Review : Samsung Galaxy Note 5 การกลับมาอีกครั้งของสมาร์ทโฟนคู่ปากการุ่นที่ 5 เต็มเปี่ยมไปด้วยความพรีเมี่ยมที่ยอดเยี่ยมกว่าเคย !!

เฮียแม๊พ | 13 ส.ค. 2558 18:39:12 (อัพเดต 26 ส.ค. 2558 12:56:12)

101633

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Samsung Galaxy Note 5 การกลับมาอีกครั้งของสมาร์ทโฟนคู่ปากการุ่นที่ 5 เต็มเปี่ยมไปด้วยความพรีเมี่ยมที่ยอดเยี่ยมกว่าเคย !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวสมาร์ทโฟนตัวใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับสมาร์ทโฟนเรือธงตัวใหม่จาก Samsung ที่เพิ่งจะเปิดตัวไปหมาดๆเมื่อสักครู่นี้เอง แน่นอนว่าจะเป็นอื่นใดไปไม่ได้นอกจาก Samsung Galaxy Note 5 สมาร์ทโฟนเรือธงพร้อมปากการุ่นที่ 5 ในซีรี่ส์ Galaxy Note นั่นเอง ซึ่งรอบนี้เรียกได้เลยว่ากลับมาพร้อมความพรีเมี่ยมที่มากกว่าเคย ไปชมกันดีกว่าว่าจะน่าสนใจสักแค่ไหน :D

อุปกรณ์ภายในกล่องของ Samsung Galaxy Note 5

ก่อนจะไปดูตัวเครื่องก็คงต้องพามาดูแพ็กเกจตัวเครื่องกันก่อน หน้าตาคร่าวๆก็ตามในภาพเลยครับกล่องมาพร้อมสีขาวเรียบๆพร้อมชื่อรุ่นเด่นๆว่า "Samsung Galaxy Note 5" พร้อมระบุความจุและสีอยู่บนมุมขวาบนด้วย ส่วนอุปกรณ์ภายในกล่องจะมีอะไรบ้างไปชมจากในคลิปด้านล่างนี้เลยครับผม :)

แรกสัมผัส Samsung Galaxy Note 5

ถึงคราวของพระเอกของเรากันบ้าง Galaxy Note 5 นั้นมาพร้อมกับดีไซน์โดยรวมแบบเดียวกับ Galaxy S6 เรือธงรุ่นก่อน มาพร้อมความพรีเมี่ยมด้วยวัสดุแบบกระจกและกรอบเครื่องแบบโลหะ

แต่ว่าตัวหน้าจอนั้นจะใหญ่ขึ้นมากว่า โดย Galaxy Note 5 นั้นจะมาพร้อมกับหน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD เท่ากับ Galaxy Note 4 เดิม แต่ว่าเรื่องความสวยสดของหน้าจอนั้นเรียกว่าสวยขึ้นไปอีกระดับเลยล่ะ

ปุ่มโฮมยังคงมาพร้อมเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมืออยู่เช่นเคย การใช้งานก็ง่ายได้แตะปุ๊บปลดล็อคได้เลย

แต่พอพลิกกับมาด้านหลังก็จะเห็นจุดที่แตกต่างไปจาก Galaxy S6 คือมาพร้อมกับฝาหลังกระจกแบบโค้ง ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆก็คือเหมือนกับด้านหน้าของ Galaxy S6 Edge ประมาณนั้นครับ ซึ่งตรงนี้ก็จะทำให้ตัวเครื่องนั้นรับกับรูปมือมากขึ้น ทำให้เวลาจับถือถนัดมากขึ้นด้วยนั่นเองฮะ

ส่วนด้านข้างของตัวเครื่องก็อย่างที่บอกว่าตัวกรอบนั้นใช้วัสดุเป็นโลหะเหมือนกับ Galaxy S6 Edge แต่ว่าทาง Samsung บอกว่ากรอบโลหะของ Galaxy Note 5 นั้นจะมีความแข็งแกร่งและทนทานขึ้นมาจาก Galaxy S6 (ที่ว่าแข็งแล้ว) ขึ้นไปอีกระดับหนึ่งเลยด้วย

ปุ่มกดต่างๆก็ยังคงอยู่ที่เดิมหมด ไม่ว่าจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง อยู่ทางฝั่งซ้ายมือ ปุ่ม Power อยู่ทางฝั่งขวามือ

ส่วนด้านบนก็จะมีช่องใส่ซิมการ์ด และไมโครโฟนเอาไว้ตัดเสียงรบกวน แต่สังเกตได้จากด้านบนนั้นจะเรียบๆเพราะถูกตัดตัว IR Blaster ที่ใช้ทำหน้าที่เป็นรีโมทออกไปด้วยฮะ (น่าเสียดาย)

