Review : Microsoft Surface 3 ที่สุดของแท็บเล็ตที่ทำงานได้เหมือนแล็ปท็อปในขนาดที่ย่อมเยากว่า !!

เฮียแม๊พ | 13 ก.ค. 2558 14:40:11 (อัพเดต 21 ก.ค. 2558 10:57:59)

28590

VIEWS เฮียแม๊พ

Review : Microsoft Surface 3 ที่สุดของแท็บเล็ตที่ทำงานได้เหมือนแล็ปท็อปในขนาดที่ย่อมเยากว่า !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับรีวิวอุปกรณ์แก็ตเจ็ตใหม่ๆกับ เฮียแม๊พ. TechXcite กันอีกเช่นเคย วันนี้เราอยู่กับแท็บเล็ตตัวใหม่ล่าสุดจาก Microsoft อย่าง Microsoft Surface 3 นั่นเอง เมื่อปีที่แล้วทางทีมงานเคยรีวิว Microsoft Surface Pro 3 กันไปแล้ว แต่รอบนี้ก็กลับมาพร้อมกับรุ่นใหม่ที่ตัดคำว่า Pro ออกไป แต่ก็มาพร้อมกับจุดเด่นในเรื่องของขนาดและน้ำหนักที่พกพาได้สะดวกมากขึ้นกว่าเดิม ส่วนเจ้ารุ่น Surface 3 นี้จะน่าสนใจแค่ไหนเรามาติดตามกันเลยดีกว่าฮะ :D

อุปกรณ์ภายในกล่อง

ก่อนจะไปดูตัวเครื่องเรามาดูอุปกรณ์ภายในกล่องกันหน่อยดีกว่า ตัวกล่องนั้นก็จะเป็นทรงเรียบๆยาวๆ ด้านหน้จะระบุชื่อรุ่นไว้ว่า Surface 3 ใหญ่ๆ เปิดออกมาก็จะพบกับตัวเครื่องวางอยู่นิ่งๆ พร้อมกับกล่องอุปกรณ์มาตรฐานอย่างสาย Micro-USB และอแดปเตอร์ชาร์จไฟ ไม่มีตัวคีย์บอร์ดแถมมาให้นะครับ ต้องซื้อแยกเอา

การดีไซน์ตัวเครื่อง

ดูอุปกรณ์กันไปแล้ว ก็มาดูตัวเครื่องกันต่อดีกว่า หน้าตาโดยรวมก็เหมือนกับตัว Pro ไม่มีผิด แต่มีการลดขนาดของหน้าจอลงมาตัวเครื่องเลยดูเล็กลงอีกนิด ซึ่งเจ้า Surface 3 นั้นก็มาพร้อมกับหน้าจอ ClearType Full-HD Plus ขนาด 10.8 นิ้ว ในอัตราส่วนแบบ 3:2 เช่นกัน

ในเรื่องของการแสดงผลก็ถือว่าสวยใช้ได้ให้สีสันความสด และความคมชัดออกมาได้ดีทีเดียว โทนออกอมแดงนิดๆคล้ายกับพวกจอทีวี Bravia ของ Sony ประมาณนั้นล่ะครับ

ปุ่ม Windows ก็จะมาอยู่ด้านขวามือเหมือนกับบน Surface Pro 3 ต่างจากรุ่น Surface ตัวแรกและตัว 2 ที่อยู่ล่างหน้าจอ

วัสดุของตัวเครื่องก็ยังคงใช้เป็นแมกนีเซียมคุณภาพสูงเหมือนกับบน Surface Pro 3 แต่มีขนาดที่บางและเบากว่าพอสมควร สัดส่วนของตัวเครื่องจะอยู่ที่ 267 x 187 x 8.7 มม. และหนักเพียง 622 กรัม ถือว่าทำน้ำหนักและขนาดออกมาได้ดีมากๆเลยล่ะ เบาและพกพาสะดวกดีจริงๆ

พอร์ทการเชื่อมต่อก็จะอยู่ด้านขวามือของตัวเครื่องทั้งหมด ทั้งพอร์ท Mini-Display , พอร์ท USB (ยังให้มาแค่ 1 พอร์ทเช่นเคย) , พอร์ท Micro-USB ซึ่งตรงนี้เอามาใช้เป็นพอร์ท ชาร์จไฟแทนพอร์ทแบบแม่เหล็กแบบก่อน และพอร์ทหูฟัง 3.5 มม.

และก็ยังมีช่องให้เพิ่ม Micro-SD การ์ดเพิ่มอีกด้วย ซึ่งสามารถเพิ่มได้สูงสุด 128GB เลยนะ

ปุ่มกดก็เลื่อนมาอยู่ด้านบนทั้งหมด ทั้งปุ่ม Power และปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง

ส่วนจุดเด่นหลักๆของเจ้า Surface อย่าง Kick Stand ก็ยังคงมีอยู่เช่นเคย แต่บนรุ่นนี้จะไม่สามารถปรับได้มากเท่าบนรุ่น Pro (รุ่น Pro ปรับได้ถึง 150 องศา) แต่สามารถปรับได้ 3 ระดับแทน แต่จริงๆแค่ 3 ระดับนี้ก็พอแล้วล่ะนะ

Type Cover ของ Surface 3

มาดูอุปกรณ์เสริมสุดจำเป็นของเจ้า Surface 3 อย่างเจ้า Type Cover หรือคีย์บอร์ดกันดีกว่า ซึ่งแน่นอนว่าการจะใช้งานแท็บเล็ตในการทำงานจริงๆก็ควรจะมีเจ้า Type Cover นี้ติดมาเครื่องไว้ด้วยน่ะนะ

ซึ่งรูปแบบของ Type Cover ของ Surface 3 ก็เหมือนกับของตัว Pro เลย (ยกเว้นขนาด) คือมีไฟ Backlit ในคีย์บอร์ดเผื่อใช้งานในที่มืด และยังมีแถบแม่เหล็กไว้ต่อกับส่วนล่างของหน้าจอเพื่อใช้ยกตัวคีย์บอร์ดขึ้นมาให้เหมาะกับระดับการใช้งาน

สำหรับราคาค่าตัวของ Type Cover นั้นก็อยู่ที่ 4,490 บาทครับผม มีให้เลือก 5 สี ได้แก่ แดง , ฟ้า , ม่วง , น้ำเงิน และ ดำ

ปากกา Surface Pen

อีกหนึ่งอุปกรณ์เสริม (ที่ต้องซื้อแยก) ของ Surface 3 ก็คือปากกา Surface Pen หรือปากกา Stylus ที่ช่วยให้การจดโน้ต ขีดเขียนๆได้สะดวกขึ้น รองรับแรงกดได้มากถึง 256 ระดับด้วยกัน

นอกจากนั้นยังมีเทคโนโลยี Palm Block ทำให้สามารภจดบันทึกได้อย่างรวดเร็วด้วยการกดปุ่มท้ายของปากกา ตัวเครื่องจะเข้าโปรแกรม One Note ทันที ทำให้เราพร้อมต่อการจดบันทึกตลอดเวลา แม้ว่าจะล็อคเครื่องอยู่ก็ตาม หรือจะกดปุ่ม 2 ครั้งเพื่อเป็นการแคปเจอร์หน้าจอก็ได้ครับ สะดวกดีจริงๆนะ :)

ก็ถือว่าพอจะวาดๆเขียนๆได้ระดับหนึ่งครับผม :D

ซึ่งถ้ามีครบเซ็ตทั้ง Surface Pen , Typr Cover และตัว Surface 3 แล้วก็สามารถรวมร่างเป็นเหมือรสมุดจดเล่มใหญ่ๆไปได้เลยล่ะ

สเปคของ Microsoft Surface 3

  • ระบบปฏิบัติการ : Windows 8.1 (รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 10)
  • หน้าจอ : ClearType Full HD Plus ขนาด 10.8 นิ้ว ความละเอียด 1920 x 1280 พิกเซล
  • หน่วยประมวลผล : Quad-core Atom x7-Z8700 ความเร็ว 1.6GHz up to 2.4GHz
  • แรม : 2/4GB
  • ความจุ : 64/128GB
  • กล้องหน้า : 3.5 ล้านพิกเซล
  • กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล
  • พอร์ทเชื่อมต่อ : USB 3.0 , Mini-Display , Micro-USB , หูฟัง 3.5 มม. , Micro-SD

ระบบปฏิบัติการและการใช้งานเบื้องต้น

ถึงแม้ว่าในชื่อรุ่นจะไม่มี Pro ตามท้ายแต่บน Surface 3 นั้นก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแบบ Windows 8.1 ตัวเต็ม จะไม่ใช่เป็น Windows RT แบบ 2 รุ่นก่อนหน้านั้นแล้ว (Surface ตัวแรกกับ Surface 2) ซึ่งพอเป็น Windows ตัวเต็มแบบนี้การใช้งานต่างๆก็จะสมบูรณ์มากขึ้น ทั้งการลงโปรแกรมไฟล์ .exe หรือจะเป็นการโหลดแอปต่างๆจาก Windows Store ก็ทำได้สบายๆ เรียกว่าเหมือนตัว Surface Pro 3 เลยล่ะ

Microsoft Office 365 แน่นอนว่าเป็นผลิตภัณฑ์จากทาง Microsoft ตัวโปรแกรมหลักๆอย่าง Microsoft Office ก็ต้องมีมาให้ใช้งานกันด้วย โดยบน Surface 3 นั้นก็จะแถมตัว Office 365 Personal ทั้ง Outlook , Word , Excel , Powerpoint และ OneNote มาให้ใช้งานฟรี 1 ปีเต็ม และฟรีพื้นที่เก็บข้อมูลบน OneDrive อีกด้วย (สำหรับผู้ที่ซื้อก่อนวันที่ 31 ธันวาคมนี้)

ประสิทธิภาพในการใช้งาน

ในเรื่องของประสิทธิภาพนั้นถึงจะเป็นหน่วยประมวลผล Intel Atom แต่ก็เป็นซีรี่ส์ใหม่ล่าสุด ซึ่งมีประสิทธิภาพใกล้เคียงกับ Intel i3 เลยล่ะ อีกทั้งยังมีการออกแบบตัวเครื่องให้ระบายความร้อนได้ดีโดยไม่ต้องใช้พัดลม (Fanless Design) ทำให้ไม่มีเสียงมาความรบกวนเวลาใช้งานอีกด้วย เพราะฉะนั้นการทำงานทั่วๆไปก็หายห่วงได้เลยล่ะครับ ทำงานได้ลื่นไหลใช้ได้

ความบันเทิงบน Surface 3

มาต่อในเรื่องของความบันเทิงทั่วๆไปอย่างการดูหนัง ดูไฟล์วิดีโอ เล่นเว็บผ่าน Surface 3 กันบ้าง ด้วยหน้าจอขนาด 10.8 นิ้วความละเอียดระดับ Full-HD นี้ก็ถือว่าสามารถใช้ดูหนังเพลินๆหรือว่าไฟล์วิดีโอผ่าน YouTube ได้เลยล่ะ เพราะด้วยหน้าจอที่แสดงผลได้คมชัดมากๆ แต่อาจจะติดนิดหน่อยตรงที่อัตราส่วนของหน้าจอนั้นเป็นแบบ 3:2 เวลาดูหนังอาจจะมีขอดำอยู่บนและล่างของหน้าจอบ้าง เพราะว่าอัตราส่วนของภาพยนตร์ปกตินั้นจะอยู่ที่ 16:9 ซะส่วนใหญ่

ส่วนในเรื่องของระบบเสียงก็ถือว่ารุ่นนี้นั้นมีการปรับปรุงระบบเสียงให้ดียิ่งขึ้น มาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอด้านหน้า พร้อมระบบเสียง Dolby Audio ที่ให้เสียงดังและมีมิติกว่ารุ่นก่อนๆถึง 45% (เทียบกับ Surface 2)

การเล่นเกมบน Surface 3

แน่นอนว่ามีแท็บเล็ตไซส์กำลังพอเหมาะแบบนี้แถมเป็นระบบ Windows ด้วยแล้ว ก็คงจะอยากมีเกมติดเครื่องไว้เล่นเล็กๆน้อยๆบ้าง และเท่าที่ลองๆเล่นเกมจาก Windows Store ต่างๆก็ถือว่าทำงานได้ลื่นไหลดีทีเดียว แต่ถ้าจะเล่นเกมใหญ่ๆจริงๆที่ออกแบบมาเพื่อคอมพิวเตอร์ก็อาจจะต้องมีการปรับลดค่ากราฟิกในเกมกันพอสมควร อย่างในภาพนี้ผมลองเล่นเกม Counter Stike: Global Offensive โดยปรับระดับกราฟิกที่ Low หมด ก็พอจะเล่นได้ลื่นไหลดีทีเดียว แต่ก็อยากว่าล่ะครับตัวเครื่องนั้นออกแบบมาเพื่อใช้ทำงานมากกว่าจะเอามาเล่นเกมหนักๆล่ะนะ :D

กล้องถ่ายภาพของ Surface 3

กล้องถ่ายภาพบน Surface 3 ก็ถือว่ามาการอัพเกรดขึ้นมาจากรุ่นก่อนอยู่พอสมควร มาพร้อมกล้องหน้าความละเอียด 3.5 ล้านพิกเซล ส่วนกล้องหลังก็จัดมาเต็มที่ 8 ล้านพิกเซลเลยทีเดียว โดยทั้งกล้องหน้าและหลังสามารถบันทึกวิดีโอได้ที่ความละเอียด Full-HD ครับผม :D

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหน้าของ Surface 3

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลังของ Surface 3

การใช้งานแบตเตอรี่ของ Surface3

มาปิดท้ายในเรื่องของแบตเตอรี่ของ Surface 3 ทาง Microsoft นั้นเคลมมาว่าเจ้า Surface 3 นี้สามารถใช้งานดูวิดีโอต่อเนื่องได้ถึง 10 ชม. เลยทีเดียว และจากที่ได้ทดสอบจริงก็ถือว่าแบตเตอรี่นั้นอึดใช้ได้ สามารถใช้ทำงาน ท่องเว็บไซต์ ได้ติดต่อกันประมาณ 5-6 ชม. เลยทีเดียว ตรงนี้ก็น่าจะเป็นผลมาจากหน่วยประมวลผล Intel Atom ตัวใหม่ที่กินพลังงานค่อนข้างน้อยนั่นเอง

อีกทั้งบน Surface 3 นี้ก็ยังมีการเปลี่ยนพอร์ทชาร์จไฟมาเป็นพอร์ท Micro-USB แล้วด้วย ซึ่งหากฉุกเฉินจริงๆเราก็ยังสามารถใช้ Power Bank ในการชาร์จแบตเตอรี่ได้อีกด้วย ตรงนี้ต้องขอชมเลยล่ะ ดีกว่าพอร์ทแบบแม่เหล็กของรุ่นก่อนๆเยอะ -3-

สรุปผลการทดสอบ

สำหรับ Surface 3 นั้นก็ถือเป็นแท็บเล็ตระบบปฏิบัติการ Windows เต็มรูปแบบที่มีความสามารถในการทำงานประหนึ่งแล็บท็อปสเปคกลางๆเครื่องหนึ่งเลย จะลงโปรแกรมผ่านไฟล์ .exe หรือดาวน์โหลดแอปผ่าน Windows Store ก็ทำได้ส่วนในเรื่องของหน่วยประมวลผลและการใช้งานโดยรวมก็ถือว่าทำออกมาได้ดี อีกทั้งยังมีขนาดและน้ำหนักที่กำลังพอเหมาะสามารถพกพาไปใช้งานนอกบ้าน ทำงานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวก แบตเตอรี่ที่อึดพอจะใช้งานได้อย่างจริงจังแถมพอร์ทชาร์จยังเป็น Micro-USB สามารถต่อ Power Bank ชาร์จไฟได้ด้วย เหมาะสำหรับนักเรียน นักศึกษา เน้นการทำงานนอกสถานที่เป็นประจำ แต่น่าเสียดายที่ในชุดขายของ Surface 3 นั้นไม่มีตัว Type Cover และ Surface Pen แถมมาให้ด้วย ซึ่งถ้าจะใช้งานให้สมบูรณ์ครบถ้วนนั้นควรจะมีอุปกรณ์เหล่านี้ และพอต้องมาซื้อแยกแบบนี้ก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายอีกพอสมควรเลย

ราคาค่าตัวของ Surface 3 ก็จะมี 2 โมเดล ด้วยกันดังนี้

Surface 3 รุ่นแรม 2 GB , ความจุ 64 GB ราคา 17,400 บาท

Surface 3 รุ่นแรม 4 GB , ความจุ 128 GB ราคา 21,400 บาท

จุดเด่น

  • รันบนระบบ Windows 8.1 เต็มรูปแบบ รองรับการอัพเกรดเป็น Windows 10 ในอนาคต
  • ตัวเครื่องมีขนาดกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก
  • แบตเตอรี่อึดพอจะใช้งานนอกสถานที่ได้จริง
  • พอร์ทชาร์จไฟ เปลี่ยนมาเป็น Micro-USB แล้ว
  • Kick Stand ยังคงเป็นจุดเด่นแถมปรับระดับได้ถึง 3 ระดับด้วยกัน
  • ได้รับสิทธิใช้งาน Office 365 ฟรี 1 ปี

จุดสังเกต

  • ไม่แถมอุปกรณ์เสริมอย่าง Type Cover และ Surface Pen มาด้วย
  • ยังมีพอร์ท USB มาให้แค่พอร์ทเดียวเหมือนเคย

 

รีวิวโดย : เฮียแม๊พ. TechXcite