Preview : Huawei P10 ลงตัวด้วยดีไซน์ระดับโลกผสานความยอดเยี่ยมเรื่องกล้องด้วยชื่อ Leica !!

By เฮียแม๊พ | 15 มี.ค. 2560 23:42:57 (อัพเดต 20 มี.ค. 2560 10:23:23)  | 21331 Views

Preview : Huawei P10 ลงตัวด้วยดีไซน์ระดับโลกผสานความยอดเยี่ยม
เรื่องกล้องด้วยชื่อ
Leica !!

สวัสดีเพื่อนๆ TechXcite ทุกท่าน กลับมาพบกับความพรีวิวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆกับ เฮียแม็พ. TechXcite อีกเช่นเคย วันนี้เราก็อยู่กับอีกหนึ่งสมาร์ทโฟนสุดร้อนแรงที่เพิ่งจะเปิดตัวไปสดๆร้อนๆในประเทศไทยกับ Huawei P10 เรือธงลำใหม่จาก P Series ของ Huawei ที่แน่นอนว่ารอบนี้ก็จัดเทคโนโลยีใหม่ๆและความสามารถแบบครบครันมาให้เราอีกเช่นเคย ส่วนจุดเด่นของรุ่นนี้จะมีอะไรบ้าง เรามาติดตามกันได้เลย :D

แรกสัมผัส Huawei P10

เริ่มแรกด้วยการดีไซน์ของรุ่นนี้กันก่อนเลยจะเห็นว่าตัวเครื่องนั้นมีดีไซน์ที่ไม่หนีไปจาก Huawei  P9 มากนัก แต่จะสังเกตว่าตัวขอบเครื่องมีความโค้งมนลงกว่าเดิม ทำให้การสัมผัสต่างๆดูเข้ากับรูปมือมากขึ้น พร้อมด้วยตัวขอบหน้าจอของรุ่นนี้มีความบางลงกว่ารุ่นเดิมมากทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไปจับถือได้อย่างกระชับมือมากขึ้นด้วยครับ

Huawei P10 จะมาพร้อมกับหน้าจอ IPS ขนาด 5.1 นิ้ว ความละเอียดอยู่ที่ Full-HD ในเรื่องของการแสดงผลก็ทำได้ยอดเยี่ยมมากๆอยู่แล้ว ด้วยขนาดหน้าจอที่ไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรความละเอียดระดับนี้กำลังสวยงามเลยล่ะ

จุดที่แปลกตาไปจาก P9 สุดๆก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่รอบนี้ย้ายมาอยู่ด้านหน้าล่างหน้าจอตรงนี้แล้วนี่แหละ ซึ่งเจ้าปุ่มนี้จะเป็นเพียงปุ่มสัมผัสที่เราไม่สามารถกดลงไปได้ (คล้ายๆกับบน Huawei Mate 9 Pro)เพียงแต่ว่าตัวนี้จะพิเศษกว่าหน่อยเพราะปุ่มสแกนนี้จะวางอยู่ใต้ชั้นกระจกหน้าจอที่เป็น Gorilla Glass 5 อีกที ทำให้หมดห่วงเรื่องการเป็นรอยขีดข่วนไปได้เลยครับ

ด้วยความที่เรามีปุ่มโฮมอยู่ที่ด้านหน้าของตัวเครื่องแล้วแบบนี้เราสามารใช้งานแทนปุ่ม On Screen ได้ทั้งหมด โดยการใช้งานก็คล้ายตอน Mate 9 Pro ที่ใช้การแตะหนึ่งครั้งในการย้อนกลับ , แตะค้างเป็นปุ่มโฮม และเลื่อนซ้าย-ขวาผ่านปุ่มเป็นการเปิดหน้า Recent Apps และถ้าเราตั้งค่าแบบนัี้แล้วเราสามารถซ่อนปุ่มบนหน้าจอออกไปเพื่อแสดงผลหน้าจอเต็มๆได้ด้วยนะ

พลิกกลับมาดูด้านหลังจะเห็นว่าแปลกตาไปนิดหน่อยด้วยความที่ปุ่มสแกนลายนิ้วมือถูกย้ายไปด้านหน้าแล้วด้านหลังก็จะเหลือเพียงกล้องหลังคู่และไฟแฟลช Dual-Tone เท่านั้น ตัวแถบเสาอากาศเปลี่ยนรูปทรงไปหน่อยจากเดิมที่คาดเป็นเส้นผ่านตัวเครื่องไปเฉยๆบน P10 ก็มีการปรับให้มีรูปทรงแบบ U Shape เนียนตามากขึ้นไปอีก

นอกจากเสาอากาศจะดูเนียนตามากขึ้นแล้ว ตัวฮาร์ดแวร์ก็ยังจะช่วยในเรื่องการจับสัญญาณได้ดีและเสถียรยิ่งขึ้นด้วยนั่นเอง

รอบๆตัวเครื่องการดีไซน์ยังคล้ายๆเดิมแต่พิเศษหน่อยด้วยรอบนี้จะมีสีแดงตัดขอบอยู่บริเวณปุ่มโฮมเพิ่มเข้ามาด้วย (รุ่นที่แล้วมีเฉพาะบน P9 สี Rose Gold และรุ่น P9 Plus เท่านั้น)

พอร์ทการเชื่อมต่อของรุ่นนี้จะเป็นแบบ USB-C เหมือนเคย มีแจ็คหูฟังอยู่ด้านข้างๆนี้ และลำโพงหลักของตัวเครื่องครับ ตัวลำโพงยังคงเหมือนตอน P9 คือขับเสียงหลักออกมาได้เพียงตัวเดียวไม่สามารถใช้งานเป็น Stereo แบบ P9 Plus ได้นะจ๊ะ (ถ้าลำโพง Stereo จะใช้ได้เฉพาะตัว Plus เท่านั้น)

สีสันใหม่ร่วมพัฒนากับ Pantone

เมื่อพูดถึงดีไซน์แล้วคงไม่พูดถึงสีสันใหม่บน Huawei P10 ไม่ได้ล่ะเนอะ เพราะรอบนี้ทาง Huawei ก็ได้พาร์ทเนอร์ใหม่มาอีกรายกับ Pantone สถาบันออกแบบชื่อดังที่ได้ร่วมกันออกแบบสีสันใหม่อย่างเขียว Greenery และน้ำเงิน Dazzling Blue เพิ่มเข้าให้ตัวเครื่องน่าดึงดูดและแปลกตาไปกว่าที่เคย

โดยสีสันของ Huawei P10 ที่เปิดตัวมาทั้งหมดนี้ก็จะมีด้วยกัน 7 สีด้วยกันคือ Greenery , Dazzling Blue , Graphite Black , Mystic Silver , Prestige Gold , Dazzling Gold และ Rose Gold แต่ละสีมีความโดดเด่นและวัสดุของฝาหลังที่แตกต่างกันไปอย่างรุ่นสีใหม่อย่าง Dazzling Blue และ Dazzling Gold จะมาในฝาหลังแบบ Hyper Diamond Cut ผิวสัมผัสที่ให้ความรู้สึกสากๆมือเล็กน้อยมีลวดลาย Texture เต็มพื้นที่ด้านหลังความรู้สึกในการจับถือว่าทำได้ดีทีเดียว ไม่ลื่นมือและไม่เก็บรอยนิ้วมือด้วย แต่ก็ยังคงมีความสวยงามด้วยการสะท้อนที่เกิดจากวัสดุด้านในอีกทีครับ

ส่วนสี Greenery , Graphite Black , Mystic Silver , Rose Gold ก็จะใช้ผิวสัมผัสด้านหลังแบบ Sandbast Finish หรือผิวด้านแบบโลหะ (เหมือนตอน P9)หรูหราและคงทน

รวมๆแล้วดีไซน์ของ Huawei P10 ก็มีการปรับเปลี่ยนในหลายๆจุดให้ลงตัวยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องของการจับถือที่ทำให้ถนัดมือมากขึ้น และรูปลักษณ์ต่างๆที่ดูสวยงามและโดดเด่นขึ้นกว่าเคย แต่สำหรับใครที่เคยใช้ Huawei P9 มาจนชินอาจจะต้องปรับตัวการใช้งานนิดหน่อยเพราะปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่ย้ายจากด้านหลังมาด้านหน้าอาจจะเผลอวางนิ้วกันผิดที่ได้เนอะ :P

สเปค Huawei P10

  • รัน Android 7.0 Nougat ครอบด้วย EMUI 5.1
  • หน้าจอ IPS 5.1 นิ้วความละเอียด Full-HD
  • ชิปเซ็ต Kirin 960 Octa-core 2.4GHz
  • ชิปกราฟิก Mali-G71 GPU
  • แรม 4GB
  • รอม 32/64GB
  • รองรับ Micro-SD
  • แบตเตอรี่ 3200 mAh
  • รองรับระบบชาร์จไว Super Charge
  • กล้องหน้า Leica 8 ล้านพิกเซล f/1.9
  • กล้องหลังคู่ Leica SUMMARIT 20+12 ล้านพิกเซล f/2.2
  • รองรับระบบสแกนลายนิ้วมือ
  • รองรับ 2 ซิม
  • วางจำหน่าย 4 สี Dazzling Blue , Graphite Black , Mystic Silver , Prestige Gold

ในส่วนของสเปคนั้น Huawei P10 มีการอัพเกรดขึ้นมาจาก P9 พอสมควรเลย เพราะตัวชิปเซ็ตต่างๆก็เปลี่ยนมาใช้เป็น Kirin 960 ตัวเดียวกับ Mate 9 , แรมเพิ่มมาให้เป็น 4GB , แบตเตอรี่ความจุสูงขึ้นเป็น 3200 mAh (จากเดิม 3000 mAh ใน P9)และจุดเด่นอย่างกล้องหน้าและหลังก็ถูกยกคำว่า Leica เข้ามาอีกด้วยฮะ

ฟีเจอร์เด่นบน Huawei P10 Series

ถึงแม้ว่าตัวสเปคจะมีความใกล้เคียงกับ Mate 9 เอามากๆแต่ในส่วนของซอฟต์แวร์และฟีเจอร์ของ P10 Series ก็มีการปรับปรุงและเพิ่มเติมขึ้นมาอีกขั้นนึงจากครั้งก่อน เริ่มจากตัว EMUI หรือ Emotion UI ของทาง Huawei ที่บน P10 นั้นจะมาในเวอร์ชั่น 5.1 เลย (Mate 9 Series เป็น EMUI5.0)ด้วยตัวเลขก็ถือว่ายังเป็นแค่ Minor Change ที่เพิ่มความสามารถเข้ามาไม่เยอะมาก แต่มีการปรับแต่งระบบต่างๆให้ดูสเถียรมากขึ้นและใช้งานได้ลื่นไหลยิ่งกว่าอีกหน่อยก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีขึ้น

หลักๆก็อย่างระบบ Ultra Memory ที่ช่วยให้ตัวเครื่องทำงานลื่นไหลมากขึ้นตัวระบบจะทำงานร่วมกันแบบ Matchine Learning ที่จะตรวจสอบการใช้งานและปรับการใช้งานให้เข้ากับเครื่อง หน่วยจำจำพวกแรมของเครื่องก็จะเหลือใช้งานเยอะขึ้นและไม่มีอาการหน่วงให้เห็น ตรงนี้ทาง Huawei เคลมเลยว่าถึงแม้จะใช้งานไปนานกว่า 18 เดือนตัวเครื่องก็จะยังไม่อืด ความเร็วยังคงเทียบเท่าตอนที่ซื้อเครื่องมาใหม่ๆแน่นอน *0*

Super Charge ปลอดภัย

สมัยนี้เรื่องการชาร์จก็เป็นสิ่งจำเป็นไม่แพ้การใช้งานเลย ใน Huawei P10 นี้ก็จะใส่ระบบ Super Charge แบบเดียวกับบน Mate 9 Series เข้ามาด้วย โดยตัวระบบนี้ทาง Huawei เคลมว่ามีความปลอดภัย 100% เพราะมีการป้องกันภายในทั้งตัวอแดปเตอร์ , สาย USB-C และตัวเครื่องเองกว่า 5 ชั้นเลยทีเดียว ทำให้ถึงแม้จะชาร์จได้เร็วมาก แต่ตัวเครื่องจะไม่เกิดความร้อนสูงจนผิดปกติแน่นอนจ้า

Leica 2.0 Pro Edition

กล้องถ่ายภาพก็ถูกชูมาเป็นจุดเด่นของสมาร์ทโฟน Huawei P Series มาสักพักแล้ว และก็มาเป็นที่พูดถึงมากขึ้นอีกครั้งแบบจริงจังมากขึ้นตอน P9 ที่ทาง Huawei ร่วมมือกับทาง Leica พัฒนากล้องคู่ขึ้นมานั่นเอง รอบนี้ทาง Huawei ก็ยังคงติดกล้องหลังคู่ Leica มาให้อีกเหมือนเคยและรอบนี้ก็พิเศษขึ้นไปอีกเพราะเป็น Leica 2.0 Pro Edition (อัพเกรดขึ้นมาอีกจากตอน Mate 9 ด้วยซอฟต์แวร์) ความละเอียดของตัวกล้องนั้นยังคงเป็น 20 ล้านพิกเซล (Monochrome) + 12 ล้านพิกเซล (RGB)อยู่ ตัวเลนส์จะใช้เป็น Leica SUMMARIT มีค่ารูรับแสงอยู่ที่ f/2.2 ฟีเจอร์หลายๆอย่างจากตอน Mate 9 ทั้ง Hybrid Zoom , Wide Aperture , Film Style มาครบหมดครับ

แต่จุดเด่นที่ถูกเพิ่มเข้ามาและเป็นประโยชน์มากๆเห็นทีจะเป็น Portrait Mode ที่ใช้การทำงานของกล้องคู่ได้อย่างมีชั้นเชิง นำมาผสานการทำงานทำหน้าชัด-หลังเบลอได้สวยเนียนขึ้นกว่าเคย โหมดนี้จะคล้ายๆกับ Wide Aperture เดิมที่ใช้การทำหน้าชัดหลังเบลอได้ แต่ตัวโหมดจะทำให้การถ่ายภาพ Portrait สวยและดูมีอะไรกว่าหน้าชัดหลังเบลอปกติเพราะตัวแอปสามารถวิเคราะห์ใบหน้าของแบบเป็น 3D พร้อมมีระบบ Portrait Enhancer เข้ามาช่วยเติมแสงและมิติของภาพให้สวยขึ้นกว่าการใช้โหมด Wide Aperture ที่เราจะปรับได้เพียงแค่ค่า f/Stop เท่านั้น

 

ตัวอย่างภาพถ่ายกล้องหลังจากโหมด Auto , Wide Aperture และ Portrait จะเห็นว่าภาพที่ได้ออกมายังทำให้เราหลงใหลได้เหมือนเคย ทั้งในเรื่องโทนสีที่สวยและลงตัวเอามากๆ พวก White Balance นั้นทำออกมาได้ดีและค่อนข้างแม่นยำ Wide Aperture ยังคงเบลอฉากหลังได้เนียนตา (แอบเนียนขึ้นกว่าตอน Mate 9 ด้วยนิดหน่อย) ส่วน Portrait ที่เป็นจุดขายในรอบนี้ก็ทำได้ดีเอามากๆครับ สวยและเพิ่มความเนียนของแบบได้อย่างชัดเจน (ถ้าตัวระบบจับใบหน้าได้ชัดๆน่ะนะ) ดูอยากภาพฟิกเกอร์ซอมบี้ด้านบนจะเห็นเลยว่าเนียนตาขึ้นมาเยอะ :P

นอกจากนี้ในโหมด Monochrome หรือขาว-ดำ บน Huawei P10 ยังสามารถใช้งานฟีเจอร์ Wide Aperture และ Portrait mode ได้อีกด้วย ทีนี้จะอยากได้ภาพขาวดำฉากหลังเบลอๆ Bokeh สวยๆก็ทำได้แล้วล่ะครับ

ตัวอย่างภาพถ่ายจากโหมด Monochrome ของ Huawei P10 จะเห็นว่าพอมีการเพิ่มลูกเล่น Wide Aperture เข้ามาในกล้องขาว-ดำแบบนี้ ก็ยิ่งทำให้การถ่ายภาพดูมีอะไรให้ลองเล่นมากขึ้นไปอีกจากตัวกล้องขาว-ดำสวยๆที่มีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ตรงนี้โดนใจมากๆเลยล่ะครับ

และอีกจุดที่ทำให้ Huawei P10 เป็นมือถือแห่ง Leica ที่แท้จริงก็คือนอกจากกล้องหลังคู่แล้วรอบนี้อัพเกรดกล้องหน้าเป็นเลนส์ Leica ให้อีกสักตัวเลยละกัน เท่ากับว่า P10 Series นี้จะเป็นมือถือรุ่นแรกที่มาพร้อมกล้อง Leica ถึง 3 ตัวเลยนั่นเอง ในส่วนของกล้องหน้านั้นให้ความละเอียดมาที่ 8 ล้านพิกเซล f/1.9 ความพิเศษของกล้องหน้า Leica ก็คือตัวกล้องมีโหมดหน้าชัดหลังเบลอคล้ายโหมด Bokeh ในกล้องหลังติดมาด้วย (ถึงแม้จะมีเลนส์กล้องตัวเดียวก็เถอะ) โหมดนี้จะช่วยให้ได้ภาพถ่ายฉากหลังเบลอๆได้สวยเนียนยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ตัวซอฟต์แวร์ของกล้องยังคำนวนใบหน้าของคนในเฟรมเพื่อขยายช่วงเลนส์หรือย่อช่วงเลนส์เข้าออกได้ด้วย อาทิ เราถ่ายเซลฟี่คนเดียวตัวกล้องก็จะครอปเข้ามาเพื่อให้ได้ช่วงเลนส์ที่พอเหมาะในการถ่ายเซลฟี่ไม่กว้างจนเกินไป หรือถ้าถ่ายกรุ๊ปฟี่หลายๆคนตัวช่วงเลนส์ก็จะขยาย (คล้ายๆซูมออก) ให้ได้ภาพที่กว้างขึ้น แต่จากที่ลองด้วยความที่ตัวเลนส์มีความ Wide มาก เวลาถ่ายกรุ๊ปฟี่ตามมุมอาจจะเกิดการเว้าและบิดเบือนของภาพได้นิดหน่อยอันนี้ก็ต้องแลกมากับการที่ได้ภาพกว้างขึ้นล่ะเนอะ

ตัวอย่างภาพจากกล้องหน้า Leica ของ Huawei P10

สรุป !

ถือว่าเป็นอีกก้าวที่น่าสนใจมากๆสำหรับ Huawei กับเรือธงตัวใหม่ที่ได้ร่วมมือกับแบรนด์ชั้นนำระดับโลกอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น Leica หรือ Pantone จนออกมาเป็น Huawei P10 Series ในรอบนี้ที่ลงตัวทั้งการดีไซน์รูปลักษณ์ที่สวยงามมากขึ้น หรือจะเป็นฟีเจอร์กล้องที่จัดเต็มมาได้อย่างสมบูรณ์แบบทั้งกล้องหน้าและหลัง เป็นสมาร์ทโฟนที่น่าติดตามกันมากๆเลยกับ Huawei P10 และ P10 Plus ที่จะต้องมาเขย่าวงการกล้องบนสมาร์ทโฟนในตลาดปีนี้อีกครั้งอย่างแน่นอน *0*

ราคาและวันวางจำหน่าย

Huawei P10: 4GB RAM - ความจุ 32GB: ราคา 17,900 บาท: สี Mystic Silver และ Prestige Gold

Huawei P10: 4GB RAM - ความจุ 64GB: ราคา 19,900 บาท: สี Graphite Black, Dazzling Blue และ Prestige Gold

Huawei P10 Plus: 4GB RAM - ความจุ 64GB: ราคา 23,900 บาท: สี Graphite Black, Dazzling Blue และ Dazzling Gold

โดยในส่วนของ Huawei P10 และ Huawei P10 Plus จะเริ่มเปิดให้จองสินค้าล่วงหน้าตั้งแต่วันที่ 17-26 มีนาคมนี้ ซึ่งโปรโมชั่นสำหรับคนที่พรีออร์เดอร์ล่วงหน้าก็จะได้รับ Huawei View Cover และ Huawei Camera Box Set สำหรับ Huawei P10 ในขณะที่ฝั่งผู้ที่จอง Huawei P10 Plus ก็จะได้รับ Huawei Leica Case และ Huawei Camera Box Set แทน

ก่อนที่สินค้าจะเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการจริงๆตามหน้าร้านทั่วไปในวันที่ 31 มีนาคมสำหรับ Huawei P10 และ 10 เมษายนสำหรับ Huawei P10 Plus ต่อไปครับ

 

พรีวิวโดย : เฮียแม็พ. TechXcite

Related Topics