ส่วนด้านล่างของตัวเครื่องก็จะมีพอร์ทเชื่อมต่อต่างๆ อาทิ พอร์ทหูฟัง 3.5 มม. , พอร์ท Micro-USb , ลำโพงหลักของตัวเครื่อง , ไมโครโฟนหลักเอาไว้สนทนา และช่องปากกา S Pen ที่เป็นไฮไลท์อีกเช่นเคย

และด้านหลังก็จะเป็นกระจกแวววาวทั้งแผ่นอย่างที่บอก ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถถอดฝาหลังเพื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่หรือเพิ่ม Micro-SD การ์ดได้แล้วครับผม

Galaxy Note 5 ยังมาพร้อมกับ Heart Rate Sensor และอยู่ตำแหน่งเดียวกับบน Galaxy S6 อีกเช่นเคยฮะ

สเปค Samsung Galaxy Note 5

  • รันบน Android 5.1.1 Lollipop ครอบด้วย Touchwiz UX ตัวล่าสุด (สุดๆ)
  • หน้าจอ Super-Amoled ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD
  • ชิปเซ็ต Exynos 7420 Octa-core 64-Bit
  • ชิปกราฟิก Mali-T760 GPU
  • แรม 4GB LPDDR4
  • ความจุภายใน 32GB
  • แบตเตอรี่ 3,000 mAh
  • กล้องหน้า 5 ล้านพิกซล
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล

ซึ่งถ้าดูจากสเปคนี้แล้ว Galaxy Note 5 ก็มาพร้อมกับสเปคคล้ายกับ Galaxy S6 พอสมควร ไม่ว่าจะเป็นชิปเซ็ต Exynos 7420 (ตัวเดียวกัน) กล้องหน้าและหลัง แต่มีแรมที่เพิ่มขึ้นมาเป็น 4GB นั่นเองฮะ

ไอคอนใหม่สดใสขึ้นมนกว่าเดิม

บน Galaxy Note 5 นั้นมีการปรับเปลี่ยนในเรื่องของพวกไอคอนเล็กน้อยให้ดูสดใสกว่าตอนเปิดตัวมากับ Galaxy S6 ก็คือเน้นไปที่สีสันเด่นๆและตัวไอคอนทั้งหลายมีการปรับให้มนกว่าเดิม ส่วนการทำงานต่างๆก็ยังคล้ายๆเดิมลื่นไหลติดมือครับผม

มาพร้อมกับตัว Smart Manager เอาไว้จัดการระบบอีกเช่นเคย ตามสเปคตัว Galaxy Note 5 นั้นจะมาพร้อมกับหน่วยความจำภายใน 32GB เหลือใช้จริงๆประมาณ 24.56GB แรม 4GB ที่ให้มาก็เหลือประมาณ 1.3GB เท่านั้นเองฮะ

จุดเด่นหลักที่ถูกขัดเกลาขึ้นมาอีกขั้น

มาถึงจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Galaxy Note ซีรี่ส์ ก็คือเรื่องของปากกา S Pen ที่บนรุ่นนี้มีการปรับรูปทรงและรูปแบบของปากกาไปนิดหน่อย นั่นก็คือตัวปากกานั้นจะมาพร้อมกับสปริงที่ด้านท้ายคือเราสามารถกดลงไปเพื่อให้ตัวปากกาดีดตัวออกมาได้ ไม่ต้องมาคอยแงะเหมือนรุ่นก่อนอีกแล้ว 

ส่วนดีไซน์ของปากกาก็จะดูเรียบขึ้น แต่มีปุ่มกดปุ่มเดียวหลักๆอยู่ที่ปากกาเช่นเคย ตรงตัวสปริงที่บอกว่ากดได้นั้นสามารถที่จะกดเล่นคล้ายกับปากกาลูกลื่นทั่วๆไปได้ด้วย กดสนุกเลยล่ะ 555

ส่วนฟีเจอร์ Air Command ก็มีการปรับใหม่ให้แสดงผลเต็มจอมากขึ้น จากที่แต่ก่อนเป็นแบบใบพัดออกมาก็ปรับให้ใหญ่เต็มๆเพื่อให้ได้เห็นชัดๆ ส่วนฟีเจอร์ที่ให้มาก็จะคล้ายเดิมคือมี Action Memo , Smart Select , Screen write และ S Note และยังมีอีกหนึ่งช่องให้เราได้สร้างทางลัดเข้าแอปของเราเองได้อีกด้วย

