลาด ฟีเจอร์ในการกันน้ำกันฝุ่น กล้องที่ถูกอัพเกรดขึ้นมาจากเดิม ฉลาดขึ้น สวยขึ้น หรือจะเป็นการเพิ่มช่องใส่ Micro-SD กลับเข้ามาอีกครั้ง เรียกว่าเป็นเรือธงที่ครบครันและกลับมาแก้จุดบกพร่องต่างๆของรุ่นเดิมได้อย่างครบถ้วนเลยล่ะครับ :D

ก่อนจากไปก็คงจะต้องทิ้งท้ายด้วยภาพปรียบเทียบของ Galaxy S7 , Galaxy S7 Edge และ Galaxy Note 5 (เรือธงรุ่นก่อน) กันอีกเช่นเคย

สำหรับราคาเปิดตัวพร้อมวันวางจำหน่ายนั้นทาง Samsung ยังไม่ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ เอาไว้มีข้อมูลมาเมื่อไหร่จะรีบอัพเดทให้ทราบกันเลยล่ะ สำหรับวันนี้คงต้องจบการพรีวิวไว้แค่นี้ก่อน ไว้พบกันใหม่โอกาสหน้าครับ ^^

พรีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite