Preview: iPhone 5s ขวัญใจมหาชนคนเดิมแต่เสริมทั้งนอก-ในจนสมบูรณ์แบบที่สุด!

ป๋าเอก | 25 ก.ย 2556 13:45:00 (อัพเดต 25 ก.ย 2556 16:23:19)

21173

VIEWS ป๋าเอก

:: Preview: iPhone 5s ขวัญใจมหาชนคนเดิมแต่เสริมทั้งนอก-ในจนสมบูรณ์แบบที่สุด! ::

สวัสดีครับชาว TechXcite กลับมาพบกับ ป๋าเอก คนเก่าเจ้าประจำที่จะนำทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งนวัตกรรมสมาร์ตโฟนและแท็บเล็ตชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลกกันอีกครั้ง (ทำไมตรูชอบเปิดตัวแบบลิเกจังเลยวะ 555+) สำหรับวันนี้เป็นคิวของ iPhone 5s สมาร์ตโฟนรุ่นล่าสุดจากค่าย Apple ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอถึงขนาดว่าราคาเครื่องหิ้ว iPhone 5s ในไทยตอนนี้ก็อยู่ระดับหลักครึ่งแสนกันเลยทีเดียวซึ่งก็น่าจะบ่งบอกความคาดหวังของเหล่าสาวกแอปเปิ้ลแฟนบอยทั้งหลายได้เป็นอย่างดี ซึ่งผมก็โชคดีเหลือเกินว่าได้มีโอกาสสัมผัสกับ iPhone 5s กับเขาด้วยเหมือนกันก็เลยจะมานำเสนอทรรศนะและความคิดเห็นคร่าวๆเกี่ยวกับ iPhone 5s ให้ทุกท่านได้รับชมกันเหมือนเช่นเคยนั่นเอง

โดยถ้าพูดถึง iPhone 5s จากมุมมองของหลายฝ่ายแล้วก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับการอัพเดทอะไรมากกว่าที่คิดสักเท่าไหร่ ถ้าพูดเป็นภาพกว้างๆเลยก็มีแค่เรื่องเรื่องของชิปเซ็ต, กล้องหลัง และระบบสแกนนิ้วมือเท่านั้นเองที่จะแตกต่างจาก iPhone 5 (แถมยังมีอีพวกสื่อที่ชอบทำภาพหลุด, สเปคหลุดเยอะซะจนตอนเปิดตัวแทบไม่มีอะไรต้องตะลึงเลย 555+) แต่อย่างว่าละครับตามประสา Apple แม้ว่าดูตามหน้ากระดาษแล้วหลายคนอาจจะไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมากแต่มันจะเป็นอย่างที่ทุกๆคนคิดกันแล้วจริงหรือเปล่าว่า Apple เริ่มหมดมุขแล้ว? ถ้าอยากรู้ก็คงต้องมาติดตามกันในบทความนี้นั่นแหละครับ :)

อย่างไรก็ตามต้องขอบอกว่าในคราวนี้ยังเป็นการ Preview คร่าวๆของ iPhone 5s เท่านั้นเพราะเครื่องมีคิวต้องไปทำงานกับแผนกอื่นในออฟฟิศของเราก่อน 555+ เอาไว้ถ้าผมหาวันเวลาลงตัวอีกทีก็คงจะนัด iPhone 5s มาทำการ Review ฉบับสมบูรณ์อีกรอบหนึ่งแน่นอนครับ (หรืออีกชอยส์คือผมไปซื้อ iPhone 5s มาใช้เองซะเลย.....)

iPhone 5s - Design

นี่แหละครับหน้าตาของกล่อง iPhone 5s ตัวจริงเสียงจริง โดยเครื่องที่เราไปซื้อมานั้นเป็นรุ่นสีเทาดำ Space Grey ซึ่งจริงๆแล้วก็คือเครื่องสีดำแต่นำมาทำโทนสีให้ใหม่ให้ดูไฉไลขึ้นกว่าเดิม (ตัวจริงสวยกว่าที่คิดไว้ครับ...ขอบอกๆ) แต่ที่เป็นไฮไลต์ของ iPhone 5s ในคราวนี้จริงๆก็คงจะเป็นรุ่นสีทอง Champagne Gold ที่ราคาเครื่องหิ้วมาบุญครองดีดตัวแพงกว่าเพื่อนถึง 2 เท่าเลยทีเดียว เสียดายตังค์ไม่ถึงไม่งั้นไปซื้อมาแล้ว 555+

ในส่วนของหน้าจอ iPhone 5s ก็ต้องบอกว่าไม่มีอะไรใหม่ให้น่าตื่นเต้นครับเพราะยังคงใช้หน้าจอขนาด 4 นิ้วความละเอียด 1136*640 พิกเซล (326 ppi) เท่ากับใน iPhone 5 เป๊ะๆ ซึ่งโดยรวมแล้วหน้าจอ 4 นิ้วในกลุ่มสมาร์ตโฟนผมก็ยังไม่เห็นว่าใครจะเด็ดไปกว่า iPhone เลยนะถ้าเอาจริงๆ แต่ถ้าว่ากันจริงๆก็ต้องถือว่าอาจจะเล็กไปแล้วก็ได้สำหรับๆหลายคนที่ชินกับสมาร์ตโฟนจอใหญ่ในยุคนี้โดยเฉพาะคนใช้ Android ที่อาจจะหลอกมายากหน่อยเพราะเคยชินกับจอ Full HD อันเป็นมาตรฐานของฟากโน้นไปแล้วนี่สิ

ขนาดของ iPhone 5s ในมือ ป๋าเอก TechXcite ครับ ยอมรับว่าไม่ได้ใช้มือถือไซส์เล็กๆแบบนี้มานานแล้วเหมือนกันหลังจากที่หลงระเริงแสงสีไปเล่นมือถือจอยักษ์ฝั่ง Android มาพักใหญ่ทีเดียว แต่ต้องยอมรับว่าพอหยิบจับ iPhone 5s มาใช้งานจริงๆแล้วรู้สึกได้เลยว่าวัสดุองค์รวมการผลิตก็ยังต้องยกให้ Apple เขาแหละครับว่ายังอลังการงานสร้างเหมือนเดิม ส่วนถ้าเปรียบเทียบมิติรอบด้านกับ iPhone 5 แล้วก็แทบไม่แตกต่างกันเลยสำหรับ iPhone 5s ฮะ

แต่ที่เป็นไฮไลต์จริงๆของ iPhone 5s ในเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกก็คงจะเป็นในส่วนของปุ่ม Home ที่คราวนี้มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่ Touch ID ซึ่งจะเป็นระบบสแกนลายนิ้วมือเพื่อใช้ในการปลดล็อคเครื่องหรือใส่แทน password เวลาจะซื้อของใน App Store เป็นต้น ซึ่งปุ่ม Home ใน iPhone 5s จะผลิตด้วยวัสดุ Sapphire Crystal แบบเดียวกับที่ติดไว้บริเวณเลนส์กล้องหลังซึ่งจะทนต่อแรงขีดข่วนได้สูงมากและมีการตัดไอคอนรูปสี่เหลี่ยมออกไปให้เห็นเป็นแค่วงๆเงาๆอยู่บริเวณด้านล่างของตัวเครื่องเท่านั้น

และนี่ก็คือด้านหลังของตัวเครื่อง iPhone 5s สี Space Grey ครับโดยบริเวณด้านหลังส่วนใหญ่นั้นจะเป็นสีเทาเงินและมีการตัดขอบด้านบนและล่วงด้วยพลาสติกสีดำพร้อมกับโลโก้ Apple และ iPhone เด่นเป็นสง่าซึ่งดูแวบแรกก็ถือว่าสวยงามออกแนว Industrial Design ดีไม่เบา แต่ที่น่าเบื่อเล็กๆก็คงเป็นตรงบริเวณสีดำนี่แหละที่ติดรอยนิ้วมือได้ง่ายไปหน่อยยิ่งเป็นสีดำยิ่งเห็นได้ชัดมาก ซึ่งน่าจะต่างกับรุ่นสีขาวและสีทองที่ด้านหลังบริเวณนี้เป็นสีขาวทำให้เห็นรอยนิ้วมือยากหน่อย (แต่พอใส่เคสหรือติดฟิล์มรอบตัวแล้วก็คงไม่ใช่ปัญหาละมั้ง)

อีกหนึ่งจุดที่ดูจะเป็นความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่พอสมควรใน iPhone 5s ก็คือกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่ากับใน iPhone 5 แต่มีการปรับขนาดเซนเซอร์และช่องรับแสงให้ใหญ่ขึ้นรวมไปจนถึงแฟลชกล้องหลังที่เป็นแบบสองสี Two-Tone ซึ่งจะวัดค่าอุณหภูมิโดยรอบแล้วทำการประเมินว่าควรปล่อยแสงแฟลชผสมกันออกมาเป็นสีใดเพื่อที่จะทำให้ภาพถ่ายในที่แสงน้อย (โดยเฉพาะกับภาพบุคคล) ดูมีโทนสีผิวหนังที่สมจริงยิ่งขึ้นกว่าเดิมครับ

ปุ่มปรับเพิ่ม-ลดเสียงและปุ่ม Mute อยู่ทางด้านซ้ายของตัวเครื่อง iPhone 5s เช่นเคย

ทางด้านขวาของ iPhone 5s เป็นที่สิงสถิตของช่องใส่ซิมการ์ดซึ่งก็ยังใช้ Nano SIM เช่นเคยฮะ

ด้านบนตัวเครื่อง iPhone 5s เป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด-ปิดเครื่องเช่นเคย

ส่วนทางด้านล่างของ iPhone 5s ก็จะประกอบด้วยพอร์ต Lightning แบบใหม่, ตะแกรงลำโพงและช่องเสียบหูฟังขนาด 3.5 มม. มาตรฐานจ้า

iPhone 5s - iOS 7

 

สำหรับภายในเครื่อง iPhone 5s นั้นก็จะมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ iOS 7 เวอร์ชั่นสมบูรณ์แบบที่ไม่ต้องไปยื้อแย่งอัพเดทกับใคร ซึ่งใน iOS 7 ก็ถือได้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงหน้าตาไปพอสมควรด้วย Flat Design จากมันสมองของท่าน Sir Jony Ive ที่ส่วนตัวแล้วผมว่าไอคอนหน้าตามันก็ครือๆกับ Holo Theme ของฝั่ง Android เขานะ (แถมฝ่ายหลังนี่มีให้เลือกปรับแต่งได้บานเบอะอีกต่างหาก) อย่างไรก็ตามถ้ามองจากมุมมองของสาวก Apple แล้วก็ต้องถือว่าเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ให้มีสีสันมากขึ้นที่มีทั้งคนชื่นชอบและไม่ปลื้มผสมปนเปกันไปซึ่งอันนี้ก็เป็นเรื่องรสนิยมส่วนตัวคงว่ากันไม่ได้หรอกครับ แต่สำหรับ iPhone 5s ที่มีหน้าตาเหมือน iPhone 5 เป๊ะๆ (ถ้าไม่นับเรื่องสีตัวเครื่อง) ก็ต้องบอกว่า iOS 7 เข้ามาเติมเต็มสีสันและความแตกต่างให้ตัวเครื่องดูมีอะไรมากกว่าหน้าตาแบบเดิมๆที่เราเห็นกันจนคุ้นชินตาอยู่ไม่น้อยเลยละ

โดยใน iOS 7 เวอร์ชั่นเต็มก็จะมีการเพิ่มคุณสมบัติการทำงานใหม่ๆภายในระบบเข้ามาอีกพอสมควรทีเดียวเช่นระบบ Notification Center และ Control Center ซึ่งเป็นแผงควบคุมการทำงานภายในเครื่องแบบลัด, ระบบ AirDrop สำหรับโอนไฟล์ต่างๆระหว่างเครื่อง iDevice ด้วยกัน, Multitasking ที่สามารถทำงานได้สมบูรณ์แบบกว่าเดิมพร้อม Live Preview, Safari เวอร์ชั่นใหม่ หรือ Folder ที่สามารถยัดไฟล์ใส่ได้แบบจัดเต็มยิ่งขึ้นกว่าเดิมเป็นต้น ซึ่งโดยรวมแล้วจากเท่าที่สัมผัสมาก็ถือว่าทำงานได้ลงตัวสำหรับหน้าจอขนาด 4 นิ้วของ iPhone 5s แถมผมว่าแทบไม่ค่อยมีอาการแล็คให้เห็นนะถ้าเทียบกับอุปกรณ์อื่นๆ (ผมก็ใช้ iPad Mini อัพ iOS 7 เหมือนกัน) เหมือนว่า iOS 7 ได้รับการออกแบบมาเพื่อ iPhone 5s ยังไงยังงั้นเลย แต่ก็ต้องมาดูกันในระยะยาวๆครับว่า Apple จะมีการใส่ลูกเล่นอะไรเข้ามาเพิ่มในอนาคตอีกเพราะแค่นี้ผมยังถือว่าเป็นแค่น้ำจิ้มนะ ศัลยกรรมทั้งทีไม่ใช่แค่ใบหน้าแต่ต้องสวยตั้งแต่หัวยันฮี!!!

iPhone 5s - Performance

ในส่วนของประสิทธิภาพภายในเครื่อง iPhone 5s นั้นได้รับการอัพเกรดครั้งใหญ่ที่สุดเท่าที่ไอโฟนตระกูลลงท้ายด้วย s เคยมีมาก็ว่าได้เพราะคราวนี้ Apple เอาใจสาย geek แบบสุดๆด้วยการใส่ชิปเซ็ต A7 ซึ่งมาพร้อมกับสถาปัตยกรรมแบบ 64-Bit เป็นรุ่นแรกๆที่ออกวางจำหน่ายในวงกว้างก็ว่าได้ เรียกได้ว่าเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการสมาร์ตโฟนที่ปีหน้าก็น่าจะมีอีกหลายเจ้าผลิตตามมากันอีกยกใหญ่แน่นอน ซึ่งนอกเหนือจากเรื่องนี้แล้ว iPhone 5s ยังมาพร้อมกับ PowerVR (Series 6) G6430 ที่สามารถรองรับ OpenGL 3.0DirectX 10 และ OpenCL 1.x ซึ่งน่าจะเป็นหนึ่งใน GPU บนมือถือที่ดีที่สุดในตลาดเวลานี้แล้วก็ว่าได้ นี่ยังไม่นับเรื่องที่ iPhone 5s มีชิปเซ็ต M7 สำหรับตรวจจับการเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆแยกออกมาอีกชิ้นนะฮะ

เนื่องจากเวลามีจำกัดผมเลยยังไม่ได้ทดสอบอะไรมากนักนอกจากการลงเกมส์ Asphalt 8: Airborne มาเล่นใน iPhone 5s ดูเพราะน่าจะเป็นเกมส์ที่มีกราฟฟิคอลังการในระดับต้นๆของ App Store เวลานี้ก็ว่าได้ (ส่วน Infinity Blade 3 ที่เป็นเกมส์ที่รองรับชิปเซ็ต 64-Bit จริงๆนั้นยังไม่ได้ซื้อมาเพราะเงินเดือนยังไม่ออก T^T) ก็ต้องบอกว่าเรื่องเฟรมเรตนั้นไม่มีการกระตุกหรือเฟรมเรตตกให้เห็นแต่อย่างใด เล่นเกมส์ได้ลื่นสุดๆจนไม่แปลกใจเลยว่าที่ผลคะแนนประสิทธิภาพ Benchmark ของ iPhone 5s แซงมือถือระดับ Quad Core หรือ Octa Core ไปแล้วทั้งที่ตัวเองยังเป็น Dual Core CPU อยู่นั้นไม่น่าจะเป็นเรื่องเกินจริงซักเท่าไหร่เลยฮะ

อย่างไรก็ตามต้องบอกว่าการที่คุณจะซื้อ iPhone 5s นั้นก็เหมือนกับการซื้อกางเกงนักเรียนสมัยก่อนครับคือเป็นการซื้อเผื่อโต เพราะในเวลานี้เรื่องของแอปหรือเกมส์ที่จะรองรับ 64-Bit ได้นั้นคงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่งถึงจะเริ่มมีจำนวนมากกว่าในปัจจุบัน เพราะถ้าเป็นแอปที่มีอยู่ใน App Store คงยังไม่เห็นความแตกต่างมากเท่าไหร่นักระหว่าง iPhone 5s กับ iPhone 5 เพราะส่วนใหญ่แล้วยังรองรับแค่เทคโนโลยี 32-Bit เท่านั้นทำให้ยังไม่สามารถรีดศักยภาพของทั้งชิปเซ็ต A7 และ M7 ออกมาได้เต็มที่นัก แต่ที่แน่ๆก็คือ iPhone 5s เครื่องนี้จะสามารถรองรับแอปฯในอนาคต (รวมถึงระบบปฏิบัติการ iOS ตัวต่อไปของ Apple) ได้อีกยาวๆอย่างน้อยสองปีนับจากนี้ทันทีที่เทคโนโลยี 64-Bit บนมือถือเริ่มเฟื่องฟูจริงๆ ก็เหมือนกับที่ครั้งหนึ่ง iPhone 4s ได้เคยสร้างมาตรฐานใหม่และกลายเป็นรุ่นยอดฮิตที่มีคนใช้กันมาอย่างยาวนานจนไม่ยอมเปลี่ยนไปเป็นรุ่นใหม่แบบที่เห็นกันอยู่นั่นแหละครับ

iPhone 5s - Touch ID

หนึ่งในฟีเจอร์ที่จะทำให้เพื่อนๆของเรารู้ว่าตรูกำลังใช้ iPhone 5s อยู่นะเฟร้ยก็คือระบบสแกนลายนิ้วมือ Touch ID ที่ Apple โปรโมตอย่างหนักหน่วงมาตั้งแต่ตอนงานเปิดตัวนั่นเอง ซึ่งการทำงานของระบบก็ง่ายๆครับเพียงคุณเข้าไปที่หัวข้อ Fingerprint แล้วทำตามที่ระบบบอกด้วยการค่อยๆเอานิ้วแตะที่ปุ่ม Home แล้วยกเข้าๆออกๆซ้ำไปซ้ำมาสักประมาณนาทีเศษๆเพียงแค่ครั้งเดียวระบบก็จะทำการจดจำลายนิ้วมือของเราได้แล้ว

โดยเรามีโควตาในการสแกนลายนิ้วมือลงเครื่อง iPhone 5s ได้อย่างน้อยๆ 5 ลายซึ่งจะเป็นมือของเราเองเพียวๆเลยก็ได้ 5 นิ้วหรือจะเป็นอารมณ์ iPhone 5s สาธารณะใช้งานร่วมกันในครอบครัวพ่อ-แม่-ลูกแบบนี้ก็สแกนได้เหมือนกันนะ จากที่ลองดูก็พบว่าระบบสามารถสแกนได้เร็วโคตรแบบไม่ค่อยมีพลาดเท่าไหร่ถ้าสมมติว่านิ้วของเราไม่ได้มันแผล่บเป็นเงาหรือเปื่อนน้ำเปียกโชกยังไงก็สามารถสแกนเข้าเครื่องได้แน่นอน แต่ถ้าสมมติว่าสแกนนิ้วแล้วไม่ผ่านจริงๆระบบก็ยังมีออปชั่นเสริมให้คือการกดรหัส pin สี่ตัวเหมือนเดิมครับ (เช่นว่านิ้วคุณสแกนไว้โดนตัดซะกุดไปแล้วเป็นต้น :P)

อย่างไรก็ตามในเวลานี้ศักยภาพของระบบ Touch ID ยังถูกจำกัดเอาไว้เพียงแค่การสแกนลายนิ้วมือเพื่อปลดล็อคหน้าจอและแทนที่การใส่ password เวลาดาวน์โหลดแอปฯหรือคอนเทนต์ต่างๆจาก App Store เท่านั้น ซึ่งก็ต้องรอทางฝั่งนักพัฒนาของ Apple เองนั่นแหละว่าจะนำระบบเหล่านี้ไปใช้งานในด้านอื่นๆได้เพิ่มเติมมากน้อยขนาดไหน แต่จากส่วนตัวที่ผมสแกนมาก็พบว่าระบบสแกนนิ้วได้อย่างเร็วเวอร์ชนิดไม่น่าเชื่อเหมือนกันแถมสามารถเลือกสแกนในจุดอวัยวะอื่นที่แปลกๆพิสดารอย่างเช่น.....สันฝ่ามือเป็นต้น 555+ (นี่่ถ้าไม่ใช่เครื่องออฟฟิศคงเล่นท่ายากไปแล้ว) ขอแค่ให้เป็นจุดที่มีลักษณะเป็นผิวหนังก็พอแล้วฮะ

iPhone 5s - Camera

สำหรับกล้องหลังใน iPhone 5s นั้นทาง Apple โฆษณามาว่ามีการปรับปรุงคุณสมบัติให้ดีขึ้นกว่าเดิมแม้ว่าจะยังคงใช้กล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลเท่าเดิม (ในขณะที่คู่แข่งข้ามไประดับ 13 ล้าน - 20 ล้าน หรือ 41 ล้านพิกเซลไปแล้วก็เถอะ) แต่ Apple เลือกที่จะเพิ่มขนาดพิกเซลให้ใหญ่ขึ้นแทนซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกับที่ HTC One กำลังทำอยู่กับเทคโนโลยี Ultrapixel นั่นเอง โดย iPhone 5s จะมาพร้อมกับเลนส์ขนาด F2.2 และเซนเซอร์รับแสงที่ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม 15% ซึ่งจะช่วยให้การถ่ายภาพในที่แสงน้อยดีขึ้นกว่าเดิมตามไปด้วยเช่นเดียวกับรายละเอียดของภาพที่จะเก็บได้ครบถ้วนสมบูรณ์ยิ่งกว่าเดิม 

นอกจากนี้ iOS 7 ใน iPhone 5s ยังมีการปรับปรุงหน้าอินเตอร์เฟซการถ่ายรูปเป็นแบบใหม่ที่มีหน้าตาน่าใช้งานมากกว่าเดิมพร้อมออปชั่น Live Filter ใกล้เคียงกับของ Instagram ส่วนกล้องหน้าของ iPhone 5s ก็ต้องถือว่าดีขึ้นเช่นกันเพราะขยับมาเป็น 1.2 ล้านพิกเซลพร้อมรองรับ FaceTime ในระดับ HD 720p ไม่ต้องเจออาการหน้ามือดแบบเก่าๆอีกแล้วด้วย

แต่ที่ผมว่าเจ๋งสุดๆใน iPhone 5s ก็คือฟีเจอร์ถ่ายวิดีโอระดับ HD แบบ Slow-Motion 120fps ซึ่งแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยในสมาร์ตโฟน โดยผลงานที่ออกมานั้นก็ถือว่าเจ๋งจริงครับสามารถทำให้เกิดชอตการถ่ายภาพช้าออกมาได้สวยไม่แพ้เวลาดูรีเพลย์ฟุตบอลตอนได้ประตูยังไงยังงั้นซึ่งคงต้องขอบคุณศักยภาพของชิปเซ็ต A7 ในเครื่องเองนั่นแหละ อย่างไรก็ตาม ณ เวลานี้วิดีโอแบบ Slow-Motion เหล่านี้ยังเปิดดูได้เฉพาะใน Gallery เท่านั้น (เพราะไฟล์ที่ผมดึงออกมาจากตัวเครื่องจะเป็นแค่วิดีโอ HD ไม่ได้เป็น Slow-Motion อย่างที่ผมบันทึกไว้ แต่จริงๆแล้วน่าจะมีวิธีแต่ผมไม่ทราบเอง) ซึ่งผมเชื่อเลยว่าถ้าสามารถแชร์ไฟล์ Slow-Motion เหล่านี้ได้ง่ายขึ้นรับรองว่าเราจะได้เห็นคลิปวิดีโอที่ถ่ายจากกล้องหลังของ iPhone 5s กันอย่างถล่มทลายแน่นอน...ฟันธง!!!

ส่วนคุณภาพของการถ่ายรูปใน iPhone 5s จะดีขึ้นหรือไม่ดีอย่างไรสมกับที่ Apple โฆษณาเอาไว้หรือไม่เราลองไปชมภาพตัวอย่างกันเลยด้านล่างนี้ครับ :)

ตัวอย่างไฟล์ภาพจากกล้องหลังความละเอียด 8 ล้านพิกเซลของ iPhone 5s (กดที่ภาพเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับผ่าน Dropbox ได้ครับ)

ตัวอย่างไฟล์ภาพจากกล้องหน้าความละเอียด 1.2 ล้านพิกเซลของ iPhone 5s (กดที่ภาพเพื่อดาวน์โหลดไฟล์ต้นฉบับผ่าน Dropbox ได้ครับ)

แล้วกลับมาพบกันใหม่ในบทความหน้า วันนี้ขอตัวลาไปก่อนแล้วเดี๋ยวผมจะกลับมาพร้อมกับ Full Review ของ iPhone 5s ให้สาวก Apple ทุกท่านได้ติดตามกันอย่างแน่นอนที่ TechXcite เหมือนเคยครับ :)

บทความโดย: ป๋าเอก TechXcite