และถ้ากดปิดหน้า Air Command ไปก็ยังมีตัวไอคอนเล็กๆเพื่อจะกดเข้าหน้า Air Command อีกด้วย (เผื่อหาไม่เจอว่าจะเข้าหน้า Air Command ยังไงน่ะนะ) หรือจะกดปุ่มที่ตัวปากกาก็ได้นะจ้า :D

ส่วนตัวปากกา S Pen ก็มีการเพิ่มความเสถียรและการควบคุมได้แม่นยำยิ่งขึ้น เรียกว่าระดับการกดและการดีเลย์นั่นสมจริงเหมือนกับเขียนบนกระดาษมากกว่าบน Galaxy Note 4 ขึ้นไปอีกนะ

กล้องถ่ายภาพชุดเดิมแต่ความสามารถมากกว่า

มาดูเรื่องกล้องของ Galaxy Note 5 กันต่อ ด้วยฮาร์ดแวร์นั้นอาจจะไม่ได้แตกต่างจากบน Galaxy S6 เท่าไหร่นักคือมาพร้อมกับกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล f1.9 แต่ตัวซอฟต์แวร์นั้นมาพร้อมกับโหมดใหม่ๆอย่าง Video Collage ที่ให้เราสามารถถ่ายคลิปวิดีโอ 4 ช็อตมารวมกันไว้ใน 4 ช่องเป็นคลิปเดียว (คล้ายกับภาพ Collage นั่นล่ะครับ)และ Live Broadcast ที่ให้เราสามารถใช้ตัว Galaxy Note 5 นั้นถ่ายทอดสดผ่าน YouTube ให้เพื่อนๆได้ดูได้เลย โดยไม่ต้องผ่านวิธีการยุ่งยากเลย

ส่วนโหมด Pro ก็ให้เราสามารถปรับค่าต่างๆได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Shutter Speed , ระยะโฟกัส , ISO , White Balance , Filter ได้ด้วย

และแน่นอนว่าสามารถบันทึกไฟล์เป็นไฟล์ RAW ได้แล้วด้วยนะ แต่ตรงนี้ใช้ได้เฉพาะโหมด Pro นะจ๊ะ

ส่วนกล้องหน้าก็เท่าเดิมที่ 5 ล้านพิกเซล แต่มีการอัพเกรดให้สามารถกันสั่นในการบันทึกวิดีโอได้ด้วยนะ

สรุปหลังจากได้ลองสัมผัสตัวเครื่องเป็นๆ

โดยรวมก็ถือว่ามาพร้อมกับความพรีเมี่ยมมากขึ้นกว่ารุ่นเดิมพอสมควร ด้วยวัสดุสุดหรูอย่างกระจกและโลหะ หน้าตาของตัวเครื่องที่ดูคล้ายกับ Galaxy S6 ขยายร่าง (อันนี้ดีนะเพราะ Galaxy S6 สวยอยู่แล้ว) ปากกา S Pen ที่พัฒนาขึ้นมาอย่างดี ทั้งรูปแบบและรูปทรง แต่ที่น่าเสียดายก็คือในเรื่องของสเปคนั้นอาจจะดูไม่ค่อยพัฒนาขึ้นมาจาก Galaxy S6 (S6 Edge) สักเท่าไหร่นัก ทั้งชิปเซ็ต กล้องต่างๆ เพิ่มขึ้นมาเพียงแรมที่ใส่มาให้ 4GB แบตเตอรี่ก็ลดจาก Galaxy Note 4 มาเหลือเพียง 3,000 mAh เท่านั้นเอง แต่ก็ยังถือเป็นสมาร์ทโฟนเรือธงที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะในเรื่องดีไซน์ก็ถือว่าเป็นรุ่นที่พรีเมี่ยมที่สุดใน Galaxy Note Series แล้วล่ะ สเปคนั้นถึงจะไม่ได้แตกต่างมาก แต่สเปคของ Galaxy S6 ก็คือท็อปที่สุดในตลาดแล้วล่ะนะ :D

ก่อนจากกันก็อีกเช่นเคยคือมีภาพเปรียบเทียบของ Galaxy Note 5 กับ Galaxy Note 4 รุ่นก่อนหน้ากันอีกสักชุด :D

เอาเป็นว่าขอพรีวิวเพียงเท่านี้ก่อนละกันครับ ส่วนรีวิววิดีโอรอชมได้ใน รายการป๋าเอกเรือธง รับรองจัดเต็มทุกฟีเจอร์แน่นอน และสำหรับ Galaxy Note 5 นั้นจะวางจำหน่ายทั้งหมด 4 สีคือ ดำ , ขาว , ทอง และเงิน โดยช่วงแรก Samsung ประเทศไทยจะวางจำหน่ายรุ่นสีทองและเงินก่อน ส่วนสีดำจะตามมาทีหลังครับผม ส่วนวันวางจำหน่ายทาง Samsung ประเทศไทยจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ กับราคาเปิดตัวดังนี้

ราคา Samsung Galaxy Note 5 รุ่นความจุ 32GB อยู่ที่ 25,900 บาท

ราคา Samsung Galaxy Note 5 รุ่นความจุ 64GB อยู่ที่ 29,900 บาท

เช็คสเปคและเปรียบเทียบ Samsung Galaxy Note 5

 


 [Review] Galaxy Note 5 กับความรู้สึกหลังใช้งานมา 1 สัปดาห์เต็ม !

ก็หลังจากที่พรีวิวให้ชมกันคร่าวๆไปแล้ว หลายๆท่านอาจจะคิดว่ายังไม่จุใจเท่าไหร่ วันนี้กระผม เฮียแม๊พ. TechXcite ก็จะมาเพิ่มเติมในส่วนของการใช้งานจริงหลังจากที่ได้อยู่คลุกคลีกับเจ้า Galaxy Note 5 ตัวนี้มา 1 สัปดาห์เต็มๆให้ได้ทราบกันว่า ถ้าได้ใช้งานหนักๆ ทดสอบการเล่นเกม และถ่ายภาพด้วย Galaxy Note 5 แล้วนั้นเป็นอย่างไรกันบ้าง ลองมาติดตามต่อได้เล้ยยย :D

ฟีเจอร์เด่น ความสามารถใหม่ๆบน Galaxy Note 5

ในเรื่องของฟีเจอร์ตอนพรีวิวก็ได้มีการอธิบายไปในบางจุดแล้ว แต่อาจจะไม่เต็มอิ่มนัก ตรงนี้ผมเลยจะมาอธิบายเพิ่มเติมว่าบน Galaxy Note 5 นั้นมีอะไรที่เพิ่มเข้ามาหรือปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นบ้าง ซึ่งแน่นอนว่าจุดเด่นหลักๆของ Galaxy Note ก็คือปากกา S Pen นั่นเอง

และฟีเจอร์แรกที่มีการเพิ่มเข้ามาเลยก็คือ Screen off memo หรือการจดบันทึกอย่างเร่งด่วนเพียงแค่เราดึงปากกาออกมา ถึงแม้บน Galaxy Note 3 หรือ Note 4 จะมีฟีเจอร์ Action Memo ที่ช่วยให้เราจดๆเขียนๆได้อย่างรวดเร็ว แต่ก็ต้องมาเสียเวลาในการดึงปากกาออกมา > ปลดล็อคเครื่อง > เลือกไปที่ Action Memo แล้วค่อยจดอีกประมาณ 2-3 ขั้นตอนเลยทีเดียว แต่ฟีเจอร์ Screen off memo บน Note 5 นั้นจะถูกลดขั้นตอนลงมาเหลือเพียงดึงปากกา > จดบันทึก แค่นั้นเอง

ซึ่งเพราะเราดึงปากกาออกมาจากตัวเครื่องขณะที่เครื่องล็อกอยู่หน้าจอจะติดขึ้นมา (แต่พื้นหลังยังเป็นสีดำนะ) ตรงนี้เราสามารถขีดๆเขียนๆหรือจดบันทึกได้เลยทันที โดยเมนูก็มีให้เลือกไม่เยอะแค่ขนาดปากกา , ยางลบ และลบข้อมูลนี้หรือเซฟแค่นั้น ซึ่งถ้าเราจดเสร็จแล้วสามารถกดเซฟได้เลย ตัวไฟล์ที่จดบันทึกจะไปอยู่บนหน้า Action memo นั่นเองฮะ

S Note บน Galaxy Note 5 นั้นมีการปรับเปลี่ยนหน้า UI ไปจากเดิม(Galaxy Note 4) เล็กน้อย คือเปลี่ยนไอคอนต่างๆในดู Flat มากขึ้น แถมปากกายังเขียนได้เนียนกว่าเดิมด้วย

แต่ฟีเจอร์ที่ให้มาตอนแรก (ตั้งแต่เปิดเครื่องมา) นั้นจะไม่ได้มาครบทุกอย่าง จะมาพร้อมความสามารถเบื้องต้นในการจด เขียนเล็กน้อยเท่านั้น ตรงนี้คิดว่าทาง Samsung กลัวว่าถ้าใส่มาเยอะแล้วไม่ใช้จะหนักเครื่องเปล่าๆ แต่สำหรับผู้ที่ใช้งานก็ไม่ต้องตกใจ เพราะเราสามารถไปดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้ด้วยการแตะที่ปุ่ม More (เพิ่มเติม) ด้านขวาบนในหน้าแอป S Note แล้วเลือกไปที่ More Features จะมีส่วนเสริมให้เราได้ดาวน์โหลดเพิ่มอยู่ อาทิ

Extension Pack - ความสามารถพิเศษของ S Note อย่างเช่นการ จดจำปากกาโปรดของเรา สร้างรูปทรงเลขาคณิต เป็นต้น

Easy Chart - ความสามารถในการสร้างกราฟแท่ง กราฟวงกลม ที่เคยเป็นจุดเด่นตอน Galax Note 3 นั่นล่ะครับ

Idea Sketch - ความสามารถนี้จะให้เราเขียนคำศัพท์ลงไปแล้วตัวแอปจะแปลงคำศัพท์นั้นๆไปเป็นภาพวาดง่าย เหมือนกับที่เคยชูเป็นจุดเด่นตอน Galaxy Note 2 นั่นล่ะครับ

S Note Widget - อันนี้คงไม่ต้องอธิบายเยอะ เพราะมันก็คือ Widget ที่จะให้เราเอาบันทึกที่อยู่บน S Note ไปโผล่บนหน้าจอแค่นั้น

ฟีเจอร์ Photo Note หายไปแล้ว !?

ถือเป็นเรื่องน่าเสียดายมากๆเลย เพราะฟีเจอร์ที่ถูกชูบน Galaxy Note 4 เมื่อปีที่แล้วอย่าง Photo Note ที่ให้เราถ่ายภาพเอกสารแล้วมาแปลงเป็นตัวอักษรที่แก้ไขได้ผ่าน S Note นั้นถูกถอดออกไปจาก Galaxy Note 5 ซะอย่างงั้น ตรงนี้ก็ไม่แน่ใจว่า ทำไมถึงต้องเอาออกไป หรือว่าลืมใส่เข้ามาก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆฟีเจอร์นี้มันหายไปแล้วครับ ><

Screen Write แบบใหม่

Screen Write นั้นให้เราสามารถแคปหน้าจอได้แบบยาวๆ เต็มท้งหน้าเว็บได้เลย ตรงนี้ถือว่ามีประโยชน์มากๆเลยฮะ เพราะแบบก่อนๆเราจะขีดๆเขียนๆได้แค่หน้าจอที่เราแคปมา ซึ่งบางเนื้อหาที่เราแคปหน้าจอมามันก็ยาวกว่านั้นลงไปอีก อย่างเช่นบนหน้าเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาที่ต้องเลื่อนลงไปเยอะๆ เราก็ไม่สามารถขีดๆเขียนๆลงไปเพิ่มเติมได้ แต่บน Galaxy Note 5 ปัญหาเหล่านั้นจะหมดไป เพราะเราสามารถเพิ่มความยาวในการแคปหน้าจอลงไปได้อีกเพียงแค่กดไปที่ Capture More นั่นเอง ทีนี้ถ้าเจอหน้าเว็บยาวๆก็สามารถแคปไว้ได้หมดแล้วมาเขียนเพิ่มเติมได้แล้วล่ะ

วาดรูปสะใจด้วย SketchBook For Galaxy

แน่นอนว่าถ้าจะวาดรูปจริงๆจังๆ ก็คงต้องใช้แอปแยกออกมา ซึ่งตัว Galaxy Apps ก็มีแจกแอปวาดรูปคุณภาพอย่าง SketchBook For Galaxy หรือ ArtRage มาให้ด้วย ซึ่งเป็นตัว Pro มาเลยถ้าจะซื้อก็คงจะหลายบาทอยู่ล่ะครับ แต่ Samsung จัดมาให้ฟรีๆเลยเยี่ยม 

ประสิทธิภาพของ Galaxy Note 5

มาพูดถึงในเรื่องประสิทธิภาพกันต่อเลยเลย เชื่อว่าหลายๆท่านในที่นี้ก็คงจะอยากทราบว่าเจ้า Galaxy Note 5 ที่ว่าแน่ๆแรงๆนั้น ประสิทธิภาพของมันจะสมคำล่ำลือสักแค่ไหน เพราะตอนที่พรีวิวก่อนหน้านี้ทางทีมงานก็ไม่ได้ลองอะไรจริงๆสักเท่าไหร่ เพราะมีเวลาไม่มากนัก แต่หลังจากที่ได้เครื่องมาทดสอบแบบจุใจ ก็เริ่มทดสอบประสิทธิภาพกันด้วยหลายๆแอปทดสอบเลย

ผลคะแนนก็ออกมาสูงลิบตามสไตล์สมาร์ทโฟนเรือธงในปัจจุบบันนี้เลยล่ะ คะแนนของแอป AnTuTu Benchmark ออกมาที่ 68652 คะแนน

การเล่นเกมบน Galaxy Note 5

การทดสอบแค่แอป Benchmark นั้นแค่เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น เพราะการใช้งานหนักๆที่แท้จริงก็คงไม่พ้นการเล่นเกมล่ะนะ ซึ่งจากคะแนนที่ออกมาสูงลิบขนาดนั้นแล้วทางทีมงานเลยเอาเกมกราฟิกหนักๆอย่าง Asphalt 8 , NOVA 3 , Marvel Contest of Champions , Angel Stone มาลองเล่นกันเลยว่าผลจะเป็นอย่างไร

ผลก็ออกมาตามคาดแหละครับ เล่นได้ลื่นไหลสุดๆ เอฟเฟคต่างๆของเกมแสดงได้ครบถ้วน แต่การเล่นเกมหนักๆจริงก็ไม่ถือว่าร้อนมากนัก ยังอยู่ในอาการรับได้ แค่อุ่นๆเท่านั้นเองครับ :D

ความบันเทิง ดูหนังฟังเพลงบน Galaxy Note 5

วัดประสิทธิภาพจากการเล่นเกมจริงๆจังๆไปแล้ว อีกเรื่องที่ขาดไม่ได้ก็คงเป็นเรื่องของการดูหนัง ฟังเพลง ซึ่งบน Galaxy Note 5 ก็ทำได้ดีเยี่ยมอีกตามเคย เพราะด้วยหน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.7 นิ้ว ความละเอียด Quad-HD การแสดงผลก็เรียกว่าสวยสด งดงามตามท้องเรื่อง แถมขอบหน้าจอ (Bezel) ยังบางมากจนทำให้รู้สึกเห็นภาพได้เต็มตาเต็มอารมณ์มากขึ้นไปอีก เหมาะกับการเอามาดูหนัง ดูไฟล์วิดีโอความละเอียดสูงๆจริงๆเลย *0*

ส่วนในเรื่องของพลังเสียงก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน เพราะ Galaxy Note 5 นั้นมีการย้ายตำแหน่งของลำโพงมาอยู่ด้านล่างของตัวเครื่องเหมือนกับ Galaxy S6 ทำให้เวลาเราวางเครื่องปกติ เสียงจะไม่ถูกลดความดังลงไป แถมลำโพงก็ยังให้เสียงที่ดัง มีมิติใช้ได้เลยด้วย

ส่วนใครที่ชอบฟังเพลงผ่านหูฟังบน Galaxy Note 5 ก็มีการเพิ่มระบบ UHQ Upscaler เข้ามาด้วย ระบบที่ว่านี้ก็คือการอัพสเกลระดับเสียงขึ้นไปให้คล้ายกับฟังเพลงคุณภาพสูงๆ UHQ เลย ซึ่งเราสามารถเข้าไปเปิดได้ที่ Settings > Sounds and Notifications > Sound Quality and Effects > UHQ Upscaler ครับ

แต่อย่างที่ทราบกันดีว่า Galaxy Note 5 นั้นไม่รองรับการเพิ่ม Micro-SD ได้แบบรุ่นก่อนๆแล้ว อาจจะทำให้ผู้ใช้ที่ต้องการเก็บไฟล์หนังเยอะๆ หรือต้องการเนื้อที่มากๆต้องผิดหวังกันไปบ้าง แต่ตรงนี้ทาง Samsung ก็ได้ให้หน่วยความจำภายในแบบ UFS 2.0 ซึ่งมีความเร็วในการอ่านเขียนข้อมูลรวดเร็วกว่าแบบปกติหลายเท่ามาทดแทนและก็ยังมีขนาดความจุให้เลือกทั้ง 32GB และ 64GB ถ้าไม่พอจริงๆก็คงต้องหาหน่วยความจำภายนอกแบบอื่นๆอย่าง USB OTG หรือ Cloud Storage มาช่วยเอาล่ะครับ

กล้องถ่ายภาพที่ถูกอัพเกรดขึ้นมา

มาถึงเรื่องกล้องที่น่าจะหนึ่งเป็นปัจจัยหลักของการซื้อสมาร์ทโฟนสมัยนี้ไปแล้วล่ะ และแน่นอนว่า Galaxy Note 5 นั้นก็ไม่ทำให้ผิดหวังเพราะมาพร้อมกล้องหลังความละเอียด 16 ล้านพิกเซล พร้อมค่า f กว้าง 1.9 ก็เป็นตัวเดียวกับ Galaxy S6 เดิม แต่ว่าในทางซอฟต์แวร์ก็มีการอัพเกรดขึ้นมา

ทั้งโหมด Pro ที่ให้เราได้ปรับแต่งได้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น Shutter Speed , ระยะโฟกัส , ISO , White Balance , Filter ได้ด้วย แถมยังบันทึกภาพเป็นไฟล์ RAW ได้ด้วย

โหมดการถ่ายวิดีโอที่เพิ่มเข้ามาก็มีอยู่ 2 โหมดด้วยกันคือ Video Collage ที่ให้เราสามารถถ่ายคลิปวิดีโอ 4 ช็อตมารวมกันไว้ใน 4 ช่องเป็นคลิปเดียว (คล้ายกับภาพ Collage นั่นล่ะครับ) และ Live Broadcast ที่ให้เราสามารถถ่ายทดสอบผ่านช่องบน YouTube ของเราเองแบบที่ไม่ยุ่งยาก

เอาเป็นว่าลองไปชมตัวอย่างภาพถ่ายที่ถ่ายจาก Galaxy Note 5 กันเลยดีกว่าฮะ

โดยรวมคุณภาพก็ถือว่าทำได้ประทับใจทีเดียว โหมด Auto ใช้งานง่ายและครบถ้วน โฟกัสรวดเร็ว โทนสีสวยสดใช้ได้ หรือถ้าไม่ถูกใจก็ยังมีโหมด Pro ให้เลือกปรับค่าต่างๆเองอีกด้วย เรียกว่าในเรื่องกล้องหลังนั้นเด็ดดวงมากๆเลยล่ะครับ :D

กล้องหน้าเซลฟี่เนียนจะสั่งด้วยเสียง สั่งด้วยมือได้หมด

มาถึงกล้องหน้าที่ก็สำคัญไม่แพ้กล้องหลังน่ะนะ Galaxy Note 5 มาพร้อมกับหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อมเลนส์มุมกว้างและ f1.9 เช่นเดียวกับ Galaxy S6 แต่ในเรื่องซอฟต์แวร์ก็มีการเพิ่มเติมเข้ามาอีกนิดๆหน่อยๆ อย่างการสั่งงานด้วยเสียงจะพูด Capture , Smile , Shoot , Cheese ได้หมด หรือจะเป็นการแบนมือให้กล้องแบบ Palm Selfie ก็ทำได้

อย่างเรื่องเลนส์มุมกว้างที่มักจะมีปัญหากับผู้ที่อยู่ขอบหรือมุมของภาพ มักจะเจออาการหน้าเบี้ยวหรือหน้าใหญ่กว่าปกติ เพราะด้วยความกว้างของเลนส์ที่อาจจะเกิดอาการบิดเบี้ยวของมุมมองบน Galaxy Note 5 ก็มีการแก้ปัญหาด้วยตัวเลือก Shape Correction เข้ามาช่วยให้เวลาเราถ่ายภาพเซลฟี่ตรงบริเวณมุมจะไม่เบี้ยวเท่าไหร่แล้ว ทีนี้เวลาเซลฟี่ก็ไม่ต้องเกี่ยงกันแล้วว่าจะอยู่กลางอยู่ริมอะนะ :P

ตัวอย่างจากกล้องของหน้า Galaxy Note 5

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Galaxy Note 5

ปิดท้ายในเรื่องของการใช้งานแบตเตอรี่ Galaxy Note 5 นั้นถ้าดูจากตามสเปคแล้วก็ถือว่ามีความจุที่น้อยกว่าทั้ง Galaxy Note 2 , Note 3 และ Note 4 ลงไปอีกอยู่ที่ 3,000 mAh ซึ่งก็อาจจะเป็นจุดที่ทำให้หลายๆคนกังวลเกี่ยวกับการใช้งานว่ามันจะอยู่ได้ทั้งวันไหม แต่เท่าที่ลองใช้งานมาจริงๆก็ถือว่าอึดพอๆกับ Galaxy Note 4 เลยล่ะ ใช้งานได้ทั้งวันสบายๆ แถมยังมีระบบ Fast Charge ที่ไวกว่าเดิมด้วย เรื่องแบตเตอรี่นี่หายห่วงได้เลยครับ เอาอยู่ ! XD

สรุปผลการทดสอบ

หลังจากที่ได้ลองสัมผัสเจ้า Galaxy Note 5 มา 1 สัปดาห์เต็มๆบอกได้เลยว่าประทับใจทีเดียว ทั้งในเรื่องของวัสดุที่มีการปรับเปลี่ยนจาก Galaxy Note 4 เดิมมาเป็นแบบโลหะและกระจกแบบ Galaxy S6 ทำให้การจับถือนั้นดูแข็งแกร่งและหรูหราไม่น้อย ส่วนในเรื่องประสิทธิภาพการใช้งานจริงระดับเรือธงขนาดนี้หายห่วงครับ ราบลื่นดีสเปคจัดเต็มทั้งหน่วยประมวลผล แรม กล้อง และปากกา S Pen ที่มีฟีเจอร์ครบครันเหมาะแก่การจดบันทึก วาดรูป หรือจัดการต่างๆดีจริงๆ แต่แน่นอนว่าข้อเสียหลักๆของรุ่นนี้ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการเพิ่ม Micro-SD ที่ไม่สามารถทำได้แบบรุ่นก่อนๆแล้ว อาจจะเป็นปัญหาของผู้ที่ต้องการความจุเยอะๆได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็แล้วแต่การใช้งานด้วย บางท่านแค่ 32GB ก็อาจจะพอแล้วก็เป็นได้ สรุปแล้วถ้าตัดเรื่องหน่วยความจำออกไปเจ้า Galaxy Note 5 นี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนเรือธงที่ครบเครื่องไปทั้งสเปค หน้าตา และฟีเจอร์จริงๆเลยล่ะ ! ^^

ราคา Samsung Galaxy Note 5 รุ่นความจุ 32GB อยู่ที่ 25,900 บาท

ราคา Samsung Galaxy Note 5 รุ่นความจุ 64GB อยู่ที่ 29,900 บาท

เช็คสเปคและเปรียบเทียบ Samsung Galaxy Note 5

จุดเด่น

  • วัสดุกระจกและโลหะสุดแกร่ง เพิ่มความพรีเมี่ยมขึ้นเยอะ
  • หน้าจอ Super Amoled ขนาด 5.7 นิ้ว แสดงผลได้ยอดเยี่ยมเช่นเคย
  • ปากกา S Pen ตอบสนองได้ดียิ่งขึ้น
  • หน่วยประมวลผลและสเปคเร็วแรงกระชากใจ
  • กล้องหน้าและหลังคุณภาพเยี่ยมยอด

จุดสังเกต

  • กระจกด้านหน้าและหลังค่อนข้างเก็บรอยนิ้วมือทีเดียว
  • ไม่สามารถเพิ่ม Micro-SD การ์ดและถอดแบตเตอรี่ได้เองแล้ว

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite


Channel: ป๋าเอกเรือธง EP.5 - Samsung Galaxy Note 5!

กราบสวัสดีมิตรรักชาวไอทีที่น่ารักทุกท่าน ยังคงความสนุกสนานและสาระครบถ้วนกับต่อเทปที่สองของรายการ “ป๋าเอกเรือธง” รายการที่จะนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับสมาร์ตโฟนและอุปกรณ์ไอทีที่เป็น “รุ่นใหม่ล่าสุด”รุ่นท็อปที่สุด” หรือ “รุ่นที่มีคนพูดถึงมากที่สุด” ในทุกกระแสสื่อ ให้คุณได้อัพเดททุกความน่าสนใจของแต่ละอุปกรณ์ที่มานำเสนอในสไตล์เป็นกันเองแต่สำคัญตรงที่ต้อง “จัดเต็ม” ทุกเทป!!!

และแล้วเราก็เดินทางเข้าสู่เทปที่ห้ากับสมาร์ตโฟนรุ่นเรือธงรุ่นที่ห้าจากประเทศเกาหลีใต้ที่ชูจุดขาย “จอใหญ่-สเปคดี-มีปากกา” อย่าง Samsung Galaxy Note 5 ที่คราวนี้เข้ามาขายในประเทศไทยไวราวปาฏิหารย์  แน่นอนว่ารายการป๋าเอกเรือธงเองก็ไม่รอช้ารีบไปจัด (ยืม?) เครื่อง Samsung Galaxy Note 5 มาทำการล้วงลับตับแตกแยกทุกคุณสมบัติการใช้งานสิ่งละอันพันละน้อยที่น่าสนใจมาให้ทุกท่านได้รับชมกันอย่างจุใจและเต็มอิ่มเหมือนเช่นเคย จะขาดไปก็เพียงแค่ใส่ปากกา S-Pen สลับด้านเท่านั้น 555+

มาลองติดตามดูกันครับว่า Samsung Galaxy Note 5 ที่อัดแน่นไปด้วยฟีเจอร์เวอร์เวียงวังขนาดนี้จะมีอะไรเอาชนะใจคนใช้ Note 4 รุ่นเดิมได้หรือไม่ในรายการ “ป๋าเอกเรือธง” ตอนที่ห้ากับ Samsung Galaxy Note 5 ที่เก่าเวลาเดิม (เพิ่มเติมเดี๋ยวบอก!)

คลิปวิดีโอ: ป๋าเอก TechXcite